-33-
เวลาของเรา
วันต่อมา
ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ลงไปช่วยคุณแม่ทำกับข้าวข้างล่าง วันนี้คุณแม่จะทำซุปกิมจิกับต็อกโบกี ซึ่งฝีมือของคุณแม่การันตีได้เลยว่าอร่อยมาก
ไม่นานฉันก็เห็นอาติเดินลงมาข้างล่างยืนพิงตู้เย็นในครัวดูพวกเราสองคนทำอาหารด้วยสายตาเปล่งประกาย
“ไม่คิดจะช่วยหน่อยหรือไง”คุณแม่พูดขึ้น
“ผู้หญิงควรทำอาหารสิครับ”
“เพ้อเจ้อผู้ชายควรช่วยไม่ใช่ปล่อยให้ผู้หญิงทำคนเดียว”
“ผมอยากกินฝีมือของแม่มากกว่า”
“ขี้เกียจนะสิไม่ว่า”
คุณแม่ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาส่วนฉันก็ได้แต่ก้มหน้าล้างผักอย่างตั้งอกตั้งใจแต่ก็แอบอมยิ้มไปด้วย
อาติกับคุณแม่มักคุยเล่นกันเหมือนเพื่อนทั้งที่พวกเขาสองคนแทบไม่ค่อยได้เจอกันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังดูอบอุ่นจนฉันยังแอบอิจฉาอยู่ในใจเคยมีอารมณ์ชั่ววูบเหมือนกันที่ฉันอยากอยู่ในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักแบบนี้แต่มันก็ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ
หลังจากทำอาหารเสร็จเราก็เริ่มกินข้าวกันบนโต๊ะอาหาร ซึ่งมีแต่เสียงหัวเราะการต่อล้อต่อเถียงของคู่แม่ลูกที่ดูสนุกสนานสายตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความสุข และความรัก
วันนี้ช่วงสามทุ่มฉันกับอาติต้องเดินทางกลับประเทศไทยแล้วมีเวลาเหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คงต้องเตรียมตัวกลับ
“อาเจียว…”
ขณะที่ฉันกำลังล้างจานอยู่ในครัวก็ได้ยินเสียงเรียกของคุณแม่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ค่ะ”
“เรื่องเมื่อคืนแม่ขอโทษนะลูกที่ปล่อยให้หนูไปโกดังคนเดียว”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่อย่าคิดมากเลย”
“แม่อยากให้หนูกับติสรณ์ได้คุยกัน ปรับความเข้าใจกัน”
“คุณแม่พูดเหมือนหนูกับอาติทะเลาะกันเลยนะคะ”
“แม่กังวล กลัวหนูจะคิดมากเรื่องข่าวของโยลี”
“…”ฉันล้างจานใบสุดท้ายเสร็จก็หันไปมองคุณแม่ด้วยความงุนงง “เรื่องโยลี?”
“แม่ไม่รู้เรื่องของโยลีเลยนะ ติสรณ์ก็ไม่ได้บอกอะไรด้วยแม่ได้ยินมาจากข่าวอีกที เรื่องนี้หนูอย่ากังวลเลยนะแม่อยู่ข้างหนูนะลูก”
ที่แม่พูดแบบนี้แสดงว่าแม่ยังไม่รู้เรื่องที่โยลีท้องสินะ เพราะถ้าท่านรู้ท่าทีที่มีในตอนนี้อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
_________________
(โยลี)
บริษัท Tin
“สวัสดีค่ะ คุณโยลี”
“ดีค่ะ”
“เอ่อ…มาหาคุณติสรณ์เหรอคะ”
“ใช่ เขาอยู่หรือเปล่า”
“คุณติสรณ์ไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ”
“อะไรนะ เขาไปไหน”
“ไปเกาหลีค่ะ”
เกาหลี…ติสรณ์ไปเยี่ยมคุณแม่เหรอ แล้วทำไมเขาไม่คิดจะบอกฉันบ้างเวลาก็ผ่านมานานขนาดนี้ ยังไม่คิดจะพาฉันไปหาครอบครัวอีก
“ไปกับใคร”
“คุณติสรณ์ให้จองที่นั่งไว้สองที่ค่ะ แต่ดิฉันไม่ทราบว่าไปกับใคร”
สองที่นั่ง? หรือว่าเลขามินจะไปด้วยขอให้เป็นแบบนั้นก็แล้วกัน เพราะถ้าไม่ใช่…ก็รอดูแล้วกันว่าฉันจะทำอะไร
ครืดครืด
เสียงข้อความเข้ามาจากนักสืบที่เธอจ้างให้ดูพฤติกรรมของอาเจียว
‘Sent Photo’
‘SentPhoto’
‘SentPhoto’
‘SentPhoto’
สิ่งที่ฉันเห็น ทำให้แรงฝ่ามือบีบโทรศัพท์อย่างแรงด้วยความโมโห หงุดหงิดยัยอาเจียวกับติสรณ์ไปด้วยกัน พวกเขาสองคนไปเกาหลีด้วยกัน
งามหน้านักนะ!!
จะเล่นแบบนี้ใช่ไหมก็ได้ ฉันจะทำให้หล่อนลืมไม่ลงไปเลยว่าฉันเป็นใคร
“พวกเขากลับวันไหน”
“ขึ้นเครื่องตอนสามทุ่มค่ะ ถึงที่นี่น่าจะประมาณตี 1 กว่าๆ”
“ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณฟ้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ฉันจะไม่ยอมให้ยัยอาเจียวได้เข้าใกล้ติสรณ์อีกแล้วไม่อย่างนั้นสิ่งที่ฉันทำลงไปได้สูญเปล่าแน่
______________________
(อาเจียว)
วันนี้ทั้งวัน ฉันไปอยู่กับคุณแม่ที่ร้านกาแฟ ช่วยท่านขายของและก็ได้ลองกินขนมฝีมือท่านด้วยส่วนอาติก็เอาโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานที่ร้าน สายตาก็คอยมองฉันตลอดเวลา จนบางครั้งฉันต้องแอบหลบหน้าเพราะความเขินอาย
“แม่เอาขนมใส่กล่องไว้ให้แล้วนะเอาไว้เผื่อหิว”
“ขอบคุณนะคะ”
“กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็นานเลยนะ”
“ไม่นานหรอกค่ะ หนูจะพยายามโน้มน้าวให้อาติมาเดือนละครั้ง ดีไหมคะ”
“ดีสิ ฮ่าๆ แม่เชื่อ ว่าหนูทำได้”
ถึงจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน แต่ฉันกลับรู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้มาที่นี่เพราะได้เจอคุณแม่ที่เอ็นดูฉันเสมอและยังได้รู้ความในใจของอาติอีกด้วย มีแต่คุ้มกับคุ้ม…นึกถึงเรื่องของโยลี ข่าวล่าสุดที่เกี่ยวกับฉันไม่รู้ว่าซาลงบ้างหรือยัง
ประเทศไทย
วันต่อมา
01.32 น.
ฉันกับอาติ เราเดินออกมาจากเกตพร้อมกันมือข้างหนึ่งของเขากุมมือฉันไว้ส่งผ่านความอบอุ่นมาถึงฉันได้อย่างละมุนเป็นการจับมือกันครั้งแรกที่ฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเขาแต่เป็นเขาที่เข้ามาหาฉันต่างหาก…
แชะ!! แชะ!! แชะ!!
เสียงแฟลชกล้องทำให้ฉันตาหยีเพราะแสงแยงตา หลังจากปรับโฟกัสได้ถึงเห็นว่าตัวเองถูกเสื้อตัวใหญ่คลุมหัวไว้
“ไม่ต้องพูดรีบไปขึ้นรถก่อน”
ฉันพยักหน้าตอบรับและเดินไปพร้อมกับอาติจนถึงลานจอดรถอาติดันฉันเข้าไปในรถก่อนที่ตัวเองจะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับจากนั้นรถก็เคลื่อนที่ออกตัว
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” ฉันดึงผ้าคลุมออกก่อนจะหันไปมองอาติที่ขมวดคิ้วแน่นมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีอะไรหรอก”
“ไม่มีอะไรได้ยังไง หนูได้ยินเสียงแฟลชกล้อง มีนักข่าวใช่ไหมคะ”
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
แล้วอาจะจัดการยังไงคุณโยลีคือดาราดังนะ เธอคงไปบอกนักข่าวเรื่องฉันแน่ถึงได้มีคนรู้เรื่องที่ฉันกับอาติไปเมืองนอกหล่อนคงอยากให้ฉันไม่มีที่ยืนในสังคม
“ฉันจะไปส่งที่คอนโด”
“แล้วอาจะไปไหน”
“ฉันจะไปทำธุระ”
ฉันอยากจะตามเขาไปด้วย แต่ดูท่าคงไม่ง่ายยิ่งอาติกำลังเป็นแบบนี้ทางที่ดีอย่าไปยุ่งจะดีกว่าฉันเชื่อว่าอาติจัดการเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว
หลังจากอาติมาส่งฉันที่คอนโดเขาก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการธุระอะไรบางอย่าง ส่วนฉันก็ขึ้นไปบนห้อง เปิดประตูเอื้อมมือไปเปิดไฟก็เจอกับใครบางคนนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว
“ป๊า…”