ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่เคยชินเลย มีแต่อึดอัดมากกว่าเดิม
“เหมือนตุ๊กตางั้นเหรอ”
“หึ” ฉันหัวเราะเยาะตัวเองพร้อมกับใช้ปลายนิ้วกดนวดขมับ คนพวกนั้นช่างเปรียบเทียบเสียจริง แล้วมันก็ดันตรงกับฉันอย่างช่วยไม่ได้ซะด้วยสิ
“ตั้งสติหลิน” ฉันใช้มือสองข้างตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียนสติไม่ให้คิดเยอะ จากนั้นก็เริ่มจัดการกับตารางการสอนต่อ
่เช้าก่อนการสอน
“หลิน”
“หลิน!”
“ว่าไงพรีม”
“เป็อะไรเนี่ย ฉันเห็นแกนั่งเขี่ยข้าวในจานมาสักพักแล้วนะ สรุปจะกินหรือจะหาอะไรหึ?”
“ก็กำลังจะกินนี่ไง” ว่าจบฉันก็ตักข้าวเข้าปากพร้อมมองหน้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ‘พรีม’ เธอคือเพื่อนคนเดียวของฉันหากไม่นับรวมกับตอนไปเรียนต่อโทที่ต่างประเทศนะ
เราสองคนเจอกันตอนปีหนึ่ง แล้วก็เริ่มสนิทกันมาเรื่อย ๆ แม้จะเรียนกันคนละคณะคนละสาขาก็ตาม
พรีมเรียนจบบริหารมา ตอนนี้เธอก็เลยมาเป็อาจารย์ของคณะนั้นตามคำชวนของอาจารย์ที่เธอเคารพ ส่วนฉันเรียนศิลปศาสตร์ แต่การได้มาเป็อาจารย์เป็เพราะแม่้า
พรีมเป็คนเดียวที่รู้ถึงความจริงข้อนี้ ความจริงที่ว่าฉันไม่ได้อยากเป็อาจารย์สักนิดเดียว
“ได้ยินใครพูดอะไรไม่ดีมาอีกหรือไง”
“แกมีตาทิพย์เหรอ”
“เป็เพื่อนกันมาตั้งกี่ปี ไอ้ท่าทางแบบเมื่อกี้ฉันเห็นมาตลอดนะ ลืมแล้วหรือไง”
“...” ฉันทำเพียงแค่ยิ้มให้มันโดยไม่พูดอะไรต่อ
ใช่ ฉันมักจะเป็แบบนี้เสมอ ไม่แปลกที่มันจะดูออก แล้วมันก็รู้ว่าฉันไม่ชอบคำปลอบใจ มันเลยเลือกที่จะนั่งกินข้าวเงียบ ๆ เหมือนทุกที
“ก็ถ้าทนไม่ไหวอย่างน้อยก็ลองตบคนพูดดู หรือถ้าทำไม่ได้ก็หาจ้างมือดักตบเอา”
“นี่ถ้าเด็ก ๆ ที่ชอบพูดอวยว่าแกเป็อาจารย์ใจดีมาได้ยินเข้าคงจะน่าใไม่น้อย”
“ไม่มีทาง เพราะมีแต่แกเท่านั้นที่จะเห็นด้านนี้ของฉัน”
“เฮ้อ ~ อยากให้โลกได้เห็นความจริงจากยัยนี่จริง ๆ” ฉันพูดหยอกพร้อมกับหัวเราะออกมา พรีมเป็แบบนี้เสมอชอบพูดอะไรที่ดูไม่เข้ากับหน้าตาอ่อนหวานนั้นทุกครั้ง
“เห็นแกหัวเราะได้แบบนี้ก็ดีละ”
“ฉันนี่ตามแกไม่ทันตลอดเลยพรีม” ฉันอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเผลอตัวตกหลุมกับดักที่เพื่อนตัวเองขุดรอเอาไว้
“แค่ไม่อยากให้เด็กต้องมาเห็นสีหน้าหมาหงอยของอาจารย์หลินสุดแสนเพอร์เฟกต์ก็เท่านั้น”
“แรงนะหมาหงอยเลยเหรอ” ฉันแกล้งชักสีหน้าใส่มัน แต่พรีมกลับทำเพียงยักไหล่เหมือนไม่สนใจตอบกลับมา
“ก็มันเื่จริงนี่”
“จ้า ๆ”
“หวังว่าสักวันแกจะกล้าเถียงแม่แกแบบนี้บ้างก็ดีนะ”
“กำลังพยายาม”
“แน่ใจนะ? ว่ากำลังพยายาม ทำไมฉันกลับไม่เห็นถึงความพยายามเ่าั้เหมือนกับตอนที่แกได้ทำในสิ่งที่ชอบเลยละ”
“…”
“แววตาพวกนั้นฉันไม่เห็นเลยสักนิดนะหลิน”
“พรีม”
“ฉันรู้ว่าแกไม่ชอบให้พูดเื่พวกนี้ แต่นี่มันกี่ปีแล้วหลินแกจะเป็แบบนี้ไปจนแก่เลยเหรอ”
“ก็ไม่หรอก...แต่เดี๋ยวคงมีสักวันนั่นแหละ” ถึงแม้จะทำเป็พูดเหมือนอวดดี แต่ความเป็จริงฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองคงได้เป็แบบนี้ไปจนแก่เหมือนอย่างที่พรีมมันพูดไว้แน่
“ถ้าแกยังเป็แบบนี้ คำว่า ‘สักวัน’ ที่แกหมายถึง มันคงไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก”
“ฉันยังอยากทานข้าวให้อิ่มอยู่นะพรีม”
“เฮ้อ ~” มันทำได้แค่ถอนหายใจใส่ฉัน จากนั้นบทสนทนาอันตึงเครียดก็จำต้องหยุดไว้
หอสมุดของมหา’ ลัย
หลังจากแยกกับพรีมไป ฉันก็มาจมปลักอยู่ในสถานที่เดิมอันคุ้นเคย เพราะไม่อยากกลับไปนั่งรอเวลาสอนคาบแรกที่ห้องทำงานก็เลยมาหมกตัวอยู่ในห้องสมุดแทน
อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันไม่ต้องมาได้ยินเสียงบทสนาเกี่ยวกับตัวเอง และการที่เลือกเข้ามาลึกสุดก็เป็อีกเหตุผลที่ฉัน้าอยู่เงียบ ๆ คนเดียวด้วย
“นี่ ดะ...เดี๋ยวสิ” เสียงแหบของหญิงสาวดังขึ้นอีกฟากของมุมที่ฉันนั่งอยู่
“ทำไม มีอะไร” แต่เมื่อมีเสียงของผู้ชายดังขึ้นโต้ตอบก็เริ่มทำเอาฉันเกิดความสนใจขึ้นมา
“…” อย่าบอกนะว่าเด็ก ๆ มาแอบทำอะไรกันตรงนี้! ให้ตายสิ! -///-
“บอกว่าไม่ไง” ครั้งนี้เสียงของผู้หญิงดูหนักแน่นขึ้นเหมือนกับว่าเธอกำลังถูกบังคับ ฉันควรต้องออกไปช่วยสินะ
ปัก!
“นี่!” เพราะเหมือนมีเสียงอะไรกระแทก ฉันเลยโผล่ตัวออกไปโดยไม่ต้องคิดมากเหมือนเมื่อกี้ เพราะกลัวว่าเขาจะทำร้ายผู้หญิงพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเสียงที่ได้ยิน
ก็พบเป็นักศึกษาชายหญิงอย่างที่คิด
แต่...ดูเหมือนจะแปลกตาไปหน่อย
เพราะทั้งสองคนอยู่ในท่ากำลังแย่งหนังสือเล่มเดียวกันอยู่ต่างหาก
“เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าคะ/ครับ” ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน จากนั้นก็ใช้สายตาฟาดฟันกันต่อ พร้อมกับแย่งของในมือที่เป็หนังสือเล่มหนาเหมือนเดิม
“ทะ...ทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่จ๊ะ” ฉันแกล้งทำตัวเนียนเข้าไปคุยด้วย เพราะอับอายกับสิ่งที่ตัวเองคิดก่อนหน้านี้
“คือหนูเจอหนังสือเล่มนี้ก่อน แต่ผู้ชายคนนี้อยู่ ๆ ก็มาแย่ง ใช้ได้ที่ไหน”
“แย่ง? เธอยังไม่ทันจับเล่มนี้เลยด้วยซ้ำ”
“นั่นก็เพราะฉันกำลังจะจับไง แต่นายมาแย่งก่อนอะ”
ไม่กี่นาทีผ่านไป
“เกือบหน้าแตกแล้วไหมล่ะ” ฉันเอามือพิงชั้นหนังสือด้วยความโล่งใจหลังจากช่วยแก้สถานการณ์เมื่อกี้ให้จบลงด้วยดีแล้ว
“แค่เด็กแย่งหนังสือกัน แต่ดันไปคิดว่าพวกเขา…โอ๊ย!”
“ยัยหลินเธอนะเธอ” ฉันเขกหัวตัวเองเบา ๆ
“ถ้ายัยพรีมอยู่ด้วยมีหวังโดนมันล้อหนักแน่”
“ตั้งสติหลิน!” ฉันสะบัดหน้าสองสามครั้งเพื่อไล่อาการเขินออกไป อายุจะเข้าเลขสามอยู่แล้ว แต่ประสบการณ์ด้านความรักดันเป็ศูนย์ จะให้ใครมารู้ไม่ได้เด็ดขาด กับอีแค่คิดว่ามีคนมาพอดรักกันฉันก็เขินขนาดนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน!
ฟุบ ~
“…” พูดจบไม่นานก็มีผู้ชายคนใหม่ลุกขึ้นจากมุมมืดและเดินผ่านฉันไป แน่นอนว่าฉันใจนไม่กล้าเงยหน้ามอง เพราะด้วยความสูงของเขามันคนละระดับกับสายตาของฉัน
ว่าแต่...เขาคงไม่ได้ยินอะไรหรอกใช่ไหม T^T
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————