ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 12 : รนหาที่ตาย

    รนหาที่ตาย
    ช่วงเกือบจะห้าโมง หลินเฉินพาหลิงหลิงมาถึงที่บ้าน เด็กหญิงน้อยอยู่ในอารมณ์ที่ดีมาก เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อุ้มตุ๊กตาเข้าไปในห้องนอน ส่วนของที่ซื้อมาฝากหลินไคกับหรันหยูก็มอบให้ทั้งสองคนแล้ว
    หรันหยูแม่ของเขาตอนนี้เลิกงานมาได้สักพักแล้ว เธอที่ได้ฟังเรื่องจากหลินไคสามีของเธอ ก็มีน้ำตาไหลออกมาด้วยความสุข นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอไม่เคยมีเงินเก็บ แล้วไหนจะจำนวนมากขนาดนี้อีก
    หลังใช้หนี้ห้าพันกว่าหยวนที่เคยไปกู้ยืมมา ก็เหลือเก็บไว้ใช้อีกจำนวนมาก ในเรื่องนี้เธอได้แต่ขอบคุณสวรรค์ คิดว่าสวรรค์ในที่สุดก็เมตตาครอบครัวของเธอ ไม่เพียงส่งลูกชายของเธอกลับมา ยังนำเงินมาให้ด้วย
    หลินเฉินอยู่คุยกับพ่อแม่ของเขาพักหนึ่งก็เดินออกจากบ้านมา สี่คนที่แอบตามเขามาไม่ได้ทำอะไรเขาระหว่างทาง แต่ก็ยังไม่ได้จากไปเช่นเดียวกัน
    จากจิตสัมผัสของเขา เขาพบว่าสี่คนนี้แอบซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอยใกล้ๆ บ้านของเขา ทั้งยังไปจัดหาถังน้ำมันมาสามถัง จุดประสงค์ของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องบอกก็น่าจะรู้ได้ไม่ยากว่าต้องการวางเพลิง
    ‘ในเมื่อคิดร้ายต่อครอบครัวของฉัน พวกแกก็อย่าได้หวังเลยว่าวันนี้จะมีชีวิตรอดกลับไป!’ หลินเฉินพกพาความตั้งใจฆ่าเดินออกมาจากบ้าน
    สี่คนที่คิดจะวางเพลิงเผาบ้านของเขา เขาย่อมไม่มีความคิดที่จะปราณีหรือเมตตาใดๆ ทั้งสิ้น เรียกได้ว่าตาต่อตาฟันต่อฟัน ร้ายมาเขาก็ร้ายกลับ ดีมาเขาก็ดีกลับเช่นเดียวกัน!
    เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือ เดินเล่นเพื่อรอคอยให้เวลากลางคืนมาถึงค่อยจะลงมือสะดวก ฟ้าค่อยๆ เริ่มมืด ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า เวลากลางคืนใกล้มาเยือนเต็มที
    อากาศเริ่มเย็นขึ้น ภายในตรอกซอยใกล้กับบ้านของหลินเฉิน ชายหนุ่มที่ถูกหลินเฉินจัดการไปที่ตลาดขายของโบราณมีชื่อว่าฉงก้ง เขาในตอนนี้กำลังยืนอยู่กับชายอีกสามคน
    ทั้งสามคนมีอายุเข้าใกล้ช่วงวัยกลางคนแล้ว ซึ่งหนึ่งในสามคนนี้คือพี่เปียวที่เขาเคยยกมาขู่หลินเฉิน
    “พี่เปียว เมื่อไหร่พวกเราจะลงมือ?” ฉงก้งถามพี่เปียว
    พี่เปียวมีชื่อเต็มว่าเปียวขวง เป็นอันธพาลที่คุ้มตลาดขายของโบราณ มีนิสัยโหดเหี้ยม เคยฆ่าคนมาสองสามคน
    ได้ยินคำถามของฉงก้ง เปียวขวงก็ยิ้มเหี้ยม “รออีกนิด จะรีบร้อนไปทำไม รอให้ค่ำกว่านี้ก่อนค่อยลงมือ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง แต่แกอย่าลืมเงินที่ตกลงว่าจะให้พวกฉันล่ะ”
    ฉงก้งรีบตอบ “ผมไม่ลืมแน่ ถ้าฆ่ามันสำเร็จ ผมจะมอบเงินหนึ่งหมื่นหยวนให้พี่ในทันที”
    “ดี” เปียวขวงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ชายอีกสองคนซึ่งเป็นลูกน้องของเขาก็ยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน งานง่ายๆ อย่างการวางเพลิงฆ่าคนแบบนี้ พวกเขาล่ะชอบนัก
    ‘ฉันบอกแล้วว่าแกจะได้เจอดี!’ มุมปากของฉงก้งโค้งเป็นรอยยิ้ม เวลานี้เขาไม่ได้สนใจอะไรนอกจากฆ่าหลินเฉิน และเขาก็ไม่สนด้วยว่าในบ้านของหลินเฉินมีคนกี่คน ใครใช้ให้อีกฝ่ายมาทำให้เขาอับอายมากขนาดนั้นกันล่ะ
    ฉงก้งคิดว่าหลินเฉินจะโทษใครได้ นอกจากโทษตัวเองที่กล้ามามีเรื่องกับเขา
    หลินเฉินยืนอยู่หน้าตรอกซอย จ้องมองพวกฉงก้งด้วยสายตาเย็นชา ความต้องการฆ่าสามารถมองเห็นได้ภายในแววตาของเขา
    เขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะลงมือ พลันพลิกมือขึ้น พลังปราณสีฟ้าสดใสก็ถูกส่งออกมาจากร่างกายของเขา มันลอยออกไปปกคลุมทั้งตรอกซอยไว้
    เหตุผลที่เขาใช้พลังปราณปกคลุมทั้งตรอกซอยไว้ ก็เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนโดยรอบสนใจตรอกซอยนี้ ทั้งยังปิดกั้นเสียงเอาไว้ด้วย
    เมื่อเป็นอย่างนี้ ถึงภายในตรอกซอยนี้จะมีเสียงดังมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครได้ยินอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตน ถึงจะได้ยิน
    หลังจากใช้พลังปราณปิดกั้นตรอกซอยเอาไว้แล้ว หลินเฉินก็ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหาพวกฉงก้งอย่างไม่รีบร้อน
    ด้วยเสียงฝีเท้าการก้าวเดินที่ดังขึ้น ส่งผลให้พวกฉงก้งสี่คนมองมา
    “แก!” ฉงก้งจำหลินเฉินได้ในทันที เขาไม่มีทางลืมใบหน้าของหลินเฉินแน่ ความโกรธอันรุนแรงได้ปะทุขึ้นมาในใจของเขา เขารีบหันหน้าไปหาเปียวขวง “พี่เปียว”
    เปียวขวงพยักหน้าให้ในทันที “อืม คิดไม่ถึงว่าพวกเรายังไม่ลงมือ มันจะเสนอหน้ามาเองแบบนี้”
    “ให้พวกเราจัดการมันเลยมันครับลูกพี่?” ลูกน้องสองคนของเปียวขวงมองไปที่หลินเฉินด้วยสายตาดุร้าย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพร้อมที่จะลงมือทุกเมื่อ ขอเพียงแค่เปียวขวงสั่งมา
    เปียวขวงโบกมือไปข้างหน้า โดยไม่ได้พูดอะไร ลูกน้องสองคนของเขาที่เห็นลูกพี่ส่งสัญญาณให้ลงมือ พวกเขาก็ไม่ได้รอช้า พุ่งปรี่เข้าหาหลินเฉินอย่างรวดเร็ว
    หลินเฉินมีหรือจะกลัว เขาก้าวเท้าเข้าหา มือข้างหนึ่งรวบเป็นหมัด ก่อนจะชกไปที่ลำคอของหนึ่งในลูกน้องของเปียวขวง
    แกร่ก!
    เพียงหมัดเดียว กระดูกคอของอีกฝ่ายก็แตกหัก คอบิดเบี้ยวไปข้างหลังในทันใด ดวงตาของชายคนนี้เบิกกว้าง รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก และก็เป็นความเจ็บปวดสุดท้ายในชีวิตที่เขารู้สึก ร่างกายหงายหลังล้มลงกับพื้น แน่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนอีก ชัดเจนว่าตายแล้ว ทั้งยังตายตาไม่หลับ!
    ลูกน้องของเปียวขวงอีกคนที่วิ่งตามหลังมา ต้องหยุดชะงัก มองเพื่อนของตัวเองที่ตายไปแล้วด้วยความตกตะลึง แต่เขาก็ตกตะลึงได้เพียงแค่ครู่เดียว ความเจ็บปวดแบบเดียวกันกับที่เพื่อนของเขารู้สึกก็เกิดขึ้นกับเขา
    เป็นหลินเฉินก้าวเข้ามาชกใส่ลำคอของเขาหนึ่งหมัด กระดูกคอแตกหัก ดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายล้มตึงลง ตายตาไม่หลับตามเพื่อนไป
    มองเห็นภาพที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเปียวขวงก็ดี ฉงก้งก็ช่าง ต่างดวงตาเบิกกว้างแทบถลน ร่างกายสะท้านขึ้นมาด้วยความหนาวเหน็บ
    “กะ...แกฆ่าลูกน้องของฉัน!” เปียวขวงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หลังจากระงับความตะลึงลงได้ ภายในใจของเขารู้สึกเย็นยะเยือก เขาคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะกล้าฆ่าคน
    “แล้ว?” หลินเฉินไม่อยากเสียเวลากับคนพวกนี้ เขาชี้นิ้วไปที่หน้าผากของเปียวขวง
    ทันใดนั้นแสงปราณเล็กๆ ก็พุ่งออกจากนิ้วของเขาไปยังหน้าผากของเปียวขวง
    ฉึก!
    หน้าผากของเปียวขวงกลายเป็นรูเลือดเล็กๆ ในทันใด อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้ต่อต้านขัดขืนเลยสักนิด นี่คือความต่างของคนธรรมดากับผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง
    คนธรรมดาเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ฝึกตนแล้ว ก็ไม่ได้แตกต่างจากมดปลวกเลยสักนิด!
    สิ่งสุดท้ายที่เปียวขวงรู้สึกได้ก่อนตายคือความหวาดกลัว เชื่อเถอะว่าถ้าหากเขารู้ว่าถ้าการมาช่วยฉงก้งฆ่าคนจะทำให้เขาถูกฆ่าตายแบบนี้ เขาไม่มีทางมาช่วยแน่
    ร่างกายที่ไร้ซึ่งลมหายใจของเปียวขวงได้ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดัง คนที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างฉงก้ง แน่นอนว่ารู้สึกหวาดกลัว เขาหวาดกลัวจนฉี่ราดออกมา ทั่วร่างกายของเขาตอนนี้สั่นไปหมด
    ใบหน้าซีดขาวลง มีเม็ดเหงื่ออันเย็นเยียบผุดขึ้นมาบนใบหน้า แข้งขากลายเป็นอ่อนแรง ต้องล้มลงนั่งกับพื้น
    “ยะ...อย่าเข้ามา!” ฉงก้งร้องเสียงหลงด้วยความกลัว เมื่อเห็นว่าหลินเฉินกำลังก้าวเดินเข้ามาหาเขา
    จบบทที่ 12