เด็กหญิงตัวน้อยสูดอากาศเข้าปอดเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง แล้ววิ่งออกจากใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นางและท่านตานั่งสนทนากันทันที เป้าหมายแรกที่นางสนใจคือทุ่งหญ้าโล่งกว้างเต็มไปด้วยสีเขียวระยิบระยับ ยามลมพัดโชยยอดหญ้าพลันพลิ้วไหวไปตามลม ทั้งดูอ่อนนุ่มและงดงาม
“โอ้โห...”
ปากเล็กอ้ากว้างยกมือสองข้างประกบแก้มตัวเองไว้ ดวงตาคล้ายมีหมู่มวลดาราอยู่ภายในทอประกายระยิบระยับงดงาม เ้าตัวน้อยเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ ขาสองข้างสั่นระริก นางอยากเดินเข้าไปในทุ่งหญ้ากว้างและวิ่งเล่นให้สุขใจ แต่ก็กลัวเ้าต้นหญ้าจะาเ็ หากนางเหยียบแล้วมันตายเล่า จะทำอย่างไร ั้แ่เกิดมานางยังไม่เคยเห็นที่ไหนมีสีเขียวชอุ่มเต็มไปด้วยประกายเเห่งชีวิตอุดมสมบูรณ์เท่านี้มาก่อนเลยนะ!
ตอนนี้ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจที่ตัวเองมีสถานที่สวยงามเช่นนี้ นางไม่อยากทำลายมัน! ดวงตาคู่กลมจับจ้องไปยังใบเรียวเล็กมีสีดังหยกบริสุทธิ์ของต้นหญ้าไม่กะพริบตา ขณะนั้นเองความพิเศษของดวงเนตร์พลันแสดงผล
[หญ้ามรกต สมุนไพรระดับสูง เนื่องจากขึ้นอยู่ในสถานที่พลังปราณหนาแน่นจึงเลื่อนขั้นเป็สมุนไพรปราณ หนึ่งในสมุนไพรการหลอมโอสถสงบจิต เมื่อนำไปทำโอสถสงบจิตจะช่วยให้มีสมาธิดูดซับลมปราณมากขึ้น *หากเป็สมุนไพรปราณจะเพิ่มค่าความบริสุทธิ์ของโอสถ]
“โอ้...”
เ้าตัวน้อยร้องออกมากับสรรพคุณของทุ่งหญ้ากว้างตรงหน้า เป็สมุนไพรระดับสูงไม่พอ ยังเลื่อนขั้นเป็สมุนไพรปราณอีก
สมุนไพรปราณ คือสมุนไพรที่เกิดในที่ที่มีลมปราณหนาแน่น หลังดูดซับพลังปราณเข้ามาในตัวเองจนมีพลังหนาแน่น จะกระจายละอองปราณออกมา เช่นหญ้ามรกตตรงหน้าที่มีแสงสีเขียวเป็ประกายระยิบระยับ
ในดินแดนเบื้องล่างที่แร้นแค้นนี้ อย่าว่าเเต่สมุนไพรปราณเลย แค่สมุนไพรระดับสูงสักต้นยังหาได้ยาก ดังนั้นสิ่งที่เ้าตัวน้อยเห็นในขณะนี้ไม่ต่างจากขุมสมบัติ!
“โฮะ ๆ ตำลึงเงินตำลึงทองของอาหง” เ้าตัวน้อยยกมือปิดปากหัวเราะจนตาปิด นางนั่งลงแล้วใช้มือััหญ้ามรกตตรงหน้าไปมา ยิ่งนานยิ่งชอบใจ จากที่ไม่กล้าเดินเหยียบย่ำเพราะกลัวจะทำลายต้นหญ้า ตอนนี้ได้นั่งทับพวกมันเป็ที่เรียบร้อย
“คิกคิก อาหงจะรวยแล้ว โฮะ ๆ ๆ” พูดหัวเราะคนเดียวพร้อมกลิ้งไปมาบนหญ้ามรกตที่ให้ัันุ่มและผ่อนคลาย กระทั่งรู้ตัวว่าตัวเองเดินเข้ามาไกลจนเกือบจะถึงใจกลางทุ่งหญ้าเสียแล้ว นางหันขวับกลับไปดูต้นหญ้าด้านหลังที่เดินผ่านด้วยใบหน้าตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นว่าทิศทางที่นางเดินมาเ้าหญ้ามรกตพวกนี้ยังอยู่ดีไม่มีร่องรอยการบุบสลายก็ยิ้มกว้าง
“อา... ที่แท้อาหงก็เดินผ่านพวกมันได้ ดีจังที่พวกมันไม่เสียหาย ขอบคุณที่แข็งแรงนะเ้าหญ้ามรกต”
เล่นอยู่ทุ่งหญ้ามรกตอยู่ครู่หนึ่ง เ้าตัวน้อยก็เดินสำรวจไปเรื่อย ๆ สถานที่กว้างใหญ่ที่เรียกว่ามิติพฤกษา์แห่งนี้อุดมสมบูรณ์มากจริง ๆ ทั้งพลังปราณก็หนาแน่น ทุกที่ที่นางไปไม่เจอสมุนไพรธรรมดาเลยสักต้น มีแต่สมุนไพรปราณทั้งนั้น ขนาดสมุนไพรระดับต่ำยังเป็สมุนไพรปราณเลย หากนางนำออกไปขายสักต้นสองต้น รับรองว่ารวยมากแน่นอน!
ว่ากันด้วยเื่ระดับของสมุนไพร
ในพิภพผู้ฝึกปราณนี้ จำแนกสมุนไพรออกเป็ 2 ประเภท คือสมุนไพรธรรมดา และสมุนไพรปราณ มีด้วยกัน 6 ระดับ คือ สมุนไพรระดับต่ำ กลาง สูง ศักดิ์สิทธิ์ เซียน และระดับเทพ คัดแยกได้ด้วยสีของระดับพลัง
สมุนไพรระดับต่ำมีสีแดง ระดับกลางสีเหลือง ระดับสูงสีเขียว ระดับศักดิ์สิทธิ์สีน้ำเงิน ระดับเซียนสีขาว และสมุนไพรระดับเทพมีสีทอง
สำหรับดินแดนเบื้องล่างนี้ จะพบสมุนไพรเพียงแค่สี่ระดับเท่านั้น คือ สมุนไพรระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ส่วนระดับศักดิ์สิทธิ์นาน ๆ จึงจะมีออกมาสักครั้ง ทุกครั้งที่ปรากฏผู้คนต้องประมูลแข่งกันจึงจะได้มา
ส่วนดินแดนเบื้องบนพบั้แ่สมุนไพรระดับต่ำตลอดจนสมุนไพรระดับเทพ ทว่าแม้จะเป็ดินแดนเบื้องบนก็น้อยนักที่จะมีสมุนไพรระดับเซียนและระดับเทพปรากฏ สองชนิดให้หลังนี้นิยมพบได้ที่มิติบรรพชน สุสานและสถานที่พิเศษต่าง ๆ อันเต็มไปด้วยพลังปราณหนาแน่นและอันตรายมากกว่า ทั้งยังพบเจอได้ยากอีกต่างหาก เรียกได้ว่าหากไร้ซึ่งวาสนาย่อมไม่สามารถพบเจอโดยง่าย
สิ่งที่แยกระหว่างสมุนไพรธรรมดากับสมุนไพรปราณออกจากกันอย่างชัดเจนคือ แสงระยิบระยับของระดับสมุนไพรที่แผ่ออกมา ยกตัวอย่างเช่น
หญ้ามรกตมีสีเขียว ถือเป็สมุนไพรระดับสูง แต่เมื่อรอบต้นของหญ้ามรกตแผ่กลิ่นอายพลังปราณ และมีแสงระยิบระยับออกมาตลอดเวลา จะยกระดับจากสมุนไพรระดับสูงธรรมดาเป็สมุนไพรปราณระดับสูงทันที
ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้เ้าตัวน้อยเว่ยซือหงย่อมรู้และเข้าใจดี เช่นนั้นนางถึงได้ยิ้มแก้มปริเวลาเดินผ่านสถานที่ต่าง ๆ แล้วพบเห็นสมุนไพรมากมาย ล้วนเป็สมุนไพรปราณทั้งสิ้น!
นางรวยแล้ว!
กระนั้นเดินสำรวจมานานเ้าตัวน้อยก็ยังไม่พบสมุนไพรระดับเซียนและสมุนไพรระดับเทพแต่อย่างใด แต่เ้าตัวไม่หวั่นเดินสำรวจต่อไปอย่างมีความสุข นอกจากจะพบสมุนไพรมากมายแล้วนางยังเจอต้นผลไม้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็ผลไม้ปราณ
แน่นอน... เ้าตัวน้อยไม่ลังเลที่จะเก็บมากิน
“ง่ำ ๆ อร่อยจริง ๆ หวานฉ่ำอมเปรี้ยวนิด ๆ แถมยังหอมมากด้วย เ้าเฉ่าเหมยที่หาได้ยากด้านนอก มิติของเรากลับมีมันเต็มไปหมด อิอิ” พูดไปก็กัดเฉ่าเหมยลูกโตสีแดงไปด้วย สองข้าก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง
ทว่าต่อให้เ้าตัวน้อยมีใจสำรวจมากเท่าใดก็ไม่สามารถสำรวจได้หมด ด้วยสถานที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ นางคงไม่สามารถสำรวจเสร็จง่าย ๆ แน่
“เมื่อยแล้วนะ เมื่อไหร่อาหงจะเดินไปถึงบ้านที่ท่านตาบอกไว้สักที เหวอ...”
พรึบ!
จบคำร่างของเว่ยซือหงพลันเลือนหายก่อนโผล่ไปยังพื้นที่ว่างด้านหน้าต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีเรือนไม้สร้างอยู่บนนั้น?
“นี่บ้านของอาหงที่ท่านตาบอกเหรอ?” แม้สงสัยหากแววตากลับเป็ประกายชอบใจ
“งดงามมาก!”
“เอ๊ะ! เมื่อครู่อาหงหายตัวได้เหรอ? หมายความว่าถ้าอาหงอยู่ในมิติอาหงจะหายตัวไปที่ไหนก็ได้ใช่ไหม?” คิดแล้วพลันทดลองดูนางก็ได้คำตอบ นางสามารถหายตัวไปโผล่ยังสถานที่ที่นาง้าภายในมิติได้จริง
สะดวกสบายมาก!
ขาน้อย ๆ ของอาหงไม่ต้องทำงานหนักแล้ว!
ทดลองความคิดของตนเองจนพอใจเว่ยซือหงตัวน้อยกลับมาสนใจทิวทัศน์หรือบ้านของนางอีกครั้ง
เบื้องหน้าของนางไม่ต่างอันใดจากเกาะระดับย่อม เพราะกลางทะเลสาบขนาดใหญ่ มีจุดที่เป็พื้นดินไม่มากนัก และพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกโดยต้นไม้ใหญ่ั์ต้นนั้น ที่ยืนต้นโดดเด่นเป็สง่าเพียงต้นเดียว
ใช่แล้วมิติพฤกษา์แห่งนี้แบ่งพื้นที่เป็ผืนดินกับผืนน้ำ โดยมีทะเลสาบขนาดใหญ่ข้างหน้าเป็ตัวกลางกั้น พิศดูแล้วเว่ยซือหงคิดว่า จุดที่ต้นไม้ใหญ่ั์ตั้งอยู่ จะต้องมีไอปราณหนาแน่นที่สุด ทิวทัศน์งดงามที่สุดเป็แน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการสร้างบ้านต้นไม้ขึ้นมาบริเวณนั้นแน่นอน แม้นางจะเด็กแต่อย่าได้ดูเบาการวิเคราะห์ของนางเชียว
ตอนนี้หากนาง้าไปยังกึ่งกลางทะเลสาบ เพื่อเข้าไปยังบ้านต้นไม้ นางสามารถไปได้สองรูปแบบ หนึ่งคือกำหนดจุดหมายและหายตัวไป สองคือเดินข้ามสะพานไม้สีขาวที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็ทางเชื่อมระหว่างส่วนที่เป็พื้นดินและส่วนที่เป็พื้นน้ำใจกลางเกาะที่บ้านต้นไม้ตั้งอยู่
ถึงจะสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว แต่เว่ยซือหงชอบซึมซับบรรยากาศและมองรายละเอียดอย่างช้า ๆ มากกว่า ดวงตากลมไล่มองไปทีละตำแหน่งราวกับ้าจดจำ
“โอ้... ต้นไม้า ไม่แปลกเลยที่จะใหญ่ั์ขนาดนี้” อุทานออกมาเมื่อเนตร์ฉายรายละเอียดให้ยลอีกครั้ง ไม่รู้ว่าก่อนจะถูกดัดแปลงให้เป็บ้านต้นไม้ รูปลักษณ์เดิมของต้นไม้นี้ใหญ่โตเท่าใด เว่ยซือหงไม่อยากคิด
บ้านต้นไม้าตรงหน้าถูกดัดแปลงเป็พื้นที่บ้านและจัดสรรปันส่วนเป็พื้นที่อเนกประสงค์ได้อย่างลงตัว แบ่งออกเป็สี่ชั้นด้วยกัน
เริ่มจากชั้นล่างสุดถือเป็ชั้นแรก เนินดินขนาดใหญ่ถูกโดยรากของต้นไม้ั์ มีแผ่นหินเรียงรายเป็ทางเดินเล็ก ๆ มวลผกาต่างสีสันปลูกประดับไว้สองข้างทางอย่างลงตัว แอ่งวงกลมตรงกลางมีไว้สำหรับรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจากชั้นสองราวกับม่านน้ำต้น ในส่วนที่เป็ชั้นนี้ ลำต้นบางส่วนของต้นไม้าถูกตัดแต่งคล้ายกับหินงอกหินย้อย พื้นที่ด้านขวามือมีบันไดไม้เชื่อมต่อเป็ทางขึ้นสู่ชั้นสอง
เข้าสู่ชั้นที่สอง พื้นที่ของต้นไม้ถูกดัดแปลงให้เป็ร่องน้ำขนาดเล็กโดยเอาหินก้อนเล็กก้อนใหญ่กั้นขอบด้านนอกเอาไว้ กระทั่งถึงตรงกลางพื้นที่ร่องน้ำจึงราบเรียบ เมื่อไม่มีอะไรขวางกั้นน้ำทั้งหมดจึงตกกระทบลงสู่ชั้นแรก กลายเป็ม่านน้ำตกขนาดย่อม ๆ พื้นที่ด้านซ้ายมือเต็มไปด้วยไม้ประดับ ส่วนพื้นที่ด้านขวามีบ่อน้ำเล็ก ๆ สองบ่อ พร้อมโต๊ะเก้าอี้สำหรับพักผ่อนอีกหนึ่งตัว พื้นที่ตรงกลางเหนือธารน้ำถูกจัดให้เป็ทางเดินไต่ระดับเป็บันไดไม้ขึ้นสู่ชั้นสาม
ทันทีที่เข้าสู่ชั้นสามสิ่งแรกที่ต้องเจอคือเรือนไม้ขนาดกลาง ชานด้านนอกโล่งเตียน แต่มีกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ กำจายออกมา เว่ยซือหงทนความอยากรู้ไม่ไหวจึงเข้าไปสำรวจ ด้านในมีแต่สมุนไพรเต็มไปหมด ทั้งสดและแห้ง รวมทั้งมีขวดโอสถถูกวางบนชั้นจำแนกเป็ประเภทต่าง ๆ ไว้ด้วย ทั้งนี้ด้านในยังมีห้องย่อยอีกห้อง เข้าไปดูพลันพบกับหม้อโอสถสำหรับปรุงยาตั้งอยู่
“อืม... มีหม้อโอสถ มีโอสถและสมุนไพร งั้นอาหงจะเรียกเรือนนี้ว่าเรือนโอสถก็แล้วกันนะ”
แล้วเสร็จจากเรือนโอสถเหลือบไปดูพื้นที่ด้านซ้ายมือของเรือนพบเห็นบ่อน้ำเล็ก ๆ หลายบ่อและมวลดอกไม้เช่นเคย เว่ยซือหงละความสนใจหันไปมองด้านขวามือบ้าง พบว่าในชั้นสามนี้มีเรือนตั้งอยู่ริมสุดของพื้นที่ด้านขวาอยู่หนึ่งหลัง หลังเข้าไปสำรวจพบว่าเป็เรือนสำหรับพักผ่อนเฉย ๆ นอกจากนี้ก็ไม่พบเจอสิ่งใดอีก
“ดูเหมือนว่าชั้นที่สามจะมีเพียงเรือนโอสถกับเรือนพักผ่อนเท่านั้น พื้นที่ด้านซ้ายก็เป็บ่อน้ำเล็ก ๆ หลายบ่อ ด้านขวานอกจากเรือนพักผ่อนแล้วก็ไม่มีอะไรอีก เป็เพียงลานสีเขียวโล่ง ๆ แต่กลับสบายตายิ่ง เอาละ ไปสำรวจชั้นบนสุดกัน”
เท้าเล็ก ๆ ก้าวขึ้นบันไดไม้สู่ชั้นที่สี่หรือชั้นบนสุดช้า ๆ ทว่าขึ้นมาได้ไม่เท่าไรนางก็ชะงัก เหลียวกลับไปมองด้านหลังพบว่าเดินขึ้นมาได้แค่นิดเดียวกลับพบเรือนไม้อีกหลังอยู่เยื้องด้านขวามือติดกับบันไดไม้ขึ้นลงพอดี
“เรือนอันใด เหตุใดจะอยู่ชั้นสามก็ไม่อยู่จะอยู่ชั้นสี่ก็ไม่ใช่ ดันอยู่เยื้องของชั้นสามเท่านั้น”
พูดเสร็จก็เร่งเข้าไปสำรวจ ทันทีที่ประตูเปิดออกกลิ่นอายบัณฑิตภูมิความรู้เก่าแก่ต่าง ๆ กระจายออกมา ด้านในเต็มไปด้วยชั้นตำรามากมาย ดูไม่ธรรมดายิ่ง ตอนแรกเว่ยซือหงจะหยิบมาอ่านแต่ใจไม่สงบเอาแต่คิดถึงเรือนชั้นบนสุดอยู่เรื่อย นางจึงตัดใจจาก ‘เรือนปัญญา’มา เรียกเช่นนี้เพราะมีตำรามากมายเกินไปทั้งยังเป็เรือนใหญ่ไม่อาจหักใจเรียกเรือนตำราได้
เ้าตัวน้อยวิ่งขึ้นบันไดไม้เข้าสู่ชั้นสี่อย่างกระตือรือร้น เมื่อมาถึงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง เรือนขนาดใหญ่มีชานเรือนกว้างขวาง และมีโต๊ะเก้าอี้จัดเข้ามุมไว้อย่างเหมาะสม นางสามารถยืนหรือนั่งดูทิวทัศน์และจิบชาชื่นชมธรรมชาติตรงนี้ได้ รับรองว่าไม่ร้อนแน่นอน เพราะยอดต้นไม้ั์าต้นนี้แผ่กิ่งก้านสาขาใบดกปกคลุมแทบจะทั่วพื้นที่เลยทีเดียว ทว่าไม่อึดอัดแม้แต่น้อยเพราะปลายยอดสูงขึ้นไปทำให้ดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น
ไหน ๆ ก็ขึ้นมาชั้นบนสุดแล้วขอชื่นชมความงามเสียหน่อยเถอะ
“โอ้โห! สวยมาก สวยมาก ๆ อาหงชอบที่สุด” สถานที่งดงาม อากาศบริสุทธิ์ พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ไม่มีอะไรงดงามและน่าอิจฉาไปมากกว่านี้แล้ว เ้าตัวน้อยยิ้มไม่หุบ เดินไปมองทางนั้นทีทางนี้ที ก่อนตัดใจเข้าไปสำรวจในเรือนบ้าง
ภายในเรือนมีห้องโถงโล่งกว้างและโต๊ะน้ำชาสำหรับรับแขก เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยจะมีทางแยกสองทาง ซ้ายมือจะเป็ทางสำหรับไปห้องครัว ทางด้านขวามือเป็ห้องนอน หลังสำรวจจนพอใจเ้าตัวเดินกลับมาหน้าเรือนอีกครั้ง ดวงตาระยิบระยับบ่งบอกว่าเ้าตัวมีความสุขยิ่งจับจ้องไปที่ต้นไม้สองต้นที่ปลูกไว้ในกระถาง วางอยู่มุมหนึ่งของชานเรือน มันโดดเด่นกระแทกตาั้แ่นางขึ้นบันไดบ้านมาแล้ว!
[ต้นตำลึงเงิน ไม้ประดับระดับศักดิ์สิทธิ์ ทั้งต้นและใบมีสีเงิน ติดผล 100 ผล ผลสุกทุก ๆ หนึ่งชั่วยาม เมื่อเด็ดผลออกจากต้นแล้วจะกลายเป็ตำลึงเงินทันที 1 ผลเท่ากับ 100 ตำลึงเงิน]
[ต้นตำลึงทอง ไม้ประดับระดับศักดิ์สิทธิ์ ทั้งต้นและใบมีสีทอง ออกผลทุก ๆ หนึ่งชั่วยาม เมื่อเด็ดผลออกจากต้นแล้วจะกลายเป็ตำลึงทองทันที 1 ผลเท่ากับ 100 ตำลึงทอง]
“โฮะ ๆ ๆ ต้นไม้แห่งความร่ำรวยของอาหง” สายตาของเ้าตัวน้อยเปล่งประกายเป็รูปเงินทอง มองกระถางที่ปลูกต้นไม้ทั้งสองยิ่งยิ้มออกมาเพราะเห็นผลของมันสุกหล่นเต็มกระถางไปหมด
“รออาหงก่อนนะ ไว้อาหงมีแหวนมิติ อาหงจะรีบมาเก็บรวบรวมไว้เลย!” พูดเป็มั่นเป็เหมาะก่อนให้ความสนใจสิ่งอื่นบ้าง ก่อนหน้านี้นางถูกความงดงามของบ้านต้นไม้ดึงดูดจึงได้มองข้ามรายละเอียดหลาย ๆ อย่างที่เนตร์แสดงให้เห็นไป ตอนนี้เมื่อสงบจิตสงบใจตัวเองได้แล้ว จึงตั้งใจดูรายละเอียดของแต่ละอย่างอีกครั้ง และมันทำเ้าตัวน้อยถึงกับตกตะลึงตาค้างไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
บ่อเล็ก ๆ ที่เห็นก่อนหน้านี้หลาย ๆ บ่อแท้จริงเเล้วเป็ถึงบ่อน้ำพลังปราณ! แอ่งน้ำที่ชั้นแรกและทะเลสาบขนาดใหญ่กว้างขวางนี้แท้จริงแล้วเป็ถึงน้ำทิพย์พลังปราณ!
[น้ำพลังปราณ สมบัติระดับเทพ น้ำที่เต็มไปด้วยลมปราณบริสุทธิ์ สามารถใช้ในการบ่มเพาะได้ โดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกาย หากใช้ในการเพาะปลูก พืชพรรณจะกลายเป็พืชปราณทันที *พบได้ทั่วไปในสถานที่ที่พลังปราณหนาแน่นหรือสถานที่สำคัญ ๆ ส่วนใหญ่พบเพียงแอ่งเล็ก ๆ ที่มีประมาณ 100 หยดเท่านั้น]
[ น้ำทิพย์พลังปราณ สมบัติระดับเทพน้ำทิพย์พลังปราณบริสุทธิ์อีกครั้งพลังรักษาและพลังชีวิตเพียง 1 หยดสามารถััชีวิตคนตายที่ตายยังไม่ถึงหนึ่งลมหายใจให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งหากใช้ปรมาจารย์โอสถจะ ไม่ต้องใช้โอสถบ่อยนัก *พบได้ทั่วไปที่พลังปราณโหดร้ายหรือส่วนใหญ่พบเพียงแอ่งเล็ก ๆ เพียงประมาณ 100 หยดเท่านั้น]
สมบัติระดับเทพ!
สมบัติที่คนทั้งยุทธภพต่างพากันตามหาและหวังจะได้มาเพียง 1 หยดที่ความเข้มข้นของคนก่อาได้แล้ว แต่นางกลับมาได้มันทั้งยังมีเสียมากจนวัดปริมาณไม่ได้
ครั้งแรกที่เว่ยซือหงี่แสดงให้เห็นและสมบัติสมบัติของิญญาระดับเทพฟิชระยิบระยับสีทองที่ออกมาเหนือบ่อและน่านน้ำทะเลสาบดูน่าชมจริงเ้าเ้าเซิร์ฟเวอร์ตามปกติจนสังเกตได้ตามปกติ อาจเป็ไปได้ว่าเพียงเท่านี้นางก็ยิ้มแก้มแทบแตกหุบไม่ลงแล้วสงสัยว่าถ้าอาจจะสามารถยิ้มไปถึงหูแน่!
ส่วนเว่ยซือหงิกยังพบพื้นที่สำคัญๆ มากเป็พิเศษและอาจเป็จุดสังเกตหลายจุดลูกละเอียดเป็ทิวแถวถ้ำขนาดต่าง ๆ เพียงแต่ว่านางยังไม่สามารถสำรวจได้อย่างเต็มที่ม่านพลังบางกั้นกั้นอยู่ด้านหลัง สังเกตว่านางถึงได้รู้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ก็ต่อเมื่อนางเลื่อนระดับพลังน่าเสียดายที่ไม่ต้องสำรวจแต่โหยซือหงไม่เสียใจเลยเพราะที่นางมีอยู่ในตอนนี้มัน สามัญเหนือสำนึกของคนทั่วไปไปแล้วเอ... หรือนางคือลูกรัก์?
ใช่แน่นางคือลูกรัก์ลูกรัก์!
“ฮ่าๆ อาหงก็มีความสุขที่สุดเลยนั่นแหละสุดฮ่า”