เขายกมือขึ้นมาหมายจะปัดสมุดตรงหน้าออกแต่ว่ามือของเขาก็ทะลุผ่านไป เขาลองพยายามทำอีกครั้งแต่สมุดเล่มนั้นก็ไม่เป็ผล โซดาหัวเราะได้ใจที่เธอเอาชนะคุณิญญาเร่ร่อนได้แม้จะเป็เื่ง่าย ๆ ก็เถอะ
“เธอนี่เป็ผีที่ใช้อะไรไม่ได้เลยนะ ใบ้หวยก็ไม่ได้ เดินทะลุกำแพงก็ไม่ได้หายตัวก็ไม่ได้ เหาะก็ไม่ได้ ไปไหนมาไหนก็เหมือนคนปกติ เสียสัญชาติผีแท้ ๆ เลย”
“แต่ผมก็ทะลุกระจกนี่ได้นะครับ” เขายืนมือไปด้านข้างแขนโปร่งใสยื่นไปด้านนอกปะทะกับร่างคนที่เดินผ่านไปมาแต่ไม่มีใครรู้สึกตัวเลยสักนิด
“ฮืม ก็แปลกดีนะ นายทะลุกระจกได้ อย่างประตูกระจกที่ร้านเนทแต่นายเดินทะลุกำแพงแบบในหนังผีไม่ได้”
ผีหนุ่มครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนใช้นิ้วดันแว่นตาให้ชิดใบหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาดวงตากลมโตของโซดาที่เผลอจ้องหน้าเขาไม่กระพริบตา
‘กรี๊ดๆ ๆ ๆทำไมแค่ท่าขยับแว่นตาก็ดูดีเหมือนพระเอกหนังเกาหลีอย่างนี้นะ’
“รู้แล้วล่ะ โซดา!”
“อะ...อะไรยะ!!” โซดาสะดุ้งโหยงแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรแต่หัวใจเธอเต้นโครมครามผิดปกติ ‘โอ๊ย! จะไปหวั่นไหวอะไรกับตาผีเอ๋อนี่ไม่ได้นะ เขาเป็ผีไม่ใช่คนนะ จำไว้ซิ โซดา เอ๊ย!!’
“ก็กำแพงมันเป็วัตถุทึบแสงไงครับ แต่กระจกเป็วัตถุโปร่งแสง สสารและมวลสารต่างกัน” ผีหนุ่มยิ้มทั้งปากและดวงตา ไม่ได้รับรู้ว่าท่าทางของเขาทำให้ใบหน้าของคนตรงหน้าฝาดเืขึ้นมา
“ก็ได้แค่นี้แหละมีอะไรมากกว่านี้ไหม” โซดายักไหล่ กลบเกลือนความรู้สึกแปลกๆในใจ “ไหนลงยกแก้วน้ำนี่ซิ” เธอเลื่อนแก้วน้ำไปตรงหน้าผีหนุ่ม
เขาใช้มือสองข้างประคองแก้วน้ำอัดลมพยายามจะยกขึ้น แต่ก็ไม่เป็ผลแต่กลับยิ่งสร้างเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโซดาให้ดังขึ้นกว่าเดิม
“แค่นี้...เสียชื่อผีหมด” โซดาอยากหัวเราะให้เสียงดังกว่านี้แต่ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอเป็เป้าสายตาของคนในร้าน เธอหน้าเจื่อนขึ้นมาทันทีแล้วแสร้งทำเป็ก้มหน้าก้มตากินอาหารชุดของเธอให้หมด
“แต่อย่างน้อยผมก็ทำให้คุณเป็คนเพี้ยนในสายตาคนอื่นได้ไงครับ”
“นายวุ่นวาย!”
โซดาเผลอตวาดใส่แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มทะเล้นได้ใจ เพราะคนในร้านหันมามองเธอเป็ตาเดียวเด็กสาวรีบเก็บสมุดลงเป้แล้วเดินออกจากร้านอย่างไม่เสียดายอาหารชุดที่กินไปได้ไม่ถึงครึ่ง
“ฉันไม่น่ามารู้จักนายเลยมีแต่คนมองว่าฉันเพี้ยนพูดคนเดียว”
โซดาหยิบหมวกมาสวม ดีนะที่ชอบสะสมหมวกแต่ก็อดนึกเสียดายหมวกที่หายไปไม่ได้ แต่ไม่เสียดายลายเซ็นของปลายศรเลยสักนิด! เธอขยับปีกหมวกให้บังแสงแดดที่กำลังส่งรังสีอุตร้าไวโอเล็ตมากระทบผิวที่ค่อนไปทางคล้ำ แต่พอมองเด็กสาวที่เดินผ่านมาและผ่านไป บางคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น จนเธอแปลกใจว่าไม่กลัวผิวขาวจะเปลี่ยนสีบางเลยหรือ? แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอหันหลังไปเธอจะมองเห็นชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ที่มีดวงตาอ่อนโยนท่ามกลางผู้คนแปลกหน้าและทุกครั้งใบหน้านั้นจะมีรอยยิ้มให้เสมอ
“คุณนี่ท่าจะรู้จักหนังสือประเภทเดียวมานี่ซิ ผมจะพาไปดูอะไร”
มือของคุณิญญายื่นมาจับที่ข้อมือของโซดา แต่มันก็ทะลุผ่านเหมือนลมพัดวูบหนึ่งเธอรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เขาหัวเราะเก้อ ๆ ก่อนเดินนำเหมือนชำนาญเส้นทางอย่างดี คราวนี้เธอเป็ฝ่ายเดินตามแผ่นหลังของเขาบ้าง เขาเดินลัดเลาะรถหรูราคาแพงที่จอดเบียดฟุตปาธจนมาถึงร้านหนังสือแห่งหนึ่งคล้ายจะซ่อนตัวจากความวุ่นวายแห่งมหานคร จนไม่น่าเชื่อว่าชั้นสองของโรงหนังสยามจะมีร้านหนังสือเล็ก ๆรวยรินด้วยกลิ่นกาแฟเช่นนี้
“อย่างกับทะลุมิติมาแนะ”
เด็กสาววัยสิบเจ็ดพึมพำเบา ๆเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนแปลกประหลาดของสถานที่แห่งนี้ ในร้านนอกจากจะมีหนังสือมากมายเบียดกันแน่นบนชั้นหนังสือ ยังมีโต๊ะสำหรับนั่งดื่มชา-กาแฟอีกสามชุดมีลูกค้านั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือเงียบ ๆท่ามกลางเพลงบรรเลงที่คลอเบา ๆ เธอยืนซื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก ใครคนหนึ่งหันมาและยิ้มให้บางๆทั้งที่ไม่รู้จักกัน เธอยิ้มน้อย ๆด้วยท่าทีขัดเขิน
“มาดูทางนี้ซิ”
เสียงเรียกที่มีแต่โซดาเท่านั้นที่ได้ยินทำให้เธอหันไปหาเขาซึ่งยืนอยู่ เท้าก้าวช้า ๆแ่เบาเพราะกลัวว่าจะเสียงดังรบกวนคนอื่น นายวุ่นวายชี้ที่สันหนังสือเขาหยิบออกมาให้เธอไม่ได้ เด็กสาวก้มหน้าไปดูรายชื่อหนังสือ แต่ปีกหมวกก็ชนกับชั้นหนังสือเสียก่อน เธอจึงถอดมันออกเก็บใส่เป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังก่อนจะหยิบหนังสือเล่มที่คุณผีวุ่นวายชี้ให้ดู
“พี่น้องคารามาซอฟโห..ทำไมมันหนายังงี้อ่ะ” โซดาเห็นหนังสือปกแข็งเล่มใหญ่ขนาดปาหัวคนแตกแล้วก็ตกตะลึง
“อ้าว...ชอบนิยายไม่ใช่เหรอหนาไปใช่ไหม งั้นเปลี่ยนใหม่เอานี่...นิยายเล่มนี้ได้รางวัลโนเบลเชียวนะ”
“รางวัลโนเบลคุ้น ๆแหะ...ครึ่งทางชีวิต วี.เอส.ไนพอล...หว่า..ปกรูปงูน่ากลัวจัง”
“นี่ของนักเขียนไทยเ้าของซีไรต์สองสมัยคนแรกในไทยชาติ กอบจิตติ”
“ชื่อคุ้น ๆนะเหมือนจะเคยได้ยินตอนเรียนภาษาไทย”
ิญญาหนุ่มอยากจะมีฤทธิ์ะโกัดคนข้างๆ เสียจริง ก็...นักเขียนไทยแท้ยังไม่รู้จักชื่อ แถมนิยายของชาติ กอบจิตติก็ยังเคยสร้างเป็ภาพยนตร์อีก แต่เห็นดวงตากลมโตมองหนังสือแต่ละเล่มแล้วก็ได้แต่...
เฮ้อ....
“เอ้านี่...รวมเื่สั้นของปราบดาหยุ่น คนนี้ก็ได้ซีไรต์ ที่เขียนเื่รักน้อยนิดมหาศาลที่มีเป็เอกผู้กับกับสุดเซอร์เอาไปทำหนัง”
“ฮืมม...คนนี้คุ้นหน้าจัง อ้อ..เคยเป็แฟนกับดาราอะไรนี่นะ”
“เฮ้อ...ถ้าเค้าไม่แฟนเป็ดาราคุณจะไม่รู้จักเลยใช่ไหม”
“ก็ฉันรู้จักแต่พี่ดุจตะวันของฉันเท่านั้นนี่นะ”
“โอ้โห้ ดุจตะวันของฉันพูดได้เต็มปากเลยนะ” ิญญาหนุ่มส่ายหน้าระอา ใช้นิ้วไล่รายชื่อบนสันหนังสือเล่มหนาแต่ละเล่มอย่างใจจดจ่อ
“น้องครับ”
“คะ”
โซดา หันไปตามเสียงเรียกชายหนุ่มผมสั้นเกรียนอายุประมาณสามสิบกว่านิด ๆ ยิ้มให้อย่างเป็กันเองก่อนยื่นเก้าอี้ไม้ทรงกลมให้เธอที่รับมาอย่างงง ๆ
“ยืนนานกลัวจะเมื่อย ค่อย ๆเลือกเล่มที่ถูกใจไปเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” สาวโซดารับเก้าอี้มานั่งรู้สึกเขิน ๆ เธอนึกว่าจะถูกว่าที่เลือกหนังสือนานหรือไม่ก็เห็นเธอเพี้ยนพูดคนเดียวกับนายผีความจำเสื่อม
“ร้านนี่ใจดีจัง” เธอหันมากระซิบกับผีหนุ่มจอมกวนเบาๆ
คุณิญญาเร่ร่อนยิ้มบาง ๆ แล้วมองไปรอบ ๆ ร้านหนังสือเล็ก ๆแต่ถูกจัดอย่างลงตัว ผนังด้านที่ว่างมีภาพวาดสีน้ำมันเล่นสีและทีแปรงอย่างเฉียบคมหลายภาพ มีป้ายราคาติดที่มุมภาพ ด้านหนึ่งมีโปสการ์ดและสมุดบันทึก เยื้องกันเป็มุมCDเพลงและVCDภาพยนตร์หายากหรือหนังอาร์ตที่น่าดู เขามองรอบ ๆร้านจนมาหยุดสะดุดกึกกับสายตาของเพื่อนสาวต่างวัยที่จ้องหน้าเขาเขม็งอย่างกับจะกินเืกินเนื้อก็ไม่ปาน
“มะ...มีอะไรหรือครับ”
“ฉันพยายามเพ็งกระแสจิตไปหานายไงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”
“ไม่...ไม่รู้สึกอะไรสักนิดเลยครับ”
“ฉันไม่อยากให้ใครมองฉันเพี้ยนเวลาคุยกับนายไง ถ้าเราสื่อสารทางโทรจิตได้ฉันก็ไม่ต้องนั่งพูดคนเดียวอย่างนี้ไง”
“แล้วปกติคุณได้ยินเสียงผมยังไงเหรอ”
“ก็ได้ยินแบบปกติ...เหมือนพูดคุยกับคนธรรมดาแต่ว่าไม่มีคนอื่นได้ยินหรือมองเห็นนายเหมือนอย่างฉันไง” โซดาหยิบหนังสือรวมเื่สั้นของนักเขียนรุ่นใหม่ขึ้นมาพลิกอ่านดู
“เล่มนี้น่าจะอ่านง่ายนะ”
เธอพึมพำเบา ๆแล้วยื่นหนังสือไปให้คน เอ๊ย! ผี ข้าง ๆ ดู ผีหนุ่มร่างโปร่งใสเอียงคอเข้ามาใกล้จนเหมือนใบหน้าแทบจะแนบชิดแก้มของอีกฝ่าย เป็จังหวะที่ทั้งคู่เหลือบตาขึ้นมองกันจนเหมือนกับว่าเป็ครั้งแรกที่เขามองเห็นตัวตนของตนเองในเงาของตาเธอ
ในความใกล้ชิด เธอรู้สึกเหมือนมีความอบอุ่นบางอย่างอยู่ใกล้เรือนแก้ม หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็ และไม่คิดว่า คนเอ๊ย!ผี ตนนี้จะหน้าตาดีกว่านักเขียนสุดปลื้มของเธอได้
“เอ่อ...เล่มนี้เป็ไง”
ตอนที่12. เถียงไม่ออก
โซดาก้มมองปกหนังสือในมืออีกครั้ง เธอหยิบขึ้นมาดูเพราะปกสีสวยสะดุดตาแต่ไม่รู้รายละเอียดของหนังสือเล่มนั้นเลย เธอหันไปขอความเห็นจากคุณผีพเนจร เมื่อเห็นเขาพยักหน้างึกงักเธอก็พยักหน้ารับตามเขา เ้าของร้านยิ้มให้ก่อนผิวปากเป็เพลงลุกทุ่งเดินไปคุยอย่างสนิทสนมกับลูกค้าคนอื่นที่นั่งจิบกาแฟที่มุมห้อง
แม้ว่าจะแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แต่ยังรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มอยู่ดี
โอ๊ย ! เป็อะไรเนี้ย
“ทำไมคุณชอบงานของนายดุจตะวันอะไรนั่นนักล่ะ”
“ชอบก็คือชอบนั้นแหละ” โซดาพลิกหนังสือในมือแก้เขินดีนะที่เ้าของร้านเดินเข้ามาไม่เช่นนั้น ถึงเป็ผีก็อาจจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามผิดจังหวะอย่างไม่รู้สาเหตุก็ได้
“หนังสือมีอยู่เป็ร้อยคุณรู้จักนักเขียนแค่นายดุจตะวันคนเดียวแล้วก็อ่านแต่หนังสือรักหวานแหวนอะไรแค่นั้น นี่...ดูนี่ซิ หนังสือดี ๆ พวกนี้คุณเคยพลิกอ่านดูบ้างรึเปล่าสัจนิยม, อัตถิภาวะนิยมหรือเซอร์เรียวลิส คุณรู้จักอะไรบ้างไหม”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งโมโหและหงุดหงิด
“ทำไมต้องมาทำหัวเสียใส่ฉันยะฉันอายุสิบเจ็ดอ่านอะไรตามวัยไม่ได้รึไง ยี่สิบสามสิบเค้าก็อ่านกันไอ้ที่ว่ามาฉันไม่รู้จักอะไรสักอย่างหรอก แล้วอย่ามาว่าพี่ดุจตะวันของฉันเด็ดขาด”
แล้ว...ไอ้ที่พูดมาเนี้ย!เธอไม่รู้จักเลย แล้วมันความผิดเธอหรือเปล่าล่ะ!!!
“ถ้าเขามีดีอย่างที่คุณชื่นชมก็ลองให้เหตุผลที่มันน่าฟังหน่อยได้ไหม”
คราวนี้ฝ่ายที่เถียงไม่ออกเป็โซดาเสียเอง เธอได้แต่ก้มหน้างุดจนด้วยคำตอบไม่รู้จะพูดอะไรอีกฝ่ายเห็นท่าทางแบบนี้เป็ครั้งแรกเพราะปกติแล้วอย่างเอจะไม่เถียงคนแบบไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสิ่งที่ไม่ใช่คนเป็เพียงิญญาอย่างเขาแล้ว ยิ่งทับถมได้มากเท่าไหร่ก็เป็เื่สนุกของเธอไปเสีย เขาเองก็รู้สึกว่าตัวเองพูดแรงเกินไปคนเราต่างก็มีเหตุผลเป็ของตัวเองทั้งนั้น เขาไม่ควรเข้าไปวุ่นวายความเป็ส่วนตัวของเธอมากเกินไป
“ผมขอโทษนะ”
“ไม่หรอก...นายไม่ผิดหรอก” โซดาเงยหน้าขึ้นมาดวงตากลมโตเหมือนมีน้ำใส ๆคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ไม่ให้รินไหล
“ปกติฉันอ่านแค่หนังสือเรียน หรือหนังสือที่ถูกบังคับให้อ่านประกอบการทำรายงานอะไรเท่านั้นมีอยู่วันหนึ่งฉันดูละครก่อนข่าว นางเอกเป็ลูกกำพร้าต้องทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียนแล้วได้พบรักกับพระเอกหนุ่มหล่อร่ำรวยแต่ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคกว่าจะได้แต่งงานกันฉันชอบมากเลย บางทีฉันก็เคยน้อยใจว่า ทำไมมีฉันเพียงคนเดียวที่ต้องทำงานพิเศษไปด้วยเรียนไปด้วย”
เด็กสาวระบายรอยิ้มเหงา ๆให้กับผีหนุ่มที่ตั้งใจฟังเื่ราวของเธอ
“คุณป้าที่ฉันไปอาศัยอยู่ด้วยก็มีลูกหลายคนฐานะเราก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ฉันทำงานพิเศษในห้างสรรพสินค้า่ปิดเทอม ฉันไม่เคยไปเรียนพิเศษไม่ค่อยได้กินขนมฝรั่งนั่งตากแอร์เย็น ๆ ไม่เคยได้ไปเที่ยวต่างประเทศจะแค่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีก็ไม่เคย ฉันไม่เคยมีชีวิตแบบนั้นเลย ชีวิตแบบที่เห็นเมื่อกลางวันแต่พอฉันดูละครเื่นั้นแล้วประทับใจ
ฉันก็เลยจำชื่อเ้าของบทประพันธ์ไว้และตามอ่านผลงานของเขาเกือบทุกเื่เท่าที่หาได้แล้วฉันก็รู้สึกว่าการเป็นักเขียนนี่วิเศษเหลือเกินเราจะขีดเขียนชีวิตให้เป็ยังก็ได้ ฉันก็เลยมุ่งมั่นว่าวันหนึ่งฉันจะต้องเป็นักเขียนที่ดีอย่างพี่ดุจตะวันให้ได้”
โซดาเงยหน้าขึ้นซ่อนน้ำตาไม่ได้ไหลรินเธอสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนผ่อนออกมาช้า ๆแล้วหันไปสบตากับดวงตาหลังแว่นตาทรงกลมกรอบเงินวาววับ เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยนและเข้าใจในความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ฉายความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมในดวงตาของเธอ
“ผมขอโทษนะ” เขายื่นมือไปประคองใบหน้าเนียนแต่ปลายนิ้วไม่ได้ััใบหน้าแต่ความรู้สึกอ่อนโยนกลับถ่ายทอดไปถึงเ้าของดวงตากลมโต
“เื่อะไร” โซดาสูดน้ำมูกเสียงดังแต่ยิ้มทะเล้นออกมา “เออนี่...นายรู้ได้ไงว่ามีร้านแบบนี้อยู่ตรงนี้”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ” คุณผีเร่ร่อนส่ายหน้าไปมาทำตาบ้องแบ๊ว
“แปลกจังแสดงว่านายต้องมาร้านนี้บ่อย ๆ แน่ หรือนายเป็เ้าของร้านนี้ เป็หุ้นส่วนหรือเป็แฟนเ้าของร้าน” โซดาเริ่มเดาไปเรื่อย ๆแบบไร้ทฤษฎี
“ไม่รู้สึกคุ้นอะไรสักอย่างที่ว่ามาเลยครับ” เขาดันแว่นสายตาให้ชิดใบหน้าก่อนเหลียวมองรอบร้านพยายามพินิจพิจารณาว่ารู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่นี่ไหม จะรู้จักได้ไงเขามาจากโลกอนาคตนะ
“อาจจะเป็สถานที่ที่นายชอบมาบ่อยๆ เอ...ฉันเจอนายครั้งแรกที่ใต้ต้นไม้หน้าตึกR&M” โซดาหวนคิดถึงภาพครั้งแรกที่ได้เห็นผู้ชายร่างสูงโปร่งมาดเท่ ที่มารู้ทีหลังว่าเป็เพียงิญญาแถมความจำเสื่อมอีกต่างหาก
“น้ำเก็กฮวยครับน้อง” หนุ่มผมเกรียนผู้ดูแลร้านยื่นแก้วน้ำส่งให้
“เอ่อ...ไม่ได้สั่งคะ”เด็กสาวรีบเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มใจดีเมื่อครู่ที่ยกเก้าอี้มาให้
“ไม่ได้สั่งแต่เต็มใจบริการครับ ไม่ต้องคิดมากหรอกพี่ไม่คิดเงินแต่ถ้าเป็ชาหรือกาแฟก็กินฟรีไม่ได้นะ” หนุ่มผมเกรียนหัวเราะอารมณ์ดีทำให้ลูกค้าอย่างโซดารู้สึกผ่อนคลายลงมากในความเป็กันเองของเ้าของร้าน
“พี่แนะนำเล่มที่อ่านง่าย ๆให้หน่อยได้ไหมค่ะ”
“ชอบแบบไหนละครับเื่สั้นหรือนิยายแต่เล่มที่น้องถือก็น่าสนใจนะ รวมนักเขียนรุ่นใหม่ ค่อย ๆ เลือกก็ได้ครับ จะเลือกจนร้านปิดเลยก็ได้”
“เอ่อ พี่คะ...” โซดาตะกุกตะกักไม่กล้าถามกลัวถูกหาว่าเพี้ยนแต่เมื่อสบตากับดวงตาที่ฝากความหวังไว้กับเธอเต็มเปี่ยม ก็ทำให้ถามออกไป
“คือ...เป็เ้าของร้านใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่แต่ก็เหมือนใช่” คนตอบยิ้มเป็กันเอง “ไม่ใช่ของพี่คนเดียว พี่หุ้นกับเพื่อนเปิดร้านนี้แต่ปกติพี่ไม่ค่อยอยู่ร้านหรอก เพื่อนอีกคนอยู่นะ”
โซดาจ้องมองข้ามไหล่ผู้ดูแลร้าน ดวงตาหลังแว่นตาทรงกลมจ้องมองเธออย่างสื่อความรู้สึก ...น่าแปลกที่บางการกระทำไม่ได้เอ่ยออกมา เธอก็สามารถเข้าใจว่าเขา้าให้เธอช่วยเหรอเหลืออะไร “เอ่อ...มีลูกค้าที่เคยมาประจำแล้วหายไปไม่เห็นหน้า-ไม่มาที่ร้านสักเดือนไหมคะ”
“ฮืม” หนุ่มผมเกรียนยกมือขึ้นเกาคางอย่างใช้ความคิด “ร้านพี่มันมีคนรู้จักแค่ไม่เท่าไหร่ส่วนใหญ่ก็เพื่อน ๆ กันนั้นแหละ ถึงไม่มาที่ร้านเราก็รู้ว่าเขาอยู่ไหนมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ”โซดาอ้าปากค้าง จะบอกยังไงดี มองหน้าตาคุณผีที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ก็ไม่รู้จะทำไงแล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในสมอง
“อ้อ! หนูแอบปิ๊งผู้ชายคนหนึ่งคะ เขามาที่นี่บ่อย ๆ หนูไม่เห็นเขามาเป็เดือนแล้วเลยอยากรู้ว่าเขาไปไหน”
“อ้อ!” ผู้ดูแลหัวเราะเสียงดังไม่เกรงใจใคร รวมทั้งนายผีร่อนเร่ที่กลั้นหัวเราะมีแต่โซดาที่ยืนคบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ
‘คิดไปได้ไงเนี้ย! รอยหยักในสมองมันคิดได้แค่นี้หรือไงนะ อายเป็ไหมเนี้ย! ยัยโซดา’
“หน้าตาเป็ไงละเผื่อพี่เคยเห็น”
“ก็ตัวสูง ๆประมาณร้อยเจ็ดสิบ เอ...ร้อยแปดสิบดีกว่าคะ ไหล่กว้าง ๆ ตัดผมรองทรงใส่แว่นตากลม ๆ นะคะ” ‘หน้าตาเหมือนพระเอกเกาหลีมากเลยคะ’ ขืนพูดประโยคหลังออกไป นายผีวุ่นวายต้องหัวเราะกร๊ากอีกแน่ๆ โซดาจ้องมองคุณผีที่ยืนอยู่ตรงข้ามพยายามอธิบายรูปลักษณ์ภายนอกให้ละเอียดที่สุด
“ไม่คุ้นเลยแฮะที่นี่มีแต่พวกติกส์แตก หนวดเครารุงรัง ”
“ไม่เป็ไรคะ ขอบคุณมาก เอ่อ พี่คะ เอาเล่มนี้ค่ะ”
“ลดสิบเปอร์เซ็นต์สำหรับลูกค้าน่ารักครับ”
โซดาหยิบหนังสือไปจ่ายเงินแล้วเดินออกมานอกร้าน เธออยากจับมือให้กำลังนายผีร่อนเร่ แต่เธอก็รู้ว่าทำไม่ได้
“ไม่เป็ไรนะอีกหน่อยนายอาจจะฟื้นความทรงจำได้ที่ละนิดก็ได้”
“ครับ...ไม่เป็ไร แต่นี้ผมก็ทำให้คุณวุ่นวายพอแล้ว”
“บ้าซิ! เราเพื่อนกันอย่าพูดแบบนี้นะ” หัวใจเธอวูบไหวเวลาเห็นเขาเศร้าเธอก็พลอยรู้สึกไปด้วย
“เพื่อน ?”
“ใช่ เพื่อนกัน นายกับฉันเราเป็เพื่อนกัน ยังไงเพื่อนไม่ทิ้งเพื่อนอยู่แล้ว”
หัวใจที่เคยเบาโหวงกลับรู้สึกเติมเต็มขึ้นอย่างประหลาด ไม่ใช่นายผีความจำเสื่อมเท่านั้นที่รู้สึก โซดาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันก่อนจะกลับเธอแหงนหน้าขึ้นมองป้ายร้าน
“Underground Book มีร้านน่ารักๆ อย่างนี้ก็ดีนะ เอ๊ะ!!!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างเพิ่งนึกได้เล่นเอาคุณผีที่ยืนใกล้ ๆใไม่ใช่เล่น
“อะไรครับ!!”
“ฉันลืมไปได้ไงเนี้ยนายผูกพันกับสิ่งที่เกี่ยวกับหนังสือ แล้วที่นายไปยืนอยู่ใต้ต้นไม้หน้าตึกR&Mก็เพื่อรอใครบางคน ถ้านายได้เจอคนๆนั้นเราอาจจะรู้ก็ได้ว่านายเป็ใคร จริงไหม”
ดวงตาใต้แว่นตาทรงกลมเป็กระกายด้วยความหวัง โซดายิ้มกว้างอย่างดีใจ เธอเอื้อมมือไปจับมือของเขาแต่คว้าได้เพียงความว่างเปล่า รอยยิ้มเมื่อครู่จึงจางไปในทันที
“ไม่เอาน่าอย่าคิดมาก ตอนนี้ต้องคิดต่อจิกซอร์เื่ของนายต่างหาก”
รอยยิ้มสดใสของโซดาทำให้วันหม่น ๆของคุณผีความจำเสื่อมสดใสในทันที
…………