> อี
ผมขยับตัวนั่งบนเครื่องบินอย่างอึดอัด ไม่แน่ใจว่าความไม่สบายตัวเกิดจากอาการไข้ หรือเป็เพราะรู้สึกไม่สบายใจที่ออกมาโดยไม่ร่ำลา ผมไม่อยากให้เขารู้สึกโดนทิ้งไว้ลำพัง
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมบ่ายเบี่ยงเดินทางกลับบริษัทที่กรุงเทพฯ เลือกทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ อย่างไรเสียเวลาของแต่ละประเทศก็ไม่ตรงกันอยู่แล้ว การประชุมผ่านช่องทางออนไลน์อยู่แห่งหนตำบลใดก็มิได้ต่างกัน
ผมเลือกนั่งทำงานที่ร้านพี่อธิปเป็หลัก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมเกลียดสถานที่ที่คนพลุกพล่าน ชอบทำงานเงียบ ๆ ในห้องของตนเองมากกว่า มีเพียงเฟิร์สกับแรกที่แวะเวียนมาหาถึงห้อง จนบัดนี้ผมยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าเหตุใดจึงอยากเห็นหน้าคนคนหนึ่งตลอดเวลา ผมรู้สึกดียามทำงานเคร่งเครียดแล้วเงยหน้าขึ้นมาเจอะรอยยิ้มตาหยี ชอบน้ำเสียงยามแอบฟังเขาคุยกับคนรอบข้าง แม้จะไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นเ้าตัวคุยเล่นกับคนอื่น ๆ ไม่ต่างจากที่ปฏิบัติต่อผม
ผมมิได้เจอเ้าของยิ้มตาหยีทุกวัน เพราะเ้าตัวมาทำงานเฉพาะวันที่ว่าง ผมยอมนั่งแช่ในร้านนาน ๆ เพื่อรอให้เขาเข้ามา ต่อให้ได้เห็นหน้าเพียงหนึ่งนาที สองนาที เวลาแค่นี้ก็สามารถทำให้โลกสีฟ้าหม่นหมองของผมกลายเป็สีฟ้าสดใส ผมน่าจะทำงานเยอะจนเป็บ้าไปแล้ว
สองวันที่แล้วผมนั่งทำงานที่ร้านพี่อธิปตลอดบ่ายถึงเย็น เขาเก็บข้าวของลงเป้แล้วเดินออกจากร้าน ผมรีบตามออกมา ฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วง ในมือเขาถือร่มแต่ยังไม่ได้ก้าวพ้นชายคาร้าน ส่งยิ้มตาหยีมายังผมซึ่งโผล่ไปยืนข้าง ๆ ชี้นิ้วขึ้นบนฟ้าแล้วส่ายหัว เหมือนจะบอกว่ามาตกอะไรเอาตอนนี้
“นี่มกราแท้ ๆ ฝนตกได้ไงเนี่ย แย่เลย ทั้งหนาวทั้งฝน”
เขาบ่นแบบรำพึงกับตัวเองมากกว่าหงุดหงิดจริงจัง
“น่าจะพายุแหละ เห็นในทวิตเมื่อคืนอยู่ แล้วนี่คุณกลับยังไง”
“มอเตอร์ไซค์ผมจอดหน้าร้านนี่แหละพี่ แต่ลมแรงขนาดนี้กางร่มขี่คงไม่รอดไปถึงหอ แล้วพี่จะเดินกลับคอนโดเหรอ เอาร่มผมไปมั้ย ยังไงตกแรงขนาดนี้ผมก็ไปไหนไม่ได้ เดี๋ยวรอฝนหยุดแล้วค่อยแว้นไป”
คอนโดผมอยู่ใกล้ร้านเพียงเดินลัดซอยก็ถึง แต่เขาพักที่หอพักนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ แม้ไม่ไกลนัก แต่ก็ต้องใช้เวลาขี่รถราวสิบถึงสิบห้านาที
“เอางี้ ถ้าไม่รบกวนคุณจนเกินไปนัก ช่วยกางร่มไปส่งผมหน่อยแล้วกัน”
ผมแย่งร่มมากางพร้อมเขยิบตัวเข้าไปชิด เขาตัวสูงพอ ๆ กับไหล่ของผม ถ้าก้มหน้าเพียงนิดเดียว จมูกของผมคงชนหน้าผากเขา เราเดินกางร่มฝ่าสายฝน ผมพยายามเอียงร่มบังเม็ดฝนให้เขาจนไหล่ซ้ายของตัวเองเปียกโชก ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงคอนโด ในใจผมอยากให้ระยะทางทอดยาวกว่านี้ ยอมให้เปียกมากกว่านี้เลยก็ได้
“ว้า พี่อีเปียกหมดเลยอะ เนี่ยถ้าเอาร่มผมมาเองก็ไม่เปียกขนาดนี้หรอก ร่มคันนิดเดียว บอกแล้วว่าผมไม่รีบใช้ร่มหรอก รีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะครับเดี๋ยวไม่สบาย ผมไปละ หวัดดีครับพี่”
เขายกมือไหว้แล้วหมุนตัวกลับ ผมคว้าข้อมือหมับ
“เดี๋ยวผมไปส่งที่หอแล้วกัน”
“เฮ้ยไม่เป็ไรพี่ เดี๋ยวผมเดินกลับไปที่ร้าน รอฝนซากว่านี้ค่อยขี่มอเตอร์ไซค์กลับได้ พี่รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่สบายนะ หนาวขนาดนี้ ขนาดผมไม่เปียกยังหนาวเลยเนี่ย”
ผมดึงข้อมือเขาเบา ๆ ก่อนจูงมือให้เดินตามไปยังที่จอดรถในอาคาร
“เฮ้ยพี่ เปลี่ยนเสื้อก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวเป็หวัดพอดี”
“ไม่เป็ไร แป๊บเดียวก็กลับมาละ หออยู่แค่นี้เอง เดี๋ยวค่อยกลับมาเปลี่ยนก็ได้”
เอาเข้าจริง ๆ การจราจรไม่เคยทำให้คำว่าแป๊บเป็จริง ต่อให้เป็วันเสาร์ก็ตาม เพราะคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นไม่ห่างทำให้ถนนแทบเป็อัมพาต
คืนนั้นผมกลับคอนโดด้วยเสื้อที่ชื้นทั้งตัว ไล่จากไหล่ซ้ายที่เปียกโชก ค่อย ๆ ซึมเป็วงกว้าง ส่งผ่านความชื้นไปทั่วหน้าอกและหลัง ผมต้องตื่นมากินยาลดไข้เพราะทนปวดหัวไม่ไหว
หนาวจังคืนนี้
©©©