บันทึกรักบ้านสกุลเทพ

    คู่หมั้น 4

    “คุณไม่มีงานอะไรให้ฉันทำบ้างเลยเหรอคะ? อยู่ว่างๆ แบบนี้มันน่าเบื่อมากเลยอ่ะ” นางฟ้าถามอีกฝ่ายขณะที่กำลังทานอาหารเย็นกันอยู่ ขนาดตอนกินข้าวนางฟ้ายังเห็นเขาเอางานมาอ่านด้วย งานคงจะเยอะมากสินะคทาเงยหน้ามองคนพูดก่อนจะวางเอกสารด่วนที่อ่านอยู่ลง เขามองเธอแล้วครุ่นคิดอะไรอยู่พักหนึ่งนางฟ้าเลิกคิ้วมองเขาอย่างสงสัย อะไรของเขา ถ้ามีอะไรจะพูดกับเธอก็พูดออกมาเลยสิ“ผมถามอะไรคุณเรื่องหนึ่งสิ”“ค่ะ ว่ามาสิ” นางฟ้าพยักหน้าให้เขาพูดต่อ“การหมั้นกับคุณมันจะทำให้ผมมองเห็น...อะไรแปลกๆ อย่างที่คุณมองเห็นหรือเปล่า?”“อะไรแปลกๆ ที่ว่าคืออะไรล่ะ?” เธอถาม ก่อนจะทำตาโต “อย่าบอกนะว่าคุณมองเห็นพวกนั้น?!”“ตอนผมอยู่ข้างนอกผมจะเห็นตลอดเลย ทำให้ผมต้องเอางานกลับมาทำที่ห้อง” งั้นที่เขาต้องเอางานกลับมาทำทุกวันก็ไม่ได้เป็นเพราะขยันหรืองานยุ่ง แต่เขาทำงานข้างนอกไม่ได้ เพราะมองเห็นอะไรๆ จนไม่มีสมาธิงั้นสิโธ่...น่าสงสารก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่คนที่เห็นมาตั้งแต่เกิดอย่างเธอจะไปให้คำปรึกษาอะไรได้นางฟ้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกำไลที่อยู่บนข้อมือตัวเอง เธอตัดสินใจถอดมันออกมา“ฉันคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ เพราะพ่อของฉันก็มองเห็นเหมือนกัน แต่ฉันไม่แน่ใจว่าท่านมองเห็นอยู่ก่อนแล้วหรือว่าเพิ่งจะมาเห็นตอนเจอแม่ ยังไง...คุณสวมกำไลนี้เอาไว้สิ มันอาจจะไม่ได้ทำให้คุณเลิกมองเห็น แต่มันจะกันพวกพลังต่ำๆ ไม่ให้เข้ามาใกล้คุณได้ อย่างน้อยคุณจะได้มีสมาธิทำงานมากขึ้น”นางฟ้าเดินไปจับข้อมือของเขาขึ้น สวมกำไลให้พร้อมภาวนา “ขอให้ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง”นางฟ้ายกหลังมือของเขาขึ้นแนบหน้าผากก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป เธอรีบร้อนปล่อยมือของเขาแล้วผุดลุกขึ้น รู้สึกหน้าร้อนจนต้องเอามือมาแนบแก้มตัวเองไว้ทั้งสองข้าง ยิ่งมองรอยยิ้มกับสายตาแปลกๆ ของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เธอเหมือนโดนน็อกกลางอากาศโอ๊ย! เธอทำอะไรลงไปเนี่ย“ขอบใจ”นางฟ้ารู้ได้เลยว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธออยากจะให้เขาหุบยิ้มจริงๆ“ผมเอาแต่ทำงานเลยไม่เคยพูดคุยกับคุณจริงๆ จังๆ สักครั้ง เรามาคุยกันหน่อยดีไหม?” เขาพูดขึ้นนางฟ้ากลับไปนั่งที่ของตัวเอง ไม่ปฏิเสธการเปลี่ยนเรื่องของเขา “อะ...เอาสิ”“ผมชื่อจริงว่า นายคทา สุริยะวงศ์ ปีนี้ยี่สิบเจ็ด ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง” เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่ได้เจอกัน และยังเป็นการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขาด้วยนางฟ้าเอ่ยแนะนำตัวอีกครั้ง “นางสาวเนตรอัปสร สกุลเทพ อายุยี่สิบสามปีค่ะ ชื่อเล่นคือนางฟ้า เรียกสั้นๆ ว่าฟ้าก็ได้”“ชื่อคุณแปลกดีนะ คุณมีพี่น้องหรือเปล่า?”“ฉันมีพี่ชายคนหนึ่ง ชื่อเทวาน่ะ” นางฟ้าคิดว่าเขาต้องหัวเราะกับชื่อของพี่ชายเธออีกแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แม้เขาจะพยายามกลั้นยิ้มเต็มที่แล้วก็ตาม“ชื่อคนในบ้านคุณเป็นแบบนี้กันหมดเลยเหรอ หรือเป็นเพราะนามสกุลสกุลเทพ?”“ช่างบ้านฉันเถอะ เรื่องมันยาวน่ะ”ถ้าจะให้เล่าประวัติศาสตร์ของบ้านเธอใช้เวลาสามวันสามคืนก็ไม่แน่ว่าจะเล่าจบ ไว้แต่งงานแล้วก็ไปหาอ่านเอาเองเถอะนางฟ้าชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองคิดไปไกลถึงเรื่องแต่งงานแล้ว พวกเธอแค่หมั้นกันชั่วคราวไม่ใช่เหรอ อีกอย่างเขาก็แค่หมั้นหมายตามสัญญา พอครบกำหนดเขาก็คงจะถอนหมั้น...“จริงสิ คุณมาหมั้นกับฉันแบบนี้แฟนคุณไม่ว่าอะไรเหรอ เธอรู้เรื่องหรือยังคะ? ให้ฉันช่วยพูดไหม?”“ผมโสด” เขาตอบก่อนจะถามกลับ “แล้วคุณล่ะ?”“ฉัน?” นางฟ้าทำหน้าประหลาดเมื่อถูกถาม นึกถึงอดีตแล้วมันช้ำใจ “โดนหักอกครั้งหนึ่งก็ไม่เคยมีแฟนอีกเลย”หลังจากนั้นเธอก็ไม่มีดวงเรื่องผู้ชายอีกเลย ขนาดคนหล่อรวยอย่างเขายังโสด แล้วเธอจะไปมีได้ยังไง อีกอย่าง เดี๋ยวพอรู้ประวัติครอบครัวเธอก็คงจะพากันวิ่งหนีกระเจิง“คุณบอกว่าเบื่อนี่ ทำไมไม่ออกไปหาเพื่อนๆ บ้างล่ะ?” พอพูดจบคทาก็เห็นนางฟ้าทำหน้าเศร้าลงไปอีก “...อย่าบอกนะว่าแม้แต่เพื่อนก็ไม่มี?”“มีสิ เพื่อนน่ะฉันมีอยู่แล้ว แต่เพื่อนๆ ของฉันก็เป็นแบบเดียวกันนี่แหละ ทุกคนอยู่กระจัดกระจายกันไป นานๆ ทีจะไปมาหาสู่กันสักครั้ง ซึ่งมันก็นานมากๆ นอกจากนั้นก็ไม่มีหรอก เพราะพวกเขาบอกว่าฉันประหลาด”แม้แต่ตอนเด็กก็ยังไม่มีใครคบเลย นี่เธอโตมาได้ยังไงนะ ทำไมตอนนั้นเธอถึงได้อยากมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่นทั้งๆ ที่มันเป็นไปไม่ได้นักก็ไม่รู้“ผมขอโทษนะ”นางฟ้าเลื่อนสายตามองคทา “อะไรกันคุณ ไม่เป็นไรหรอกมันผ่านมานานแล้ว ว่าแต่คุณนี่ก็ใจแข็งเหมือนกันเนอะ ฉันแกล้งพาคุณไปที่ร้านสมปรารถนาแล้วก็จงใจให้คุณเห็นอะไรเหลือเชื่อๆ แถมตอนนี้คุณยังมองเห็นได้แล้วด้วย รู้สึกกลัวบ้างไหมคะ?”เมื่อก่อนเธอกลัวมากเลยนะ ตอนนี้นางฟ้าก็ยังจำช่วงเวลานั้นได้อยู่เลย เธอแยกไม่ออกว่าอะไรคือคน อะไรไม่ใช่ และก็ไม่ใช่ทุกอย่างจะส่งผลดีเสมอ ดังนั้นเธอก็เลยกลัวมาก“กลัวสิ ผมนอนไม่หลับหลายคืนเลยนะ คุณเห็นขอบตานี่ไหม?” คทาชี้ไปที่ขอบตาที่ดำคล้ำของเขา นางฟ้าหัวเราะเพราะมันดำมากจริงๆ คทาถามต่อ “แล้วที่บ้านคุณทำอะไรบ้างล่ะ?”“ก็ช่วยแม่ไปเรื่อย เขียนยันต์บ้าง เรียนคาถาบ้าง แล้วก็อีกหลายๆ อย่าง อ้อ บ้านฉันเป็นคนทรงด้วยนะ”“เหมือนพวกเล่นของน่ะเหรอ?!” คทาค่อนข้างตกใจกับคำตอบที่ได้ยิน“ไม่เหมือนสิ พวกเล่นของคือพวกที่ใช้วิชาเพื่อให้ได้พลัง แต่พวกฉันที่มีพลังอยู่แล้วก็แค่เอามาใช้ในรูปแบบวิชา”“ฟังดูซับซ้อนนะ” คทาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ “จริงสิ คุณเล่าเรื่องอะไรพวกนี้ให้ผมฟังหน่อยได้ไหม?”“ไหนคุณบอกไม่เชื่อและไม่ค่อยสนใจไงคะ?”“ตอนนี้ไม่เชื่อได้ด้วยเหรอ แล้วก็ค่อนข้างสนใจมากนะ”นางฟ้ามองเขา เธอพยักหน้า “ถ้าคุณอยากรู้ก็ได้ค่ะ เรื่องพวกนี้น่ะ...”
    หลังจากนางฟ้าเล่าเรื่องอันน่าเหลือเชื่อที่เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งให้ฟัง เขาก็นิ่งเงียบไป ท่าทางตะลึงไม่น้อย นางฟ้าคิดว่าเขาก็คงไม่คิดว่าเรื่องที่เหมือนกับเทพนิยายเช่นนี้จะมีอยู่จริง ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าเขาหรอกนะ เพราะเธอเข้าใจดีเลยล่ะแค่เขาไม่มองว่าเธอเป็นบ้าก็บุญหัวแล้ว ถึงเธอจะคิดแบบนั้น แต่เธอรู้ว่าเขาไม่มีทางไม่เชื่อ เพราะเขาได้เห็นและสัมผัสกับตัวของเขามาแล้ว ตอนนี้เขาเป็นคู่หมั้นของเธอและต้องเป็นไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี พ่อแม่เขาก็สนิทกับพ่อแม่ของเธอ ไม่ช้าเขาก็จะรู้เรื่องและชินไปเองถ้าถามว่าเธอกลัวว่าเขาจะเอาเรื่องพวกนี้ไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ไหม ก็ต้องตอบว่าไม่ ถ้าเขาทำอะไรให้ตัวตนและฐานะของพวกเรารวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นต้องตกอยู่ในความเสี่ยง ไม่ต้องถึงมือของพวกเธอหรอก เขาคงโดนพวกน่ากลัวเก็บตั้งแต่ยังไม่ทันลงมือแน่“...ทำไมเงียบไปล่ะคะ?” นางฟ้าเท้าคางถาม“ผมกำลังพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่ได้ยินอยู่” คทาตอบกลับ “แล้วตอนนี้ครอบครัวคุณหนีกันไปหมดแล้วเหรอ?”“คงไปซ่อนตัวกันหมดแล้วนั่นแหละ” เหลือก็แต่พี่ชายของเธอที่ยังไม่ได้ข่าวคราว พ่อของนางฟ้าเป็นพวกมีลางสังหรณ์แม่นมาก คงต้องหาทางติดต่อเขา ต้องไปเจอหน้ากันสักครั้งให้ได้ถึงจะสบายใจ“อ้อ คุณพาฉันไปซื้อของหน่อยสิคะ?” นางฟ้าจับปอยผมขึ้นมา “แล้วก็พาฉันไปตัดผมด้วยนะ คุณสัญญาแล้วนี่”“คุณบอกผมว่าตัดผมมั่วๆ ไม่ได้นี่ แล้วคุณก็เพิ่งจะดีขึ้นมาหน่อยเองไม่ใช่หรือไง?”“กรณีของฉันมันไม่เหมือนคนอื่นค่ะ ตอนนี้พลังวิญญาณของฉันมันกำลังรั่วไหลอยู่ ต้องไปตัดแต่งผมหน่อยน่ะ” นางฟ้าไม่เคยตัดผมด้วยตัวเองเลย ครอบครัวของเธอจะพากันไปตัดผมที่ร้านตลอด ตอนนี้สถานการณ์ก็ไม่ค่อยจะดี พลังวิญญาณรั่วไหลแบบนี้เดี๋ยวพวกคนไม่ดีก็ตามกลิ่นมาเจอจนได้คทามองปลายผมของนางฟ้า ก่อนจะพยักหน้าตกลง “ผมจะพาไปครับ เอาเป็นพรุ่งนี้ได้ไหม พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของผม เดี๋ยวตอนเย็นไปทานข้าวที่บ้านผมด้วย แม่ผมท่านบอกให้พาคุณไปทานข้าวที่บ้านบ้าง”“ได้ค่ะ พรุ่งนี้ก็ได้” นางฟ้าพยักหน้ารับรู้ทั้งคู่นั่งพูดคุยกันต่ออีกพักใหญ่ๆ นางฟ้าลุกขึ้นเก็บจานชามไปล้างทำความสะอาด เสร็จแล้วก็ขอตัวไปนอนหลังจากหญิงสาวเข้าห้องนอนไปแล้ว คทาที่มองตามหลังของเธอไปจนกระทั่งเธอปิดประตูห้องก็เผยรอยยิ้มบางๆ เห็นกำไลที่ข้อมือตัวเองแล้วรอยยิ้มก็กว้างขึ้นอีก พร้อมกับประกายบางอย่างพาดผ่านดวงตา.....................................................................หลอกถามว่าเขาโสดก็บอก อย่ามาแอบหน่อยเลย