47 1-2
ตอนที่ 73 ดูให้ดีว่ามันคือผู้ใด!
แต่ทันใดนั้น ภายในมือทั้งสองข้างของเหลิงหยุนเจียวก็เหลือเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับสุ้มเสียงไม่พอใจของเหนียวเหนี่ยวที่สะท้อนดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง
“นายหญิง ข้ากำลังจะเลื่อนขั้นอยู่แล้ว จึงมีความต้องการบริโภคพลังวิญญาณมากเป็นพิเศษ”
“แต่มิต้องดีใจไปหรอกนายหญิง แม้จะเลื่อนขั้นได้สำเร็จ ข้าก็หาได้มีความสามารถอะไรเพิ่มเติมอยู่ดี และยังคงทำหน้าที่เฝ้าห้วงมิติพื้นที่ของท่านเป็นอย่างดีต่อไป!”
“....”
เหลิงหยุนเจียวแทบอยากจะชักปืนออกมาเป่าหัวเหนียวเหนี่ยวสักนัดให้รู้แล้วรู้รอดไป
เหลิงเจียวเหนียงรีบพูดปลอบโยนแทรกขึ้นทันที
“แม่จ๋า นางเพียงแค่หิวเท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก บนผืนพิภพแห่งนี้ยังมีผลึกวิญญาณอีกตั้งมากมาย”
ไป๋ซือหมิงเองที่เห็นเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ก็รีบช่วยกล่าวเสริมขึ้นอีกคน
“เอาน่า พี่สาวถัง หากรอบหน้ามีโอกาส ก็จับมาตีสั่งสอนสักหน่อย เดี๋ยวนางก็คงเชื่องเองล่ะ”
“...” มีหรือที่เหลิงหยุนเจียวจะไม่อยากทำเช่นนั้น? เพียงแต่นางไม่เคยจับตัวเหนียวเหนี่ยวได้ทันเลยสักครั้ง!
ไม่ได้การ! ข้าจักต้องรีบฝึกปรือให้หนัก! มิเช่นนั้น ทั้งชาตินี้ข้าคงจับเหนียวเหนี่ยวมาสั่งสอนไม่ได้เป็นแน่!
“ท่านอาจารย์ถัง รอนานหรือไม่? ข้านำสัญญาอีกฉบับมาแล้ว นี่เป็นส่วนเนื้อหาการค้ำประกันด้วยจวนตระกูลเหลิงแห่งนี้ หากไม่ติดใจอันใดก็สามารถลงนามประทับได้เลย”
เหลิงหยวนหลงเดินดิ่งเข้ามาพร้อมยื่นสัญญาอีกฉบับที่เพิ่งร่างเสร็จส่งให้อย่างไม่สู้เต็มใจนัก
เหลิงหยุนเจียวพยายามปรับอารมณ์ให้นิ่งสงบโดยไว หลังจากหยิบสัญญาฉบับดังกล่าวขึ้นมาพินิจดูอย่างละเอียด ก็พบว่าทุกอย่างล้วนปกติดีไม่มีจุดน่าสงสัยใดๆ
“เอาล่ะ เช่นนั้นก็ลงนามประทับกันเลยเถิด”
หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างประทับลายมือลงบนสัญญาฉบับนี้เสร็จสิ้น เหลิงหยุนเจียวก็พลอยรู้สึกโล่งใจขึ้นเป็นอย่างมาก
“ท่านพ่อ ไฉนวันนี้จึงมีแขกมาเยือนจวนของเรามากมายนัก...”
ทันใดนั้นเอง ก็มีอีกหนึ่งสุ้มเสียงของผู้มาเยือนใหม่ดังขึ้นจากด้านหลังของเหลิงหยุนเจียว และเมื่อชำเลืองมองไปทางต้นเสียง ก็พบว่าเป็นเหลิงฉิวหวานที่กำลังยืนอยู่ด้านนอกเรือน และกำลังเพ่งมองเข้ามา
เหลิงฉิวหวานในยามนี้สวมผ้าคลุมสีทึบมิดชิด เพื่อปกปิดรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัวบนใบหน้าของตนเอง
แต่จู่ๆเหลิงฉิวหวานก็ถึงกับหน้าซีดเผือดในบัดดล พยายามเพ่งสายตาปรับมองแขกตรงหน้าให้อย่างตั้งใจ ชั่วอึดใจเดียว นางก็ถึงกับกรีดร้องลั่นออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นังสารเลว! เจ้ามาทำบ้าอะไรที่นี่?!”
นางแหกปากตะคอกใส่เหลิงหยุนจัยวด้วยความเดือดดาล ใบหน้ายิ่งถอดสีทวีความซีดเซียวเสมือนมีชั้นน้ำแข็งคลุมเคลือบไว้
“ท่านพ่อ ไฉนมันจึงมาอยู่ที่นี่ได้?!”
เหลิงหยวนหลงปั้นสีหน้าฉงนงุนงง ไม่เข้าใจกับคำถามประโยคนี้ของนาง จึงรีบเอ่ยอธิบายออกไปโดยไว
“นี่คือท่านอาจารย์ถัง ฉิวหวาน เจ้ารู้จักนางด้วยรึ?”
เหลิงฉิวหวานรีบสับเท้าวิ่งตรงดิ่งมายืนอยู่ข้างเหลิงหยวนหลง ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เค้นเสียงกล่าวออกมาด้วยความเคียดแค้นยิ่ง
“ท่านพ่อ! ดูหน้ามันให้ชัดๆ! มันคือเหลิงหยุนเจียว! นังสวะที่เกือบฆ่าบุตรสาวของท่านพ่อผู้นี้ตายบนหุบเขาถงฉางอย่างไรเล่า!!”
นางยกมือขึ้นชี้นิ้วใส่หน้าเหลิงหยุนเจียว พร้อมระเบิดเสียงตะโกนลั่นห้อง
“หากยังไม่เชื่อ ท่านก็ลองให้มันเปิดผ้าคลุมหน้าพิสูจน์ได้เลย! มันเคยสวมอาภรณ์ชุดนี้ขึ้นหุบเขาถงฉางแล้วคราหนึ่ง! ต่อให้มันไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่าน ข้าก็ยังจดจำมันได้อย่างแม่นยำ!”
ไป๋ซือหมิงยืนแทะผลผิงกั่วอย่างเงียบๆไม่พูดไม่จา ขณะเดียวกัน ก็เหลือบสายตามองไปทางเหลิงหยุนเจียวเช่นกัน ดูเหมือนว่าเขากำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหลิงหยุนเจียวก็ระเบิดเสียงหัวเราะขำขันดังลั่น นางบรรจงนั่งลงบนเก้าอี้ และค่อยๆถอดหมวกไม้ไผ่ปีกกว้างโยนทิ้งไป
“ใช่แล้ว ข้าเอง แต่ต่อให้รู้ว่าเป็นข้าแล้วอย่างไร พวกเจ้ายังมีปัญญาทำอะไรได้รึ?”
เมื่อเหล่าสมาชิกตระกูลเหลิงได้เห็นเหลิงหยุนเจียว ก็ถึงกับนิ่งตะลึงงันไปชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนล้วนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ต่างคนต่างพูดอะไรไม่ออกแม้สักคำเดียว สิ่งเดียวที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของพวกเขาก็คือความประหลาดใจยิ่ง
“เจ้า...ใบหน้าของเจ้า....”
เหลิงฉิวหวานพูดติดอ่างฟังแทบไม่เป็นภาษา
เหลิงหยุนเจียวคลี่ยิ้มหวานส่งให้ ไออากาศร้อนรุ่มโดยรอบถูกรอยยิ้มเย็นยะเยือกสุดแสนนี้ปัดเป่าไม่เหลือ
ไป๋ซือหมิงเลิกคิ้วกระตุกเล็กน้อย กล่าวขึ้นอย่างไม่สู้จะเข้าใจนัก
“ใบหน้าของพี่สาวถังทำไมอย่างนั้นรึ? มิใช่ว่างดงามอยู่แล้ว? อืมม...จะว่าไปงดงามเกินคาดเลยล่ะ มิน่าล่ะ เหตุใดท่านพี่โม่จึงอยากจะเป็นพ่อของเจียวเหนียงนัก”
“....” เหลิงหยุนเจียวที่เปิดตัวมาอย่างสง่างาม รอยยิ้มเย็นยะเยือกบนริมฝีปากถึงกับชะงักค้าง นางหันขวับไปพูดกับไป๋ซือหมิงว่า
“ที่เจ้ากล่าวมาล้วนดีทุกคำ เว้นแต่ประโยคสุดท้ายเท่านั้น”
“แหะๆ...” ไป๋ซือหมิงยักไหล่หัวเราะในลำคอ แล้วยืนกินผลผิงกั๋วต่อ
“ในเมื่อพวกเจ้ารู้ว่าเป็นข้าแล้ว ข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอันใดอีกต่อไป นับตั้งแต่นี้ ตำแหน่งประมุขตระกูลเหลิงได้ถูกเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!”
“เหลิงหยุนเจียว! บังอาจ!!”
เหลิงหยวนหลงตรงดิ่งเข้าไปหาเหลิงหยุนเจียวด้วยความเดือดดาลยิ่งทันที ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ ดวงตาแดงก่ำเป็นสีโลหิตแดงฉาน