ตอนที่30 ชวนทำอนิเมชั่น
“แกบอกว่าได้งานทำแล้วเหรอ งานที่ไหนละ แล้วถ้าแกไปใครจะช่วยแม่ขายขนมที่ตลาดตอนเช้า” หญิงกลางคน ผมเผ้าสีดำแซมขาว กล่าวต่อลูกสาวด้วยท่าทีไม่ยินยอมคนที่หล่อนกำลังพูดถึงคือแก้มบุ๋ม ลูกสาวคนโต เป็นเสาหลักของบ้านแทนพ่อที่ป่วยอิดออดนอนเตียงนานนับปี“ค่ะแม่ เป็นร้านแถวพัทยากลางค่ะ นั่งรถไปสิบห้านาทีก็ถึงแล้ว หนูเข้างานประมาณห้าโมงเย็น แม่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครช่วยตอนเช้า”“ก็ดี ถ้าแกได้ทำช่วงนั้นจะได้มีคนช่วยแม่ตอนเช้า เฮ้อพ่อแกก็ดันมาป่วยแบบนี้ ค่ารักษาก็ยิ่งแพง ไม่รู้ว่าแม่จะแบกรับได้ถึงตอนไหน”“อย่าพูดอย่างนั้นสิแม่ ตอนนี้หนูได้งานแล้ว ทุกอย่างมันต้องดีขึ้นสิ อีกอย่างหนึ่งขนมของแม่ก็อร่อยออก ไม่ใช่ว่าขายไม่ได้เสียทีเดียว”“ก็จริง แต่มันเทียบกับพวกร้านห้องแอร์ไม่ได้อยู่ดี คงไม่มีใครหรอกอยากกินขนมจากยายป้าแก่ๆ ในตลาดที่มีแมลงวันตอม เฮ้อ...”แก้มบุ๋มได้แต่ปลอบใจแม่ เธออยากจะช่วยที่บ้านให้มากกว่านี้ อยากทำงานให้ได้เงินเยอะๆ แต่อนิจจาความจริงมันช่างโหดร้าย โลกนี้ไม่ต้องการบัณฑิตไร้ประสบการณ์ทำงานภาระหน้าที่ทางบ้านค่อนข้างหนัก ทุกอย่างตกอยู่ที่เธอ จริงอยู่ที่ขนมของแม่มีคนซื้อทุกวัน บางวันเหลือแค่ห่อสองห่อ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพอเพียงแต่ความเป็นอยู่ไหนจะน้องสาวสองคนเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ แถมพ่อยังไม่สามารถทำงานได้ แก้มบุ๋มจึงต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด แม้แต่ครีมยังไม่กล้าซื้อใช้เลย แต่ไปทำงานข้างนอกหากจะให้ไปหน้าสดก็ยังไงอยู่ อีกอย่างเธอเป็นผู้หญิง อย่างน้อยต้องมีแป้งฝุ่นกับลิปสติกบ้าง.............แก้มบุ๋มออกจากบ้านสี่โมงเย็นกว่า เผื่อเวลารถติดช่วงเย็น ไม่อยากไปทำงานวันแรกสายความจริงร้านหมูกระทะเตรียมตัวครึ่งค่อนวันกว่าจะได้ขาย แต่แก้มบุ๋มไม่ใช่พ่อครัวหรือพนักงานเสิร์ฟคอยเตรียมร้าน หล่อนเป็นฝ่ายบัญชี ดังนั้นจึงมาทำงานได้ตอนเย็นใกล้เปิดร้านลงจากรถสองแถวแล้วเดินเข้าไปในซอยกระถิน ร้านอยู่ไม่กี่ช่วงถนนถัดไปไม่ไกลมาก ไม่งั้นแก้มบุ๋มคงเดินขาลาก หรือต่อให้ร้านตั้งอยู่ในซอยลึกกว่านี้ แก้มบุ๋มก็จะเดิน ไม่มีทางนั่งวินมอไซค์ให้เสียเงินโดยเด็ดขาด ประหยัดได้ก็ประหยัดเดินมาถึงร้านเห็นฝั่งตรงข้ามประกาศขายบ้าน เป็นบ้านสองชั้นไม่เก่ามาก ได้ยินมาว่าประกาศขายหลายอาทิตย์แล้วแต่ยังไม่มีใครซื้อแก้มบุ๋มอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ กับครอบครัว นอนเรียงรายไม่มีความเป็นส่วนตัว ฝันว่าวันหนึ่งอยากมีบ้านหลังใหญ่สักหลัง ไม่ต้องหรูหรามากขอแค่อยู่ได้แบบไม่อึดอัดก็พอ....“สวัสดีค่ะคุณเจมส์ เตรียมของกันเสร็จแล้วเหรอคะ” อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าก็จริง แต่แก้มบุ๋มต้องเคารพในฐานะนายจ้างเจมส์มองอีกฝ่ายที่อยู่ในชุดทางการ เสื้อตัวนอกสีดำตัวด้านในเป็นสีขาว กระโปรงสั้นกุด มองเห็นขาอ่อนรำไรจากการสัมภาษณ์เมื่อวานทำให้เจมส์รู้ว่าครอบครัวเธอมีฐานะค่อนข้างแย่ ชุดที่ใส่คงเป็นหนึ่งในชุดสมัยฝึกงานก่อนจบการศึกษา ไม่แน่อาจเป็นชุดเดียวที่หล่อนมี“ใช่ครับ เพิ่งเสร็จสักพักใหญ่ๆ”“ตายจริง ฉันมาช้าไปหรือเปล่าคะเนี่ย”“ไม่หรอกครับ นี่เพิ่งจะห้าโมงเอง อีกอย่างหนึ่งนี่เป็นหน้าที่ของพวกเขาอยู่แล้ว”ถึงอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้นแต่แก้มบุ๋มค่อนข้างรู้สึกผิด อย่างน้อยน่าจะได้ช่วยงานสักอย่างสองอย่าง เมื่อเป็นอย่างนั้นเพื่อนร่วมงานจะได้ไม่รังเกียจเกินไป เพราะตำแหน่งสูงกว่าเจมส์เริ่มแนะนำแก้มบุ๋มให้ทุกคนรู้จัก เมื่อวานแค่สัมภาษณ์เฉยๆ จึงไม่สะดวกแก่การแนะนำถึงจะเห็นหน้ากันอยู่หลัดๆ เมื่อวานก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดคุยกับเธอ แต่ตอนนี้เมื่อได้เข้ามาทำงานที่ร้าน ทุกคนจึงพยามยามหาบทสนทนาทำความรู้จักกับอีกฝ่ายโดยเฉพาะลิง หนุ่มวัยยี่สิบปีร่างเล็กรายนี้มักจะส่งสายตาให้แก้มบุ๋มเป็นระยะ สงสัยคงถูกใจอยากได้เป็นแฟน แต่เขากับไม่กล้าเข้ามาทำความรู้จัก พอแนะนำตัวเสร็จ กลับเข้าไปหลบหลังต้นเสา“สวัสดีครับผมทอย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”ผิดกับทอยที่เดินเข้ามาตรงๆ อกผายไหล่ผึ่ง โพสต์ท่าประหลาดแล้วแนะนำตัว ไม่ต่างจากหนังญี่ปุ่นที่มีเข็มขัดแปลงร่าง โดยตัวเอกมักจะได้เข็มขัดที่ว่าอยู่เสมอ“สวัสดีค่ะ แก้มบุ๋มนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” แก้มบุ๋มเผยรอยยิ้มหน่อยนึง จะว่าไงดีนี่เป็นครั้งแรกที่มีใครแนะนำตัวแบบนี้กับเธอ ถึงเขาจะหัวโล้นแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปร่างดี แถมยังตลกอีกด้วย“ฮ่าฮ่า หากมีอะไรให้ช่วยเหลือบอกผมได้นะครับ ผมเก่งทุกอย่างแถมยังแข็งแรงมากอีกด้วย” พูดจบยกแขนขวาขึ้น เบ่งกล้ามโชว์สาวพลางหัวเราะเสียงยาวเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว เจมส์ค่อนข้างชาชินรวมถึงคนในร้าน แต่ไม่รู้ว่าพนักงานคนใหม่คนนี้จะตกใจกลัว จนไม่กล้าเข้ามาทำงานหรือเปล่า............เปิดร้านได้ไม่ถึงชั่วโมง โต๊ะแทบไม่มีที่ว่าง คราวแรกแก้มบุ๋มคิดว่าร้านเล็กแถมยังอยู่ในซอยแบบนี้ คนน่าจะไม่เยอะหรอก แต่ผิดคาดกับสิ่งที่คิด แปบเดียวคนแน่นร้าน แถมยังทำหน้าตามีความสุขระหว่างกินหมูกระทะเห็นฉากดังกล่าวแก้มบุ๋มตกตะลึง อยากรู้จังว่าทำไมพวกเขาถึงได้แสดงสีหน้าแบบนั้น ก็แค่หมูกระทะเองไม่ใช่เหรอ เอาเนื้อไปย่างบนเตา รอให้มันสุกแล้วจิ้มน้ำจิ้มกินเข้าปาก ร้านไหนก็เหมือนกันนั่นแหละแต่ครั้นได้กลิ่นหอมของน้ำซุป จะว่าไงดีหล่อนอุตส่าห์กินข้าวมาจากบ้านแล้วเชียว ถึงจะกินกับน้ำปลาก็ตามมันไม่น่าจะหิวอีกสิ แต่ไหงดันหิวขึ้นมาเพราะกลิ่นในร้านก็ไม่รู้“กินไอศกรีมหน่อยไหม”ในขณะเหม่อเจ้าของร้านในวัยยี่สิบต้นๆ นำไอศกรีมมาวางไว้ตรงหน้า แถมยังส่งยิ้มมาให้“เอ่อ...จะดีเหรอคะ แล้วฉันต้องจ่ายหรือเปล่า” แก้มบุ๋มค่อนข้างกังวล หากต้องจ่ายเงินหล่อนคงต้องปฏิเสธ“ฟรีน่ะ คุณเป็นพนักงานที่ร้านเติมได้ไม่อั้น”“เอ๋...! จริงเหรอคะ” แก้มบุ๋มค่อนข้างตกใจ เพราะก่อนสมัครไม่มีใครพูดเรื่องนี้กับเธอ“จริงครับ คุณสามารถกินเท่าไหร่ก็ได้ระหว่างงาน อ้อ...เฉพาะไอศกรีมนะครับ” เจมส์ไม่ใช่คนขี้เหนียว อีกอย่างหนึ่งวัตถุดิบสำหรับทำไอศกรีมราคาไม่แพงมาก จึงให้พนักงานสามารถทานได้ตามความต้องการ ไม่กลัวว่าจะขาดทุนอีกอย่างหนึ่งรายได้ต่อวันค่อนข้างเยอะ มีแต่กำไรเข้ามา หาปูปลาในทะเลเรือก็ไม่ต้องเติมน้ำมัน ใช้จ่ายเล็กน้อยกับค่าเหมารถแค่นั้น“ขอบคุณค่ะ งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะ”“ตามสบายครับ”พอเห็นเจ้าของร้านเดินไปแก้มบุ๋มจึงค่อยกล้ากินไอศกรีม ความจริงตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่เธอตกใจคิดว่าตู้อะไรสีชมพู เพิ่งรู้วันนี้นี่แหละว่าเป็นตู้ทำไอศกรีมเด็กน้อยที่มากับแม่ชอบมาก ร้องกินไอศกรีมเพียงอย่างเดียวในร้าน รวมถึงคนแก่ฟันหลอ กินแล้วยิ้มหน้าบานเชียวแก้มบุ๋มกินโดยไม่คิดอะไรมาก คงเหมือนกับไอศกรีมทั่วไปนั่นแหละ ทว่าพอมันเข้าปากไม่ทันไร หล่อนถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นคิดผิด นี่มันไม่ต่างจากไอศกรีมราคาแพงในห้างที่ปีนึงจะกินสักครั้ง รสชาตินุ่มละมุนลิ้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไอศกรีมจากร้านหมูกระทะเล็กๆ แบบนี้............เมื่อมีฝ่ายบัญชีเข้ามาทำงานในร้านหมูกระทะ การจัดการต่างๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น เจมส์มองเห็นรายรับรายจ่ายในแต่ละวันชัดเจน สามารถกำหนดวัตถุดิบตามความเหมาะสมว่าจะได้กำไรเท่าไหร่หากนำมาใช้งาน นับว่าฝ่ายบัญชีมีความสำคัญต่อองค์กรจริงๆวันนี้มาเรียนตามปกติ แต่ทว่าต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเพื่อนในคณะอย่างคริสหน้าตาฟกช้ำดำเขียว คล้ายถูกใครทำร้ายมาเจมส์ยังไม่ทันเอ่ยปากถามกันต์ก็ชิงตัดหน้า“เห้ยคริส มึงเป็นอะไรวะเนี่ย ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาวะ”“เออจริง มึงไปต่อยกับใครมาวะ ดูสภาพสิเนี่ย ดูไม่ได้เลยว่ะ” เจมส์เสริม สีหน้าค่อนข้างเป็นห่วงเพื่อนคริสถอนหายใจ มองเพื่อนสนิทสองคน เล่าตรงๆ ว่า “ก็งานที่กูทำอยู่น่ะสิ แขกแม่งจะลากกูกลับไปนอนด้วยแต่กูไม่ยอมไง ปฏิเสธพวกมันไปแต่ไอ้เจ้าของร้านแม่งกลัวลูกค้า มันกระทืบกูแล้วถามว่าทำไมถึงไม่ยอม โชคดีนะพี่ที่รู้จักกันในร้านช่วยกูออกมาทัน ไม่งั้นกูคงกลายเป็นเมียใครก็ไม่รู้”ฟังถ้อยคำดังกล่าว เจมส์รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขารู้ว่าคริสทำงานอะไรอยู่ เป็นงานสบายได้เงินเยอะ ด้วยความที่อีกฝ่ายหน้าตาดีไม่แปลกหากลูกค้าถูกใจ อยากพาไปต่อที่ห้อง“จริงหรอวะ” กันต์ถาม สีหน้าค่อนข้างตกใจ“เออดิวะ แม่งบอกให้กูไปเป็นเมียมันหนึ่งคืนแลกกับเงิน ถึงเงินจะเยอะแต่กูไม่เอาหรอก ใครจะอยากไปเป็นเมียวะ” คริสกัดริมฝีปากแน่น นึกถึงเรื่องเมื่อคืนทีไรเป็นต้องหวาดผวา“แล้วมึงจะเอาไงต่อ กลับไปทำงานร้านเดิม?”“มึงจะบ้าเหรอ กลับไปกูก็ตายสิ แล้วยิ่งแถวนั้นมันคุมด้วย ดีนะแม่งไม่รู้ว่ากูอยู่ซอยไหนไม่งั้นคงถูกตามถึงห้อง”“แย่วะ โคตรน่ากลัว”“เออดิ ดีนะที่ไอ้เจมส์ไม่ไปทำ ไม่งั้นมึงได้กลายเป็นเมียคนอื่นแน่” คริสกล่าวพลางมองไปที่เพื่อน เขาเคยชวนเจมส์ไปทำงานด้วยเมื่อเดือนก่อน อดรู้สึกผิดไม่ได้หากเรื่องทุกอย่างมันไปลงที่เจมส์“แสดงว่าตอนนี้มึงว่างงาน?” เจมส์ถาม“เออดิ ยังไม่รู้เลยว่าจะไปทำงานที่ไหน”“งั้นกูจ้างมึงสองคน มาเปิดช่องทำอนิเมชั่นให้กู มึงจะว่าไง”