นางมารจำเป็น

    ค้นพบเคล็ดวิชา

    การฝึกของหลงเยี่ยนดูจะไวกว่าหลี่ฟงมานัก เขาใช้เวลาเพียงครึ่งของการฝึกทั้งหมดของหลี่ฟงก็สำเร็จขั้นกายเซียนสวรรค์เฉกเช่นกันการกระทำของทั้งสองหารู้ไม่ว่ามีใครที่ลอบมองอยู่

     

    "อ่า.....พวกท่านมาหลบที่นี่เองปล่อยให้ข้าหาตัวแทบพลิกแผ่นดิน"

     

    ท่านผู้เฒ่าเต่านั่งเอนตัวกับกิ่งไม้เสมือนมันเป็นที่นอนนุ่มนิ่มเสียอย่างนั้นเขายังจ้องมองการกระทำของทั้งสองเหมือนการดูละครอย่างสบายอารมณ์

     

    หลงเยี่ยนและหลี่ฟงยังนั่งปรึกษาหาแนวทางของการฝึกทั้งยังมีการรับข้อเสนอความคิดของต้ามูและจางฝูเพื่อแนวทางการฝึกของพวกมัน

     

    "ท่านพี่หลงเยี่ยนเจ้าค่ะ"

     

    เสียงใสกังวานดังมาจากหน้าห้องทำให้ชายหนุ่มทั้งสองหันไปมองทันที

     

    "โอ้น้องหลันฮวานั่นเอง มาเข้ามานั่งนี่ก่อน"

     

    หลงเยี่ยนยิ้มตอบน้องสาว ตั้งแต่กลับจากป่าเขาก็ไม่เจอน้องสาวคนนี้เลย

     

    "พรุ่งนี้เราจะต้องกลับวังหลวงแล้วหลันฮวาเลยมาคุยกับท่านพี่ทั้งสองก่อนเพราะเข้าวังไปแล้วหลันฮวาคงไม่สามารถออกจากตำหนักธิดาเทพได้"

     

    เด็กสาวเอ่ยอย่างแผ่วเบา นางยังนึกถึงวันที่ร่วมกันเดินทางในป่ามรณะมันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเธอเสียจริง

     

    "เจ้ามาก็ดีพี่มีของจะมอบให้เจ้า"

     

    หลงเยี่ยนยื่นแหวนมิติให้หลันฮวา ข้างในนี้เต็มไปด้วยผลึกปีศาจที่ใช้สำหรับการฝึกอสูรจำพวกเสือ

     

    "อ่า.....ท่านพี่ให้หลันเออร์จริงๆหรือเจ้าค่ะ"

     

    นางยังไม่อยากเชื่อ นี่มันเป็นสิ่งของที่หายากนักสำหรับคนที่อยู่นอกดินแดนปีศาจอย่างเธอแค่ผลึกหนึ่งก้อนนี้ก็มีค่าเทียบเท่าทองคำหนึ่งก้อนเสียด้วยซ้ำ

     

    "เจ้ารับไว้เถอะ เพราะนี่คือสิ่งที่ท่านผู้เฒ่างูให้มาและผลึกพวกนี้ถึงพี่จะเก็บไว้ก็หาได้ใช้ประโยชน์อันใดไม่"

     

    "อ้อข้าเองก็มีผลึกของเสือดำอยู่ก้อนหนึ่งข้าจะให้เจ้าด้วยนะเจ้าจงรับไปด้วยความเต็มใจรู้หรือไม่ เพราะกว่าที่ข้าจะสังหารมันลงได้ข้าเองก็แทบแย่เหมือนกัน"

     

    หลี่ฟงหยิบผลึกออกจากแหวนมิติก่อนจะยื่นให้หลันฮวา

     

    'นี่คือความภูมิใจของข้าที่ได้เข้าไปผจญภัยข้างในป่านั่นเชียวนะ'

     

    ความคิดของเขายังดังก้องในหัว

     

    "คิกคิก.....อ่า....ได้ๆเจ้าค่ะท่านพี่หลี่ฟงน้องหลันฮวาจะขอรับไว้ด้วยใจ"

     

    "เอ่อ...คือ...."

     

    หลี่ฟงทำสีหน้าเหมือนต้องการพูดบางอย่างจนหลันฮวาต้องจ้องมองอย่างรอฟัง

     

    "เอาละ....คือข้าอยากถามว่ารูปร่างหน้าตาของข้าและองค์ชายมีส่วนใดที่แตกต่างกับตอนที่อยู่ข้างในป่าหรือไม่"

     

    เขาพูดออกไปแล้ว..........เขาถามออกไปจนได้

     

    หลงเยี่ยนก็ชะงักกับสิ่งที่ได้ยิน นี่หลี่ฟงหันมาสนใจรูปลักษณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่

     

    "อ้อ.......คิกคิก   อืม.....หลันฮวารู้สึกว่าพอมองหน้าพวกท่านดีๆแล้วหลันฮวาเห็น....."

     

    ทั้งสองหนุ่มต่างรอฟัง หลี่ฟงออกอาการชัดเจนแต่หลงเยี่ยนยังทำนิ่งแต่ก็เงี่ยหูฟังเต็มที่

     

    "ท่านพี่ทั้งสองดูหล่อเหลามากกว่าแต่ก่อนนักผิวก็ดูขาวใสราวกับสีน้ำนม......อืมผ่านไปแค่หนึ่งวันพวกท่านพี่ดูเหมือนจะขาวกว่าแต่ก่อนมากจริงๆ"

     

    ประโยคหลังๆทั้งสองหาได้ใส่ใจฟัง พวกเขากำลังเคลิ้มกับคำชมก่อนหน้านี้นี่คงถือเป็นเรื่องดี   หึหึ......

     

    สองหนุ่มกำลังวาดฝันถึงยามที่สองสาวเห็นหน้าพวกตนครั้งต่อไป

     

    'อืมเจ้าจะต้องตื่นตามากแน่ๆซีเหมย'

     

    'เจ้าจะแปลกใจกับการที่ข้าเปลี่ยนแปลงหรือไม่และดูเหมือนข้าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าแต่ก่อนเสียด้วย'

     

    เมื่อได้คำตอบที่พอใจทั้งสามก็กลับมาพูดคุยเล่นเช่นเดิมจนตะวันตกดินหลันฮวาจึงได้ขอตัวกลับที่พัก

     

    "พวกเราเองก็ควรจะต้องเตรียมตัวเพื่องานวันพรุ่งนี้จะทันหรือเปล่านะ"

     

    หลงเยี่ยนพูดยิ้มๆเขารับรู้ถึงลางบอกเหตุของพรุ่งนี้ได้  ดี!มาให้มากๆข้าจะรอต้อนรับเสียให้ดีทุกคน รับรองพวกมันจะต้องรู้สึกดีจนร้องขอ…  หึหึ

     

    หลี่ฟงก็กำลังนึกถึงกับดักต่างๆที่เขาต้องตระเตรียมเพื่อรับมือวันพรุ่งนี้

     

    "หากเรื่องนี้จบเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ข้าจะได้ไปลองเริ่มทำสิ่งใหม่ๆเสียที"

     

    "หากองค์ชายพูดเช่นนี้ข้ากระหม่อมก็ขออนุญาตที่จะรีบทำให้จบเพราะข้าน้อยเองก็อยากจะไปเจอใครบางคนเช่นกัน"

     

    "ดีในเมื่อเราคิดเช่นเดียวกันก็จงเร่งมือเถอะ"

     

    รอยยิ้มของสองหนุ่มตอนนี้แลดูน่ากลัวมากกว่าที่จะหน้ามองเพราะมุมปากเหมือนจะแย้มยิ้มจนจะฉีกถึงใบหู

     

    ท่านผู้เฒ่าเต่าถึงกับขนลุกซู่....นี่มันรอยยิ้มของท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพก่อนออกรบชัดๆ

     

     

     

    เสียงลั่นกลองดังไปทั่วหมู่บ้าน ยามนี้คนในหมู่บ้านวังเก่าก็ออกมาส่งองค์ชายอย่างคลาคล่ำทหารต่างก็ตั้งขบวนอย่างพร้อมเพรียงรอแค่คนที่เป็นหัวใจของงานนี้ออกมาเท่านั้น

     

    "นี่ได้ยินว่าองค์ชายจ้าวหลงเยี่ยนทรงรูปงามนักข้าละอยากจะเห็นจริงๆเพื่อบังเอิญข้าอาจจะไปต้องตาขององค์ชายเข้า...อิอิ"

     

    "อย่างเจ้าคงเป็นได้แค่นางกำนัลแค่นั้นแหละอย่างหวังสูงไป"

     

    หญิงสาวในหมู่บ้านสองนางกำลังพูดคุยกันอย่างเมามันหากมองไปรอบๆหมู่บ้านตอนนี้ก็จะพบเห็นพวกหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนที่พากันออกมาประชันโฉมกันอย่างเต็มที่เพราะทุกคนต่างก็หวังและมีความคิดเฉกเช่นกัน

     

    อำนาจช่างหวานหอมหวานที่ทำให้คนเรายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาเหล่ามนุษย์นี่ก็ช่างพากันทะเยอทะยานนักท่านผู้เฒ่าเต่าถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายตอนนี้เขากำลังปลอมตัวปะปนกับคนในหมู่บ้านเพื่อที่จะเข้าใกล้ทั้งสองหนุ่ม

     

    "อ่า.....นั้นๆองค์ชายออกมาแล้ว....ว๊ายองครักษ์ก็ช่างมีหน้าตาที่หล่อเหลาเช่นกันถ้าอย่างนั้นข้าขอเปลี่ยนเป้าหมายเป็นท่านองครักษ์แทนนะ"

     

    หญิงสาวทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างหน้ายังพากันเพ้อฝันต่อ  เหอะต่อให้เจ้าสวยปานนางฟ้าท่านทั้งสองก็ไม่แลแม้หางตาหรอกผู้เฒ่าเต่าได้แต่แบะปากอย่างหมั่นไส้นางมนุษย์ทั้งสอง

     

    หลงเยี่ยนแต่งตัวออกมาเสียเต็มยศ ดูมีรัศมีของความองอาจน่าเกรงขามยิ่งทั้งยังแผ่พลังอำนาจออกมาอย่างเหลือล้นแต่ยังคงแพ้เสน่ห์ของบุรุษที่แผ่ออกมามากจนสาวน้อยสาวใหญ่หน้าขึ้นสีและได้แต่ก้มหน้าซ่อนอย่างเอียงอาย

     

    "ข้าต้องรีบกลับวังหากไม่มีอะไรสำคัญก็หยุดพักให้น้อยที่สุด"

     

    "ขอรับองค์ชาย!!"

     

    หลงเยี่ยนบอกท่านแม่ทัพที่เป็นหัวหน้าขบวนก่อนจะกระโดดขึ้นหลังม้าอย่างไม่รีรอและคนที่กำลังบังคับม้าอยู่ข้างๆเขาก็คือหลี่ฟงนั่นเอง

     

    "เฮือก!!"

     

    เสียงเหล่าหญิงสาวที่กำลังจะลืมสูดลมหายใจ เมื่อพวกนางได้มองชายทั้งสองอย่างใกล้ๆบางนางเป็นลมล้มพับไปก็มี

     

    "เหอะถ้าพวกเจ้าเห็นท่านทั้งสองเมื่อชาติที่แล้วพวกเจ้าจะไม่ตายตกไปตามๆกันหมดนี่เชียวหรือ"

     

    เสียงม้าวิ่งออกตัวไปหมดแล้วผู้เฒ่าเต่าจึงพรางตัวออกมาอย่างเงียบๆ

     

    การเร่งรีบเดินทางกลับวังในครั้งนี้ หลงเยี่ยนได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มกลุ่มแรกเขาให้พวกนางกำนัลและหลันฮวากับทหารส่วนหนึ่งเดินทางตามมาทีหลัง เพื่อจะได้ไม่ถูกลูกหลงยามมีเหตุร้ายที่ต้องปะทะเขาถึงกับเอาตัวเองหลอกล่อด้วยการเร่งเดินทางออกมาอีกกลุ่มด้วยม้าเร็วและทหารที่มีฝีมือเพียงครึ่งร้อย

     

    'คอยดูการลงทุนครั้งนี้เขาจะขาดทุนหรือได้กำไรกันแน่'

     

    ตอนนี้เป็นยามเที่ยงวันแล้วหลังออกจากที่หมู่บ้านวังเก่าหลงเยี่ยนจึงได้หยุดพักขบวนที่ริมธารน้ำ

     

    "องค์ชายนี่คืออาหารสำหรับเที่ยงนี้พ่ะย่ะค่ะ"

     

    หลี่ฟงนำอาหารมาให้พร้อมกับตรวจสอบทุกอย่าง เขารู้สึกถึงบรรยากาศที่เงียบสงบเกินไปทำไมไม่มีชาวบ้านผ่านทางเลยตั้งแต่เช้าที่พวกเขาเดินทาง

     

    "เจ้าก็เตรียมตัวให้ดีถ้าเดาไม่ผิดคงจะใกล้ถึงเวลาลงมือแล้ว"

     

    "องค์ชายระวังพระเจ้าค่ะ!!!"

     

    ทหารนายหนึ่งสังเกตเห็นวัตถุบางอย่างที่กำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็วทางด้านหลังขององค์ชายทุกคนลุกขึ้นพร้อมรับมืออย่างพร้อมเพรียง

     

    "ทหารเอาโล่ออกมา"

     

    หลี่ฟงสั่งตั้งค่ายป้องกันทันทีที่ห่าฝนธนูกำลังตกลงมาใส่พวกเขาพวกมันช่างโผล่หางมาเร็วยิ่งนัก

     

    สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่เป็นตามที่ศัตรูคาดหวังนักทำให้พวกมันโผล่หัวออกมาทันทีที่ทำไม่สำเร็จ คนร้ายต่างพากันใส่ชุดดำปิดหน้าตาทุกคนพวกมันส่งสัญญาณให้กันก่อนที่จะเข้ารุมล้อมพวกเขา

     

    "ปกป้ององค์ชายสังหารศัตรูไม่ให้เหลือ"

     

    หลี่ฟงตะโกนก้องเมื่อเห็นจำนวนของฝ่ายศัตรูที่มากกว่าพวกเขาสามเท่าเขารู้สึกว่าจะมีหนอนในขบวนการเดินทางครั้งนี้ถึงได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขานัก

     

    "เจ้านึกว่าเราจะนิ่งเฉยหรือหลี่ฟง พวกนี้มีแต่คนที่มีฝีมือทั้งพลังยังอยู่ขั้นสูงถึงสามคน"

     

    หลงเยี่ยนเอ่ยออกมาขัดกับสีหน้าที่เรียบนิ่งมากจริงที่มีคนมีพลังขั้นสูงแต่ก็ยังน้อยกว่าพวกเขานัก เขาแค่เล่นไปตามบทที่พวกนั้นอยากให้เป็น

     

    ทหารที่เป็นคนของหลี่ฟงมีเพียงยี่สิบคนส่วนที่เหลือคือคนที่อาสาตามมาและเขาก็รู้แก่ใจว่าพวกนั้นอยู่ฝ่ายไหนแต่เขาก็ทำราวกับไม่สนใจที่จะรับรู้ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกนั้นถึงกับย่ามใจอย่างมากทีเดียว

     

    'มันก็แค่แผน เป็นใครกันที่จะถูกกำจัด หึ'

     

    หลงเยี่ยนหยิบดาบออกมายืนหันหลังให้หลี่ฟงเมื่อทำเช่นนี้ก็ไม่ต้องมาระวังหลังให้กันแล้ว

     

    "ยามนี้มีเพียงแค่สหายไม่มียศศักดิ์เจ้าก็ไม่ต้องมีพิธีอะไรอีกหลี่ฟงจงมาแข่งกันว่าใครที่จะสังหารศัตรูได้มากกว่ากัน"

     

    หลงเยี่ยนพูดราวกับกำลังเล่นการละเล่นอย่างหนึ่งทำให้พวกศัตรูและทหารไส้ศึกถึงกับชักสีหน้าโกรธเกรี้ยวใส่พวกเขา

     

    "ดี....เช่นนี้ข้าก็หาต้องเกรงใจ ถ้าข้าชนะท่านต้องเลี้ยงสุรารถเลิศที่ท่านหมักเองให้ข้าสิบไห"

     

    หลี่ฟงเอ่ยอย่างคึกคักยิ่งไปกระตุ้นให้ศัตรูตรงหน้าพุ่งเข้าใส่ตน

     

    "พวกเจ้าช่างเสียมารยาทเสียจริงไม่เห็นหรือว่าข้ายังคุยไม่เสร็จ"  หลี่ฟงตวัดดาบไปหนึ่งทีก็ได้เห็นศีรษะของมนุษย์หล่นลงมาสามหัว

     

    "ฮ่า ฮ่า.....ข้านำท่านแล้ว"หลี่ฟงรู้สึกว่าเลือดในร่างกายกำลังเดือดพล่านร่างกายของเขาตอนนี้มันพร้อมรับมือยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีกคาดว่าพวกเขาคงใช้เวลาจัดการเพียงไม่นาน

     

    "ทุกคนเตรียมตัว......เริ่มได้!!!"

     

    หลงเยี่ยนเอ่ยเตือนทหารของตน เขาได้วางแผนไว้ว่าเมื่อถึงยามคับขันเช่นนี้ทหารทุกคนจะต้องสวมปลอกแขนสีขาวที่เขาได้ให้ไว้ใส่เพื่อบ่งบอกว่าเป็นฝ่ายเดียวกันจะไม่ได้ถูกลูกหลง ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจลงมือมากไม่ได้นักเพราะกลัวจะถูกพวกเดียวกันเมื่อทุกคนใส่เสร็จก็พุ่งเข้าใส่ศัตรูโดยเริ่มจากทหารปลอมๆหรือพวกที่อยู่ตรงข้าม ใช้เวลาไม่นานคนจำนวนกว่าครึ่งร้อยก็ตายตกไปส่วนฝ่ายของเขามีเพียงบาดเจ็บเล็กน้อยแต่นั่นก็ยังไม่อาจวางใจได้ ในเมื่อศัตรูพวกนี้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อบรรลุเป้าหมาย

     

    "ท่านหลงเยี่ยนข้าว่าเราอาจต้องใช้ตัวช่วยแล้วล่ะเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางเพราะดูเหมือนจะยืดเยื้อเกินไป"

     

    หลี่ฟงพูดกับหลงเยี่ยนเมื่อเห็นศัตรูที่ไม่กลัวตายกำลังคลุ้มคลั่งอย่างนัก

     

    "ข้าก็ว่าเช่นนั้นถ้าพวกมันอยากตายนักก็ให้มันสมใจ"

     

    ทั้งสองเรียกสัตว์อสูรของตนออกมา เมื่อพวกมันออกมายังไม่ทันได้ยืนเต็มเท้าก็รีบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีทุกอย่างก็จบลง

     

    "ถ้าข้ารู้ว่าพวกเจ้าทำงานรวดเร็วเช่นนี้คงให้ออกมาตั้งแต่ทีแรกแล้ว"  หลี่ฟงเอ่ยอย่างนึกเคืองพวกเขาใช้เวลาต่อสู้เสียเวลายาวนานก็สังหารศัตรูเพียงครึ่งพอเรียกพวกมันทั้งสองออกมาทุกอย่างก็จบลงเพียงไม่นาน

     

    'ช่างไม่ยุติธรรม'

     

    ดูเหมือนทั้งสองหนุ่มจะคิดเหมือนกันอย่างแปลกประหลาด

     

    "ทุกคนรีบเก็บของเตรียมตัวเราจะเร่งออกเดินทางทันทีที่เสร็จเรียบร้อย"

     

    หลงเยี่ยนเอ่ยกับทหารที่เหลือของเขาเมื่อมองรอบก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกคนที่บาดเจ็บที่สุดคือถูกฟันที่แขนมีบาดแผลที่ใหญ่แต่ไม่ลึกมากเช่นนี้ก็สามารถรีบออกเดินทางได้

     

    "หลี่ฟงส่งสารให้หลันฮวาด้วย ข้าเป็นห่วงนางยิ่งนัก"

     

    หลี่ฟงรีบทำตามคำสั่งของจ้าวหลงเยี่ยนทันที เขาเอาเหยี่ยวออกจากกรงก่อนจะหย่อนสารในกระบอกที่ติดกับขาของมันเมื่อโยกแขนขึ้นมันก็บินโฉบออกไปทันที เหยี่ยวพวกนี้พวกเขาทำการฝึกไว้ใช้งานจำนวนมากและพวกมันก็ช่างเชื่องแสนเชื่องสำหรับพวกเขา

     

     

    ในขณะที่ทุกคนกำลังจัดการกับซากศพที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งก็ได้มีอีกาสีดำที่กำลังจดจ้องทุกการกระทำทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบเมื่อมันเห็นทุกคนกำลังควบม้าจากไปมันจึงได้บินออกจากที่ซ่อนเพื่อมุ่งหน้าไปส่งข่าวให้เจ้านายของมัน

    คล้ายกับเรื่องนางมารจำเป็น ที่คุณอ่าน