ที่นี่มัน ที่ไหนกัน...
ทำไมทุกอย่างมัน ขาวโพลนไปหมดเลย
"เจอ-ตัว-แล้ว"
น้ำเสียงน่ารักๆ แว่วเข้ามาในหู จู่ๆ ก็มีใครสักคนปรากฎตรงหน้าฉัน ที่น่าใคือ เธอไม่ใช่มนุษย์เนี่ยสิ
"ธ...เธอเป็ใคร..."
เธอคนนี้ ผมสีน้ำตาลยาวสลวย อาภรณ์ของเธอน้อยชิ้นมาก ราวกับตั้งใจจะปิดแค่ส่วนสำคัญ มีหางเรียวอยู่ข้างหลัง โบกไปโบกมา
"ฉันเจอคนที่ตามหามานานแล้วล่ะ"
เพียงแค่ได้สบตาเธอ ราวกับทุกสิ่งมันหยุดนิ่ง แววตาของเธอราวกับว่าสะกดให้ฉันหลงใหลในตัวเธอ
"สวย...จัง..."
"ขอบใจที่ชมนะ"
เธอเข้ามาโอบกอดตัวฉัน ใบหน้าแนบชิดเสียจนใจฉันเต้นไม่หยุด
รู้สึกถึงัันุ่มๆ ที่ริมฝีปาก เธอคนนั้นกำลังประกบปากฉันเอาไว้อยู่
ร่างกายฉันมันร้อนผ่าวไปหมด
รู้สึกเหมือนกับว่าจะถูกดูดกลืนิญญาออกไปอย่างไรอย่างนั้น
เราสองคนจูบกันอยู่ครู่หนึ่ง จนเธอผละออกจากฉันเบาๆ
จู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบออกมา และหญิงสาวตรงหน้าฉันกำลังจางหายไป
"เดี๋ยวก่อน เธอชื่ออะไร--"
.
.
บ้าจริง ลืมตาตื่นขึ้นมาซะก่อน
รู้สึกว่าเป็ฝันที่ดีเสียเหลือเกิน ไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงเท่านี้มาก่อน
ไม่สิ เหมือนจะเคยครั้งหนึ่ง แต่คงเป็เมื่อนานแสนนานมาแล้วล่ะ เพราะหัวใจฉันคงด้านชามานานจนไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกแบบนี้อีกเลย
ฉันอยากจะพบเธอคนนั้นอีกสักครั้งในฝันอีก
แต่ความเป็จริงก็กระชากฉันกลับมา ราวกับะโใส่หูว่า ตื่นๆ ไปทำงาน เลยต้องไปอาบน้ำ แปรงฟัน ทานข้าวเช้า แล้วนั่งบีทีเอสไปลงราชเทวี เพื่อไปทำงานร่วมกันกับบริษัทที่เคยหุ้นกับรุ่นพี่ไว้ก่อนเรียนจบ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัสต์ เอ็กซ์เพรส
บริษัทขนส่งนี้ เป็บริษัทที่ฉัน เพื่อน และรุ่นพี่ร่วมกันสร้างขึ้นมา เพื่อที่จะแก้ปัญหาเื่การส่งสินค้าแล้วมีคอมเพลน และบริษัทเรานั้นมีนโยบายเื่การรักษาความลับอย่างดีเยี่ยม ทำให้เป็ที่ต้องตาต้องใจของลูกค้าที่จะส่งสินค้าที่สังคมไทยไม่โอเค แต่ต่างประเทศเป็เื่ปกติ เช่น ของเล่นผู้ใหญ่ และอื่นๆ ที่ผู้ใหญ่ในประเทศไทยทำเป็ของต้องห้าม แต่ก็ไม่ผิดกฎหมายเสียทีเดียว
ถึงจะเป็บริษัทที่จัดตั้งด้วยมิตรภาพ แต่เราก็แยกเื่งานกับเื่ส่วนตัวได้อย่างดี ง่ายๆ ว่า เรามีความเป็มืออาชีพอย่างแท้จริง
และเปิดมาั้แ่ปี 2022 ก็คือรุ่นพี่เรียนจบปุ๊บ ก็มาตั้งบริษัทเลย ส่วนฉันกับเพื่อนก็ร่วมกันลงเงินเปิดบริษัทด้วย ถึงจะไม่ได้มากเท่ารุ่นพี่ แต่ก็ถือว่าช่วยๆ กัน เงินก้อนนั้นที่มาลงทุน ก็เงินจากน้ำพักน้ำแรงด้วยส่วนหนึ่ง และเงินเก็บที่พ่อแม่ให้ตอนที่ฉลองสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยแถวใจกลางกรุงเทพด้วย
เสียงไขกุญแจประตูกระจก ตามด้วยเสียงประตูม้วนเหล็กดังขึ้นช้าๆ ราวกับเป็สัญญาณเริ่มต้นของวันว่า ได้เวลาทำงาน
"ผู้ไม่เคยมาสาย ก็ยังคงเป็ผู้ไม่เคยมาสาย"
พี่กัปตัน รุ่นพี่ และหัวหน้าใหญ่ของบริษัททักทายฉันแบบนี้บ่อยๆ เพราะฉันไม่เคยมาสาย
[นึกภาพใบหน้าพี่กัปตัน ก็คล้ายๆ พี่บ่วง แห่งก๊วนคอเย็นครับ]
"ใครได้เอ็งเป็แฟนเนี่ยโชคดีมากๆ เลยนะเว้ย"
"ก็หวังว่าจะมีครับ"
"เอ๊อ ได้มีแน่ๆ คนอย่างเอ็งไม่น่าจะโสดไปตลอดชีวิตหร๊อก"
ฉันยังจำได้ว่าเหตุผลที่พี่กัปตันมาเปิดบริษัท เพราะเมื่อก่อนเขาเคยสั่งของเล่นผู้ใหญ่จากในเน็ต แล้วทีนี้โดนบริษัทขนส่งแกะมาดู แถมมาทำให้เขาอับอายอีก
เออ บริษัทขนส่งที่เอาของข้างในกล่องของลูกค้ามาล้อเล่น สมควรเจ๊งๆ ไปเหอะ
พอเอาข้าวของไปเก็บ ก็ได้เวลาไปทำความสะอาดร้าน กวาดพื้น ถูพื้น เช็ดกระจก ส่วนพี่กัปตันก็ไปเช็คพัสดุที่ค้างจากเมื่อวาน เพื่อรอส่งในวันนี้
บรึ้น บรึ้น
ไอ้เพื่อนร่วมรุ่นเข้ามาทำงานตอนที่พวกเราเพิ่งทำงานส่วนแรกเสร็จ พับผ่าเหอะ….
“มาสายไป 5 นาที 38 วินาที”
ไม่วายพี่กัปตันต้องแซวเขา เพราะ ไบค์ เพื่อนคนนี้ไม่เคยมาตรงเวลาสักครั้ง
“สายนิดๆ หน่อยๆ เอง รอบนี้ดีกว่าครั้งก่อนแล้วนะ”
“ก็ถือว่ามาสายป่าววะ”
ต่อๆ บริษัทนี้ใช้พื้นที่ตึกแถว 1 ตึกไปเต็มๆ ซึ่งที่นี่เคยเป็บ้านเก่าพี่กัปตัน ก่อนที่ครอบครัวเขาจะย้ายไปสร้างบ้านเดี่ยว พี่เขาเลยตัดสินใจเซ้งตึกนี้จากพ่อเพื่อมาเปิดบริษัท โครงสร้างก็ ชั้นหนึ่งเป็หน้าร้านรับสินค้า ด้านหลังเป็ที่จอดรถสำหรับส่งสินค้า ชั้นลอย (ชั้นสอง) เป็ออฟฟิซ ชั้นสามเป็ที่เก็บของ และชั้นสี่ก็เป็ห้องพักของพี่เขาเอง
“เริ่มงานได้แล้วโว้ย”
ตำแหน่งของพี่กัปตันคือ ประธานบริษัท / บัญชี / พนักงานหน้าร้าน โดยส่วนใหญ่จะประจำอยู่ในบริษัท แต่ก็จะมีไปรับของจากโกดังทุกวันจันทร์ด้วย
ฉันทำหน้าที่เป็พนักงานคัดแยกสินค้า และพนักงานขับรถ ส่งสินค้าผ่านรถกระบะ
ไอ้ไบค์หลักๆ เป็พนักงานส่งสินค้ามอเตอร์ไซด์เป็หลัก พ่วงตำแหน่งพนักงานคัดแยกสินค้าด้วยอีกที
เมื่อก่อนก็มีพนักงานคนอื่นมาทำงานด้วยกันนะ แต่สุดท้ายก็เหลือแค่พวกเรา ผู้ก่อตั้งบริษัททั้งสามคน…
“โหย พี่ เมื่อไรจะหาพนักงานมาเพิ่มซักทีวะครับ?”
“ทุกวันนี้เงินก็หมดไปกับพวกเอ็งหมดแล้ว ยังจะไปหาคนมาเพิ่มให้เหนื่อยอี๊กกก”
“มีหลายคนดีกว่าทำกันแค่สามคนอ่า”
“เออๆๆ เดี๋ยวคิดดูก่อน แต่ใช้เท่าที่มีไปก่อนละกัน”
ไอ้ไบค์จะเน้นการส่งสินค้าชิ้นไม่ใหญ่มาก พร้อมๆ กับเอกสารเป็หลัก และเพราะเครดิตดี บางบริษัทที่ต้องส่งเอกสารเข้าธนาคารจึงวางใจให้ไอ้ไบค์ไปส่ง
ส่วนฉันก็ขับรถกระบะตู้ทึบตระเวนทั่วเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถ้าเส้นทางไหนเลี่ยงรถติดได้ ก็ใช้หมดทุกอันแหละ
รถคันคู่ใจนี้ก็เป็ทรัพย์สินบริษัทที่ร่วมแรงกันผ่อน ถึงจะมีแค่ฉันกับพี่กัปตันขับมาตลอดก็ตาม
พอจัดสินค้าที่จะต้องส่งเสร็จ พร้อมกับนำแผนผังที่วางแผนไว้ั้แ่เมื่อวานว่าจะไปส่งที่ไหนก่อน เรียบร้อยทุกอย่างก็ ออกตัว!
ตระเวนขับทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ไปส่งบ้านลูกค้าแต่ละบ้าน ไม่เคยมีปัญหาสักครั้ง
“ขอบใจนะจ๊ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณค่า”
บางทีที่อยู่ลูกค้าก็ดันอยู่ถนนที่ขึ้นชื่อว่ารถติดหนักอย่างลาดพร้าว สาทร ก็ได้แต่กัดฟันทนกับความหายนะบนท้องถนน แล้วไปส่งให้ได้
ส่วนลูกค้าซอยแคบๆ ก็โยนภาระไปให้ไอ้ไบค์ เพราะฉันคงไม่มีทางเอากระบะทึบลอดผ่านซอยเดี่ยวๆ ที่รถเข้า-ออกรวมกันเลนเดียวได้หรอก
ขับรถนานๆ บางทีก็มีง่วงบ้าง ถ้าได้ซดกาแฟหรือชามะนาวก็จะดีขึ้น ลูกอมเปรี้ยวจี๊ดก็ติดรถตลอด พร้อมกระตุ้นความเปรี้ยวในตัว บางทีก็เปิดเพลงฟัง
แผ่นซีดีที่อยู่ในรถ ก็เป็แผ่นเพลงของวงโปรดฉันทั้งนั้น มี Retrospect / NOS / Silly Fools นี่แบ่งจากบ้านมาส่วนหนึ่ง เพราะของจริงฉันเก็บไว้เป็คลังแสง
ขับไป โยกหัวไปตามริฟต์กีตาร์ อินกับซาวน์โซโล่บาดจี๊ด ถ้าคนข้างนอกมาเห็น ก็คงเห็นคนบ้าคนหนึ่งโยกหัวไปมาบนรถนี่แหละ…
ปิดรับพัสดุห้าโมง จากนั้นก็เคลียร์สต็อค วางแผนการจัดส่งพัสดุสำหรับวันพรุ่งนี้ และรายการบัญชีต่างๆ ก็จบลงที่ก่อนหกโมงเย็น
“มาเร็วๆ นะเอ็งอ่ะ”
“คร๊าบๆๆ”
“มาช้าบ่อยๆ ระวังไม่มีเมียนะ”
“พี่ก็พูดอะไรไปเรื่อย”
พี่กัปตันขึ้นตึก ไอ้ไบค์ขี่มอเตอร์ไซด์กลับ ส่วนฉันนั่งบีทีเอสกลับอารีย์
พอทานข้าวเสร็จทีไรก็จะแวะซื้อน้ำร้านประจำสักหน่อย
“แอปเปิลโซดาครับ”
“จ๊า สักครู่นะ”
ร้านขายน้ำตรงนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไรนัก เลยมักจะแวะไปซื้อก่อน
“ได้แล้วจ๊า”
ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันก็แค่น้ำแอปเปิลเข้มข้นผสมโซดา ซึ่งดูยังไงก็ทำเองได้ แต่ก็เลือกที่จะซื้อเขา เพราะสะดวกกว่าทำเองเยอะ แถมอัตราส่วนที่ได้จากร้านนี้ถือว่ากำลังดีเลย
“ขอบคุณครับ”
พนักงานที่ร้านคนนี้ชื่อว่า ลิลลี่ เป็ผู้หญิงที่สวยจนลูกค้าผู้ชายหลายคนมาที่ร้านบ่อยๆ เพราะเธอ เธอไว้ผมสีดำ รวบผมยาวถึงกลางหลัง และชอบใส่เสื้อแขนกุด โชว์วงแขนขาวๆ ราวกับว่าเป็เซอร์วิสจากร้าน
“ไม่คิดจะสั่งน้ำอย่างอื่นบ้างหรือจ๊ะ?”
“ไม่ล่ะครับ แบบนี้ดีกว่า”
“ผู้ชายที่ยึดมั่นเพียงสิ่งเดียวแบบนี้ น่ารักไม่เบาเลยนะ”
โดนสาวสวยแซวแบบนี้ ก็ต้องเขินสิ
“ครับ”
“ไว้วันไหนมีแฟนแล้ว พามาเปิดตัวให้พี่ได้นะ ฮุฮุ”
“จะลองดูครับ”
ถึงจะรู้ว่าไม่มีหวังก็เถอะ…
คืนนี้ฉันก็กลับมาใช้เวลาส่วนตัวเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่ ก็เล่นเกมส์ อาบน้ำ เตรียมเข้านอน
หญิงสาวในฝันเมื่อคืน ยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำ…
เธอคนนั้น เป็ใครกัน…
ทำให้นึกถึงตอนเป็เด็กครั้งนั้นเลย…
เด็กคนนั้นที่เคยเล่นกับฉันครั้งหนึ่ง แล้วก็หายไป…
"สวัสดีจ้า"
เสียงแบบนี้ ฉันจำได้...เสียงเหมือนฝันเมื่อคืนเลย...
พอหันไปหาต้นทาง จึงได้พบกับเธอคนนั้นอีกครั้ง

ปีศาจสาวกำลังนอนอยู่ข้างๆ ฉัน
"ห...เหวอ!?! มาั้แ่เมื่อไรกัน"
"เมื่อกี้นี่เอง พอดีว่าไม่อยากเจอในฝันแล้วน่ะ อยากมาเจอตัวจริงมากกว่า อีกอย่าง ฉันรอเธอมานานแล้วนะ"
"งั้นหรอ...จริงสิ เธอชื่ออะไรหรอ ยังไม่เคยได้ถามเลย"
"ฉันชื่อริน เป็ชัคคิวบัส"
"ชัคคิวบัส? "
"ใช่ พวกเราเติมพลังด้วยการเข้าฝันพวกมนุษย์ แล้วดูดพลังในฝัน แต่พอดีว่าฉันเห็นอะไรบางอย่างในตัวเธอขึ้นมา ซึ่งน่าสนใจกว่าที่คิด เลยอยากจะมาคุยแบบตัวเป็ๆ เลย"
ความสวยงามของเธอ มันทำให้ฉันมองเธอไม่หยุด
"มองอะไรกันค๊า ฉันคนนี้สวยจนละสายตาไม่ได้เลยหรอ? "
"ใช่"
"ไม่แปลกใจหรอกนะ มนุษย์ปุถุชนน่ะ เห็นความสวยของชัคคิวบัส ต่างก็ลุ่มหลงกันหมดเลย และเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แล้ว เธอชื่ออะไรหรอ? "
"ฉันชื่อเบสท์"
เธอยิ้มให้ฉันอีกครั้ง
“ฉันรอจะพูดแบบนี้กับเธอมานานแล้ว”
เธอจะพูดว่าอะไรกัน
"ฉันถูกใจในตัวเธอ สนใจจะทำสัญญากับฉันไหมล่ะ? "
"สัญญา??? "
"ใช่ ถ้าเธอทำสัญญากับฉัน เธอจะขอได้ทุกสิ่งให้เป็จริงได้ เพียงแต่ว่า ฉันจะต้องเติมพลังผ่านร่างกายของเธอ และจะมาอยู่ให้เธอเลี้ยงด้วย สนใจจะทำสัญญากับชัคคิวบัสไหมล่ะ~"
หืม...เป็ดีลที่แปลกจัง
"ก็ได้"
"แล้ว อยากขออะไรล่ะ? "
จู่ๆ ภาพที่เคยเลือนรางในหัวก็ปรากฎขึ้น ภาพเด็กคนนั้นที่เล่นกับฉันในตอนเด็ก ราวกับว่าภาพของรักแรกมันขึ้นมา
"...มาเป็คู่ชีวิตของฉัน…"
เดี๋ยวนะ ฉันพูดอะไรออกมา??????????
กริบเลย...
บ้าจริง...ฉันไม่ควรขออะไรที่มัน...ไร้ยางอายแบบนี้เลย...ขอชัคคิวบัสเป็คู่ชีวิตนี่นะ???
"คิดยังไงถึงอยากเป็แฟนกับชัคคิวบัสล่ะ? "
"ก็นะ ฉันไม่เคยเจอใครที่สวยขนาดนี้มาก่อน อีกอย่าง ฉันคิดว่าชาตินี้คงไม่มีใครเอาแล้วล่ะ"
"ใครว่าล่ะ เบสท์มีคนเอาแน่ๆ ก็รินไงล่ะ"
เธอยื่นหน้าเขามาหาฉัน
"เบสท์มีอะไรบางอย่างที่รินอยากจะครองให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม"
เธอค่อยๆ ลูบแก้มฉันเบาๆ
"อีกอย่าง รินก็อยากได้เบสท์มาเป็คู่ชีวิตเหมือนกัน"
"จากที่เคยได้ยินมา ชัคคิวบัสออกแนววันไนท์แสตนด์นี่นา มาอยู่ปักหลักกับมนุษย์คนๆ หนึ่ง ไม่เบื่อแย่หรอ? "
"ไม่เบื่อหรอก ยิ่งกับเบสท์คงไม่เบื่อแน่ และรินก็อยากจะลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์อยู่เหมือนกัน อยากรู้ว่าความรักมันคืออะไร ใช่ความใคร่หรือเปล่า อะไรประมาณนี้น่ะ"
เธอลอยตัวไปมาในห้องหน้าตาเฉย
"เข้าใจล่ะ ทำสัญญากับฉันเลย"
ฉันเห็นรอยยิ้มของเธอนั่นอีกครั้ง ความรู้สึกดีๆ แบบนี้ มันทำให้ฉันใจพองไม่หยุด
"ข้อตกลงเสร็จสิ้น นับจากนี้ เบสท์คือคู่สัญญาของริน"
เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ ฉัน แล้วประทับมือขวาที่กลางอกของฉัน จู่ๆ ก็มีแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมา ก่อนจะหายไป
จู่ๆ เธอก็แปลงกายกลับเป็หญิงสาวปกติ
"ในเมื่อจะอยู่กับเบสท์ที่โลกมนุษย์ ก็จะต้องแปลงเป็มนุษย์สินะ"
แน่ะ มุดเข้ามาในผ้าห่มฉันอีก
"ถ้าจะเป็คู่ชีวิตกันเนี่ย นอนเตียงด้วยกันคงไม่ว่าอะไรใช่ป่ะ? "
"ก็ไม่ว่าอะไรนี่ นอนด้วยกันได้"
"งั้น ไม่เกรงใจล่ะน๊า"
ไออุ่นของเธอ และกลิ่นหอมๆ ของเธอชวนทำให้ฉันหลงใหลเธอไม่หยุด
เธอค่อยๆ เข้ามานอนแนบชิดฉัน จนใจฉันเต้นไม่หยุด
นี่สินะ ความรู้สึกขั้นแรกๆ ของความรัก อยู่ด้วยกันแล้วใจสั่น
“นึกยังไงถึงอยากขอให้รินเป็คู่ชีวิตหรือ? รินนึกว่าเบสท์จะขอเื่เงินทอง ชื่อเสียงอะไรแบบนั้นเสียอีก”
“ก็เหลือแค่ไม่กี่อย่างในชีวิต ที่กำลังตามหาอยู่”
“พูดเหมือนว่าไม่เคยเจอรักที่สมหวังเลยนะคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“งั้น รินจะทดแทนในส่วนนั้นให้นะคะ”
รินค่อยๆ แนบหัวชิดกับอกฉัน อย่างนี้ก็รู้หมดสิว่าใจฉันเต้นแรงแค่ไหน
“ใจเต้นแรงน่าดูนะคะ ฮุฮุ”
พอได้สบตาเธอ ก็ยิ่งทำให้ใจสั่นเข้าไปอีก ไม่ได้การแล้ว…
"ราตรีสวัสดิ์นะ ริน"
"ราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะ เบสท์"
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเื่ราวที่จะต้องเจอในอีกหนึ่งเดือน ก่อนจะได้เธอคนนี้มาเป็คู่ชีวิต