-นี่มันเื่บ้าอะไร ภาพพวกนี้มาอยู่ที่ฉันได้ยังไง-
อังวรีคิดกับตัวเอง ภาพที่อยู่ในการ์ดนี้มีแต่เื่น่ากลัวหญิงสาวรีบปิดมันและถอดมันออกใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองไว้ สองมือน้อยแนบทาบหน้าอกตัวเองไว้ ตอนนี้หัวใจเธอเต้นแรงแทบไม่เป็จังหวะ ราวกับว่ามันจะหลุดออกมาด้านนอก
-นี่เธอกำลังเจอกับเื่อะไรอยู่นี่- พอคิดได้เช่นนั้นก็หวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อ่เช้าที่เธอชนเข้ากับชายแปลกหน้าสองคนนั้น
“ต้องเป็สองคนนั้นแน่ ๆ ทั้งหน้าตาการแต่งตัวและท่าทางมีพิรุธทั้งนั้น” เธอบอกกับตัวเองยิ่งคิดยิ่งรู้สึกกลัว ว่าตัวเองจะเข้าไปพัวพันกับเื่ที่ไม่ควร พยายามทำตัวให้เป็ปกติ อังวรีตั้งสติอยู่ในเต็นท์ตัวเองอยู่นาน จนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอก
“หามันให้เจอแล้วเอาของมา”
“พวกมึงมากันกี่คน”
“พวกเราไม่ได้มาด้วยกัน”
“ผู้หญิงอีกคนไปไหน”
หญิงสาวแอบมองผ่านหน้าต่างเต้นออกไปดู พบชายฉกรรจ์ที่เธอเจอเมื่อเช้า กำลังถือปืนขู่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ล้อมวงรอบกองไฟ
“พวกเราไม่รู้” ทันทีที่หญิงสาวตอบก็โดนด้ามปืนตบที่หน้าอย่างจัง จนทุกคนร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
“โอ๊ย ฮือ ๆ อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันไม่รู้จริง ๆ”
“อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะ พวกเราไม่รู้จริง ๆ” ชายอีกคนบอก
“หุบปาก” ชายฉกรรจ์คนเดิมบอกเสียงเข้มพร้อมกับที่เล็งปืนไปที่ชายคนนั้น
“กูจะถามอีกแค่ครั้งเดียว ผู้หญิงอีกคนไปไหน” ชายคนเดิมถามเน้นเสียงเข้มพร้อมกดปลายกระบอกปืนลงที่ศีรษะหญิงสาวคนเดิม จนหน้าของเธอแนบลงกับพื้น เสียงร้องไห้ร้องระงม ขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว
อังวรีมองภาพตรงหน้ารู้สึกหวาดกลัวไม่แพ้กัน ผู้หญิงที่พวกมันต้องหมายถึงต้องเป็เธอแน่ ๆ เธอคิด
-เอาไงดีอิ้งค์ เอาไงดี- เธอถามตัวเอง สิ่งแรกที่คิดออกคือต้องซ่อนตัวก่อน คิดได้ดังนั้นจึงค่อยๆ รูดซิปประตูหลังเต็นท์ให้เบาที่สุด ออกไปหลบทางด้านหลังที่เป็ต้นไม้ใหญ่และมีพุ่มไม้ให้หลบได้
โชคดีที่พระอาทิตย์ตกดินแล้วทำให้พอพรางตัวได้ หลังอังวรีออกมาไม่นานหนึ่งในนักท่องเที่ยวก็ชี้มาทางเต็นท์ของเธอ ชายฉกรรจ์หนึ่งในนั้นรีบวิ่งมาดูทันที
“เจอตัวมันมั้ย” ชายที่จ่อปืนถาม
“ไม่มีใครอยู่เลยพี่” พอได้ยินคำตอบเท่านั้นแหละความเกรี้ยวโกรธของเขาจึงทวีขึ้น
“มึงอยากตายนักหรือไงถึงได้โกหก”
“เธอไม่ได้โกหก ผู้หญิงคนนั้นพักที่เต็นท์นั้นจริง ๆ เธออาจจะไปเข้าห้องน้ำก็ได้” ชายนักท่องเที่ยวอีกคนบอก
“มึงมาเฝ้าพวกมันไว้ ถ้าใครตุกติกฆ่าทิ้งได้เลย ส่วนมึงสองคนไปดูที่ห้องน้ำ ถ้าเจอก็รากตัวมันมานี่”
สั่งลูกน้องเสร็จชายคนเดิมเดินมาที่เต็นท์ของอังวรี ก่อนรื้อข้าวของ ของเธอจนกระจัดกระจาย มันหยิบกล้องของเธอขึ้นมาดูก่อนโยนทิ้งออกนอกเต็นท์ไป
อังวรีพยายามหลบในพุ่มไม้หลังต้นไม้ใหญ่ให้เงียบที่สุด เธอแน่ใจว่าพวกมันตามหาเธออยู่ สิ่งที่เธอเห็นคงไม่ใช่เื่เล็กเป็แน่
“ไม่เจอใครเลยลูกพี่ ทางนี้เจออะไรมั้ย” ลูกน้องที่ไปดูที่ห้องน้ำวิ่งกลับมารายงาน
“ไม่เจอ ในเต็นท์มัน ก็ไม่มีของมีแต่กล้อง”
“หรือมันรู้ตัวแล้วหนีไปแล้ว”
“ถ้ามันหนี แสดงว่ามันเปิดดูแล้ว ถ้าใครเจอตัวก็ฆ่าทิ้งได้เลย”
“แล้วพวกนี้ล่ะพี่”
“ฆ่าทิ้งให้หมด” สิ้นคำสั่งคนเป็ลูกพี่ เสียงปืนสี่นัดก็ดังขึ้น อังวรีที่ซ้อนอยู่ถึงกับใกับภาพตรงหน้าเธอได้ยินและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นเขามาพร้อมกับเธอตลอดทางถูกยิงตายต่อหน้าต่อ หญิงสาวเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่น ปิดเสียงกรีดร้องของตัวเองไม่ให้เล็ดรอดออกไป เวลานี้เธอทั้งใและหวาดกลัวมาก ไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังเผชิญกับเื่อะไรอยู่
“แยกกันตามหาผู้หญิงนั่นให้เจอ มันต้องอยู่แถวนี้แหละ อย่าให้มันได้มีโอกาสพูดอีก” เสียงสั่งการดังสนั่นเหมือนจงใจให้เธอได้ยิน
-อะไรกันฉันต้องมาตายที่นี่เหรอเนี่ย-
อังวรีคิดหากย้อนเวลาไปได้เธอจะไม่มาที่นี่เด็ดขาด พอได้จังหวะที่พวกมันเดินห่างไปไกลหญิงสาวจึงเดินหลบเข้าไปในป่าที่ลึกขึ้นให้ห่างจากพวกนั้นให้ไกลที่สุด ตอนนี้เธอไม่มีอะไรติดตัวมาเลยจะกลับเต็นท์ไปเอาของก็ไม่ได้
เธอเดินช้า ๆ เข้าในในความมืดเรื่อย ๆ พอสายตาเริ่มปรับแสงได้ก็พอเริ่มมองเห็นรางๆ แต่ก็มืดจนน่ากลัวไปหมดถึงจะรู้ว่าไม่ปลอดภัยจากสัตว์ป่า แต่เธอก็ต้องไปให้ห่างจากเสียงของคนพวกนั้น เมื่อรู้สึกว่าเดินเข้ามาลึกมากแล้วจึงหาที่ซ่อน ไม่กล้าเดินเข้าไปลึกกว่านี้กลัวหลงป่าจนหาทางกลับไม่เจอ