ตอนที่ 26
2 ปีผ่านไป
เมื่อเลือกวิชาที่จะฝึกฝนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเหลือก็เพียงแต่ซิวาซึ่งโคไม่คิดจะให้ซิวาฝึกวิชาพลังเวทย์ในตอนนี้จะอย่างไรมันก็สมควรจะผ่านการฝึกที่มันเป็ให้ไว้เสียก่อน“ซิวาบททดสอบของข้ายังเหลืออีก 3 อย่างถ้าเ้าผ่านไปได้ขอรับรองในฐานะบุตรชายตระกูลชาฮานเลยว่าจะหาวิชาระดับ 8 ที่เหมาะกับเ้ามาให้จนได้”
เมื่อของรางวัลล่อหน้าล่อตาขนาดนี้ดวงตาของเด็กผู้ชายผมสีเขียวขจีพลันเปล่งประกายออกมาไม่แพ้เทอเรนเมื่อครู่แต่อย่างใดนับจากนี้ซิวาเองคงคิดกับตัวเองในใจไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันจะผ่านการทดสอบทั้งหมดไปให้จงได้
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะ”ซิวาหอบกระถางสีขาวนวลเอาไว้ในมืออย่างเหนี่ยวแน่นและรอบคอบอย่างถึงขีดสุดมันไม่เปิดโอกาสให้กระถางนี้เป็ไปเป็แน่ก่อนจะวิ่งแจ้นไปหาบิดาที่เป็ผู้เื่การปลูกพีชอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไว้แต่เพียงเด็กผู้ชาย 2 คนยืนกันอย่างโง่งมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ทำไมท่านพี่ไม่ให้วิชาซิวาไปเลยละหรือว่าตอนนี้ท่านยังไม่มีหรอ”เคำถามของเทอเรนนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย
“บททดสอบก็คือบททดสอบไม่อาจข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป”เมื่อพูดถึงประโยคนี้แล้วตัวของมันก็หวนคิดกลับไปในอดีตไม่ได้เมื่อตอนมันในฐานะแม่ทัพจักรพรรดิเดินเหินไปที่ใดก็มีแต่ผู้คนเกรงกลัวสำหรับคนที่ชอบความสงบแล้วจึงหงุดหงิดเป็อย่างยิ่งหากไม่ได้รู้จักกับซิวาที่ตอนนั้นเป็ถึงจักรพรรดิภูติพฤกษามันคงสติแตกไปแล้ว
เวลานั้นมันเคยเห็นผู้คนจำนวนมากมาขอซิวาเป็ลูกศิษย์แต่กลับไม่มีใครเลยที่ประสบความสำเร็จเพราะทันทีที่พูดถึงเื่นี้บททดสอบทั้ง 4 ก็จะถูกขัดขึ้นมาราวกับเป็เกราะกำบังพวกคนนับร้อยนับพันต่างไม่เคยมีใครสำเร็จเลยสักคน
เมื่อโคเอ่ยถามมันถึงวัตถุประสงค์ก็มักจะถูกตอบโต้มาด้วยความพูดที่หยิ่งพยองจนน่าเอากระบองเหล็กไปฟาดหัว“ทำแค่เื่ง่ายที่ข้าทำได้ั้แ่ไม่ถึง 10 ไม่ได้ก็อย่างหวังมาเป็ลูกศิษย์ข้าเลย”
เวลานี้เทอเรนกำลังจ้องมองโคที่กำลังเหม่อลอยก่อนที่โคจะพึมพำออกมาเบาๆว่า“ก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำได้ั้แ่ไม่ถึง 10 ขวบเป็จริงหรือไม่?”
และแล้วกาลเวลาก็หมุนผ่านไปถึง 2 ปีบัดนี้พื้นที่รกร้างไม่น่าอยู่พลันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็สถานที่เย็นสบายและนิ่งสงบประกอบกับกลิ่นอายของธรรมชาติยังเจือออกมาให้ด้วยกลิ่นอย่างบางเบาทั้งหมดนี้ผสมรวมกันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
“วันนี้แล้วไม่ใช่หรือเหตุใดถึงยังคิดมาที่นี่กันอีก”นํ้าเสียงคมเข้มสายหนึ่งปรากฏออกมาท่ามกลางความนิ่งสงบทั้งสายลมและสายนํ้าเสียงของมันยังเพียงพอที่จะทำให้เสียงตรงนั้นเบาลงได้เลยแม้แต่น้อยร่างกำยำสูงใหญ่เหยียบยํ่าเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามของตระกูลด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งยิ่ง
“พวกมันมาที่นี่ทุกวันจนเป็เื่ปกติดูท่าสำหรับโคแล้วพิธีการวันนี้คงไม่น่าสนใจเท่าไรหรอก”ชายร่างกำยังอีกคนที่เดินมาพร้อมกันตอบกลับไปด้วยท่าทีที่สงบดูเหมือนว่ากลิ่นอายของธรรมชาตินี้จะชวนให้มันที่วันๆเอาแต่ฝึกอยู่ท่ามกลางแรงกดดันพลันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
ทุกก้าวที่ยํ่าเท้าความแปลกใจก็เริ่มผุดขึ้นมาเรื้อยเมื่อ 2 ปีก่อนสถานที่แห่งนี้คือทุ่งรกร้างแม้แต่มันในฐานะผู้นำตระกูลชาฮานยังไม่เคยคิดที่ใช้ประโยชน์ไม่คิดว่า 2 ปีให้หลังจะกลายเป็แบบนี้ไปได้ทั้งเป็มันเองอีกต่างหากที่ออกกฏข้อบังคับให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็ดินแดนต้องห้ามของตระกูลชาฮานด้วยตนเอง
“โอ้….ต้นอ่อนหญ้าลิ้นัเดี๋ยวนี้ถึงกับมีของเช่นนี้เชียว”เคในอาภรเทพัเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นต้นหญ้าสีเขียวขจีขลิบดำที่โบกสะบัดตามแรงลมซึ่งหากมองมันดีๆแล้วยังเห็นกลิ่นอายพลังเวทย์อันเป็เอกลักษณ์ลอยขึ้นมาอย่างบางเบา
หญ้าลิ้นัแม้ไม่ได้ยากอะไรนักสำหรับชาวบ้านที่หาของป่าเดือนหรือสองเดือนยังมีโอกาสพบเจอได้สักต้นซึ่งคุณสมบัติของหญ้าลิ้นันี้ต่างหากที่สำคัญยิ่งเพราะมันคือวัตถุสำคัญในการปรุงยาระดับกลางที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูพลังจิตฉะนั้นราคาขายของมันในหอการค้าจ้าวสมุทรแม้ไม่แพงมากจนซื้อไม่ได้แต่ก็ไม่ถูกจนคนธรรมดาๆได้ซื้อได้เช่นกัน
“คงต้องขอบคุณครอบครัวฟลอรัสแล้วละ ที่ถึงกับยอมย้ายจากตำหนักข้างๆตำหนักไข่มุก์เพื่อมาดูแลพืชสมุนไพรโดยเฉพาะไม่แน่ว่าอีก 3 ปีให้หลังตระกูลของเราอาจจะพอมีกำไรจากการขายพืชสมุนไพรบ้าง”ทิมบาเอ่ยขึ้นตามจริงการขายสมุนไพรตลอดมาในชีวิตความคิดเช่นนี้กลับไม่เคยปรากฏในหัวของมันเลยแม้แต่น้อยลำพังแค่การฝึกซ้อมให้พร้อมในาแค่นี้เงินทองจากราชวงศ์ที่ส่งให้มาก็พอกินพอใช้จนเหลือเก็บแล้ว
“แสดงว่าคำพูดของโคนั้นถูกต้องเ้าลูกคนนี้ที่มันเคยบอกว่าจะทำให้ครอบครัวฟลอรัสกลายเป็ตัวตนที่ตระกูลชาฮานไม่อาจขาดได้ก็ดูถ้าจะเริ่มเห็นเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว”เคพูดพลางยืนมือออกมาหมายจะััต้นอ่อนหญ้าลิ้นัให้ถนัดมือ
“เดี๋ยวนี้คำว่าเขตต้องห้ามของตระกูลชาฮานกลับไม่มีความหมาย จนปล่อยให้ใครที่ไหนเข้ามาก็ได้โดยไม่ต้องแจ้งเ้าของที่แล้วหรือ? ท่านพ่อ”เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างกระทันหันพลันทำให้มือที่ส่งออกมาของจักรพรรดิันิ่งไปชั่วขณะพลางจ้องมองไปยังเ้าของเสียงที่เปล่งออกมา
เผยให้เห็นเป็เด็กชายวัย 12 ปีผมสีดำสนิทและมีสีของดวงตากระทั้งอาภรหรูหราเป็สีแดงฉานมิปานโลหิตกำลังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนกิ่งของต้นไม้ที่สูงใหญ่ทั้งกลิ่นอายและท่วงท่าช่างดูเกินกว่าเด็กวัย 12 ปีไปไกลโข
“เหอ เหอ บิดาผู้นำตระกูลชาฮานคนปัจจุบันคิดเข้าออกที่ใดใยต้องรายงานใครอีก”ใครที่ไหน? มันนะหรือใครที่ไหนในตระกูลชาฮาน! สามารถตัดสินได้ทุกอย่างในตระกูล อำนาจเพียงหนึ่งที่เดียวที่ทุกคนต้องคอยรับฟังกลับโดนคำเช่นนี้ตอกกลับมามิคิดว่านี่เป็มุขตลกหรืออย่างใด
“ท่านพ่อ ท่านลุงทิมบามาแต่เช้าเลยใช่เกี่ยวกับเื่งานวันนี้ใช่หรือไม่?”โคไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับคำถามแรกมากนักเพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็การเอ่ยแซวประการหนึ่งเท่านั้น
โป๊ก ยังไม่ทันได้รับคำตอบดีร่างกำยำของจักรพรรดิัก็พุ่งทะยานเข้าเขกกะบาลเด็กชายอย่างรวดเร็วระยะแม้จะดูไกลจนอาจต้องใช้เวลาแต่มันในฐานะจักรพรรดิมนตรานี่นับว่าเป็อย่างใดมันสามารถกระทำการต่างกับลูกชายของมันได้โดยที่เ้าตัวไม่รู้ด้วยซํ้า
“โอ้ย….เจ็บนะท่านพ่อ”เสียงคำรามอันครํ่าครวญของเด็กผู้ชายดังลั่นไปทั่งบริเวณนับั้แ่มันกลับชาติมาเกิดในฐานะบุตรชายตระกูลชาฮานไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วโดนบิดามันทำร้ายเช่นนี้และแน่ว่าตลอดมาในชีวิตนี้ก็อาจจะเป็ชายตรงหน้าที่ทำร้ายร่างกายมันมากที่สุด
การหยอกล้อเช่นนี้ของบุตรบิดาคู่นี้ช่างเด็กเกินกว่าที่ทิมบาจะทานรับไหวทั้งๆที่ทั้งคู่หากไม่อยู่ด้วยกันแล้วกลับให้ความรู้น่าหวาดเกรงและควรค่าแก่การให้ความเคารพไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเมื่อเจอหน้ากันแล้วจักต้องเกิดเื่พิศดารเช่นนี้ขึ้นมาทุกที
“รอข้าเก่งกว่านนี้ก่อนเถอะแม้แต่ผมสักเส้นท่านก็ไม่ได้ัั”โคมองตาขวางไปยังบิดาทว่านี่กลับทำให้โทสะมันเริ่มสูงขึ้นอีกนิดจากสายตายียวนที่บิดามันส่งกลับมาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอันใด
“ถ้าอย่างนั้นก่อนที่เ้าจะแข็งแกร่งจนบิดามิอาจััได้แม้แต่เส้นผม อย่างนั้นข้าเคยรังแกเ้าก่อนจะแข็งแกร่งกว่าก็สิ้นเื่สิ”ว่าแล้วทั้งคู่ก็ตระเตรียมจะหยอกล้อกันต่อแต่ทว่ากลับถูกเสียงๆหนึ่งห้ามอย่างฉับพลัน
“เอาละ เอาละ วันนี้มีงานที่สำคัญหากเล่นกันมากกว่านี้พวกเราจะสายกันแล้ว”ทิมบากุมขมับตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะต้องออกหน้าห้ามเอาไว้เพราะเวลานี้ก็กระชันชิดเข้ามาทุกทีและไหนจะต้องเดินทางอีกหากเสียเวลาไปมากกว่านี้คงจะไม่ทันการแล้วแน่ๆ
คนทั้งสองได้ฟังดังนั้นก็ไม่พูดอะไรแต่จากการกระทำที่ไม่ทะเลาะกันอีกก็แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าทั้ง 2 คนเข้าใจความหมายที่ทิมบาจะสื่อได้อย่างชัดเจน
“สำหรับเื่นี้ท่านลุงทิมบาไปดูเองเถอะแล้วท่านจะเข้าใจ ว่าพวกข้าจำเป็ต้องขอเวลาอีกสักนิด”โคไม่พูดเปล่าแต่ะโลงมาจากต้นไม้และเดินนำทางไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ในอีกด้านหนึ่งที่ไม่ห่างกันนักได้ปรากฏให้เห็นเด็กผู้ชาย 2 คนกำลังนั่งหลับตาบ่มพลังเวทย์กันอยู่ตั้งใจสำหรับการพัฒนาการของทั้งคู่ภายใต้การดูแลของยอดฝีมือและทรัพยากรที่มากพร้อมพลันส่งผลให้ระดับชั้นของเด็กทั้งสองคนทะยานขึ้นราวเสือติดปีก
กลิ่นอายพลังทั้งคู่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในฐานะของความดุดันแล้วเทอเรนที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือถือว่าดูน่าเกรงขามกว่าอย่างเห็นได้ชัดประกอบกับร่างกำยำดูลํ่าขึ้นกว่าเด็กวัยเดียวกันช่างเติมแต่งภาพลักษณ์นักรบทหารกล้าให้เด็กคนนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นอันใด
ส่วนอีกคนก็ไม่น้อยหน้าระอองเวทย์พฤกษาบัดนี้กำลังล่องลอยและพรั่งพรูขึ้นมาอย่างต่อเนื่องระอองเวทย์เหล่านี้ล้วนเป็ความสามารถพิเศษอันจำเพาะของผู้ฝึกวิชาธาตุพฤกษาโดยแท้จริงอาศัยเพียงระอองเหล่านี้แม้ไม่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพรรณไม้ได้ทันทีแต่ก็ช่วยทำให้เติบโตเร็วขึ้นกว่าไม่ได้รับระอองธาตุนี้กว่ามากนัก
จากนั้นเพียงไม่นานร่างของบุคคลทั้งที่อยู่ไม่ห่างไกลก็เดินมาถึงเป็ที่เรียบร้อยทุกการยํ่าก้าวของมันสร้างความแปลกประหลาดให้ 2 ผู้ใหญ่เฉกเช่นในตอนแรกเพราะยิ่งพวกมันเดินเข้ามาลึกขึ้นเท่าใดก็ดูเหมือนว่าจะพบต้นไม้หายากมากขึ้นเท่านั้นพลางชวนให้เคคิดในใจว่าเขาคิดถูกแล้วจริงๆที่ให้สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ต้องห้ามของตระกูลชาฮาน
“เด็กพวกนี้กำลังจะพัฒนาระดับพลังอย่างนั้นสิ”เคเอ่ยขึ้นเพื่อเปิดประเด็นจากที่มันส่งััจักรพรรดิมนตราเข้าตรวจก็รับรู้ได้ทันทีว่าเด็กสองคนได้อยู่ในระดับสูงสุดของกำเนิดมนตราขั้น 1 และขั้น 2 กันแล้วฉะนั้นแล้วที่มานั่งบ่มพลังกันเช่นนี้ทั้งๆที่มีงานสำคัญรออยู่ก็มีแต่การพัฒนาของระดับพลัง
“ใช่ท่านพ่อ เด็กพวกนี้ในสายตาท่านคงไม่ได้มีแค่นี้หรอก จริงไหม”โคยิ้มล้าคำพูดของมันล้วนแต่แฝงความนัยเอาไว้ทั้งสิ้นตลอดมาตระกูลชาฮานไม่เคยมีผู้เยาว์มากพร์เื่การบ่มเพาะพลังเวทย์มาก่อนอดีตล้วนเป็เช่นใดปัจจุบันก็ล้วนเป็เช่นนั้นแต่หากผู้คนภายนอกมาพบเจอกับเด็ก 2 คนนี้พวกมันย่อมไม่ยากจะเชื่อสายตาอย่างแท้จริงอาศัยเด็กที่ปลุกพลังเวทย์ได้ก่อนอายุ 12 ขวบก็น่าใแล้วแต่ใครไหนเล่าจะคาดเดาว่าเด็กอายุเท่านี้จะอยู่ในระดับ 2 ของขั้นกำเนิดมนตรา
ทว่าในความคิดของตระกูลชาฮานแล้วนี่กลับยังไม่ใช่เื่ที่น่าใมากที่สุดกระบวนท่าและทักษะการต่อสู้ต่างหากที่เป็สุดยอดของตระกูลอาศัยเพียงเท่านี้ย่อมเพียงพอแต่การเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีพลังเหนือกว่าฉะนั้นแล้วการประเมินของโลกใบนี้จึงมิใช่การนำปริมาณพลังเวทย์มาวัดกันแต่เพียงเท่านั้น
“พิธีปลุกพลังเวทย์ครั้งนี้เห็นทีจะดูน่าสนุกขึ้นแล้วจริงๆ”
จบ.