มือเรียวคัดแยกสมุนไพรในกระจาดเสร็จแล้วจึงยกไปตากแดดนางเหลือบมองไปทางประตูบ้านที่ปิดสนิทแล้วทำงานของตนเองต่อไปตอนที่อยู่สำนักคุ้มภัยเวลาเการุ่ยเฉียงฝึกเดินลมปราณกับนายท่านใหญ่นางรู้เพียงแค่มีคนเฝ้าที่ประตูห้องฝึกยุทธ์ ส่วนเื่อื่นนางย่อมไม่รู้
‘ภรรยารอง’
เพียงคิดถึงเการุ่ยเฉียงนางอดคิดถึงเื่ที่เกาฮูหยินพูดในวันนั้นไม่ได้นางไม่รู้ว่ากลับไปนี่นางต้องเจอสิ่งใดบ้างหากเกาฮูหยินเอ่ยปากเื่นี้ต่อนางจริงๆ จะทำอย่างไร คนสกุลเกาดีกับนางมากเการุ่ยเฉียงเองมิได้รังเกียจนาง คอยปกป้องดูแลนางเสมอมา
แต่นางไม่้าเป็ภรรยาของเการุ่ยเฉียงนางรักเคารพเขาเช่นพี่ชายคนหนึ่งแต่ไม่เคยคิดเป็อื่นั้แ่รู้ว่าตนเองไม่สามารถตั้งครรภ์ให้กำเนิดทารกได้นางก็ไม่มีความคิดเื่แต่งงาน นางอยากใช้ชีวิตเช่นเดียวกับบิดามารดาความเป็อยู่อย่างเรียบง่าย แม้นางจะอยู่กับบิดามารดาแค่สิบปีแต่นางก็รับรู้ได้ว่ามารดาและบิดารักใคร่กันมากเพียงใด
เป็ความรักจากหัวใจ
มิใช่ความสงสารเห็นใจเท่านั้น
เสิ่นฉางซีได้แต่ถอนหายใจเบาๆไม่แน่ว่า...กลับไปครั้งนี้ เื่เ่าั้อาจไม่เคยเกิดขึ้นเการุ่ยเฉียงแต่งงานกับหญิงที่เกาฮูหยินเลือกให้ส่วนนางยังคงอยู่ในสำนักคุ้มภัยอย่างไร้ฐานะเช่นที่ผ่านมานางหวังให้เป็เช่นนั้นเหลือเกิน
นางหมุนตัวเดินไปเตรียมทำอาหารเมื่อวานนางทำอาหารหลายจาน หนึ่งในนั้นมีกบนึ่งเห็ดหอม เดิมทีนางทำไว้ให้ตนเองอย่างไรกบสองตัวนั้นก็ถูกส่งมาให้นางทำเป็อาหารอยู่แล้ว นางกินเองก็ไม่เห็นเป็ไรแล้วทำไก่ตุ๋นเครื่องยาจีนให้เขาแทน แต่พอเขาออกมากินมื้อเที่ยงกลับถามหากบนึ่งเห็ดหอมเสียนี่
‘ข้าทำไก่ตุ๋นเครื่องยาจีนให้ท่าน’
‘แล้วข้าจะกินกบนึ่งเห็ดหอมของเ้าไม่ได้รึ’
‘แต่มันเป็กบ’
‘แล้วอย่างไร’
นางเห็นท่าทางของเขาเหมือนสั่งการทหารอย่างไรอย่างนั้นนางจึงได้แต่ทำตามที่เขาสั่ง คีบเนื้อกบที่เลาะกระดูกออกแล้วส่งเข้าปากของเขา
‘อืม ไม่เลว’
นางอมยิ้มแล้วป้อนเนื้อไก่จริงๆให้เขาอีกคำ
‘คล้ายแต่ก็แตกต่างกัน’
‘ประสาทรับรสของท่านแม่ทัพดีเยี่ยม’ นางเอ่ยแล้วป้อนอาหารให้เขาต่อเห็นเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยจึงชะงักไป
‘ข้าเป็คนกินง่ายอยู่ง่ายเ้าไม่ต้องกังวลเื่พวกนี้’
‘ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ’
‘เ้าไม่มีอะไรจะถามข้ารึ’
‘ข้าควรถามอะไรเ้าคะ’ นางถามกลับนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม
‘เื่นั้นจริงหรือเ้าคะ’
‘เื่ใด?’
‘ที่ท่านชกใบหน้าองค์รัชทายาท’
คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนเอ่ยออกมา‘เ้าอยู่ไกลถึงเพียงนี้ยังได้ยินเื่นั้นอีกหรือ?’
‘เพิ่งได้ยินเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาเองเ้าค่ะ’นางแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่ ‘เื่จริงหรือเ้าคะ’
เสิ่นฉางซีไม่ได้คำตอบแต่ได้ยินเสียงไม่พอใจในลำคอของเขานางจึงเผลอหัวเราะออกมาเบาๆในสมองของนางนั้นไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับรัชทายาทอยู่แล้ว หน้าตาเป็อย่างไรกันคนที่บิดายอมเอาชีวิตนางเข้าแลก ต้องเป็คนดีมากเลยสินะ เป็คนที่จะตายไม่ได้
‘เขา...เป็คนเช่นไร...’
‘หือ?’
‘องค์รัชทายาทเป็คนเช่นไร...’ นางเอ่ยเสียงแ่อย่างไม่รู้ตัว ‘เขาเป็คนดีหรือไม่’
‘เ้าเป็ใครกันถึงกล้าพูดเช่นนี้’
ถ้อยคำของเขาทำให้นางได้สตินางกะพริบตาอย่างนึกได้ว่าตนเองพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา โชคดีที่เวลานี้ ดวงตาของเขายังมีผ้า
ปิดดวงตาอยู่จึงไม่รู้ว่านางมีสีหน้าอย่างไร
‘คิดเสียว่าไม่เคยได้ยินที่ข้าพูดออกไปก็แล้วกัน’
เสียงถอนหายใจคล้ายหงุดหงิดก่อนเอ่ยขึ้น
‘เป็คนดีคนหนึ่ง คนที่เหมาะจะเป็ ‘รัชทายาท’’
นางพยักหน้าอย่างพอใจพลางคิดถึงบิดา นางไม่รู้หน้าที่การงานของบิดา คนที่ท่านพ่อปกป้องเป็คนดีคนผู้นั้นจะกลายเป็ฮ่องเต้ในวันข้างหน้า สิ่งที่บิดาทำไปนับได้ว่าคุ้มค่าพอแล้ว
เขาไม่พูดอะไรอีกนางจึงป้อนอาหารให้เขาไปเงียบๆ จนกระทั่งเขากินเสร็จแล้ว นางทำเช่นเดิมรินชาให้เขาดื่ม ดูแลเขาเช็ดมือ บ้วนปาก พาเดินเล่นรอบๆ เรือน เขากลับเข้าเรือนเดินลมปราณนางจัดสมุนไพรใส่กระจาดตากแดด ส่วนที่ต้องเก็บก็ทำให้เรียบร้อยเช่นทุกครั้งเสร็จแล้วจึงนำเสื้อผ้าของเขาที่แห้งแล้วมาเย็บปะซ่อมแซม และทำอาหารมื้อเย็นให้เขา
‘ข้า้าอาบน้ำ’
‘เ้าค่ะข้าจะเตรียมให้’
นางเอ่ยอย่างเป็ธรรมชาติแล้วนึกได้ว่าเรือนของนางไม่มีอ่างไม้อาบน้ำนายท่านรองสั่งคนขุดบ่อน้ำไว้ให้นางใช้ ใกล้ๆ มีห้องอาบน้ำเล็กๆยามที่ได้ติดตามนายท่านรองมาที่สวนสมุนไพร นางอยู่ที่นี่ด้วยความรู้สึกสุขใจ นอกจากสมุนไพรต่างๆ ที่ปลูกอยู่ในแปลงด้านหลังนางยังปลูกดอกไม้ไว้หลากหลาย บางชนิดนำมาทำชาสำหรับดื่ม นางตักน้ำขึ้นจากบ่อ ผสมน้ำอุ่นประคองเขาไปนั่งที่เก้าอี้และค่อยๆ ตักน้ำราดบนตัวเขา ระมัดระวังไม่ให้ดวงตาถูกน้ำระหว่างนี้สำรวจร่างกายกำยำของเขา บนเรือนร่างแข็งแกร่งมีรอยแผลเป็หลายแห่งดูจากร่องรอยแล้วย่อมเห็นได้ว่าเกิดมาเนิ่นนาน ส่วนแผลใหม่นั้นมีรอยเล็บของนาง
นอกนั้น เขาไม่ได้าเ็ที่ใดอีก
รอยเล็บ
คิดถึงตอนนี้ใบหน้านางก็แดงก่ำ
โชคดีที่เขานั่งนิ่งให้นางได้ชำระล้างร่างให้อย่างสะดวกทุกอย่างจึงผ่านไปอย่างราบรื่น ยามค่ำนางเอาเสื้อผ้าของเขามาซ่อมแซมนางเห็นเขานั่งบนเตียงโดยมีกระบี่วางอยู่บนตัก ปลายนิ้วลูบไล้ที่ด้ามกระบี่นางจึงเอ่ยถามว่าเขา้าให้นางช่วยเช็ดกระบี่หรือไม่
‘เ้าทำเป็?’
‘เคยเห็นบิดาทำเ้าค่ะ’
เห็นเขาวางใจให้นางช่วยเช็ดกระบี่ให้ในใจเกิดความยินดีรับกระบี่ของเขามาลงมือเช็ดทำความสะอาดอย่างระมัดระวังแม้บิดามิได้สอนเื่วรยุทธ์แต่เมื่อบิดาอยู่บ้านก็ไม่เคยปิดบังเื่งานที่ทำอยู่นางเห็นบิดาเช็ดทำความสะอาดกระบี่ราวกับการแสดงความเคารพ ทำให้นางซึมซับความรู้สึกเ่าั้มาตลอดบิดาอาจดูเงียบขรึมแต่แท้จริงแล้วอ่อนโยนยิ่งและดูเก้อเขินเมื่อเล่นกับบุตรสาวอย่างนางด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ จนมารดาส่ายหน้าไปมาบิดามารดาเป็กำพร้าด้วยกันทั้งคู่ นางจึงไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ใด โลกของนางมีเพียงมารดาที่อ่อนหวาน บรรจงทำอาหารเลิศรสป้อนเข้าปากนางเช่นเดียวกับบิดาที่แม้จะบอกผู้อื่นว่าเป็พ่อค้า แต่เมื่ออยู่ในบ้านบิดาไม่ปิดบังตนเอง เพียงเพื่อให้นางเตรียมตัวให้พร้อมหากเกิดเื่ที่ไม่ควรเกิด
นางรักความทรงจำอบอุ่นเ่าั้เหลือเกิน
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยนางส่งเขาเข้านอน แต่เขารั้งให้นางนอน
บนเตียงเดียวกันเตียงนอนของนางขนาดเล็กก็จริง แต่เมื่อพลิกกาย ซุก
ในอ้อมแขนของเขาแล้วยังมีพื้นที่เหลือ คล้ายผ่านกลางดึกไปแล้ว นางเผลอไผลหลับไปไม่รู้ตัวจนกระทั่งฝ่ามือกร้านเปะปะบนตัวนางเสื้อผ้าถูกแหวกออกและเพียงไม่นานร่างกายของนางก็ถูกทาบทับนางเผลอตัวไปกับััร้อนแรงที่เขามอบให้ เอื้อมมือไปกอดเขา แต่มือของเขากลับรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แล้วกดเหนือศีรษะนางตื่นตระหนกได้แต่จ้องใบหน้าของเขา นึกดีใจที่เขาปิดดวงตาอยู่
นางไม่ควรแตะต้องร่างกายของเขาสินะ
ร่างกายที่เคลื่อนไหวรุนแรงและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงเหงื่อของเขาหยดบนตัวนาง พาให้สติกระเจิดกระเจิง แต่กระนั้นนางยังคงระลึกอยู่เสมอว่าเขาคือผู้มีพระคุณของนางและหากเขาไม่ต้องพิษร้ายแรง เขาคงไม่แตะต้องนางเช่นนี้
ความรู้สึกสุขสมเกิดขึ้นคละเคล้ากับความหมองเศร้าในใจ
เมื่อทุกอย่างจบสิ้นเขาพลิกตัวออกจากร่างของนาง เสื้อผ้าของเขาเพียงแค่หลุดลุ่ยนางจึงยันกายช่วยเขาสวมเสื้อผ้าจนเรียบร้อยดีแล้วจึงจัดการของตนเองก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างเงียบๆ
ค่ำคืนนั้น เขานอนหันหลังให้นาง
เด็กสาวถอนหายใจเบาๆเผลอวางสายตาที่ประตูเรือนของตนเองแล้วย้ายสายตากลับมาที่กระจาดตรงหน้ากุหลาบตูมดอกเล็กๆ วางอยู่ในนั้น มือเรียวกวาดมือไปเกลี่ยแต่ละดอกในกระจาดเตรียมนำตากแดดเพื่อทำชากุหลาบ บางส่วนสามารถนำไปทำอาหารหรือขนมได้หลายเดือนก่อนนายท่านรองได้ตำรามาจากท่านหมอหวังข่ายเกี่ยวกับดอกไม้ที่ให้คุณเป็ยา แม้นางจะนั่งฟังอยู่ด้วยแต่ไม่ค่อยเข้าใจการโต้เถียงของทั้งสองนั้น ซึ่งก็เป็เื่ราวปกติ จนกระทั่งนายท่านรองสั่งคนงานให้ทำแปลงเพาะปลูกดอกไม้แต่หลายชนิดนั้นกว่าจะเติบโตให้ดอกผลได้ย่อมต้องใช้เวลาไม่รู้นายท่านรองไปซื้อดอกกุหลาบมาจากที่ใดเพื่อทดลองทำชาสมุนไพร แต่ด้วยนิสัยใจร้อนของนายท่านรองจึง
ทำไม่สำเร็จ นางลองทำตามที่นายท่านรองสอนแต่ผลออกมายอดเยี่ยม
‘เ้าทำได้อย่างไรเหตุใดยังคงกลิ่นหอมละมุนอยู่เช่นนี้’
‘ฉางซีก็ทำตามที่นายท่านรองสั่งนี่เ้าคะ’ นางหัวเราะเบาๆ
‘ตากแดด?’
‘เ้าค่ะแต่ไม่ใช้แดดจัด เลือกกุหลาบที่ไม่ชื้นน้ำค้าง ข้ามาสังเกตว่ากุหลาบแต่ละพันธุ์ให้กลิ่นหอมที่แตกต่างกันนายท่านรองดมดูซิเ้าคะ’
นางยื่นฝ่ามือที่มีกลีบกุหลาบส่งให้อีกฝ่ายก้มดมอย่างไม่คิดมากเพียงเกาเทียนฉีได้กลิ่นหอมจากกุหลาบจากฝ่ามือของนางพลันใบหน้าเกิดแววตาตื่นเต้นยินดี
‘ใช่แล้ว กลิ่นแบบนี้ข้าจำได้ กลิ่นแบบเดียวกับที่เ้าหมอหวังข่ายให้ข้าลองดมดู เ้าเก่งนัก ทำได้จริงๆแต่ถ้าเราเพาะปลูกกุหลาบด้วยตนเองคงดีกว่าไปซื้อมาเช่นนี้’
‘ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันเ้าค่ะ’
‘อย่างนั้นก็ลำบากเ้าแล้ว’
‘ลำบากอันใดเ้าคะเื่สนุกแบบนี้ไม่เห็นมีสิ่งใดทำให้ลำบากเลย’
เสิ่นฉางซีเผลอยิ้มขบขัน ท่าทางของเกาเทียนฉีเหมือนเด็กซุกซน
มากกว่าเการุ่ยเฉียงผู้เป็หลานเกาลุ่ยเฉียงที่อายุมากกว่านางแค่สองปี
เท่านั้น พลันจิตใจของนางมีความกังวลนางเป็ห่วงนายท่านรอง บุรุษ
ที่เปี่ยมวรยุทธ์เช่นสวินเย่ว์ยังถูกผู้อื่นใช้พิษร้ายเล่นงานได้แล้วนายท่าน
รองจะเจอคนกลุ่มเดียวกับสวินเย่ว์หรือไม่นะนางเม้มปากครุ่นคิด สายตามองไปยังประตูที่ปิดสนิท เขาเดินลมปราณเช่นนี้ตลอดนางไม่เคยเข้าไปรบกวนจนกว่าประตูบานนั้นจะเปิดออกเอง
เด็กสาวตัดสินใจผละจากกระจาดสมุนไพรนางคว้าตะกร้ามาคล้องแขนแล้วเดินออกไปด้านนอก ทำเป็ปกติเช่นที่เคยทำมาคนที่หมู่บ้านนี้อยู่กันไม่กี่ครัวเรือน หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาย่อมต้องรู้เห็นยกเว้นเพียงเรือนของนางเพราะนางเป็คนของเกาเทียนฉีเด็กสาวทำทีเป็เดินดูสมุนไพรในสวน ยิ้มทักทายผู้อื่นที่พบเจอสายตาลอบมองหาสิ่งผิดปกติ นางอยากขึ้นเขาด้วยตนเองสักครั้งแต่ก็เป็ห่วงสวินเย่ว์นางเองก็อยากรู้ว่าเหตุใดเขาถึงถูกพิษได้ แต่เมื่อเขาไม่ปริปากพูดนางมั่นใจว่าถามไปก็ไร้ประโยชน์ แม้กระทั่งชื่อนาง เขายังไม่เอ่ยถามสักคำ
ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นผ่านหัวใจมือเล็กยกขึ้นกดหน้าอกไว้ เหตุใดรู้สึกเ็ปเช่นนี้ นางสะบัดศีรษะไปมาหรือตนเองจะป่วยไข้ไม่สบายเสียแล้ว
เ้าของร่างเล็กหมุนตัวกลับและคิดจะเดินกลับบ้านพลันสายตามองไปที่เสาหินริมทาง บิดาของนางไม่เคยสอนวรยุทธ์แต่สัญลักษณ์และภาษามือที่ใช้ในเหล่าองครักษ์นั้นเป็สิ่งที่บิดานำมาสอนนางมารดาแอบดุบิดาบ่อยครั้งเื่นี้เป็ความลับของเหล่าองครักษ์แต่บิดากลับนำมาสอนนางเพื่อเล่นสนุกในการซ่อนสิ่งของต่างๆให้นางหาจนพบ บางครั้งเป็ตุ๊กตา บางคราวเป็หวีไม้หอมบางทีเป็ต่างหูคู่เล็กน่ารักของมารดาที่บิดาซ่อนไว้และนางหาจนพบ
สัญลักษณ์บางอย่างที่เสาหินผู้ไม่รู้มองผ่านเลยไปย่อมไม่เข้าใจความหมาย แต่สำหรับเสิ่นฉางซีแล้ว สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของหญิงสาวเป็ประกาย.