“พี่เหลยวางใจเถอะเื่นี้ไม่ปล่อยให้จบง่ายๆ แน่ พวกเราเริ่มให้คนไปตรวจสอบแล้ว!” ชายอ้วนเตี้ยที่นั่งอยู่ด้านข้างกล่าวออกมาอย่างโกรธแค้น
“ผมคิดว่าเื่นี้ ตระกูลเย่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง....”ชายร่างผอมสวมแว่นกรอบทองอีกคนหนึ่งกล่าวพลางดุนแว่นของตนเอง
“ตระกูลเย่? แกคงจะไม่บอกฉันว่าเป็เ้าขยะเย่เทียนเฉินนั่นหรอกใช่ไหม?” ชายอ้วนเตี้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
พอได้ยินน้ำเสียงเยาะเย้ยของชายร่างอ้วนเตี้ยชายสวมแว่นกรอบทองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่มองไปยัง
ลั่วเหลยที่อยู่ข้างๆ ลั่วเหลยเป็พี่ชายแท้ๆ ของลั่วเทา เป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลลั่วบวกกับการได้เข้าร่วมกองกำลังเหยี่ยวนักล่า ดังนั้นจึงหยิ่งผยองยิ่งกว่าลั่วเทายิ่งไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ลงมือกับเย่เทียนเฉินที่ไม่ได้มีความแค้นลึกซึ้งอะไรกับตน ด้วยการจ่ายเงินติดสินบนหัวหน้าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงให้ตีพิมพ์เื่ที่ทำให้เย่เทียนเฉินเสื่อมเสียชื่อเสียง
แต่ที่ชายสวมแว่นกรอบทองพูดเช่นนี้ ก็เพราะเขารู้ว่าเนื้อหาที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ซุบซิบนั้นเป็แค่คำโกหกที่ลั่วเหลยปั้นแต่งเพื่อโจมตีศัตรูความรักอย่างเย่เทียนเฉินกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การที่เย่เทียนเฉินสามารถรอดกลับมาได้เป็ไปได้มากว่าจะเป็เพราะศักยภาพของตนเองถ้าหากว่าเป็เช่นนี้จริงๆ ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกข้องใจแล้ว
“เย่เทียนเฉิน? ตระกูลเย่ตกต่ำลงแล้ว เ้าขยะที่ทำให้ตระกูลต้องขายขี้หน้านั่นฉันใช้แค่นิ้วเดียวก็ปลิดชีวิตมันได้!” ลั่วเหลยกล่าวพลางรอยยิ้มเ็าที่มุมปาก
ความจริงตอนนี้ใจของลั่วเหลยกำลังเต้นรัว‘เป็เ้าขยะเย่เทียนเฉินที่ทำร้ายของชายของเขาจริงๆ หรือ?เ้าหมอนี่แต่เดิมก็เป็ลูกชายเสเพลอีกทั้งยังนำความอัปยศมาสู่ครอบครัวจนทำให้ตระกูลเย่ไม่สามารถเงยหน้าได้อีกในเมืองหลวงแม้ว่าภายหลังจะสำนึกขึ้นมา ด้วยการไปเป็ทหารเข้าร่วมกับกองทัพ แต่ก็คงไม่กล้าลงมือกับตระกูลลั่วของตนแน่นอนต่อให้สู้กันตัวต่อตัว ทหารหาญที่สามารถเข้ากองกำลังเหยี่ยวนักล่าที่แข็งแกร่งได้อย่างเขาก็สามารถเก็บกวาดได้ง่ายๆ เ้าหมอนี่จะกล้าลงมือเชียวเหรอ?’
“มีอยู่ข่าวหนึ่งผมไม่รู้ว่าพวกจะพูดดีไหม!” ชายสวมแว่นกรอบทองชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวออกมา
“เ้าแว่น มีอะไรก็พูดมาเลย พ่อของแกก็เป็ถึงอธิบดีกรมตำรวจของเมืองหลวงยังกลัวจะมีเื่อะไรที่จัดการไม่ได้อีกเหรอวะ?” ชายอ้วนเตี้ยกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกไม่ดี
“พูดมาเถอะเ้าแว่น มีอะไรก็พูด ตระกูลเย่ไม่นับเป็ตัวอะไรหรอก”ลั่วเหลยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเ็า
ชายสวมแว่นกรอบทองเมื่อเปรียบเทียบกับเ้าอ้วนเตี้ยและลั่วเหลยแล้วดูสุขุมกว่ามากแม้ว่าจะบ้าระห่ำ แต่ก็ทราบดีว่าในเมืองหลวงนี้มีความซับซ้อน หากไม่ต้องล่วงเกินคนอื่นได้ก็อย่าไปล่วงเกินจะดีกว่าอย่างน้อยๆ ก็อย่าล่วงเกินอย่างโจ๋งครึ้ม เพราะใครก็ทราบว่าไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรในอนาคตอาจจะต้องขอความช่วยเหลือก็เป็ได้ ใครจะรู้?
แต่ถึงแม้ว่าชายสวมแว่นกรอบทองจะเป็ระมัดระวังตัวแต่ก็ยังมีความหยิ่งผยอง มิฉะนั้นคงไม่สามารถเป็เพื่อนสนิทกับลั่วเหลยได้ดังคำที่ว่ากาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์ เหมือนกับที่พวกเขารู้ ตระกูลเย่ตกต่ำลงแล้วบวกกับการโผล่มาของเย่เทียนเฉิน ลูกล้างผลาญที่ทำเื่งามหน้าจนรู้ไปทั่วทั้งเมืองหลังจากนำความอัปยศมาสู่ตระกูลแล้ว หลายคนก็มองตระกูลเย่ด้วยสายตาดูถูก ปกติจึงไม่เห็นอยู่ในสายตา
“ข่าวที่ฉันได้ยินมาก็คือหลังจากที่พวกทหารหน่วยรบพิเศษทั้งเจ็ดของเย่เทียนเฉินถูกซุ่มโจมตีก็เหลือแค่มันกับหานเจี๋ย เย่เทียนเฉินอยู่ๆ ก็ะเิพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งออกมาฆ่าพวกโจรทั้งหมดทิ้ง แล้วยังทำภารกิจได้สำเร็จ แบกหานเจี๋ยรอดกลับมาได้....”ชายสวมแว่นกรอบทองกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง
เมื่อลั่วเหลยกับเ้าอ้วนเตี้ยได้ฟังคำพูดของชายสวมแว่นกรอบทองก็ขมวดคิ้วข่างนี้พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ แต่พ่อของชายสวมแว่นกรอบทองเป็อธิบดีกรมตำรวจแห่งเมืองหลวงการเป็อธิบดีกรมตำรวจในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพฆัคฆ์หมอบัซ่อนเช่นนี้ได้ก็สุดยอดมากอีกทั้งการอยู่ในหน่วยงานทหารและตำรวจอาจจะได้ยินถึงข่าวลือบางอย่าง
หลังจากที่เย่เทียนเฉินออกจากกองทัพสิ่งที่ประกาศแก่ภายนอกก็คือถูกกองทัพปลดออก ซึ่งส่งผลกระทบด้านลบต่อเขาเื่นี้ชางหลางได้บอกกับเย่เทียนเฉินั้แ่แรกแล้ว แต่เย่เทียนเฉินไม่ได้สนใจในส่วนแฟ้มข้อมูลของเย่เทียนเฉินก็ได้รับการจัดให้เป็เอกสารความลับระดับหนึ่งของประเทศแต่ก็ยังคงมีข่าวลือบางส่วนเล็ดลอดออกมาอยู่ดี ถึงอย่างไรคนที่ทราบความจริงของเื่นี้ก็มีอยู่บ้าง
“เหอะๆ เ้าแว่น แกอวยไอหนูนั่นเกินไปรึเปล่าวะ? ถ้ามันมีความสามารถแบบนี้จริง ฉันจะเอาหัวไปเป็ม้านั่งให้มันเลย!”ชายอ้วนเตี้ยกล่าวพลางหัวเราะเยาะ
“เป็ไปไม่ได้หรอกแม้ว่าเ้าหมอนี่เป็ทหารหน่วยรบพิเศษ ก็ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ขนาดนั้น การฆ่าล้างทหารชั้นยอดจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตต่อให้เป็ครูฝึกขั้นหนึ่งของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าก็ยังทำได้ยากเ้าหมอนี่เป็ได้อย่างมากก็แค่ทหารหนีทัพเท่านั้นแหละ!”ลั่วเหลยก็กล่าวอย่างเหยียดหยาม
ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆเย่เทียนเฉินที่คาบบุหรี่อยู่ในปากมวนหนึ่ง เดินเข้ามายังห้องที่ลั่วเหลยชายอ้วนเตี้ยและชายสวมแว่นกรอบทองอยู่ จากนั้นก็ค่อยๆ ปิดประตูลงพร้อมกับล็อกกลอน แล้วนั่งลงที่โซฟาอย่างสบายใจระหว่างนั้นก็สูบบุหรี่ไปพลาง รินเหล้าให้ตัวเองดื่มไปพลาง
ลั่วเหลย ชายอ้วนเตี้ยและชายสวมแว่นกรอบทองต่างก็รุ้สึกตกตะลึงกับชายหนุ่มที่อยู่ๆก็เดินเข้ามา พวกเขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็ใคร และไม่รู้ว่านี่หมายความว่าอะไรแต่จากการแสดงออกทั้งหมดั้แ่เดินเข้ามา ไม่น่าจะเป็คนกันเอง
“แกเป็ใคร?” ลั่วเหลยลุกขึ้นยืน กล่าวถามพลางกำหมัดแน่น
“ฉันคือทหารหนีทัพที่แกพูดไง....”เย่เทียนเฉินกล่าวพลางยิ้มอย่างลึกซึ้ง
“นาย....นายคือเย่เทียนเฉิน?” ชายสวมแว่นกรอบทองดันแว่นตัวเอง ความใปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ชายอ้วนเตี้ยกลับไม่ใเลยแม้แต่น้อยภูมิหลังของครอบครัวเขาในเมืองหลวงนั้นแม้ว่าจะไม่นับว่าเป็ตระกูลใหญ่อะไรแต่ก็ยังมีอำนาจอยู่บ้าง ในความคิดของเขา ตระกูลเย่ที่ตกต่ำมานานแล้วไม่กล้าก่อเื่แน่นอนอีกทั้งไม่เชื่อว่าคนที่เคยเป็เศษขยะอย่างเย่เทียนนเฉินจะสุดยอดถึงขนาดนั้นดังนั้นจึงเดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน จงใจมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามก่อนที่จะหัวเราะเยาะพลางกล่าวออกมาว่า“รสชาติที่ได้คุกเข่าอยู่ที่ตระกูลหลิ่วทั้งวันไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ? ถูกตระกูลฉีถอนหมั้นมารู้สึกเป็ไงบ้าง? ชีวิตสุนัขที่รอดมาได้จากการขายเพื่อนกับคุกเข่าร้องขอชีวิตมีความสุขดีไหม?”
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
ลั่วเหลยกับชายสวมแว่นกรอบทองมองการเคลื่อนไหวของเย่เทียนเฉินไม่ชัดเห็นเพียงแค่ชายอ้วนเตี้ยถูกตีด้วยขวดเบียร์สามขวด จนหัวแตกเืไหลล้มลงไปกองกับพื้น กรีดร้องออกมาราวหมูถูกเชือด ร่างกายสั่นกระตุกไม่หยุดไม่รู้ว่าโดนตีไปรุนแรงถึงขนาดไหน
“รสชาติที่ขวดเหล้ากระทบหัวไม่เลวเลยใช่ไหม? ความรู้สึกที่ถูกขวดเหล้าตีรัวๆ ไปสามขวดเป็ไงบ้าง? หรือตอนนี้แกยังรู้สึกสุกสบายใจอยู่?” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเรียบมุมปากปรากฏรอยยิ้มลึกซึ้ง
เหตุการณ์นี้สะกดลั่วเหลยกับชายสวมแว่นกรอบทองเสียจนขยับตัวไม่ออกชายตรงหน้ากล่าวอย่างชัดเจนว่าเป็เย่เทียนเฉิน ต่างกับการคาดการณ์ของพวกเขามากเ้าหมอนี่ตีชายอ้วนเตี้ยจนอยู่ในสภาพครึ่งเป็ครึ่งตายด้วยท่าทางสงบและสุขุม ต้องรู้ว่าพ่อของชายอ้วนเตี้ยเป็ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์แห่งเมืองหลวงมีเส้นสายกว้างขวาง แต่เหตุผลนี้ไม่สามารถห้ามไม่ให้เย่เทียนเฉินตีหัวเ้าหมอนี้ให้แตกได้ปากเสียนัก ก็ถูกตีหัวไปซะ เป็เื่สมควรแล้ว
ลั่วเหลยพลันลุกขึ้นยืนแม้ว่าเขาจะรู้สึกใ แต่ในสายตาของเขา เย่เทียนเฉินไม่นับเป็อะไร ตระกูลเย่เองก็ไม่นับเป็อะไรตอนนี้ตระกูลลั่วของเขาเหนือกว่าตระกูลเย่ เขาลั่วเหลยก็เหนือกว่าเย่เทียนเฉินนี่คือความคิดของลั่วเหลย
“ฉันถามแกสักเื่ แกเป็คนที่ทำร้ายน้องชายฉันใช่ไหม?” ลั่วเหยียนวางท่า กล่าวถามพลางใช้นิ้วชี้ขวาชี้ไปที่เย่เทียนเฉิน
“มันไม่ทนมือเอาซะเลย แต่ฉันหวังว่าแกจะทนมือหน่อยนะ”
“เหอะ แกกล้ามารนหาที่ตาย ฉันนับถือความกล้าของแกจริงๆฉันใช้เท้าเดียวก็เหยียบแกให้ตายได้แล้ว....”
ลั่วเหลยกล่าวออกมาพลางหัวเระอย่างโมโห
“จะพูดพล่ามไปทำไมพวกแกเข้ามาพร้อมๆกันทั้งสองคนนั้นแหละ หรือจะมาเดี่ยวกันตัวตัว?” เย่เทียนเฉินหยิบบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากออก กล่าวถามพลางพ่นควันออกมา
พอได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินชายสวมแว่นกรอบทองก็ถอยหลังไปสองก้าวอย่างชัดเจนในด้านความสามารถนั้นเขาเทียบกับลั่วเหลยไม่ได้ อีกทั้งชายสวมแว่นกรอบทองในตอนนี้ยังรู้สึกได้ถึงความแข็งกร้าวที่ไม่แยแสบนร่างของ
เย่เทียนเฉิน การใช้ขวดเหล้าสามขวดตีชายอ้วนเตี้ยเสียจนครึ่งเป็ครึ่งตาย ไม่ว่าจะเป็ศักดิ์ฐานะหรือผลลัพธ์ที่ตามมาสีหน้าสุขุมเช่นนี้ไม่สามารถเสแสร้งออกมาได้เด็ดขาด เย่เทียนเฉินในตอนนี้ดูราวกับผู้สูงศักดิ์ที่มีตำแหน่งฐานะไม่เห็นลั่วเหลยอยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง
“ต่อให้ฉันฆ่าแกตรงนี้ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันอยู่ดี!”ลั่วเหลยกล่าวอย่างดุร้าย
“งั้นทำไมไม่ลงมืออีก หรือว่าดีแต่ปาก? ใช่ๆ ฉันได้ยินมาว่าแกเป็สมาชิกของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าให้ฉันเห็นความสามารถของแกหน่อยสิ ถ้าแกโจมตีถูกฉันสักครั้งเื่ที่แกใส่ร้ายป้ายสีฉันก็ถือว่ายกเลิกกันไป เป็ไง?” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“รนหาที่!”
ลั่วเหลยมองชายสวมแว่นกรอบทองอย่างดูถูกเ้าหมอนี่ทุกครั้งที่มีเื่อะไรก็เอาแต่ยืนอยู่ข้างๆ เป็คนประเภทที่ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาและในสายตาของลั่วเหลย การที่เย่เทียนเฉินมาเสแสร้งแกล้งอวดว่าเจ๋ง เป็การรนหาที่ตายแท้ๆตนเองต่อยหมัดเดียวก็ทำให้เย่เทียนเฉินลงไปกองกับพื้นแทบหาฟันตัวเองไม่เจอได้แล้ว
ลั่วเหลยต่อยหมัดออกไปโดยเล็งไปที่หน้าของเย่เทียนเฉิน
เปรี้ยง!
น่าเสียดายที่หมัดของลั่วเหลยเพิ่งจะต่อยออกไปก็ถูกเท้าของเย่เทียนเฉินถีบกระเด็นไปตกลงไปบนโต๊ะกระจกอย่างรุนแรงจนแตกออกเป็เสี่ยงๆลั่วเหลยที่เดิมที่ทั้งหยิ่งทะนงทั้งดูถูกเย่เทียนเฉิน เพิ่งจะออกหมัดไปก็ถูกซัดหมอบไปกับพื้นสองมือกุมท้องตนเองแน่นพลางร้องอย่างโหยหวนออกมา
เดิมทีเย่เทียนเฉินมาเพื่อเก็บกวาดลั่วเหลยเ้าหมอชั่วช้าสามานย์ เล่นงานลับหลัง จำเป็ต้องสั่งสอนถ้าหากว่ามีคนะโเรียกและท้าดวลกับเย่เทียนเฉินซึ่งหน้าเย่เทียนเฉินก็อาจจะนับถือคนๆ นั้น ใน่สิ้นโลกเย่เทียนเฉินฆ่าพวกคนถ่อยที่น่ารังเกียจเช่นนี้ไปไม่น้อยแม้ว่าจะเกิดใหม่ในโลกนี้ หลักการที่เย่เทียนเฉินยึดถือก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทำตามหลักเหตุผลไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
“แก....”มุมปากของลั่วเหลยมีเืไหลออกมา มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างเ็ป คิดไม่ถึงว่าสมาชิกกองกำลังเหยี่ยวนักล่าที่น่าภาคภูมิอย่างตนจะแพ้ด้วยการถีบเพียงครั้งเดียวของเย่เทียนเฉิน
ชายสวมแว่นกรอบทองใเสียเกือบจะล้มลงบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าตัวตลกแห่งเมืองหลวง เศษสวะที่เคยนำพาความอัปยศอย่างยิ่งยวดมาสู้ตระกูลอย่างเย่เทียนเฉินจะกลายเป็คนแข็งแกร่งเช่นนี้ ลงมือแม่นยำและดุดัน ซัดลั่วเหลยไปกองกับพื้นจนแทบหาฟันตัวเองไม่เจอ
“ดูเหมือนว่าแกกับน้องชายไม่ทนมือทนเท้าเหมือนกันเลยนะคนตระกูลลั่วอ่อนขนาดนี้เลยเหรอ? ทำเป็แค่เล่นงานลับหลังสินะ?”เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองไปยังลั่วเหลยอย่างไม่เรียบเฉย