ภายในห้องของอูไต้หรงณ คฤหาสน์ตระกูลอู
เวลานี้ภายในห้องมีอูไต้หรง อูหลินเฟิง อูเทียนเหวิน และ เจี้ยนฝู กำลังหารือวางแผนในขั้นต่อไปรวมถึงการมอบหมายงานต่างๆให้จอมยุทธ์อีกสองคนคอยดูแลตระกูลอูใน่ที่อูไต้หรงไม่สามารถทำได้
“ลำบากท่านพ่อแล้วจากนี้ท่านอาจจะเบื่อสักหน่อย แต่ท่านจำเป็ที่จะต้องอยู่เพียงในห้องนี้ไปก่อน”อูหลินเฟิงบอกกับอูไต้หรงเพราะว่าหาก้าแกล้งป่วยอูไต้หรงไม่อาจออกไปไหนได้เลย
“ข้าไม่มีปัญหาแต่เ้าคิดว่าอีกนานเท่าไรพวกมันถึงจะลงมืออีกครั้ง” อูไต้หรงถาม
“ถ้าเป็ข้าตอนนี้หากสามารถทำให้ท่านาเ็ได้แล้ว จะรอเวลาอีกสักพักเพราะว่าปราณมรณะเป็ลมปราณที่จะคอยกัดกินพลังชีวิตและิญญาของผู้ที่โดนโจมตีพวกมันคงคิดว่าหากให้ดี ควรรอไปอีกสักเดือนหรือสองเดือนให้ปราณมรณะทำร้ายท่านเต็มที่ แต่ว่าพวกนั้นก็ต้องแน่ใจว่าท่านาเ็จริงๆเสียก่อนถึงจะลงมือต่อหากเื่นี้เป็ฝีมือตระกูลชุนจริงอีกไม่นานพวกมันต้องมาหาท่านโดยอ้างว่า้าเยี่ยมอาการของท่านแน่ๆ
นี่คือขนนกของเสี่ยวหยุนมันใส่ปราณมรณะของตัวเองเอาไว้พลังปราณมรณะที่แฝงไว้ มันจะไม่ทำร้ายผู้ที่ััแต่ว่ามันจะกระจายปราณมรณะออกมาจนทำให้คนที่พบท่านสามารถัักลิ่นอายปราณมรณะจากท่านได้เมื่อเป็เช่นนี้พวกนั้นย่อมไม่สงสัยการาเ็ของท่านแน่ๆ”
อูหลินเฟิงอธิบายจากนั้นก็มอบขนนกหนึ่งอันให้กับอูไต้หรงแล้วก็ยังมีอีกอันที่ส่งให้กับตระกูลลี่โดยที่ให้พ่อบ้านกวนไปส่งด้วยตนเองปราณมรณะเป็ลมปราณที่สามารถทำร้ายผ่านการััได้เพียงเล็กน้อยขอเพียงคนจากตระกูลชุนสามารถััถึงกลิ่นอายปราณมรณะ พวกมันย่อมไม่กล้าเข้ามาตรวจร่างกายของท่านพ่ออย่างละเอียดแน่นอน
“หลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือนให้พ่อบ้านกวนทำทีประกาศหาแพทย์เพื่อหาทางรักษาปราณมรณะ ในตอนนั้นจะต้องมีคนของพวกมันพยายามที่จะแฝงตัวเข้ามาเป็แพทย์แน่ๆอาจเพื่อวางยาให้ท่านอ่อนแอลงมากกว่าเดิม หรือ อาจแค่เพื่อสืบข่าวแต่เราจะทำให้พวกมันแน่ใจว่าท่านพ่ออ่อนแอลง หลังจากนั้นพวกมันก็จะลงมืออีกครั้ง”อูหลินเฟิงกล่าว
“ส่วนเป้าหมายการลงมือต่อไปข้าคิดว่าต้องเป็น้องรอง เพราะว่าน้องรองคือบุตรชายคนรองตระกูลอูอัจฉริยะที่โดดเด่นของเมืองล่องเมฆาอีกทั้งยังเป็ว่าที่ผู้นำคนถัดไปของตระกูลอูหากสามารถเล่นงานเขาได้ ท่านที่าเ็อยู่และยังสูญเสียลูกชายไปจิตใจของท่านต้องพังทลายแน่เมื่อผู้นำตระกูลที่าเ็ใกล้ตายกับการเสียว่าที่ผู้นำตระกูลเกิดขึ้นพร้อมกันเื่นี้จะทำให้คนตระกูลอูเสียกำลังใจจนสามารถที่จะจัดการได้ง่าย”อูหลินเฟิงอธิบายความคิดของตนเองทั้งหมด สร้างความใให้กับคนทั้งสามที่ได้ฟังพวกเขาไม่คิดว่าคุณชายใหญ่ที่เคยอ่อนแอคนนั้นจะเป็คนที่มีความคิดลึกซึ้งมาขนาดนี้แต่ความจริงแล้วอูหลินเฟิงแค่พยายามหาคำพูดให้เข้าท่าที่สุดหากให้บอกว่ารู้จากสิ่งที่อ่านในนิยายคงไม่มีใครเชื่อแน่นอน
“เ้าสามารถวิเคราะห์ได้ละเอียดนัก”อูไต้หรงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความภาคภูมิใจ“แล้วเ้าคิดว่าพวกนั้นจะลงมืออีกครั้งเมื่อไหร่”
“อีกสามเดือนภายในงานการประลองล่าสัตว์อสูรถ้าข้าเป็ผู้อยู่เื้ัตระกูลชุน ที่สามารถสร้างอาวุธิญญาแบบนี้ได้ต้องมีวิธีควบคุมสัตว์อสูรรูปแบบอื่นอยู่อีกแน่ ยิ่งภายในการประลองล่าสัตว์อสูรจำเป็ต้องจัดในเทือกเขาหมื่นอสูร ไม่ว่าจะเป็การลอบสังหารแบบไหนย่อมทำได้ง่ายกว่าภายในเมืองล่องเมฆาหากพวกมันทำสำเร็จต่อไปอาจเป็การโจมตีตระกูลอูโดยตรง” อูหลินเฟิงกล่าว
“เช่นนั้นก็ต้องรอไปอีกสามเดือนสินะ”อูไต้หรงกล่าว
“ขอรับในระหว่างนี้ท่านต้องเล่นละครนานสักหน่อย”
“ผู้าุโใหญ่เจี้ยนฝู เื่ภายในตระกูลระหว่างนี้ก็ขอฝากพวกเ้าด้วย”อูไต้หรงหันไปบอกกับคนทั้งสอง
“ทราบแล้วท่านประมุข / ขอรับท่านประมุข” จากนั้นจอมยุทธ์ทั้งสามได้คุยกันต่อก่อนที่อูเทียนเหวินและเจี้ยนฝูจะออกไปจากห้องหลังจากแบ่งงานกันได้แล้ว
“ท่านพ่อข้ามีเื่อยากจะถาม”
“เื่ของแม่แท้ๆของเ้าสินะ”
“ขอรับก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้รู้เื่ของท่านแม่มากนัก รู้เพียงนางได้จากไปหลังจากคลอดข้าส่วนท่านแม่หลานหลิง นางก็ดูแลข้าอย่างดี ข้าเลยไม่เคยถามเื่ท่านแม่แท้ๆของข้าเลย แต่ว่าภายในไม่กี่วันที่ผ่านมาข้าได้รู้หลายอย่างเกี่ยวกับท่านแม่แท้ๆของข้า รวมถึงสิ่งที่ท่านแม่ได้มอบไว้ให้ข้าแท้จริงแล้วท่านแม่ของข้าเป็ใครหรือขอรับ” อูหลินเฟิงได้ถามออกมา
“ตัวตนที่แท้จริงของแม่เ้า...ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”อูไต้หรงได้บอก
“หมายความว่ายังไงกันท่านพ่อ??” อูหลินเฟิงถามด้วยความสงสัยท่านพ่อจะไม่รู้ตัวตนของท่านแม่ได้อย่างไร
“เื่นี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อราวๆยี่สิบปีที่แล้ว ตอนที่ข้ายังเป็เพียงว่าที่ประมุข มีพลังยุทธ์ระดับหกขั้นกลางข้าออกเดินทางเพื่อหาประสบการณ์เพิ่มก่อนที่จะรับตำแหน่งประมุขตระกูลในตอนนั้นข้าไปที่มหาสมุทรไร้เกาะ ข้าเจอท่านแม่ของเ้าาเ็และหมดสติอยู่ ข้าได้ช่วยเหลือนางไว้พานางไปรักษาที่โรงหมอใกล้ๆ ในตอนนั้นนางได้สูญเสียความทรงจำไปทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าตนเป็ใคร ข้าจึงได้เรียกนางว่า มินมิน
หลังจากนั้นข้าที่ท่องยุทธ์ภพก็พานางไปด้วยเพื่อออกตามหาเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนของนางแต่ว่าทุกที่ที่เราไปกลับไม่มีใครรู้จักนางเลย เมื่อได้เดินทางด้วยกันระหว่างเราก็เกิดความรักขึ้นมา นางจึงได้ตัดสินใจว่าจะไม่ออกตามหาตัวตนของตัวเองแต่ตามข้ากลับมาที่ตระกูลอู และแต่งเข้าตระกูลอู สาบานเป็สามีภรรยากับข้าแต่ว่าอาการาเ็ที่นางได้มาก็ยังคงเป็าแเรื้อรังทำให้เจ็บป่วยง่ายถึงจะเป็แบบนั้นนางก็ยังชอบที่จะออกไปช่วยเหลือชาวเมืองหรือชาวบ้านที่เดือดร้อนเสมอหนึ่งในคนที่นางเคยช่วยเหลือก็คือ หลานหลิง แม่รองของเ้า หลานหลิงนางถึงได้ดูแลเ้าเป็อย่างดีหรือแม้แต่ผู้นำตระกูลลี่นางก็เคยให้ความช่วยเหลือมาแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปนางตั้งท้องเ้าแต่อาการาเ็กลับแย่ลงเมื่อใกล้ถึงวันคลอดเ้า...แม่ของเ้าราวกับรู้ตัวว่าตนเองจะไม่สามารถมีชีวิตต่อได้หลังจากคลอดเ้าหรือแม้แต่เื่ที่บุตรชายของนางจะมีร่างกายที่อ่อนแอนางได้จัดการแต่งหลานหลิงเข้ามาเป็ภรรยารอง และ ได้สั่งเสียหลายๆ สิ่งเอาไว้ทั้งเื่ที่ต้องยกอูหลานหลิงเป็ภรรยาเอกมินมินนางก็เป็คนจัดการก่อนจากไปทั้งสิ้น วิชาต่างๆที่นางได้เหลือทิ้งให้เ้าก็เป็วิชาที่มินมินสามารถใช้ได้เช่นกัน”อูไต้หรงได้อธิบาย
“หลังจากขึ้นเป็ประมุขข้าก็เคยพยายามหาข้อมูลของแม่เ้าหลายครั้ง แต่ว่ากลับไม่สามารถหาข้อมูลใดได้เลยข้าจึงคิดว่าตัวตนที่แท้จริงของนาง น่าจะไม่ใช่คนของทวีปปราณฟ้าแห่งนี้”อูไต้หรงบอกความคิดของตนเอง
“นางอาจไม่ใช่คนของทวีปปราณฟ้า??” อูหลินเฟิงทำหน้าสงสัย
“ใช่…จุดที่ข้าเจอนางครั้งแรกก็คือชายหาดของมหาสมุทรไร้เกาะ….มหาสมุทรไร้เกาะเป็มหาสมุทรที่เชื่อมต่อกับอีกสามทวีปนางอาจเป็คนของทวีปอื่นก็ได้ ข้าจึงไม่อาจหาข้อมูลของนางได้เลยไม่แน่ระหว่างนางกำลังเดินทาง เรืออาจโดนโจมตีจนนางตกทะเลแล้วข้าไปเจอนางก็ได้ข้ารู้ว่าเ้าอาจจะผิดหวังกับคำตอบ แต่ว่าข้าเองก็รู้เพียงเท่านี้เหมือนกัน”อูไต้หรงกล่าว จริงอยู่ที่อูหลินเฟิงผิดหวังเพราะเขาแทบไม่ได้ข้อมูลของแม่แท้ๆของเขาเลย เขาเคยคิดว่าถ้ารู้ถึงตัวตนของแม่เขาจะสามารถคาดเดาได้ว่าเหตุใดิญญาของเขาถึงได้แบ่งออกเป็สามส่วนแล้วยังไปอยู่คนละมิติอีกด้วย
“ท่านพ่อข้ามีอีกหนึ่งคำขอ”อูหลินเฟิงบอก
“เ้า้าสิ่งใด”
“ข้า้าเดินทางไปเมืองศิลาแดง”อูหลินเฟิงบอกความ้าของตน
“เมืองศิลาแดง?? เหตุใดเ้าต้องไปที่แบบนั้นกัน” อูไต้หรงถามเมืองศิลาแดงเป็เมืองที่เรียกได้ว่าเป็เมืองกึ่งเมืองเถื่อนเพราะว่าเมืองศิลาแดงขึ้นชื่อเื่การค้าทาส สังเวียนเถื่อนเป็เมืองระดับต่ำที่ทางการก็ยังไม่อยากไปยุ่ง
“ข้า้าทาสหนึ่งคนและ คนนี้ข้าต้องไปพามาให้ได้” อูหลินเฟิงตอบ
“ใครกัน??” อูไต้หรงถามอย่างสงสัยใครกันที่บุตรชายของเขาต้องขอเดินทางไปรับด้วยตัวเอง
“จงิ่....สหายวัยเด็กของข้าข้าได้ข่าวว่าเขาอาจมีชีวิตรอดจากการฆ่าล้างตระกูลแต่โดนจับไปเป็ทาสอยู่ที่เมืองศิลาแดงขอรับ” อูหลินเฟิงตอบ
ไม่รู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือโชคชะตาจงิ่ พระเอกนิยายที่ลุคเคยอ่าน และ อูหลินเฟิง ในวัยเด็กของทั้งสองก่อนที่ตระกูลจงจะล่มสลายเคยมี่เวลาที่ตระกูลจงเดินทางมาที่ตระกูลอู และจงิ่ในตอนเด็กได้พบกับอูหลินเฟิงในวัยเด็กจนทั้งสองได้กลายเป็สหายกัน
“จงิ่ทายาทตระกูลจง??? เ้าแน่ใจข้อมูลของเ้าหรือไม่”อูไต้หรงถามกลับอย่างใ เพราะว่าหากเื่นี้เป็เื่จริงอูไต้หรงเองก็อยากที่จะช่วยบุตรของสหายที่ตายไปแล้วเช่นกันเขาเองก็คิดว่าการล่มสลายของตระกูลจงแปลกประหลาดเกินไปน่าเสียดายที่เขารู้ข่าวของสหายช้าไป เพราะว่า เพียงคืนเดียวเท่านั้นตระกูลจงก็โดนกวาดล้างอย่างเป็ปริศนา แม้แต่ทางการก็ยังไม่อาจสืบหาตัวคนทำได้ไร้เบาะแสให้สืบ
“ข้าก็ไม่แน่ใจท่านพ่อข้าถึง้าไปด้วยตนเอง”การไปคราวนี้หากว่าจงิ่กลายเป็ทาสนักสู้ที่เมืองศิลาแดงจริงๆหมายความว่านิยายเื่จอมยุทธ์จตุรธาตุคือนิยายที่เขียนเื่ราวของอนาคตไว้จริงๆเขาก็จะต้องเอาพระเอกนิยายที่จะแข็งแกร่งสุดๆ มาเป็พวกให้ได้
“เช่นนั้นก็จงไปแต่คราวนี้องครักษ์ของเ้าที่เป็นักสู้ระดับหกต้องไปด้วย”อูไต้หรงบอกถึงแม้เมืองศิลาแดงจะเป็เมืองระดับต่ำไม่มีผู้ฝึกยุทธ์เกินระดับห้าประจำอยู่ที่เมืองแต่ว่าด้วยความเป็กึ่งเมืองเถื่อนใครที่หากไม่แข็งแกร่งมากพออาจโดนจับไปขายเป็ทาสได้ง่ายๆ
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ”