ตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 32 การช่วงชิงชัยชนะในจวนโหว

    เซียวฉีสยงฟังคำพูดของลูกชายจบแล้วเม้มปากอยู่นานสองนานไม่พูดไม่จามองเซียวอวี้ด้วยแววตาสลับซับซ้อนสุดขีด ทั้งชื่นชม และตกตะลึงในคราวเดียว

            ความลับของตัวเซียวอวี้ยังมากมายและน่ากลัวกว่าที่เขาคิดเอาไว้

            มูลค่าของยาเสริมความอบอุ่นของจิตวิญญาณสำหรับนักพรตขั้นลูกกลอนนิลแล้วสำคัญแค่ไหนเขาเข้าใจดีกว่าใครต่อใครทั้งนั้น ขอแค่พลังของจิตวิญญาณแข็งแกร่งเพียงพอเขาสามารถเลื่อนขั้นเป็นลูกกลอนนิลแปดชั้นฟ้าได้ภายในสิบปี

            แต่พลังของจิตวิญญาณซ่อมแซมได้ยากที่สุดถ้าสามารถกินยาที่เสริมความอบอุ่นจิตวิญญาณได้บ่อยครั้งสำหรับเขาแล้วก็คือสมบัติล้ำค่ามหาศาลเลยทีเดียว

            “อวี้เอ๋อร์พ่อสังเกตว่ายิ่งมองเจ้าไม่ออกขึ้นเรื่อยๆ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสของเจ้าเป็นโชคชะตาของเจ้าเจ้าในภายภาคหน้าคงจะไม่ขลุกตัวอาศัยอยู่ในอาณาจักรต้าถังอันคับแคบนี้โลกบำเพ็ญตนอันกว้างใหญ่ไพศาลถึงเป็นที่ที่เจ้าควรไป” เซียวฉีสยงทอดถอนใจแววตายิ่งอบอุ่นเมตตารักใคร่

            เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางพยักหน้า“ดังนั้นขอท่านพ่อโปรดจงวางใจผู้มีสิทธิ์ที่จะได้ไปฝึกบำเพ็ญตนในสำนักคราวนี้ ข้าจะทำจนสุดความสามารถ ช่วงชิงมาไว้ในมือให้ได้”

            “พ่อเชื่อเจ้า!”เซียวฉีสยงอมยิ้มพร้อมกล่าวขึ้น

            ฟึ่บ!

            ทันใดนั้นมีเงาดำเงาหนึ่งปรากฏขึ้นนอกห้อง เด็กหนุ่มที่สวมชุดดำคนหนึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเอ่ยด้วยเสียงนบนอบ “ท่านโหวฉังเซิ่งโหวหวงเวยหลินจะบุกเข้ามาในจวนโหวถูกเหล่าองครักษ์ขวางอยู่ตรงหน้าประตูขอรับ”

            “หืม?”

            เซียวฉีสยงพลันสายตาเยียบเย็นทันทีสีหน้าเคร่งขรึมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เขากล้ามาก่อเรื่องยุ่งยากถึงจวนโหว?หวงเวยหลินกินยาผิดสำแดงหรือไง”

            เซียวอวี้อดหัวเราะไม่ได้เอ่ยขึ้น “เมื่อครู่ตอนอยู่นอกเมืองลูกชายของเขายั่วยุสกุลเซียว ถูกข้าย่ำยีไปอย่างรุนแรงยกหนึ่งนี่หวงเวยหลินคงอยากจะออกหน้าให้กับลูกชายกระมัง”

            “เอ๊ะ?”

            เซียวฉีสยงตะลึงงันทันควันจากนั้นก็หัวเราะลั่น “ทำได้ดี ทำได้ดีหลายปีมานี้หวงเวยหลินคุยโวว่าลูกชายของตนเองยอดเยี่ยมแค่ไหนคราวนี้ถูกเซียวอวี้เหยียบย่ำอย่างรุนแรงสักครั้ง ดูว่าเขายังจะกำแหงอย่างไร”

            “ท่านโหวหวงเวยหลินกำลังตะโกนด่าอยู่ตรงหน้าประตู ท่านจะตัดสินใจอย่างไรขอรับ” เด็กหนุ่มในชุดสีดำเอ่ยถามด้วยเสียงนอบน้อมทันที

            เซียวฉีสยงทำเสียงฮึดฮัดกลิ่นอายความเหี้ยมเกรียมที่ห้าวหาญชาญชัยฉายวาบขึ้นบนตัวทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจเอ่ยว่า “เขามาถึงจวนจงใจมาหาเรื่องนี่มารังแกกันเพราะเห็นข้าอารมณ์ดีอย่างนั้นรึ ข้าจะไปเจอเขาด้วยตัวเอง”

            “ท่านพ่อข้าไปกับท่านก็แล้วกันหวงเวยหลินจะได้ไม่คิดว่าข้ากลัวจนหดหัวอยู่แต่ในจวนไม่กล้าออกไป” เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางหยัดกายลุกขึ้น

            เซียวฉีสยงพยักหน้าเอ่ยว่า“ไป พวกเราพ่อลูกไปเจอเขากัน เจ้าลงมือกับลูกชายของเขาหากเขายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ข้าก็จะจัดการเขาอีกสักตั้ง”

            ตรงหน้าประตูจวนโหว

            หวงเวยหลินสีหน้าย่ำแย่สุดขีดความอัปยศอดสูอันหนักหนาแสนสาหัสวนเวียนอยู่ในใจของเขาหลายปีมานี้เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับเซียวฉีสยงสถานะในฝ่ายกลาโหมตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว บัดนี้บุตรชายถูกลูกหลานสกุลเซียวเอาชนะ ความคั่งแค้นเดือดจัดจนขึ้นหัวพายอดฝีมือที่อยู่ใต้บังคับบัญชาอีกสามสี่คนมาด้วย หมายจะกู้หน้ากลับคืน

            นอกจากนี้เขายังอยากเจอเซียวอวี้ที่เอาชนะลูกชายคนเล็กของตนเองอยากจะดูว่าลูกชายของเซียวฉีสยงเก่งกาจสักแค่ไหนกันจะพอสูสีกับลูกชายคนโตของตนเองได้หรือเปล่า

            นี่ถึงเป็นความคิดหลักๆของเขา หวงเวยหลินตั้งความหวังไว้กับลูกชายคนโตของตนเองสูงมากไม่เพียงอยากจะให้ได้อันดับดีๆ สักอันดับในการประลองใหญ่สองแคว้นยิ่งอยากให้ลูกชายเอาชนะลูกหลานของสกุลเซียวได้ทำให้สกุลเซียวไม่อาจเงยหน้าอ้าปากไปได้ชั่วชีวิต

            “เซียวอวี้สุดยอดยอดฝีมือในรุ่นคนหนุ่มสาวแห่งเมืองเหลียงโจว มารดามันสิเซียวฉีสยงโชคดีขนาดนั้นได้อย่างไร ลูกชายปัญญาอ่อนก็สามารถกลายเป็นยอดฝีมือไปได้!”

            หวงเวยหลินสาปแช่งอยู่ในใจไม่หยุด

            “ฉังเซิ่งโหวช่างน่าเกรงขามเสียจริง ไม่คิดเลยว่าจะบุกเข้ามาจวนของข้าโดยพลการ” เซียวฉีสยงปรากฏตัวตรงหน้าประตูด้วยสีหน้าบูดบึ้งเย็นชามวลอากาศอันองอาญห้าวหาญที่พร้อมจะปรากฏได้ตลอดเวลาปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขา

            ในฐานะเป็นแม่ทัพผู้กล้าอันดับหนึ่งของกองทัพบัดนี้ยังเป็นอันดับหนึ่งที่สมดังคำร่ำลือทุกประการในฝ่ายกลาโหม หลายปีมานี้อำนาจของเซียวฉีสยงค่อยๆมากขึ้น น้อยมากที่จะมีคนกล้าหาเรื่องเขาอย่างเปิดเผย

            ถึงแม้หวงเวยหลินรูมีปร่างแข็งแรงกำยำความน่าเกรงขามไม่ธรรมดา แต่สีหน้าก็อดเปลี่ยนแปลงไม่ได้ฉายความหวาดกลัวที่ตัวเขาเองก็ไม่เต็มใจยอมรับ แต่ก็หัวเราะเยาะอีกครั้งในทันควัน “สหายเซียวลูกชายคนดีลงไม้ลงมือกับหวงลั่วเฉินลูกชายคนเล็กของข้าที่นอกเมืองเรื่องนี้สุดท้ายแล้วจะต้องมีคำอธิบายให้กับข้าใช่หรือเปล่า”

            “หืม?เจ้ามาหาข้าถึงที่นี่เพื่อหาคำอธิบายรึ”

            เซียวฉีสยงเผยรอยยิ้มประหลาดสุดแสนออกมาจากนั้นแววตาก็ค่อยๆ เย็นชายิ่งขึ้น “ใครเป็นคนมอบความกล้าหาญให้เจ้ากันกล้ามาหาข้าเพื่อขอคำอธิบายเนี่ยนะ? ยังไม่ต้องพูดถึงเจ้าลูกชายที่ไม่เป็นโล้เป็นพายของเจ้าเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนต่อให้ลูกชายของข้าทำร้ายลูกชายของเจ้าสักตั้ง นั่นก็ลงมืออย่างขาวสะอาดเจ้ามีอะไรไม่พอใจ”

            “เจ้า?”

            หวงเวยหลินหน้าแดงซ่านอย่างรวดเร็วหอบหายใจฮั่กๆ จับจ้องเซียวฉีสยงอย่างเอาเป็นเอาตายแววตาเบื้องลึกฉายความอับอายและความเดือดดาลที่ไม่กล้าท้าทายเซียวฉีสยงเลยแม้แต่น้อย

            เซียวอวี้อดขำในใจไม่ได้ท่านพ่อในชาตินี้ช่างมีนิสัยหุนหันพลันแล่น เพียงแต่เขาก็เข้าใจดีว่านี่ก็เป็นการเล่นละครอย่างหนึ่งของเซียวฉีสยงความฉลาดเฉียบแหลมของท่านพ่อเขาจะต้องลึกล้ำกว่าที่ใครๆจินตนาการเอาไว้อย่างแน่นอน

            “หวงเวยหลินข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ นี่ก็คือลูกชายของข้าเซียวอวี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าลูกชายไร้ประโยชน์นั่นของเจ้าเยอะเลยใช่หรือเปล่า”

            เซียวอวี้คลี่ยิ้มย่างเท้าเดินขึ้นหน้าอย่างเชื่องช้า เอ่ยขึ้น “แม่ทัพหวงลูกชายท่านข้านี่แหละเป็นคนทำร้าย”

            แววตาอึมครึมของหวงเวยหลินจับจ้องเซียวอวี้จิตสังหารไหลพรั่งพรูออกมาจากในใจอย่างระงับไว้ไม่อยู่ แต่ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงแววตาที่เยียบเย็นทั้งสองแผ่ปกคลุมร่างตนเองเอาไว้เลยรีบยับยั้งจิตสังหารลงในใจทันที

            “หวงเวยหลินเจ้าคิดว่าลูกชายของข้าเป็นอย่างไร อย่าไปคิดให้เปลืองสมองเลยแม้เจ้าจะรับรู้ความสามารถของลูกชายข้าแล้วแต่ลูกชายไร้ประโยชน์สองคนนั่นของเจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่ดี” แววตาของเซียวฉีสยงฉายความฉลาดเฉียบแหลมที่เข้าใจทุกอย่างทะลุปรุโปร่งแสยะปากหัวเราะเยาะแล้วเอ่ยขึ้น

            สีหน้าของหวงเวยหลินเขียวคล้ำสลับซีดขาวทันทีสายตาอึมครึมลงเป็นอย่างมาก

            “เซียวอวี้กล้าต่อสู้กับข้าหรือไม่”

            โครม!

            จิตสังหารอันแรงกล้าถ่ายทอดมาจากที่ห่างไกลอย่างกะทันหันเด็กหนุ่มที่สวมชุดจิ้นจวงสีหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างดุดันคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางดุร้าย

            หวงเวยหลินกลับอึ้งงันหน้าถอดสีอย่างรวดเร็ว “เหว่ยถิงเจ้าถึงเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อไร มาทำอะไรที่นี่ ยังไม่รีบออกไปอีก”

            “ท่านพ่อข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน ได้ยินข่าวว่าน้องเล็กถูกลูกหลานสกุลเซียวทำร้ายจนเจ็บตัวตั้งใจมาแก้แค้นแทนน้องเล็ก” แววตาบึ้งตึงเย็นชาของหวงเหว่ยถิงจ้องมองเซียวอวี้“กล้าต่อสู้สักตั้งหรือไม่”

            เซียวฉีสยงทำหน้าบึ้งตึงน้ำเสียงเย็นยะเยือกประดุจเหล็กแช่แข็ง “หวงเวยหลินพวกเจ้าพ่อลูกผลัดกันมาหาเรื่องถึงในจวนนี้คิดว่าหลายปีมานี้ข้าปลูกฝังคุณธรรมให้กับตนเองไม่กล้าฆ่าคนในเมืองหลวงแล้วอย่างนั้นหรือไง ใครก็ได้ เข้ามาจับพวกเขาสองคนเอาไว้”

            “ขอรับ!”

            นักพรตสิบกว่าคนที่มีกลิ่นอายทรงพลังน่าครั่นคร้ามพุ่งทะยานไปในกลางอากาศญาณรับรู้อันแข็งกร้าวแต่ละสายตรึงพ่อลูกหวงเวยหลินเอาไว้

            “ก้วนจวินโหวเจ้ากล้าลงมือกับข้ารึ ข้าเป็นฉังเซิ่งโหวที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง เจ้าลงมือกับขุนนางผู้มีอำนาจของราชวงศ์เจ้าจะกบฏหรือไง” หวงเวยหลินสีหน้าซีดเผือดตวาดกลับด้วยเสียงแหบพร่า

            หวงเหว่ยถิงกลับหัวเราะเยาะเอ่ยว่า“ที่แท้ก้วนจวิ้นโหวที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ทำเป็นแค่อาศัยอำนาจข่มเหงผู้คนวันนี้ข้าขอท้าเซียวอวี้ด้วยฐานะของบุตรชายคนโตสกุลหวง สกุลเซียวของพวกเจ้ากล้ารับหรือไม่กล้าไหม”

            สายตาไถ่ถามของเซียวฉีสยงมองไปทางเซียวอวี้

            เขาเองก็ไม่อยากแบกรับชื่อเสียงที่อาศัยอำนาจข่มเหงคนอื่นในเมืองหลวงเช่นกันเพียงแต่มองหวงเหว่ยถิงที่ฝึกบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิด ลูกชายตนเองจะเป็นคู่ต่อสู้ได้หรือ

            เซียวอวี้คลี่ยิ้มเอ่ยขึ้น “เจ้าท้าทายข้า ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้เพียงแต่ แต่ไหนแต่ไรข้าไม่รับคำท้าที่ไม่มีการวางเดิมพัน”

            “เจ้าจะเดิมพันอะไร”หวงเหว่ยถิงย้อนถามด้วยความเดือดดาล

            เซียวอวี้ยิ้มบางไม่พูดไม่จาแค่มองเซียวฉีสยง

            เซียวฉีสยงคิดสองจิตสองใจอยู่ชั่วขณะมองหวงเวยหลินด้วยความเย็นชา “ลูกชายของเจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นครึ่งก้าวก่อกำเนิดการประลองครั้งนี้จริงๆ แล้วไม่ยุติธรรม ถ้าสกุลเซียวของเราพ่ายแพ้ข้าจะทูลขอฝ่าบาทให้เจ้าควบคุมกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนาย หากลูกชายของเจ้าแพ้ก็จงส่งมอบไร่ยาผืนนั้นของบรรพชนสกุลหวงมาให้ข้าซะดีๆ”

            หวงเวยหลินสั่นสะท้านไปทั้งตัวจับจ้องเซียวฉีสยงด้วยความชั่วร้าย “เจ้าวางแผนมาดีนัก”

            “ใช่นี่ก็คือการวางเดิมพันของข้า ตอนนี้เจ้าไม่เดิมพันไม่ได้ ไม่เช่นนั้นวันนี้พวกเจ้าพ่อลูกก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่”แววตาของเซียวฉีสยงปรากฏจิตสังหารอันกระหายเลือดที่เย็นยะเยียบแผ่ซ่านออกมาจากบนร่างของเขาไม่ว่าใครต่างก็ดูออก ก้วนจวินโหวผู้นี้เจตนาจะสังหาร

            หวงเหว่ยถิงสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นรีบเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ท่านพ่อไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป นี่คือโอกาสอันดีในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของสกุลหวงของเราข้ามั่นใจว่าจะต้องชนะ”

            หวงเวยหลินตะลึงงันมองลูกชายขยิบตาแรงๆ ให้ตนเอง ลังเลใจอยู่ในใจชั่วขณะ กัดฟันพูดขึ้น “เซียวฉีสยง ข้าตอบรับการเดิมพันของเจ้า”

            “ดี!”

            เซียวฉีสยงระเบิดเสียงคำราม“อีกสามวัน เจอกันที่สังเวียนทองวิถียุทธ์”

            ใบหน้าหวงเหว่ยถิงเผยรอยยิ้มที่แผนร้ายบรรลุผลเอ่ยด้วยน้ำเสียงมุ่งร้าย “ท่านก้วนจวินโหวอีกไม่นานกองทัพเขี้ยวหมาป่าจะกลับคืนสู่สกุลหวงอีกครั้ง”

            เซียวฉีสยงขี้คร้านจะสนใจเจ้าเด็กรุ่นหลังสะบัดมือแล้วกลับไปยังจวนโหว

            เซียวอวี้ยิ้มไม่สนใจหวงเหว่ยถิงที่ส่งเสียงร้องเอ็ดตะโรไม่หยุด หมุนตัวกลับจวนด้วยเช่นกัน

            สีหน้าหวงเหว่ยถิงพลันเขียวปั้ดทันทีดวงตาฉายความดุดันเหนือกว่าสิ่งใด อยู่ดีๆ ก็บอกกับหวงเวยหลินด้วยรอยยิ้มน่ากลัว “ท่านพ่อ ปลาติดเบ็ดแล้ว”

            หวงเวยหลินก็ยิ้มประหลาดด้วยเช่นกันสีหน้าสุขุมเยือกเย็นอย่างมาก แววตาจ้องมองประตูใหญ่เรือนสกุลเซียวด้วยความเยียบเย็นมุมปากฉีกยิ้มอย่างถือดีเล็กน้อย