“ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังจากที่สมาคมศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่แห่งประเทศไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้มีรายชื่อน้องมะปรางเข้าร่วมแข่งขันอยู่ในทีมโรงเรียนมัธยมจากจังหวัดขอนแก่นเป็ทีมที่ได้รับเชิญเป็กรณีพิเศษค่ะ ฝ่ายประชาสัมพันธ์การแข่งขันแจ้งว่าตอนนี้มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสอบถามวันจัดจำหน่ายตั๋วการแข่งขันทุกรอบเลยค่ะ”
“มีข่าวอีกกระแสหนึ่งค่ะสถานีโทรทัศน์หลายช่อง้าถ่ายทอดสดรายการนี้ถือเป็ครั้งแรกที่จะมีการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีด้วยนะคะเรียกได้ว่าเป็ปรากฎการณ์ของน้องมะปรางจริงๆที่จุดกระแสและสร้างความสนใจในบ้านเรากับกีฬาประเภทนี้”
พ่อกับแม่มะปรางกำลังนั่งดูข่าวลูกสาวตัวเองในทีวีอยู่เช่นกันทั้ง 2 คนค่อนข้างเป็กังวลไม่น้อยกับเหตุการณ์แบบนี้ “พ่อเราจะทำยังงัยกันดี?”
“ไม่เป็ไรหรอกแม่มีแต่คนรักและชื่นชมลูกสาวเรา”
“แม่ๆๆหนูหากุญแจห้องเก็บของไม่เจอ แม่เก็บไว้ตรงไหน?”เสียงมะปรางะโดังลั่นมาจากชั้นบน”
“อยู่ในตู้ชั้นล่างลูกกก”
“อ่าเจอละๆๆๆๆ”
“คุณวิทย์จะมากี่โมงเหรอลูก?”
“พี่หมอบอกว่าอีกไม่เกิน5 นาทีถึงบ้านแล้วแม่!!!”
“แม้ว่ากีฬาประเภทนี้อาจจะไม่ใช่กีฬาที่ยอดนิยมในบ้านเราแต่กระแสน้องมะปรางครั้งนี้แรงจริงๆ ค่ะทางรายการได้ติดต่อไปที่ครูใหญ่ทางโรงเรียน ขอทำสกู๊ปพิเศษใน่ระหว่างฝึกซ้อมของน้องมะปรางด้วยนะคะพลาดไม่ได้แน่นอนค่ะ”
วิทย์กับโอ๋เดินทางมาถึงบ้านมะปรางแล้วทั้ง 3 คนเดินอ้อมไปทางหลังบ้าน ที่บริเวณหลังบ้านมีการสร้างห้องเล็กๆ ด้วยอิฐบล๊อกส้มก่อปูนไม่เรียบร้อยเท่าใดนัก ส่วนหลังคาสร้างด้วยไม้ มีประตูไม้เล็กๆอยู่ในสภาพทรุดโทรมถูกล๊อกกุญแจ
มะปรางเปิดประตูห้องเก็บของออกมาข้างในเก็บเก้าอี้และรถเข็นขายขนมเก่าๆ 1 คันมีฝุ่นและใยแมงมุมจับตัวรวมกันค่อนข้างมาก เธอส่องไฟฉายเข้าไปด้านในเห็นหุ่นไม้ 2ตัววางอยู่ด้านหลังรถเข็น วิทย์กับโอ๋ช่วยกันยกหุ่นไม้ทั้ง 2 ตัวออกมา
“หุ่นไม้นี่หนักจริงๆพี่หมอ!”
“ระวังหัวกระแทกด้วย!!!”
หลังจากที่หุ่นไม้ถูกยกออกมาวางด้านนอกแล้วมะปรางเดินเข้าไปเช็ดฝุ่นที่เกาะอยู่เต็มไปหมด “คิดถึงเหมือนกันไม่ได้ใช้งานมานานมากละ”
“มะปรางไม่ได้ซ้อมเลยเหรอ?”วิทย์ถามมะปรางด้วยความสนใจ
“ั้แ่ปรางย้ายบ้านมาอยู่นี่แม่อยากให้ปรางตั้งใจเรียนหนังสือ ปรางเห็นแม่ต้องออกไปขายขนมทุกวันบางวันก็ขายไม่ดี ปรางไม่อยากให้แม่ลำบาก อยากตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆ จะได้หางานทำ”
“โห!นี่ขนาดไม่ได้ซ้อม!!!!!!...นี่ปรางไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งบ้างเหรอ?” โอ๋ตั้งคำถามต่อทันที
“ไม่เลยที่จีนมีคนเก่งเยอะมาก เยอะจริงๆ”
“แต่ปรางเอาชนะไอ้ต้อมง่ายๆเลยนะ โอ๋เคยลงนวมกับไอ้ต้อม มันต่อยแรงมาก ถ้าโอ๋ต่อยกับไอ้ต้อมโอ๋ยังไม่แน่ใจเลยว่า โอ๋จะเอาชนะได้เปล่า”
“ปรางไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก!!!”
“ไม่เก่งอะไรกันนี่โอ๋เคยคิดเหมือนกันว่า ถ้าโอ๋ต้องมาสู้กับปราง โอ๋จะยืนได้ถึง 10 นาทีไหมเนีย!! โอ๋น่วมแน่ๆ”
“อย่ามาเวอร์กับปราง!!!...ไม่เอาๆ ไม่พูดเื่นี้แล้ว”
มะปรางยังคงเช็ดหุ่นไม้อย่างต่อเนื่อง“ปรางคิดถึงครูจางเหมือนกัน ไม่ได้เจอครู 2ปีได้แล้วมั๊ง?”
“ปรางตรงหัวหุ่นมีตัวอักษรภาษาจีนด้วยนี่ เขียนว่าอะไรเหรอ?”
“ชื่ออาจารย์…อ่านว่าจางเหว่ยหลุน”
“หลิวฮุ่ยหนิงตัวจริงเสียงจริงเลยนะเนียยย!!!!” โอ๋รีบแซวมะปรางทันที
“ก่อนที่ปรางจะกลับมาอาจารย์จางให้หุ่นไม้ไว้ 2 ตัว อาจารย์จางมอบให้ปรางเอาไว้ฝึกซ้อมที่นี่ห้ามทิ้งเด็ดขาด แต่พอมาอยู่ที่นี่จริงๆ ปรางก็ไม่ได้ใช้อีกเลยเอามาเก็บไว้ั้แ่วันแรกที่ย้ายบ้านมา”
“ปรางไม่ลองโทรไปคุยหน่อยเหรอ?”
“ปรางเคยโทรไปั้แ่2 ปีที่แล้ว แต่รู้สึกว่าอาจารย์จางจะเปลี่ยนเบอร์”
“แล้วอาจารย์จางไม่เคยโทรมาหาปรางบ้างเหรอ?”
“อาจารย์จางน่าจะไม่รู้เบอร์บ้านปรางและอีกอย่างอาจารย์จางอาจจะคิดว่า ปรางคงเลิกสนใจเื่หย่งชุนไปแล้ว พอมาอยู่ที่ขอนแก่นปรางไม่เคยลงแข่งที่ไหนอีกเลย...แม่อยากให้ปรางเรียนหนังสืออย่างเดียวด้วยแหละ”
“ก็จริงนะโอ๋จำได้ว่า วันๆ ปรางก็อยู่ในชมรมดนตรีแล้วก็ไปขายขนมในตลาด แต่ป่านนี้คงรู้แล้วล่ะตอนนี้คลิปปรางเต็มไปหมด”
กรุงปักกิ่งประเทศจีนลู่เฟยเดินทางมาเยี่ยมอาจารย์จางเหว่ยหลุนที่บ้านพักแม้ว่าอาจารย์จางจะสูงวัยมากแล้วก็จริงแต่สภาพร่างกายยังคงแข็งแรงน่าเกรงขามไม่ต่างอะไรกับชายวัยฉกรรจ์เธอเพิ่งทราบข่าวสารสำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
เธอเปิดคลิปการต่อสู้ระหว่างมะปรางกับต้อมให้อาจารย์จางดูเธอไม่แน่ใจว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นที่ใด ทราบแต่เพียงว่าเป็คลิปที่มีมาหลายวันก่อนหน้านี้“น้องฮุ่ยหนิงกำลังต่อสู้กับชายวัยรุ่นคนหนึ่งค่ะท่านอาจารย์แสดงว่าน้องฮุ่ยหนิงยังคงฝึกฝนอยู่ที่ไทยค่ะ”
“ส่วนอีกคลิปน้องฮุ่ยหนิงช่วยจับคนร้าย3 คนที่อยู่ในโรงเรียนค่ะข้าน้อยคิดว่าโรงเรียนนี้น่าจะเป็ที่เรียนของน้องฮุ่ยหนิงค่ะท่านอาจารย์”
อาจารย์จางดูคลิปด้วยความสนใจเป็อย่างมากโดยมีลู่เฟยนั่งอยู่เคียงข้าง“นี่ข้าไม่ได้เห็นการต่อสู้ของฮุ่ยหนิงนานขนาดไหนแล้ว”
“2 ปีได้แล้วค่ะท่านอาจารย์...น้องฮุ่ยหนิงไม่ได้ลงแข่งขันที่ไหนเลยนับั้แ่เดินทางกลับไปประเทศไทย”
“ข้านึกว่าฮุ่ยหนิงจะเลิกต่อสู้ไปแล้วเสียอีกฮุ่ยหนิงหายไป 2 ปี แต่ทำไมข้ากลับรู้สึกว่า ฮุ่ยหนิงหายไปนานมากขนาดนี้”
“ฮุ่ยหนิงมีชื่อที่นั่นว่ามะ-ปรางค่ะท่าน”
“มะ..มะ...มะปรามมะปราม”
“ไม่ใช่ค่ะท่านอาจารย์...มะ-ปราง”
“ข้าว่า...ข้าเรียกฮุ่ยหนิงเหมือนเดิมดีกว่านะ”อาจารย์จางพูดไปพลางหัวเราะอารมณ์ดีเป็พิเศษ “รายการที่เ้าแข่งฮุ่ยหนิงลงแข่งด้วยไหม?”
“ทีมชาติไทยยังไม่ได้ประกาศนักกีฬาในปีนี้ค่ะท่านอาจารย์”
อาจารย์จางไม่ได้ตอบอะไรแต่เงยหน้าขึ้นไปมองรูปติดอยู่ที่กำแพงด้านหนึ่งจนลู่เฟยต้องเงยหน้ามองตามเป็รูปถ่ายที่ลู่เฟยยืนกอดไหล่กับมะปรางเมื่อครั้งยังเด็กอยู่
“ข้ารู้สึกว่าถึงเวลาที่เ้าทั้ง 2 คนต้องสู้กันอีกครั้งแล้วล่ะ...หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วสิ!!! เ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะสู้กับฮุ่ยหนิง”
“ข้าน้อยทราบดีค่ะท่านอาจารย์”
วิทย์, โอ๋, มะปรางและบัวเดินทางถึงโรงเรียนแล้วช่วยกันเข็นรถใส่หุ่นไม้เดินมาตามทางไปที่ชมรมดนตรี ทั้ง 4คนเดินผ่านบ่อปลาที่ครั้งหนึ่งมะปรางเคยลื่นตกบ่อมาก่อนทำให้แต่คนละอดอมยิ้มไม่ได้ ใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงชมรมดนตรีมะปรางเดินไปฉีกกระดาษปิดชั่วคราวที่แปะตรงประตูออกแล้วขยำทิ้ง
กุญแจเปิดประตูชมรมยังคงอยู่กับมะปรางเมื่อห้องถูกเปิดออก สภาพด้านในห้องเริ่มมีฝุ่นเกาะหลายแห่งที่เพดานมุมห้องมีใยแมงมุมหลายจุด ตู้เอกสารถูกปิดเอาไว้อย่างดีส่วนล๊อกเกอร์ทุกช่องเปิดทิ้งไว้ ทำให้ฝุ่นจับตัวหนากว่าที่อื่น
“เปลี่ยนที่ซ้อมตอนนี้ยังทันนะ”บัวถามย้ำ “สภาพแบบเนียไม่ไหวมั๊ง?”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่บัว...หนูคุ้นเคยกับที่นี่ค่ะ” มะปรางยังคงยืนยันที่จะฝึกซ้อมที่นี่เหมือนเดิมทุกคนช่วยกันยกหุ่นไม้มาวางไว้ข้างๆ โต๊ะทำงานส่วนโอ๋กับวิทย์ก็แยกกันไปเปิดหน้าต่างด้านหน้าและหลังห้องเพื่อระบายอาการ
“เดี๋ยวโอ๋มาช่วยปรางทำความสะอาดห้องก่อน”
“ไม่ต้องหรอกโอ๋ต้องเริ่มฝึกซ้อมเหมือนกันตรงนี้ปรางทำคนเดียวได้...ปรางขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ช่วยขนหุ่นมาไว้ที่นี่”
ทั้ง 3 คนเดินออกมาจากห้องชมรมดนตรีส่วนมะปรางก็เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดห้อง โต๊ะ, ตู้, พื้นห้อง,เพดานจนห้องชมรมดนตรีเหมือนเดิม มะปรางเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเห็นกระดาษ A4 เหลืออยู่1 ใบมีปากกาเมจิกอยู่ข้างๆ เธอเขียนคำว่า “NewHope” แล้วมาแปะไว้ที่ตู้เอกสารที่อยู่ข้างๆ
โอ๋เดินทางมาที่ชมรมมวยเห็นต้อมกำลังวอร์มร่างกายโดยมีครูหนึ่งยืนดูอย่างใกล้ชิด
“ปรางอยู่ที่ชมรมดนตรีกับหุ่นไม้แล้วครับครูหนึ่ง”
“อืมๆดีมาก วันนี้เริ่มวอร์มร่างกายเบาๆ พอนะ แผลต้อมเพิ่งจะหาย ส่วนโอ๋ต่อยลมไปก่อนวันแรกให้ร่างกายตื่นตัวพอ ยังไม่ต้องชกกระสอบทรายก็ได้ส่วนเื่อาหารตลอดการฝึกซ้อม ครูสั่งให้แม่ค้าจัดเตรียมไว้ให้แล้วเื่นี้ไม่ต้องเป็ห่วง”
มะปรางเปลี่ยนชุดนักเรียนกลายเป็ชุดสปอร์ตบราใส่กางเกงเลกกิ้งเธอรวบผมเพื่อให้ดูคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เสียงกระทบกับแขนหุ่นไม้ครั้งที่1...2...3...4...5... เริ่มดังขึ้นมาเป็ระยะๆ
เด็กนักเรียนที่วิ่งเล่นอยู่บริเวณโดยรอบ พอได้ยินเสียงกระทบหุ่นไม้ดังมาจากห้องชมรมดนตรีเป็เสียงที่ไม่คุ้ยเคยอย่างมากทำให้หลายคนแปลกใจรีบวิ่งเข้ามามุงดูกันเต็มหน้าประตูบางคนชะเง้อมองดูผ่านช่องหน้าต่าง บางคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปถ่ายคลิปกันเต็มไปหมด
วิทย์กับบัวกำลังเดินมาที่ชมรมดนตรีเห็นเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังมุงดูกันก็รู้ได้ทันทีว่ามะปรางเริ่มฝึกซ้อมแล้ว“เคยเห็นหุ่นไม้ในหนัง แต่คราวนี้ได้เห็นของจริงกันเลยนะเนีย!!!!!”
“เด็กๆอย่ารบกวนการฝึกซ้อมของพี่มะปรางกันนะ ยืนดูได้ แต่ห้ามเดินเข้าไปในห้องเด็ดขาด”วิทย์เอ่ยปากเบาๆ
“พี่วิทย์...บัวไม่เคยเห็นท่าทางจริงจังแบบนี้ของมะปรางมาก่อนจริงๆนะคะ ไม่เหมือนมะปรางคนที่พวกเรารู้จักสักนิด”
วิทย์กับบัวไม่คิดที่จะเข้าไปรบกวนการฝึกซ้อมของมะปรางยืนปะปนอยู่กับกลุ่มเด็กๆ “อย่าว่าแต่บัวเลย พี่เองก็เป็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้”
มะปรางยังคงสร้างจังหวะตีหุ่นไม้อย่างต่อเนื่องไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย เสียงกระทบหุ่นไม้มีจังหวะช้า-เร็วมีความถี่มากยิ่งขึ้น เสียงกระทบที่ดังมากขึ้นเป็ระยะๆ ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่ามีการออกแรงตีหนัก-เบาสลับกันตลอดเวลา
“จากเด็กเชยๆเดินซุ่มซามตกบ่อปลาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้กลายเป็แบบนี้ไปยังงัยเนีย บัวล่ะงงจริงๆ”
*****************************