คิมชอนซูใรีบโบกมือทั้งสองข้างเป็การปฏิเสธ
“มะ...ไม่ใช่เลยครับ”
“แน่ใจนะ?”
“แน่สิครับ! ผมจะโกหกทำไมล่ะครับ ถ้าฮยอนซองขอมาจริงๆ ผมก็ไม่มีทางจะให้เขา แล้วก็ต้องบอกลูกพี่ไปแล้วครับ”
ชเวชิลซังมองไปที่เขา สีหน้าที่เคยมองอย่างเ็าก็หายไป
“เออ เข้าใจแล้ว งั้นกลับห้องกัน ลูกพี่รออยู่”
“ครับ ลูกพี่”
คิมชอนซูรู้สึกโล่งอก เดินตามหลังไป พอพวกเขาเข้าไปในห้อง คังชินแจยังคงดูแท็บเล็ตอยู่วิดีโอที่ถูกเล่นซ้ำเป็ตอนที่รถเฟอร์รารี่ชนรั้วกั้นตกหน้าผาไป
“มันกลับไปแล้วเหรอ”
คังชินแจวางแท็บเล็ตลงจ้องมองทั้งสองคน
“ครับลูกพี่ ขออภัยด้วยครับ”
“ขอโทษอะไรเล่า นั่งลง ๆ มาดื่มสักแก้ว”
เขารินเหล้าลงแก้วที่วางอยู่ข้างหน้าส่งให้คนละแก้ว
“ลูกชายฉัน ฮยอนซองตายไปแล้ว ฉันเลี้ยงดูเขามาเหมือนเขาไม่มีตัวตนเพราะเมียฉัน”
“ลูกพี่...”
“รู้ใช่ไหม ฉันเองก็คงไม่ได้ไปงานศพ”
เงื่อนไขที่เมียจะให้อภัยเขาเื่ที่มีชู้ได้ มีสองอย่าง
ห้ามเอาชื่อมาใส่ในทะเบียนบ้าน และห้ามทำอะไรที่เกี่ยวข้องทางสายเืนอกจากเื่เงิน
คังชินแจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับเงื่อนไขนั้น เพราะเธอเป็ลูกสาวของหัวหน้าแก๊งัดำเขาจึงสามารถมีตำแหน่ง และเป็อยู่อย่างทุกวันนี้ได้
“เพราะฉะนั้น มาไว้อาลัยกันเงียบ ๆ ที่นี่กันเถอะ”
“...”
“พวกคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุของฮยอนซองส่งมันไปตายพร้อมกันเลย คงเป็สิ่งที่พ่อไม่ได้เื่อย่างฉันจะทำให้ลูกชายได้เอ้า ดื่ม”
ทั้งสี่แก้วกระทบกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็ดื่มจนหมดภายในรวดเดียว
หลังออกมาจากโกลด์บาร์ ผมก็มายืนอยู่ตรงมุมอับกล้องวงจรปิดมันกลายเป็นิสัยของผมไปแล้ว กับการที่ต้องหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิด เหตุผลที่ผมไม่กลับไปและกำลังรออยู่ที่นี่มีเพียงข้อเดียวคือคำพูดของคิมชอนซู หมอนั่นบอกว่าฮันซอลอาไม่สบายแต่พูดเหมือนจะพาเธอออกมาให้ได้ยังไงยังงั้น
“อะไรนะ ฉันบอกให้ใช้งานมันหนัก ๆ ไง ป่วยเลยไม่มางั้นเหรอเธอนี่มันไม่ได้เื่...”
มาดามที่ชื่ออึนชิลก็ดูจะทำตามที่เขาสั่ง และถ้าเป็อย่างนั้น มีความเป็ไปได้ที่วันนี้ฮันซอลอาจะมาที่โกลด์บาร์
“ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว เห็นหน้าสักหน่อยก็ยังดี”
สิบห้าปี...
จะเปลี่ยนไปสักแค่ไหนกัน รอยยิ้มจะยังคงเหมือนเดิมอยู่ไหมหรือว่าจะจางหายไปแล้ว
ในตอนที่ผมกำลังจดจ่อกับทางเข้าประตูหน้า
“ไปเองเลยเหรอ”
มาดามคนนั้นก็ออกมายืนอยู่หน้ารถเบนซ์สีขาว ผมไม่แน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นเป็คนขับรถส่วนตัวของเธอหรือเปล่าเขาลงจากรถและเปิดประตูให้อย่างสุภาพ
“พี่ซอลอายังไม่มาเลย แล้วจะไปไหนนั่น”
หรือเธอมั่นใจแล้วว่าฮันซอลอาจะมาที่นี่ เธอเลยจะไปร้านอื่นอย่างนั้นเหรอ
อาจจะเป็อย่างนั้น แต่ผมส่ายหัวทันที เป็เพราะนึกถึงคิมชอนซู
“ไม่สิ หมอนั่นมันรอบคอบ ถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้จักนิสัยของมัน ก็ไม่มีทางที่เธอจะออกจากร้านมาแบบนั้นแน่”
ผมเรียกแท็กซี่ที่ผ่านมาพอดี
“ตามเบนซ์คันข้างหน้าไปเลยครับ”
แท็กซี่ตามหลังเบนซ์อยู่ประมาณระยะหนึ่ง เหตุผลที่ต้องสะกดรอยตามเป็เพราะพอจะเดาได้ว่าเธอจะไปที่ไหนอาจจะเป็บ้านของฮันซอลอา บางทีอาจติดต่อไม่ได้ เลยต้องไปหาเองถึงที่บ้าน
-ครืด ๆ
จู่ ๆ โทรศัพท์ของผมก็สั่น
คนที่โทรเข้ามาคือ ชเวมียอน
“ฮัลโหลครับ”
“ฉันเองนะ ฉันไปคุยกับมินซองแล้ว”
“เป็ไงบ้างครับ”
“ก็ยังซื่อบื้อเหมือนเดิม แต่ดูภูมิฐานกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะ”
ชเวมียอนอธิบายเื่ที่คุยกับคังมินซองให้ฟังแบบสั้นกระชับ ถ้าให้สรุปก็คือเขาไม่คิดที่จะใช้อำนาจรัฐ เหมือนกับตอนแรกที่เป็กังวลกัน
“มีคนมาช่วยเพิ่มแล้ว แล้วเขาก็อยากเจอกับนายด้วย เมื่อไหร่ดี”
“ผมได้หมดครับ”
“ถ้างั้นเป็พรุ่งนี้ โอเคไหม”
“ครับ”
“โอเค เดี๋ยวฉันส่งเวลากับสถานที่ให้นะ”
พอวางสาย รถเบนซ์ก็หยุดรถที่หน้าออฟฟิศเทลแห่งหนึ่ง ผมเห็นมาดามลงจากรถ
“ผมขอลงตรงนี้ครับ”
ผมรีบจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วตามเธอไป พอผมเข้าไปในออฟฟิศเทล ลิฟต์ก็ถูกใช้งานไปแล้วผมเดินไปทางบันไดหนีไฟแทน และใช้พลังจิตลอยตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็วพลางจดจ่อกับเสียงของลิฟต์
-ติ๊ง
ผมได้ยินเสียงลิฟต์หยุดอยู่บนชั้น 12 ผมจึงพาตัวเองลงมาแล้วมองไปรอบๆ เห็นมาดามกำลังเดินอยู่ พร้อมกับเสียงเดินของรองเท้าส้นสูงเธอยืนอยู่หน้าประตูห้อง 1201 แล้วกดกริ่ง
-ติ๊งต่อง ๆ
กดปุ่มไปสักพักก็ไม่มีทีท่าว่าประตูจะเปิด มาดามถอนหายใจเคาะประตูด้วยตัวเอง
-ก๊อก ๆๆ
“มาเรีย ฉันเอง เปิดประตู”
-ก๊อก ๆๆ
“รู้นะว่าอยู่ข้างใน ยังไม่รีบมาเปิดอีกเหรอ!”
-ก๊อก ๆๆ
“รู้ไว้ซะด้วยว่าฉันต้องโดนด่าเพราะเธอ ต่อไปนี้จะไม่ปรานีอีกแล้ว! รู้ไว้ซะ”
เธอะโเสียงดัง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา ถึงจะป่วยจนหลับไปแต่ถ้าเสียงดังเอะอะขนาดนี้ก็ต้องรู้สึกตัวบ้างแล้ว
“อะไรน่ะ”
แปลก
รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ผมไม่ได้รู้สึกแปลกอยู่คนเดียว เพราะมาดามเองก็หยิบมาสเตอร์คีย์ออกมาจากกระเป๋าถือของเธอ
“เป็ลมเหรอ หรือว่าจะหนีไปแล้ว?”
ทุกความคิดแวบผ่านเข้ามา หรือเป็เพราะผมคิดว่าจะได้เจอเธอหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานเลยรู้สึกเป็ห่วงขึ้นมา
ทันใดนั้น ภาพที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น
“กรี๊ดดด!”
หลังจากมาดามเปิดประตูเข้าไปก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั่วสันหลังถึงจะมองไม่เห็น แต่เป็เพราะคิดโยงไปถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
“ฮึกกก!”
มาดามเดินกลับมาที่ลิฟต์ด้วยสีหน้าซีดเผือด เธอตัวสั่น มือกดปุ่มลิฟต์ไม่หยุด ท่าทางเหมือนอยากจะรีบออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
-ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดออก เธอหายไปในทันที ส่วนผมก็ค่อย ๆ มุ่งหน้าไปที่ห้อง 1201 ประตูหน้าห้องยังปิดไม่สนิทดีทั้งตัวล็อกประตูก็ยังดูแข็งแรงแ่า
-แอ๊ดดด
ผมค่อย ๆ เปิดประตูออก
ขอให้ผมคิดผิด ได้โปรด ผมหวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด
แต่ทว่า
“……!”
ไม่ว่าอย่างไรลางร้ายก็ไม่เคยผิดไปจากที่คิดไว้ ในห้องเหมือนถูกขโมยขึ้นมีผู้หญิงนอนอยู่ ที่ท้องของเธอเต็มไปด้วยเื
เธอคือฮันซอลอา และอยู่ในสภาพที่เสียชีวิตแล้ว ไม่อยากจะเชื่อว่าต้องมาเจอกันในสภาพแบบนี้
“เฮ้อ...”
ผมหายใจเข้าลึก ๆ และโทร.แจ้งตำรวจทันที
ไม่ทำก็ไม่ได้
กล้องวงจรปิดตรงทางเดินจับภาพของผมไว้ได้ หากผมไม่แจ้งความอาจถูกสงสัยได้
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง....”
ผมมองเธอเป็ครั้งสุดท้ายแล้วเดินออกมาข้างนอก ถึงความเศร้าความเสียใจจะโถมเข้ามา แต่น้ำตากลับไม่ไหล
สิบห้าปีช่างยาวนาน ผมห้ามตัวเองไม่ให้ขาสั่นไม่ได้ ผมพิงกำแพงและบังคับให้ตัวเองคิดเื่อื่นเพราะไม่อย่างนั้นภาพที่ฮันซอลอาเสียชีวิตจะมาปรากฏขึ้นในหัวผมตลอด
“ปล้น? บังเอิญฆ่า? หรือไม่ก็มีใครบางคนวางแผนฆ่าไว้ก่อนแล้ว”
เมื่อดูจากสภาพภายในห้อง มีความเป็ไปได้สูงที่จะโดนปล้นแต่ก็ไม่สามารถด่วนสรุปได้ อาจจะถูกจัดฉากให้เป็แบบนั้น จู่ ๆ ผมก็นึกถึงใบหน้าของคนคนหนึ่ง
“คิมชอนซู... ใช่มันหรือเปล่า”
ถ้านึกถึงความอาฆาตแค้นก็ดูเป็แรงจูงใจได้มากที่สุด ดูจากภาพลักษณ์ที่โกลด์บาร์อาจจะไม่ใช่แต่ไม่รู้ว่ามันแสดงอยู่หรือเปล่า
“เฮ้อ ข้อมูลน้อยเกินไป”
ผมหยิบสมาร์ตโฟนออกมาโทรหาชเวมียอน
“พี่ได้ติดต่อกับพี่ซอลอาบ้างไหมครับ”
“อืม ก่อนจะไปหาพวกนายก็เจอกัน และแลกเบอร์ไว้ คุยไม่บ่อยนะ แต่โทร.หากันบ้างก็มี”
“ถ้าอย่างนั้น โทรศัพท์พี่ซอลอาก็ต้องมีเบอร์ของพี่ด้วยสินะครับ”
“คงงั้นแหละ ทำไมเหรอ”
ผมบอกเธอเื่ที่ฮันซอลอาเสียชีวิต เธอเงียบไป อาจเป็เพราะใ
“พี่ตั้งสติแล้วฟังผมนะครับ”
“...”
“เพราะพี่ซอลอาไม่มีญาติ ไม่มีครอบครัว พี่จะเป็ผู้เกี่ยวข้อง ผมจะไปที่สถานีตำรวจและบอกไปแบบนั้นนะครับจากนั้นเราถึงจะเอาศพของพี่ซอลอากลับมาได้ และเราจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้”
“…..”
“ฟังอยู่ไหมครับ”
แม่งเอ๊ย
ดูเหมือนสติหลุดไปแล้ว
-วี้หว่อ ๆ
เสียงไซเรนดังขึ้น ตำรวจคงมาถึงแล้ว
“พี่ เดี๋ยวตำรวจคงติดต่อไป ตั้งสติให้ดีนะครับ”
ผมวางสาย ก่อนจะมองลงไปจากหน้าต่างตรงทางเดินของออฟฟิศเทลเห็นรถตำรวจและรถพยาบาลอยู่ด้านล่าง
“ไม่ว่าจะเป็ใคร ต้องจับมันมาให้ได้”
“คุณยอมซอกฮุนเป็คนรู้จักของคุณฮันซอลอาที่เสียชีวิต ระหว่างที่จะไปหาที่บ้านก็พบว่าเป็ศพแล้วสินะครับ”
ตำรวจพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดด้วยสีหน้านิ่งเฉย สายตามองไปที่จอโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมามองผม
“ครับ”
“ได้นัดกันไว้ก่อนไหมครับ”
“ไม่ครับ”
“เป็อะไรกับคุณซอลอาเหรอครับ”
“คุณตำรวจ คุณคิดว่าผมเป็ผู้ต้องสงสัย และกำลังสอบสวนผมอยู่เหรอครับ”
เขาละสายตาจากจอแล้วหันมาจ้องมองผมแทน
“คุณเป็ผู้พบร่างผู้เสียชีวิตคนแรกทางเราก็ต้องตรวจสอบการเสียชีวิตครับ ทราบครับว่าคุณเองก็เพิ่งเจอเื่ไม่ดีมาแต่ช่วยให้ความร่วมมือด้วยนะครับ”
“ครับ...”
ผมบอกไปว่าเคยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าเดียวกันกับพี่ซอลอาไม่ได้เจอกันมาสิบห้าปีเลยมาเยี่ยม
“อืม มาเจอกันในรอบสิบห้าปี แต่มาเจอกันในสภาพนี้สินะครับ”
“จริง ๆ ครับ เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับพี่ซอลอาจากพี่สาวอีกคนที่เคยอยู่บ้านเด็กกำพร้าด้วยกันครับ”
“ใช่คนที่คุณบอกว่าเป็ผู้เกี่ยวข้องกับคุณฮันซอลอาเมื่อครู่นี้ไหมครับ”
“ครับ ถ้ามาถึงแล้วก็ตรวจสอบดูครับ”
ตำรวจกลับไปพิมพ์อีกครั้ง แต่จู่ ๆ มือของเขาก็หยุดพิมพ์
“เดี๋ยวนะ... คุณยอมซอกฮุน เมื่อกี้บอกว่าบ้านเด็กกำพร้าใช่ไหมครับใช่บ้านรอยยิ้มไหมครับ”
“ครับ ทำไมเหรอครับ”
เขาจ้องที่จอมอนิเตอร์ชั่วครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ
“จากประวัติของคุณฮันซอลอา เธอมีคดีฆาตกรรมที่สถานเด็กกำพร้าบ้านรอยยิ้มเมื่อสิบห้าปีก่อนคุณจำได้ไหมครับ”
“ครับ ถึงตอนนั้นผมยังเด็กอยู่ แต่เพราะเื่นั้นบ้านเด็กกำพร้าเลยถูกปิดไปผมพอจะจำได้บ้างครับ”
“หลังจากเหตุการณ์นั้น แยกย้ายกันไปแล้วกลับมาเจอกันใหม่สินะครับ”
“ใช่ครับ”
“คุณฮันซอลอาเป็คนทำให้บ้านเด็กกำพร้าถูกปิด เป็ฆาตกร แล้วเหตุผลที่คุณตามหาเธอล่ะครับ”
“คุณอาจจะยังไม่ได้ดูบันทึกที่เกี่ยวข้องเลยไม่ทราบตอนนั้นผู้อำนวยการทารุณกรรมพวกเราอย่างหนักครับ แม้ว่าพี่ซอลอาจะเป็ฆาตกร แต่พวกเราที่อยู่ในบ้านเด็กพร้ามองพี่เขาไม่ต่างกับผู้มีพระคุณเลยครับ”
“อย่างนั้นเองเหรอครับ...”
ตำรวจยกมือลูบคางและมองไปที่จอมอนิเตอร์ ไม่ใช่ว่ากำลังดูความสัมพันธ์ของครอบครัวผู้อำนวยการที่ตายไปอยู่นะถ้าเป็อย่างนั้น มีความเป็ไปได้สูงว่าทิศทางของการสอบสวนจะพุ่งไปที่คิมชอนซู
ดีเลย ถ้าตำรวจไปสอบสวน คงได้เปิดเผยเื่บาร์ผิดกฎหมายที่มันบริหารอยู่ด้วยพอดี
ในขั้นตอนนั้น ถ้ามีหลักฐานว่ามันจ้างวานฆ่าไปฆ่ามันตอนนั้นก็ยังไม่สาย ไม่ว่ายังไงผมเป็ผู้พบร่างผู้เสียชีวิตคนแรกก็ต้องเข้าถึงคดีได้ง่าย ๆ
“คุณยอมซอกฮุน”
“ครับ”
“คุณทราบไหมครับว่าผู้อำนวยการมีลูกชาย”
“ครับ เขามีลูกชาย แต่ไม่ได้อยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าด้วยกันผมเลยนึกชื่อเขาไม่ออก”
ตำรวจพยักหน้าพูดว่า
“โอเคครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณกลับได้เลยนะครับ”
“ครับ ถ้าหากว่าผมพอจะช่วยอะไรได้ ติดต่อมาได้ตลอดเลยนะครับ”
ผมยื่นนามบัตรของผมไปให้เขาและรับนามบัตรของเขากลับมาเช่นกัน ในตอนที่ผมจับมือกับเขาและหันหลังกลับ ชเวมียอนกำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือดพอดี