ชีวิตรักของโดบี้ (จบ)

    บทที่ 10

    มันเป็นฤดูการแข่งขัน ฟุตบอลล์ เพราะฉะนั้นพอถึงวันสุดสัปดาห์เราก็รู้สึกว่าได้มีอะไรทำกัน“นักศึกษา...นักศึกษา...เราเป็นนักศึกษา...”จิล แม๊คซึ่งถูก รีไทร์จากมหาวิทยาลัยเยล ตอนกลางปี 2 แซมมี่ผมรวมทั้งไมค์ มัลลอย ยัดทะนานกันอยู่ในรถของจิลอีกครั้งหนึ่ง เรากำลังมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัย พริ้นซตัน เพื่อนจะชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างพริ้นซตันกับรูทเกอร์ส ที่จริงเราทุกคนในรถไม่ได้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งนั้น แต่มันเป็นข้ออ้างที่จะได้ออกไปสูดอากาศ แล้วก็หาอะไรดื่มไปพร้อมๆ กันในครึ่งเวลาหลัง ซึ่งพริ้นซ์ตันกำลังทำประตูอยู่ แซมมี่ก็บอกผมว่า จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม บุคคลในสกุลวิลเคอร์สันจะมาสังสรรค์กันที่บ้านของเธอในวันอาทิตย์หน้านี้ แซมมี่บอกผมว่า พ่อของเธอได้สั่งมาว่า มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่เราทั้งสองคนจะต้องไปร่วมงานด้วย“ทำไมล่ะ” ผมถาม“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า? ” แต่ถึงยังไงฉันก็ว่ามันเป็นการดีนะ คุณจะได้ถือโอกาสบอกพ่อแม่เลยว่าเราจะแต่งงานกัน”ผมหมดความสนใจในฟุตบอลทังที และตลอด 7 วันที่ผ่านไป ผมก็ครุ่งคิดอยู่แต่เรื่องที่จะไปร่วมงานสังสรรค์ที่บ้านของวิลเคอร์สันในวันอาทิตย์มันเป็นวันที่อากาศหนาวเยือกเย็นที่สุดบุคคลในครอบครัววิลเคอร์สันทยอยกันมาถึงบ้านประมาณบ่าย 3 โมง และเกือบ 4 โมงเย็นเห็นจะได้ที่รถยนต์คันล่าสุดเข้ามาในบ้าน หลังจากนั้นทุกคนก็เข้าไปนั่งบ้าง ยืนบ้างอยู่ในห้องทำงาน ผมกับแซมมี่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง“คุณพอจะคะเนได้หรือยังว่าที่เขานัดกันมานี่นะมันเรื่องอะไรแน่? ” ผมกระซิบถามแซมมี่“ไม่เลย” เธอกระซิบตอบ“เอาละเมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ฉันก็จะได้เริ่มเรื่องเสียที “มิสเตอร์ จอห์น ที.วิลเคอร์สัน ประธานอำนวยการบริษัทอเมริกัน สตีล คอปเรชั่น (อยู่ในอันดับที่ 43 ของมหาเศรษฐีจาก 100 บริษัทในอเมริกา) เมื่อพูดจบเขาหันมาชี้นิ้วใส่ผมกับแซมมี่ “คุณน่ะมันนักแสวงโชค คุณต้องการจะแต่งงานกับแซมมี่เพื่อเงินเท่านั้น”ผมรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาในทันทีทันใดผมได้แต่ยืนนิ่งซุกมืออยู่ในกระเป๋ากางเกง จ้องหน้ามิสเตอร์วิลเคอร์สันอยู่เช่นนั้นผมไม่ได้ฟังที่เขาพูดหรอก แต่จับสังเกตสายตาทุกคู่ที่เบือนมองตามมือมิสเตอร์วิลเคอร์สันแล้วก็เมินไป ในห้องนั้นสมาชิกที่ขาดไปก็เห็นจะมีแต่ ชาร์ลส วิลเคอร์สัน ปู่ของแซมมี่ ซึ่งอายุ 92 ปีแล้ว ซึ่งเป็นประมุขของสกุลนี้และเป็นผู้ที่อพยพมาจากออสเตรียหรือจากที่ใดที่หนึ่งในโลก ซึ่งบังเอิญบ่ายวันนั้นเกิดท้องอืดขึ้นมาเสียก่อนจึงต้องนอนพักผ่อนอยู่ข้างบน“ว่าไงล่ะ คริสเตียน นี่คุณไม่มีอะไรจะพูดเป็นประโยชน์แก่ตัวเองบ้างเลยหรือไง? ”ผมไม่มีอะไรจะพูดเลยจริงๆ“มันก็จริงอยู่หรอกที่คุณจะต้องไม่มีอะไรจะพูดแน่” มิสเตอร์ วิลเคอร์สันพูดอย่างไม่แยแสผมรู้สึกได้เลยว่า บรรยากาศภายในห้องนั้นบ่งบอกถึงเจตนาร้ายที่ทุกคนมีต่อผม ทุกคนหันมาจ้องมอง แบะปากอย่างทุเรศ แม้แต่แซมมี่เองก็ยืนเม้มปากแน่น มือไขว้กันอยู่ข้างหลัง ดวงตาตกลงมองพื้น“คุณน่ะเป็นคนน่าสงสารนะ คริสเตียน” พ่อของแซมมี่พูดต่อ “คุณเป็นบุคคลที่สมควรแก่การสงสารเป็นที่สุด นอกจากจะไม่ฉลาดแล้วคุณยังโง่อีกด้วย ถ้าคุณมีไหวพริบปฏิภาณหรืออย่างน้อยก็แสดงไอ้ความฉลาดแกมโกงออกมาบ้าง ผมอาจจะประทับใจในตัวคุณก็ได้ แต่คุณมันไม่ได้มีปฏิภาณอะไรเอาเสียเลย เล่ห์เหลี่ยมอะไรก็ไม่มี ได้แต่โง่ฉิบ...เลยเท่านั้น”“และฉันอยากจะบอกให้แกรู้ไว้ด้วยนะ ซาแมนต้า” มิลเตอร์ วิลเคอร์สันพูดต่อกระแอมไล่เสลดอยู่ในลำคอ“ว่าแกน่ะมันฉลาดน้อยไปหน่อยที่ไปหลงใหล กับไอ้นิยายน้ำเน่าอยู่ อย่าคิดนะว่าแกจะมาหลอกพวกเราทุกคนได้ เรารู้ว่าที่แกไปเที่ยวนิวยอร์คน่ะ ไม่ใช่เพื่อไปหาซื้ออะไรอย่างที่แกบอกหรอก แต่ไปหาเขา เรารู้ด้วยว่าแกพยายามจะแสดงความปรปักษ์กับครอบครัว ซาแมนต้า...แต่ขอให้จำไว้ด้วยว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เล่นขายของ๐มิลเตอร์ วิลเคอร์สันเบือนหน้ามามองผม แต่ยังพูดกับลูกสาวต่อ“และเราก็รู้ด้วย ซาแมนต้า...ครั้งหนึ่ง แกเคยเล่าให้พี่ชายแกฟังแล้วเขาก็เอามาเล่าต่อให้เราฟังว่า เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นคนน่ารำคาญแล้วก็โง่ทึ่มเป็นที่สุดที่มาขอเดตกับแกตั้งแต่วันแรกที่ถูกไล่ออกจากงานในร้านขายหนังสือนั่น เพราะมีเรื่องเสียหายเกิดขึ้น”“ผมไม่ได้ถูกไล่ออกนะครับ และก็ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรด้วย” ผมเถียงเวยเสียงสั่นสะท้าน แผ่วเบาจนตัวเองแทบไม่ได้ยิน“สิ่งเดียวที่เจ้าหนุ่มคนนี้รู้เกี่ยวกับตัวแกตอนนั้นก็คือ แกเป็นลูกเศรษฐี ถูกต้องไหม คุณคริสเตียน? ”“ผมรู้จักลูกสาวคุณตั้งแต่เขาอายุ 14 นะครับ ผมตอบ“โธ่...อย่ามาพูดหน่อยเลยน่า” พ่อของแซมมี่พูดเยาะๆ มีเสียงอื้ออึ้งขึ้นมาในห้องรอยยิ้มคล้ายจะเห็นอกเห็นใจเลือนหายไปจากใบหน้าของมิสเตอร์ วิลเคอร์สัน แววในดวงตาที่มองผมบอกความรำคาญอย่างที่สุด แต่เขาก็ยังพูดกับแซมมี่ต่อยู่นั่นเอง“แกรู้รึเปล่า ซาแมนต้า ว่าผู้ชายคนที่แกทุรนทุรายวิ่งไปหาถึงนิวยอร์คน่ะ ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงไม่เลือกหน้าลับหลังแก? เป็นลักษณะของคนที่น่านับถืออยู่หรือ ซาแมนต้า? เขาเที่ยวนัดกับผู้หญิงเวลาที่แกไม่อยู่ แล้วก็มาบอกว่ารักแกพอเห็นหน้าแกเข้า? ”“เรื่องนั้นไม่เป็นความจริงเลยนะครับ” ผมร้อง“เป็นความจริงที่สุด” แม่ของแซมมี่พูดขึ้นบ้าง “เป็นความจริงที่แน่นอนที่สุดเพื่อนของเทดเขาเห็นแกควงกับผู้หญิงอยู่ในนิวยอร์คก่อนหน้า วันที่ซาแมนต้าจะไปหาแก”ขณะที่พูด แม่ของซาแมนต้าก็เดินตรงเข้ามาเผชิญหน้ากับผม ทั้งสายตา น้ำเสียงและทุกความรู้สึกบนใบหน้าบ่งบอกถึงความจงเกลียดจงชัง รูปหน้าหน้าตาเธอก็ไม่น่าดูอยู่แล้ว ผอมยังกับไม้เสียบและไม่ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่า “วาจา” ด้วยสำรากออกมามากกว่า“เรารู้เรื่องของแกโดยตลอด” มิสซิส วิลเคอร์สันพูดต่อ “แกต้องการแต่งงานกับซาแมนต้าเพราะเห็นว่ารวยใช่ไหมล่ะ? เห็นจะไม่มีโอกาสงามๆ อย่างนั้นแน่ เราไม่ต้องการเห็นแกมาเกี่ยวข้องกับลูกสาวเราอีกต่อไป แกเข้าใจไหม...จะพบกันอีกไม่ได้”มิสเตอร์ วิลเคอร์สันกระแอมขับเสลดในลำคออีกครั้ง หันไปพูดกับภรรยาว่า“เอาเถอะน่า มาร์กาเรตต์ ให้ผมจัดการเรื่องนี้เองดีกว่า” เขาเดินมาจับแขนเธอไว้“คุณนายวิลเคอร์สันเขาพูดถูกแล้วนะ” เขาว่า “เราไม่ต้องการให้คุณมาเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราอีก เข้าใจไหม? คุณจะพบกับซาแมนต้าอีกไม่ได้เป็นอันขาด และซาแมนต้าก็เหมือนกัน ถ้าแกพยายามติดต่อกับเจ้าหมอนี่แกจะต้องได้รับโทษหนัก ยิ่งกว่านั้นนะคริสเตียน ถ้าคุณยังใช้ความพยายามติดต่อกับลูกสาวผมอยู่ คุณจะต้องเสียใจ ผมขอรับรองเลยและหวังอย่างยิ่งว่าคุณจะเข้าใจที่ผมพูดมาทั้งหมดแจ่มแจ้งแล้วนะ คุณคริสเตียน”ครับ...ผมเข้าใจอย่างซาบซึ้งเลยละว่า ตัวเองถูกขับไล่ไสส่ง หมดสิ้นหาทางที่จะรอมชอมกันได้ ถูกเตะก้นโด่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ก็ผมมันเป็นแค่ลูกชายของหมอรักษาโรคเท้าเท่านั้นนี่ จะไปสู้รบตบมืออะไรกับคนที่มีทั้งอำนาจทั้งเงินอย่างนั้นได้ ถ้าผมยังพอตั้งสติได้ หรือถ้าผมพอจะมีความคิดอยู่บ้างในตอนนั้น ผมก็คงจะต้องพูดว่า...ครับมิสเตอร์วิลเคอร์สัน คุณก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าผมจะต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแจ่มแจ้ง และเมื่อคุณรู้ยังงั้นแล้ว คุณจะสันนิษฐานอะไรขึ้นมาอีกก็ได้ก็เชิญเถอะ...เพราะผมก็อยากจะพูดว่า ผมรักลูกสาวคุณจริงๆ จริงอยู่มันอาจจะมิใช่การสันนิษฐานที่เป็นผลดีอะไรกับผมนัก เพราะคุณน่ะไม่รู้หรอกว่าความรักอย่างแท้จริงระหว่างสามีภรรยาน่ะมันเป็นยังไง จริงไหมล่ะครับ มิสเตอร์ วิลเคอร์สัน? และขอให้สันนิษฐานต่อไปด้วยว่า ผมไม่เคยปรารถนาที่จะทำงานในบริษัทอเมริกัน สตีล คอปเรชั่นเลยด้วย ขอให้สันนิษฐานว่าผมก็จะไปตามทางของผม ซื้อบ้านอยู่เอง และสร้างชีวิตใหม่ให้มีค่ามีคนนับถือ ให้ยิ่งใหญ่กว่าไอ้บ้านที่มีความมั่งคั่งพรั่งพร้อม หรือม้าที่ได้รับรางวัลเสียทุกเที่ยวนั่น และขอให้สันนิษฐานต่อไปด้วยว่า ความรู้สึกที่ลูกสาวคุณกับผมมีต่อกันนั้นมันมีรากฐานมาจากความเป็นเพื่อนมีความเข้าใจที่ดีต่อกันไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ ความเกลียดชังอย่างที่พวกคุณแสดงกันอยู่หรอก คนอย่างคุณจะมารู้อะไรกับเรื่องความผูกพัน ความรัก ความเคารพ ความอบอุ่นและการตัดสินใจร่วมกันอย่างแท้จริง จริงไหมครับ มิสเตอร์วิลเคอร์สันและขอให้สันนิษฐานต่อด้วยนะครับว่าผมประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่เช่นพวกผู้ชายในสกุลวิลเคอร์สันที่อุปการะกันมาต่อๆ ด้วยทรัพย์มรดกก้อนมหึมา พูดว่าผมสามารถสร้างตัวเองได้จะถูกต้องกว่าดังนั้นถ้าผมจะมาเยี่ยมคุณในวันอาทิตย์ย่อมต้องหมายความว่าเป็นเพราะผมอยากจะมา ไม่ใช่เพราะว่าผมต้องมา ขอให้สันนิษฐานเถอะครับว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้น คุณพอจะทำใจให้ยอมรับได้ไหมล่ะครับ มิสเตอร์วิลเคอร์สัน? คุณสามารถจะยอมรับและบดย่อยความคิดอิสระนั้นได้บ้างหรือเปล่า? คุณเข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่าล่ะ มิสเตอร์วิลเคอร์สัน?