บทที่ 94
ระบบพัฒนาความสัมพันธ์
ซูฉีรีบกลับบ้านมาอย่างรวดเร็ว นางได้เดินทางกลับมาที่บ้านของตนเพื่อมาตรวจสอบบางอย่าง ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ที่สวนผักและที่ดินของนาง กลับพบว่าระบบร้านค้าความดีมันปรากฏบางอย่าง
เมื่อเดินทางกลับมาที่บ้านพัก ซูฉีได้เข้าไปภายในห้องนอนปิดประตูอย่างมิดชิด นางเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งสมาธิอย่างรวดเร็ว
รอบๆร่างกายเต็มไปด้วยความมืดร่างดวงจิตจมดิ่งสู่พวงแห่งความคิด
ตัวอักษรสีฟ้าปรากฏแค่หวังเอาไว้บริเวณด้านหน้าในยามนี้
[ ค่าความสัมพันธ์กับวิญญาณพฤกษาโบราณเพิ่มขึ้น ]
[ ท่านสามารถขยายขอบเขตของวิญญาณพฤกษาโบราณและพลังได้สูงขึ้น โดยการใช้แต้มความดีในการปลดล็อก ]
มันปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าแสดงให้นางนั้นมองเห็นอย่างชัดเจน ยามนี้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าที่นางมองเห็นก่อนหน้านี้มันไม่มีผิด
“ นี่มันอะไรกันไม่รู้มาก่อนว่าวิญญาณพฤกษาจะพัฒนาได้ ”
“ มันเป็นเพียงแค่ของวิเศษที่ได้มาจากการเข้าความดีไม่ ”
นางรู้สึกประหลาดใจที่ว่าวิญญาณพฤกษามันสามารถพัฒนาระดับพลังได้ อันที่จริงแล้วนางเองก็อ่านนิยายแนวแฟนตาซีมาไม่ใช่น้อย
เกี่ยวกับเรื่องพลังวิเศษพวกนี้มันเองก็ปรากฏให้เห็น แต่ในยามนี้ไม่คิดว่านางจะสามารถพัฒนาระดับของวิญญาณพฤกษาได้ด้วย
“ แล้วถ้าพัฒนาระดับมันจะเป็นยังไง ”
[ ถ้าปลดล็อกความสามารถ ขอบเขตความสามารถของวิญญาณพฤกษาจะขยายใหญ่ขึ้น ]
[ ระดับปลดล็อกความสามารถ ]
[ ค่าความสัมพันธ์ต้องการกับวิญญาณพฤกษานั้นถึงที่ต้องการ ]
[ การปลดล็อควิญญาณพฤกษาขึ้นไประดับสองใช้แต้มความดีหนึ่งพันแต้ม ]
“ หนึ่งพันแต้มอย่างงั้นหรอ? หนึ่งพันแต้มในตอนนี้ก็มีอยู่หรอกแต่ว่าถ้าใช่ไปที่เหลืออยู่ก็คงจะหมด ”
“ คงจะต้องหาแต้มความดีเพิ่มถึงจะสามารถใช้ในการอัพระดับของพลังขึ้นไปอีกระดับได้ ”
ซูฉีคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในยามนี้นางมีแต้มความดีอยู่ประมาณนึงแน่นอนว่าสามารถใช้ในการปลดล็อคได้
แต่นางยังไม่รู้ขอบเขตความสามารถที่แน่ชัด ไม่เพียงเท่านั้นถ้าใช้พวกมันไปมันเองก็เกรงว่าแต้มพลังวิญญาณที่ใช้แต้มความดีในการแลกเปลี่ยนจะไม่เพียงพอ
ในตอนนี้นางยังอยู่ในช่วงเวลาการใช้พลังวิญญาณจำนวนมากไปกับการสร้างหินจุดไฟได้
เพราะแบบนั้นนางจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณ ถ้าเกิดว่าใช้แต้มความดีที่มีอยู่ในตอนนี้เกรงว่ามันจะไม่เพียงพอกับการแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณ
และมันเองก็จะได้รับผลกระทบถึงหลายๆอย่างด้วยเช่นเดียวกัน ซูฉีรู้เกี่ยวกับเรื่องการปลดล็อกความสามารถของวิญญาณพฤกษา
แต่ว่านางเองก็เก็บมันเอาไว้ภายในใจแน่นอนว่ายังไม่ลงมือทำในตอนนี้ ในตอนนี้สิ่งที่ควรทำก็คือควรจะสนใจเกี่ยวกับเรื่องการดูแลผลิตสินค้าที่จะส่งขายให้กับกองทัพให้ทันก่อน
….
ซูฉีได้รู้ถึงความสามารถใหม่ของระบบร้านค้าความดี นางเก็บเกี่ยวกับเรื่องระบบร้านค้าความดีนั้นเอาไว้เป็นความ
แน่นอนว่านางต้องพัฒนาวิญญาณพฤกษาอยู่แล้ว เพราะว่าวิญญาณพฤกษาเป็นสิ่งสำคัญ
มันเป็นสิ่งที่ทำให้พื้นดินที่เป็นที่ดินที่แห้งแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์อีก แต่ว่านางยังมีแต้มความดีที่ไม่เพียงพอ
ในยามนี้จึงใช้แต้มความดีส่วนใหญ่ไปกับการแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณ และก็ผลิตสิ่งที่เรียกว่าหินจุดไฟเพื่อส่งขายให้กับกองทัพ
ผ่านไปแล้วอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่แปลงเพาะปลูกเริ่มเพาะปลูกในรอบแรกของปี
ซูฉีในตอนนี้ผลิตหินจุดไฟจนครบถ้วนตามกำหนดเรียบร้อยแล้ว นางใช้เวลาไปสองสัปดาห์เต็มๆ
ในยามนี้เข้าสู่ช่วงเดือนสามของปี อากาศกำลังดีแสงแดดส่องแสงสว่างไสว สองสัปดาห์ที่ผ่านมาหมกมุ่นกับการทำหินจุดไฟเพื่อส่งขายให้กับกองทัพ
ในที่สุดนางก็ทำได้สำเร็จ การทำงานสองเท่าได้ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้นางสามารถผลิตหินจุดไฟได้ถึงห้าร้อยก้อน
ผลผลิตที่ลงไปในรอบแรกในยามนี้ก็เริ่มค่อยๆออกผลมา การเพาะปลูกในยามนี้ดูเหมือนว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี
เมืองแห่งนี้เริ่มดูมีชีวิตชีวามากขึ้น นางส่งเสบียงบางส่วนขายให้กับกองทัพอย่างเช่นทุกครั้ง
แต่ก็มีเสบียงบางส่วนเช่นเดียวกันที่แบ่งขายให้กับชาวเมืองในราคาที่ต่ำลงมา ถึงแม้ว่าจะเป็นจำนวนไม่เยอะแต่ก็ทำให้ผู้คนภายในเมืองเริ่มมีผักกิน
ในตอนนี้ชื่อเสียงของซูฉีภายในเมืองแห่งนี้มันเพิ่มมากขึ้น นางเป็นที่รู้จักกับผู้คนภายในเมืองจำนวนมาก
ผู้คนมากมายต่างพากันเรียกนางว่าเถ้าแก่น้อยซูไปแล้ว เป็นเพราะว่านางนั้นยื่นมือช่วยเหลือผู้คนมากมาย
ก่อนหน้านี้นางช่วยเหลือผู้คนมากมาย หนึ่งเพราะอยากช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ อีกทั้งมันยังได้รับแต้มความดีที่นางจำเป็นต้องใช้
เลยทำให้นางนั้นรู้จักผู้คนส่วนใหญ่ภายใน เมื่อผู้คนรู้จักนางเป็นวงกว้างมากขึ้นเห็นนางว่ามีกิจการส่วนพรรคเป็นของ
จึงเรียกนางว่าเถ้าแก่น้อยเพราะว่านางนั้นยังคงเด็กหนัก เมื่อเทียบกับผู้คนที่มีกิจการเป็นของตนเองช่วงอายุช่วงนี้ถือว่าหายาก
ซูฉีคิดว่าการเป็นที่รู้จักไปในเมืองย่อมเป็นเรื่องดี นางไม่เป็นศัตรูกับผู้ใดล้วนแล้วผูกมิตรกับผู้คนส่วนใหญ่
แต่ว่าดูเหมือนว่ามันเองก็จะมีคนผู้นึงที่เขม่นนางอยู่เช่นเดียวกัน ว่าเมื่อมีคนชื่นชอบย่อมมีคนเกลียดชังมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
เหมือนกับหยินและหยางที่กำเนิดมาคู่กัน สูสีทำการค้าขายผักของตนเองให้กับผู้คนภายในเมืองเป็นราคา
เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้พ่อค้าใหญ่ของเมืองแห่งนี้ ที่นำเอาของต่างๆลำเลียงมาขายภายในเมืองชายแดนไม่พอใจกับนาง
เขาสามารถทำกำไรกับของที่นำมาค้าขายในราคาสูงได้ เป็นเพราะว่าภายในเมืองแห่งนี้การจัดหาของพวกนั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็น
เพราะแบบนั้นคนผู้นั้นเลยไม่ชอบหน้านางสัก มันถือว่าเป็นการขัดแย้งในด้านธุรกิจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
แต่ว่าคนผู้นั้นก็ไม่ได้ทำอะไรอาจจะพบว่าเขายังไม่เคลื่อนไหว ซูฉีเองก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพ่อค้าใหญ่ของเมือง
ในยามนี้นางแค่ทำการค้าขายของนางไปก็เพียงพอแล้ว
ในยามเช้าของวันทหารของกองทัพเกราะดำ เดินทางมาที่บ้านของนางเพื่อขนสินค้าที่ผลิตจนเสร็จแล้วกลับไปที่กองทัพ
รถม้าคันใหญ่หลายคันจัดเรียงสิ่งของเข้าไปภายในร่างบรรทุกและก็ค่อยค่อยวิ่งตรงออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ซูฉีทำการค้าขายสำเร็จกองทัพมอบเงินจำนวนมากให้กับ ในยามนี้ภายในบ้านซูฉีกำลังนับเงินกองโตที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า
แววตาของนางนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขใบหน้านั้นบ่งบอกแบบนั้น ซูฉีพยักหน้าขึ้นลง
“ เห็นเงินจำนวนมากมายเช่นนี้ การทำงานหนักหนาในก่อนหน้านี้ค่อยรู้สึกว่าคุ้มค่า!! ”
นางพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ เห็นเงินจำนวนมากที่อยู่ด้านหน้ารู้สึกว่าความเหนื่อยก่อนหน้านี้หายไปแทบหมด
ในขณะที่กำลังนั่งนับเงินอยู่ ลี่ถังเข้ามาบริเวณด้านหลังเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “ คุณหนูเจ้าคะแล้วเงินจำนวนมากขนาดนี้คุณหนูจะเอาไปทำอันใดเจ้าคะ ”
การค้าขายในครั้งนี้ถูกเก็บเป็นความลับ ซูฉีบอกกับเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือลี่ถัง
ซูฉีได้ยินคำถามของบ่าวรับใช้คนสนิท นางนิ่งไปสักพักเหลือบสายตามองบนพลางคิดบางอย่างในใจ
“ นั้นสินะถ้าถามว่าจะเอาไปทำอะไร ส่วนหนึ่งก็เก็บเอาไว้เป็นเงินทุน ”
“ ส่วนอีกส่วนหนึ่งข้าคิดว่าจะทำการซื้อที่ดินเพิ่ม ”
“ ซื้อที่ดินเพิ่มอย่างงั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ ใช่แล้วบริเวณข้างๆที่ดินเราน่าจะมีที่ดินที่เหลือ ข้าคิดว่าที่ดินแถบนั้นราคาน่าจะไม่สูง ”
“ เลยว่าจะซื้อเพิ่มสักหน่อยบางทีมันอาจจะสามารถใช้ได้ ”
“ สวนผักของเราตอนนี้ก็ต้องการขยับขยายไม่ใช่หรือ ไม่เพียงเท่านั้นข้ายังมองเห็นว่าเรายังขาดที่ดินที่จะทำเป็นโกดังเก็บของแล้วก็หลายๆอย่าง”
“ คิดว่าการซื้อที่ดินมันน่าจะเป็นการลงทุนที่ถูกต้องนะ ” ซูฉีพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ลี่ถังเมื่อได้ยินคุณหนูของนางกล่าวเช่นนั้นนางเองก็ไม่มีอะไรจะเถียง เพราะคิดว่าการตัดสินใจของคุณหนูน่าจะถูกต้องแล้ว
“ แต่ว่าก่อนที่จะทำการซื้อที่ดินพวกเราเองก็มีเรื่องที่ต้องจัดการ ”
“ การค้าขายสุราที่เตรียมเอาไว้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ลี่ถังพูดราวกับรู้ใจ
“ ใช่แล้วฤดูหนาวผ่านไปแล้วการซื้อขายในรอบแรกก็กำลังจะเดินทาง ”
“ เอาล่ะไปเตรียมตัวกันเถอะได้เวลาส่งของที่พวกเราเตรียมมาในตลอดช่วงฤดูหนาว ” ซูฉีพูดอย่างฮึกเหิม
ในที่สุดการค้าขายสุรามันก็กำลังจะเริ่มขึ้นนางจะส่งสุราออกไปขายทางตะวันตก
จบบท