“เอาล่ะถึงแม้นางไม่คู่ควรให้ข้าช่วยเหลือ แต่ว่ายังมีผู้อื่นที่คู่ควรอยู่”นางเอ่ยเสร็จก็เดินไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ พร้อมผายมือเหมือนเชิญใครสักคนให้มานั่งรินน้ำชาใส่ถ้วยแล้วเลื่อนไปด้านหน้า
“ดื่มน้ำชาก่อน”
ิญญาสตรีตั้งครรภ์ก้มหน้าแลบลิ้นดื่มน้ำชาจากถ้วยแม้ลิ้นของนางจะยาวไปเสียหน่อย แต่หลินซือเยว่มองเป็เื่ปกติ
“คุณหนูหลินเ้าเอ่ยกับผู้ใด”เมี่ยวฮูหยินเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับท่าทางของนางราวกับว่านางกำลังนั่งดื่มชากับใครสักคนจริง ๆ
หลินซือเยว่มองเห็นสีหน้าประหลาดใจของทุกคนนางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เคาะนิ้วลงบนโต๊ะสองที “ตรงหน้าของข้ามีิญญาสตรีตั้งครรภ์นางหนึ่งนั่งอยู่ ข้าแค่มอบน้ำชาให้นางแก้กระหายจากนั้นจะได้รู้กัน ว่าเหตุใดนางถึงได้กลายเป็ิญญาอาฆาตตามติดฮูหยินรองของนายท่านเมี่ยวได้”
“มีผี อ๊าย !” สาวใช้บางคนทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป ถึงกันหันหลังวิ่งออกจากห้องไปส่วนคนที่เหลือก็ตัวสั่นงันงกกันไปหมดฮูหยินรองที่อยู่บนเตียงเองก็หันหลังเข้าผนังห้อง ไม่กล้ามองมาทางนี้อีกเลย
“นายท่านเมี่ยวฮูหยินรองมีอาการเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน”
“ราวหนึ่งเดือนก่อน”
หัวคิ้วของหลินซือเยว่ขมวดเข้าหากันแน่นนั่นไม่ใช่เวลาเดียวกับที่นางทำลายนักพรตสายดำหรอกรึนางหันไปหาิญญาตั้งครรภ์อีกหน
“เล่าเื่ของเ้ามา”
ิญญาสตรีตั้งครรภ์“เดิมทีข้าเป็สาวใช้ห้องข้างของฮูหยิน มีชื่อว่าเสี่ยงผิงตอนนั้นฮูหยินรองเข้ามาภายหลัง นายท่านมาที่เรือนของข้ากับเรือนของนางเป็ประจำทุกคนต่างก็คิดว่าข้ากับนางต่างได้รับความโปรดปรานจากนายท่านหากใครอุ้มท้องบุตรชายของนายท่านก่อน ต้องมีวาสนาดีกว่าผู้อื่นข้ากลับตั้งท้องก่อนแต่ว่านางไม่มีแม้วี่แวว เื่มาเกิดขึ้นวันที่ท่านหมอบอกว่าในท้องของข้าเป็เด็กผู้ชายแน่นอน” เสี่ยวผิงหยุดเล่าเลื่อนมือลูบหน้าท้องนูนโตของตัวเองเบา ๆ
“นางวางแผนให้คนส่งจดหมายมาบอกว่าบิดาข้ามาหาอยู่ที่ข้างจวน ข้ารู้ว่าบิดาคงไม่กล้าเข้ามาทางประตูใหญ่จึงได้รีบไปหาท่านที่ประตูข้าง จากนั้นข้าก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยลืมตาขึ้นมาอีกทีข้าก็หมดลมหายใจไปแล้ว ร่างของข้าถูกโยนลงบ่อน้ำร้างแห่งหนึ่งข้ารู้ว่าเป็นางเพราะเสียงพูดคุยของคนที่อยู่้าบ่อนางบอกให้นักพรตทำการกักขังดวงิญญาของข้า ไม่ให้ข้าได้ไปผุดไปเกิดและไม่ให้ออกไปหลอกหลอนนางได้”
ทุกคนในห้องไม่รู้ว่าทำไมหลินซือเยว่ถึงเงียบหากมีใครสักคนขัดขึ้น นางจะยกมือขึ้นปรามในทันที
“เสี่ยวผิงเ้า้าสิ่งใด”และชื่อที่หลินซือเยว่ใช้เรียกิญญาอาฆาต ก็ทำให้ทุกคนส่งเสียงฮือฮาในทันทีโดยเฉพาะคหบดีเมี่ยวและฮูหยิน
“คุณหนูหลินเ้าเรียกชื่อผู้ใดออกมา”คหบดีเมี่ยวย่อมจำอนุภรรยาเช่นเสี่ยวผิงได้ จำถึงความเ็ปที่เขาได้รับ เพราะจู่ๆ นางก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย กระทั่งจดหมายสักฉบับก็ไม่มีไว้ให้บางคนว่านางหนีไปเพราะทนความมักมากของเขาไม่ได้ แต่เขาไม่เคยเชื่อ สตรีอ่อนโยนน่ารักผู้นั้นมีหรือจะอยากไปจากเขา
หลินซือเยว่เหยียดปากใส่เล็กน้อยนางเริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวผิงให้ทุกคนฟังพอนางเล่าจบคหบดีเมี่ยวก็ทรุดตัวลงไปอยู่บนพื้นในทันที
“ท่านพี่” ฮูหยินของเขารีบพยุงเอาไว้และเรียกแม่นมให้ช่วยพยุงอีกแรง
ชายชราที่บัดนี้เพิ่งรู้ว่าอนุภรรยาพร้อมลูกชายในท้องถูกคนชั่วสังหารอย่างโเี้ อีกทั้งคนชั่วคนนั้นยังได้รับความรักจากเขาอย่างท่วมท้น ไหนเลยเขาจะทนรับความจริงเื่นี้ไหว
“นังแพศยา !” ตรงเข้าไปกระชากฮูหยินรองออกมาจากเตียงนอน
บังคับให้นางคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเก้าอี้
“ไม่เอา !ไม่ !” ฮูหยินรองเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่เข้าไปใกล้เก้าอี้ตัวนั้น
ยิ่งตอกย้ำให้ทุกคนเชื่อบนเก้าอี้ตัวนั้นมีิญญาของเสี่ยวผิงนั่งอยู่
หลินซือเยว่ลุกจากเก้าอี้ตรงไปหาฮูหยินรอง “เ้าฆ่านางทำไม นางทำอะไรผิด ลูกชายในท้องของนางก็ยิ่งไม่ผิด”
เสี่ยวผิงได้ยินเช่นนั้นนางก็ลอยไปหาฮูหยินรองในทันทีดวงิญญาของนางยังอ่อนแรง ไม่สามารถทำร้ายร่างกายของใครได้ทำเพียงแค่สร้างภาพหวาดกลัวให้อีกฝ่าย “เ้าฆ่าข้า เ้าอย่าอยู่เลย !” มือยาว ๆ ของนางยื่นออกไป ทำท่าคล้ายจะบีบคอของอีกฝ่าย
หลินซือเยว่คิดว่านางคงอยู่ใต้บ่อน้ำมานานหลายปี เลยไม่รู้วิธีหลอกหลอนผู้คนเดิมทีไม่ใช่คนจิตใจเลวร้ายอยู่แล้ว คิดแล้วก็นึกเอ็นดูิญญาดวงนี้ไม่น้อย
“เสี่ยวผิงเ้ายะ...อย่าเข้ามาใครใช้ให้เ้ามีลูกก่อนข้า” นางเริ่มเสียสติจริง ๆ “ใครใช้เ้ามีลูกผู้ชายหากเ้าคลอดลูกชาย แล้วนายท่านจะยังเหลียวแลข้าอีกรึ เ้ามันสมควรตาย ฮ่า ๆ ๆ”
หลอกแค่นี้ก็ได้ผลแฮะหลินซือเยว่เปิดประสบการณ์ใหม่อีกครั้ง
เพียะ !คหบดีเมี่ยวตบฮูหยินรองไปฉาดหนึ่ง แต่นางกลับลอยหน้าลอยตากลับมาหัวเราะใส่
เพียะ !เพียะ ! เพียะ ! ยิ่งตบอีกฝ่ายก็ยิ่งหัวเราะเสียงดังไม่ยอมหยุดเมี่ยวฮูหยินเห็นสามีระบายความโกรธเต็มที่แล้ว จึงได้เข้าไปรั้งแขนของเขาเอาไว้ลูบต้นแขนเขาเพื่อปลอบโยน
จากนั้นหลินซือเยว่ได้บอกที่อยู่ของบ่อน้ำแห่งนั้นและให้คหบดีเมี่ยวไปจัดการนำศพขึ้นมา นางจะช่วยสวดส่งิญญาให้เสี่ยวผิงและบุตรชายที่อยู่ในท้อง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามที่นางชี้แนะในทันที
“นางถูกขังอยู่ในนี้มาหลายปี เหตุใดจู่ๆ ถึงหลุดพ้นออกมาได้” คำถามของคหบดีเมี่ยวทำให้หลินซือเยว่เงียบไปครู่หนึ่งแม้แต่เสี่ยวผิงเองก็ใคร่รู้ด้วยเหมือนกัน นางเอียงหน้ามองหลินซือเยว่
“ข้าคิดว่านักพรตสายดำที่นางจ้างมาทำพิธีให้น่าจะเป็คนเดียวกับที่ทำร้ายคุณชายหยาง”
“เป็เช่นนั้นรึ”
“ข้าดูวันเวลาแล้วตรงกันเมื่อข้าทำลายนักพรตสายดำไป มนต์สะกดที่มันทำไว้ก่อนหน้าคงสลายตามไปด้วยเลยทำให้ิญญาของนางหลุดออกมาได้ เคราะห์ดีที่นางยังอ่อนแรงไม่สามารถฆ่าคนได้หากเป็เช่นนั้นบางทีข้าต้องกำจัดิญญาของนาง แทนการสวดส่งิญญาไปปรโลก”
ได้ยินเช่นนี้คหบดีเมี่ยวก็เซถอยหลังเล็กน้อย“คุณหนูหลินข้าขอพบหน้านางได้หรือไม่”
“ไม่ได้หรอกนายท่านเมี่ยวท่านไม่ใช่ร่างทรง ข้าเองก็ไม่มีน้ำตาวัวแก่ หากท่านอยากเอ่ยคำพูดใดต่อนางเอ่ยผ่านข้าได้ นางยืนอยู่ด้านหน้าพวกท่านแล้ว” หลินซือเยว่หันไปด้านขวาของตัวเอง
คหบดีเมี่ยว “ผิงเอ๋อข้าผิดต่อเ้าต่อลูกของเรา ข้า...”
เสี่ยวผิง“ข้าไม่ถือโทษโกรธนายท่านหรอกเ้าค่ะข้าเพียงแค่อยากให้นายท่านช่วยดูแลบิดามารดาของข้าด้วย”
หลินซือเยว่ถ่ายทอดทุกคำพูดของนางออกไป
คหบดีเมี่ยวรับปากนางทุกอย่างกระทั่งเมี่ยวฮูหยินยังอยากสื่อสารกับสาวใช้ข้างห้องผู้นี้ หลัก ๆคืออยากขอโทษที่ดูแลนางได้ไม่ดี จนเกิดเื่ร้ายขึ้นเช่นนี้
เสี่ยวผิงไม่ผูกอาฆาตพยาบาทอีกต่อไปนางพร้อมเดินทางสู่ปรโลกแล้วจริง ๆ
หลินซือเยว่ช่วยสวดส่งิญญาให้นางตามที่เอ่ยไว้ส่วนเื่การลงโทษคนทำผิดนั้น นางไม่อยากก้าวก่ายให้มากความเื่ในจวนของคหบดีเมี่ยว เกิดในจวนคงจบลงในจวน ผู้คนภายนอกคงไม่มีใครล่วงรู้ได้เพียงแต่หลินซือเยว่คาดไม่ถึงว่าการทำงานคราวนี้ นางได้รับค่าจ้างถึงหนึ่งหมื่นตำลึงเลยทีเดียว
“นี่ไม่ใช่ว่ามากไปหรอกรึ”มือนางสั่นตาเป็ประกายวาวขึ้น ั้แ่นางมาอยู่ที่โรงสมุนไพรอารมณ์ของนางมีสีสันมากขึ้นเผิงฉือยังเคยบอกว่านางแสดงความรู้สึกเก่งกว่าเมื่อก่อนหลินซือเยว่เองยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกัน
“คุณหนูหลินเ้าได้ทำความดีครั้งใหญ่หากเ้าไม่เปิดเผยใบหน้าอันชั่วร้ายของนาง เกรงว่าตระกูลเมี่ยวของข้าคงได้ถูกนังอสรพิษวางแผนเล่นงานอีก” คหบดีเมี่ยวศรัทธาในตัวของนางแล้วจริง ๆ
“เ้ารับไปเถอะได้ข่าวว่าตระกูลหลินกำลังตกที่นั่งลำบากตั๋วเงินนี้อาจเอาไว้ให้เ้าได้ใช้จ่ายสะดวกขึ้น”เมี่ยวฮูหยินมองไกลไปถึงความยากลำบากของตระกูลลหลิน
“เช่นนั้นข้าจะรับไว้ด้วยความเต็มใจแต่พวกท่านรับปากข้าได้หรือไม่ ว่าจะไม่บอกใครเื่ที่ข้ามาที่นี่และรับตั๋วเงินพวกนี้ด้วย พวกท่านรู้ใช่ไหมว่าสถานะของข้าในตอนนี้ไหนเลยจะสามารถตั๋วเงินล้ำค่ามากเช่นนี้ได้”
ทั้งคู่อมยิ้มในทันที
คหบดีเมี่ยว “ข้ารับปากเ้า”
“เช่นนั้นข้าขอไปเดินเล่นในเมืองเหลียงก่อนกลับได้หรือไม่ข้าอยู่แต่ในค่ายเบื่อจะแย่อยู่แล้ว”
คหบดีเมี่ยวคิดครู่หนึ่งอย่างไรนางก็เป็นักโทษเนรเทศ แต่พอมองหน้าน่าสงสารของนางก็อดใจอ่อนไม่ได้“เ้าไปเดินเที่ยวเล่นได้ แต่เ้าช่วยปลอมตัวหน่อยได้หรือไม่เกิดเจอทหารที่จำเ้าได้ ข้าที่พาเ้าออกมาจะดูไม่ดีไปด้วย”
“ได้” นางรับปากในทันทีเดินตามสาวใช้นางหนึ่งเข้าไปในห้อง แล้วเปลี่ยนเป็ชุดบุรุษแทน
“คุณหนูหลินท่านช่างหล่อเหลายิ่งนัก”สาวใช้นางนั้นยังอดหน้าแดงไม่ได้
ระหว่างนั่งรถม้าออกจากจวนคหบดีเมี่ยวหลินซือเยว่ล้วงตั๋วเงินหมื่นตำลึงออกมาดู นางเฝ้าครุ่นคิดอยู่นานเหตุใดนางต้องมอบครึ่งหนึ่งให้อารามเต๋า ที่มีเ้าอาวาสความสามารถน้อยนิดเช่นนั้นอีกอย่างอารามไท่ผิงกวนก็อยู่ไกลแสนไกล ใครจะไปเติมน้ำมันตะเกียงธูปเทียนได้
หืม เบื้องบนที่ว่านั่นไม่ใช่ตัวข้าในอดีตหรอกรึ ที่ตั้งกฎนี้ขึ้นมา
นางคิดได้เช่นนี้ก็หัวเราะออกมาดัง ๆ“โง่เขลามาได้ตั้งหลายปี ?!”