หลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินหันมาสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองหลีเฮงด้วยความฉงนสนเท่ห์ พวกนางต่างอยากรู้ว่าเ้าขยะกะล่อน Rank F ผู้นี้จะจัดการกับนายน้อยตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลอย่างจ้าวเทียนอวี่และสมุนฝีมือดีทั้งสี่คนอย่างไรโดยไม่ให้เกิดปัญหาลามปามตามมาภายหลัง
หลีเฮงก้าวเท้าเดินเนิบนาบตรงเข้าไปหากลุ่มคนร้ายที่ก้มกราบราบคาบอยู่กับพื้น ชายหนุ่มยิ้มกริ่มอย่างชั่วร้าย แววตาทอประกายเ้าเล่ห์ประดุจจอมมารผู้ไร้ยางอาย เขาค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเรียกใช้งานทักษะเด่นของตนทันที
“อุ้งมือมาร ขั้น 2... ทำงาน!”
*วิ้งงงง!*
ปราณมารสีทมิฬเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้างของหลีเฮง มันกลั่นตัวเป็รูปลักษณ์กรงเล็บปีศาจขนาดย่อมที่ลอยวนเวียนรอบข้อนิ้ว ชายหนุ่มไม่รอช้า ขยับตัวอย่างรวดเร็วปัดผ่านและสะกิดเข้าที่จุดชีพจรหลักบริเวณก้นกบและแผ่นหลังของกลุ่มชายชุดดำทีละคนอย่างว่องไว ทว่าในขณะที่เขาสะบัดกรงเล็บมารเข้าใส่จ้าวเทียนอวี่ เขากลับจงใจกดเน้นน้ำหนักพลังปราณมารลงไปลึกกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่าตัว!
*ปิ๊ง!*
> [โฮสต์เปิดใช้งานทักษะ ‘อุ้งมือมาร ขั้น 2’ (ระดับกรงเล็บมารสะกดิญญา)]
> [ทำการััสะกิดชีพจรข่มจิตดึงดูดเป้าหมายเพศชาย 5 คน]
> [ตรวจสอบเจตจำนงแฝง: โฮสต์เลือกปรับแต่งคลื่นพลังงานปราณมารอย่างละเอียด โดยสลายพลังต่อสู้ของพวกลูกสมุนลง 50% แต่สกัดกั้นเอฟเฟกต์ ‘เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ’ เพื่อเปิดทางให้ระบบจู่โจมเบื้องล่าง!]
> [ดีบัฟพิเศษ ‘จู๋เหี่ยว’ (24 ชั่วโมง) ล็อคเป้าหมายและทำงานกับ จ้าวเทียนอวี่ เพียงผู้เดียว!]
เมื่อััเย็นวาบประทับลงบนร่างกาย จ้าวเทียนอวี่พลันสะดุ้งสุดตัว เขารู้สึกได้ทันทีว่าพลังปราณสายฟ้าในร่างสลายหายไปกว่าครึ่ง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น บริเวณ ‘ส่วนสำคัญ’ ระหว่างขาของเขากลับหดตัวและเย็นเยียบไร้ความรู้สึก ราวกับมันได้ตายจากไปแล้วอย่างสิ้นเชิง!
“จะ...เ้าทำอะไรกับร่างกายของข้า! ทำไมข้าถึง...” จ้าวเทียนอวี่หน้าซีดเผือด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายคนจะร้องไห้
“หุหุ... เดี๋ยวเ้าก็รู้จ้ะคุณชายจ้าว” หลีเฮงหัวเราะในลำคอพลางส่ายหัวอย่างเริงร่า
จากนั้น หลีเฮงหันไปหยิบเชือกยาวเหนียวพิเศษที่ตกอยู่กับสัมภาระของพวกลูกสมุนขึ้นมา เขาจัดแจงจับชายชุดดำทั้งสี่คนและจ้าวเทียนอวี่มาผูกมัดเชื่อมต่อกันเป็วงกลม โดยจงใจทิ้งระยะห่างของเชือกในแต่ละ่ให้พอมีพื้นที่ขยับตัวเคลื่อนไหวเข้าหากันได้อย่างสะดวก ก่อนจะโยงปลายเชือกเส้นหนาขนาดั์ไปพันธนาการผูกติดไว้กับต้นไม้โบราณขนาดสามคนโอบกลางป่ารกร้างอย่างแ่าจนยากจะดิ้นรนหลุดออกไปได้ง่าย ๆ
เมื่อจัดท่าทางของเหยื่อเคราะห์ร้ายเสร็จสิ้น หลีเฮงก็ล้วงมือเข้าไปในช่องเก็บของระบบ ดึงเอา ‘ผงกำยานยั่วสวาท’ ซองสุดท้ายที่เขาเฝ้าเก็บรักษาไว้ออกมา แววตาของเขาฉายแววชั่วร้ายขณะฉีกซองออก
*ปิ๊ง!*
> [ทำการใช้งานไอเทมในช่องเก็บของ: ผงกำยานยั่วสวาท 1 ถุง (ไอเทมประเภทตัวเร่งกำหนัดระดับสูง)]
> [เป้าหมายเพศชายทั้ง 5 คน สูดดมไอหมอกราคะและเข้าสู่สถานะคุ้มคลั่งไร้สติสัมปชัญญะเรียบร้อย!]
> [คำประเมินระบบ: แม้แผนการเบี่ยงเบนทิศทางหยินหยางครั้งนี้จะชั่วช้าสามานย์จนขัดต่อมนุษยธรรม แต่อานุภาพของมันกลับรุนแรงยิ่งนัก! โฮสต์สูญเสียค่าศักดิ์ศรี -5 แต้ม (ยอดสะสมคงเหลือปัจจุบัน: -12 แต้ม)]
> [ระบบมอบรางวัลความชั่วร้าย: ได้รับแต้มแมงดา +300 แต้ม! (ยอดสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 630 แต้ม)]
ฟิ้ววว!
หลีเฮงสะบัดมือโปรยผงสีชมพูละเอียดประกายมุกออกไปกลางอากาศ ผงกำยานยั่วสวาทกระจายตัวกลายเป็หมอกบาง ๆ ลอยเข้าปกคลุมร่างของคนทั้งห้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมหวานปนเร่าร้อนโชยเตะจมูกทันทีที่สูดดมเข้าไป
เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างกายของพวกลูกสมุนชุดดำทั้งสี่คนพลันร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ิัเริ่มแดงซ่าน ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาสวาทที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบจนเข้าขั้นคุ้มคลั่งไร้สติสตัง พวกมันหันมองหน้ากันเองด้วยความหิวกระหาย ทว่า... ท่ามกลางความคุ้มคลั่งนั้น สายตาทั้งสี่คู่พลันหันไปโฟกัสที่ร่างของจ้าวเทียนอวี่ ซึ่งคุกเข่าหมดแรงอยู่ใกล้ที่สุดและมีท่าทางบอบบางอ่อนแอที่สุดจากการติดเอฟเฟกต์ ‘จู๋เหี่ยว’
“พวกแก... พวกแกมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นทำไม! ถอยออกไปนะ! ข้าคือนายน้อยจ้าวเทียนอวี่! อ๊ะ... อย่าเข้ามาใกล้ข้า!” จ้าวเทียนอวี่ะโลั่นด้วยความขวัญเสีย เมื่อเห็นลูกสมุนหน้าตาหื่นกระหายก้าวเท้าซวนเซเข้ามาหาตนเองด้วยอาการลืมตัว
“นายน้อย... นายน้อยช่างงดงามเหลือเกิน...” สมุนคนหนึ่งครางเสียงพร่า ขยับรุมล้อมเข้าหาจ้าวเทียนอวี่ทันที
“เฮ้ย! อย่ามาจับตัวข้า! ออกไป๊! ช่วยด้วย! หลีเฮง! ช่วยข้าด้วย!” จ้าวเทียนอวี่หวีดร้องลั่นเสียงหลง เมื่อมือหยาบโลนของลูกน้องตนเองเริ่มรุมฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเขาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่สองคนจะจับล็อคจ้าวเทียนอวี่ไว้ และอีกสองคน ใช้อาวุธลับของเขา"อุด" ปาก และ "อุด" ส่วนท้ายของจ้าวเทียนอวี่ไป พร้อมๆ กัน
“ไม่มมม...อ๊อก อุบ อ๊อก...”
ภาพเหตุการณ์เริ่มดำเนินไปสู่ความบัดสีบัดเถลิงอย่างรวดเร็ว หลีเฮงเห็นเช่นนั้นก็รีบยกมือขึ้นปิดตา ทำท่าทีขนลุกซู่ด้วยความสะอิดสะเอียน
“โอ้โฮ... ฉากอุบัติร้ายทำลายสายตาเช่นนี้ ข้าผู้มีจิตใจใฝ่คุณธรรมและศีลธรรมอันดีงามคงไม่อาจทนดูต่อได้จริง ๆ จ้ะ” ชายหนุ่มหมุนตัวกลับทันควันพลางกวักมือเรียกสตรีทั้งหลาย “ยอดรักทั้งหลาย... และแม่นางลี่อวี่ พวกเราเจริญอารมณ์และรีบเดินจากไปกันเถอะจ้ะ ปล่อยให้พวกเขามี่เวลา ‘บำเพ็ญร่วมกัน’ อย่างมีความสุขอยู่ตรงนี้แหละ!”
หลินเสวี่ยเหยาเม้มปากแน่น สะบัดหน้าหนีด้วยความสมเพชปนรังเกียจ ขณะที่เยี่ยหลัวอินหัวเราะคิกคักอย่างสะใจในความโชคร้ายของศัตรู ส่วนลี่อวี่นั้นใบหน้าแดงก่ำรีบวิ่งมากอดแขนหลีเฮงแน่นเพื่อหลบสายตาจากภาพอุจาดตาเื้ั ทั้งห้าคนจึงก้าวเท้าเร่งเดินออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเสียขวัญของคุณชายตระกูลจ้าวและเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของสมุนรับใช้ที่ดังสะท้อนก้องป่า
---
ระหว่างทางเดินกลับสถาบันอันเงียบสงัด
เฮยเยว่ นักฆ่าสาวหน้านิ่งในชุดรัดกุมสีดำก้าวเดินอย่างไร้สุ้มเสียงอยู่ในเงามืดเคียงข้างกลุ่ม ทว่าดวงตาสีดำสนิทดุจก้นเหวของนางกลับคอยลอบมองไปที่แผ่นหลังของหลีเฮงเป็ระยะ ๆ
ในฐานะที่นางเติบโตมาในเขตนอกกำแพงซึ่งไร้ขีดจำกัดทางกฎหมาย นางย่อมผ่านศึกและเห็นวิธีการสังหารทรมานศัตรูมาสารพัดรูปแบบ โดยปกติหากเป็คนทั่วไปแค้นเคืองก็มักจะเลือกฆ่าแกงให้สิ้นซาก ซึ่งนั่นย่อมทิ้งร่องรอยหลักฐานและนำพาความแค้นของตระกูลใหญ่มาสู่ตนเองไม่สิ้นสุด ทว่าวิธีการของหลีเฮงในครั้งนี้นับว่าพิสดารและเหนือชั้นอย่างยิ่งยวด!
เขาไม่ได้ฆ่าใครให้เสียเืเสียเนื้อ ทว่าเขากลับทำลายจิติญญา เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของจ้าวเทียนอวี่จนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี วิธีการนี้บีบบังคับทางอ้อมให้จ้าวเทียนอวี่และตระกูลจ้าวต้องเก็บเื่บัดสีนี้ไว้เป็ความลับสุดยอดและไม่มีวันกล้าป่าวประกาศนำเื่นี้มาฟ้องร้องหรือหาเื่แก้แค้นหลีเฮงอย่างเปิดเผยเด็ดขาด เพราะหากเื่นี้แดงออกไป คนที่จะต้องอับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีก็คือตัวจ้าวเทียนอวี่เอง!
*ช่างเป็กลยุทธ์ที่เ้าเล่ห์ แยบคาย และเด็ดขาดเหลือเกิน... ชายผู้นี้ไม่ได้โง่เขลาเลยแม้แต่น้อย* เฮยเยว่คิดในใจ แววตาของนางไหวระริกด้วยความรู้สึกทึ่งและแอบประทับใจในตัวชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ ทว่าใบหน้ายังคงเรียบเฉยเฉยชาไม่แสดงพิรุธใด ๆ เนื่องจากวันนี้นับเป็วันสุดท้ายที่ภารกิจคุ้มกันหลินเสวี่ยเหยาของนางจะสิ้นสุดลง
*ปิ๊ง!*
> [ตรวจพบความเลื่อมใสในวิถีทรชนของโฮสต์: เฮยเยว่ (Rank SS)]
> [ระดับความเชื่อใจ (Trust): 0 -> 10]
> [คำอธิบาย: แม้นางจะยังคงแสดงสีหน้าเรียบนิ่งดุจก้อนหิน ทว่าในใจกลับประทับใจกลยุทธ์การขจัดศัตรูอันอำมหิตและไร้ยางอายของโฮสต์อย่างสูงสุด!]
ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินตามทางดินท่ามกลางลมหนาว หลินเสวี่ยเหยาที่เดินนำอยู่ข้างหน้าพลันชะงักเท้าลงกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวนางลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนใบไม้รอบข้างเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุม
ดวงตาสาวงามคู่นั้นดูเหมือนเพิ่งจะหลุดพ้นจากภวังค์และสะดุดกับคำพูดก่อนหน้านี้ของหลีเฮงอย่างจัง...
*“พวกเ้าเข้าใจข้าผิดไปใหญ่หลวงแล้วจ้ะยอดรักทั้งสองของข้า!”*
คำว่า *‘ยอดรักทั้งสอง’* ดังก้องอยู่ในหัวสมองของหลินเสวี่ยเหยาซ้ำไปซ้ำมา
นางค่อย ๆ หันขวับกลับมาจ้องเขม็งไปที่หลีเฮง แววตาสั่นระริกด้วยความขุ่นมัวปนเปไปด้วยความสับสนและแรงหึงหวงประสาเมียหลวงใหญ่
“หลีเฮง...” น้ำเสียงของนางเย็นะเืเสียดแทงกระดูก “เมื่อครู่เ้าเอ่ยปากเรียกว่า ‘ยอดรักทั้งสอง’ ...นั่นหมายความว่า นอกจากข้าแล้ว เ้ายังนับยัยมารผู้นี้เป็ยอดรักของเ้าอีกคนอย่างนั้นหรือ?”
หลีเฮงสะดุ้งโหยง เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขารู้สึกเหมือนมีพายุหิมะลูกใหญ่กำลังตั้งเค้าเตรียมถล่มใส่หัว!
เยี่ยหลัวอินเห็นท่าทางฟิวส์ขาดเงียบ ๆ ของหลินเสวี่ยเหยา พลันดวงตาสีม่วงคู่สวยฉายแววสนุกสนานสะใจขึ้นมาทันควัน ตามประสาเมียน้อยผู้นิยมชมชอบการปั่นประสาทและยั่วโทสะเมียหลวง นางขยับกายเข้าไปเบียดชิดกับหลีเฮงอย่างรวดเร็ว กอดแขนแกร่งของเขาไว้แน่นพลางซบใบหน้าเรียวสวยลงบนไหล่ของชายหนุ่มอย่างออดอ้อนหวานหยดย้อย
“อุ๊ย... ศิษย์พี่หลินเสวี่ยเหยาเ้าคะ จะมาทำหน้าตาบึ้งตึงใส่น้องหญิงด้วยเื่อันใดกัน?” เยี่ยหลัวอินเอ่ยเสียงกระเส่าเลียนแบบท่าทางนอบน้อมประชดประชัน “พี่เฮงเรียกพวกเราทั้งสองคนว่ายอดรักก็ถูกต้องเหมาะสมที่สุดแล้วนี่คะ? หรือว่าท่านอยากจะพี่เฮงไว้เพียงผู้เดียวล่ะเ้าคะ? แหม... ถึงแม้ข้าจะมาร่วมห้องบำเพ็ญกับพี่เฮงทีหลัง แต่ข้าก็ไม่ได้หวงก้าง พร้อมจะแบ่งปันเวลาให้ท่านเสมออยู่แล้วนะเ้าคะศิษย์พี่ใหญ่!”
“เยี่ย-หลัว-อิน!” หลินเสวี่ยเหยากัดฟันกรอด ไอเย็นแผ่กระจายตัวหนาแน่นจนพื้นดินใต้เท้าเริ่มปริแตกจากความเย็นจัด
“แถมเมื่อคืนนี้... บนเตียงหินในเขตผนึกมารใต้ดิน...” เยี่ยหลัวอินแกล้งลากเสียงยาวพลางทำแก้มแดงช้อนตามองหลีเฮงอย่างเขินอาย “พี่เฮงช่างอ่อนโยนและทุ่มเทกำลังกายบำบัดประสานชีพจรมารหยินหยางให้ข้าจนแทบสลบไสลคาอก... ข้าละยังซาบซึ้งในความอบอุ่นของพี่เฮงไม่หายเลยล่ะค่ะ ใช่ไหมคะพี่เฮงขา?”
หลีเฮงเข่าแทบทรุด รู้สึกอยากจะควักลิ้นตัวเองออกมาตัดทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด เขาพยายามส่งสายตาอ้อนวอนไปทางเยี่ยหลัวอินให้หยุดพูด ทว่านางมารน้อยกลับยิ้มตาหยีอย่างมีความสุขระคนขี้เล่นยิ่งขึ้น
*ปิ๊ง!*
> [สตรีคู่พันธะระดับ SSS: เยี่ยหลัวอิน กำลังสนุกสนานกับการแกล้งออดอ้อนเพื่อยั่วโทสะศัตรูหัวใจ]
> [ค่าความเสน่หา (Desire): 55 -> 58]
> [ค่าความหึงหวง (Possessiveness): 5 -> 10]
> [คำเตือนจากระบบ: ความสุขของสตรีสายมาร มักจะแลกมาด้วยความวิบัติทางกายภาพของโฮสต์เสมอ โปรดระวังพายุหิมะระดับถล่มแผ่นดิน!]
ทว่าสิ่งที่หลีเฮงคาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น... หลินเสวี่ยเหยาไม่ได้อาละวาดหรือชักดาบออกมากวาดฟันอย่างที่เคยเป็ นางกลับค่อย ๆ สงบพลังไอเย็นลง ใบหน้างดงามดั่งสลักจากหิมะกลับคืนสู่ความเรียบนิ่ง ไร้คำพูด ไร้สุ้มเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง
ความเงียบงันอันน่าขนลุกนี้แผ่กระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยรอบทันที!
“เดินต่อเถอะ” หลินเสวี่ยเหยาเอ่ยสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบเฉยปราศจากอารมณ์ ก่อนจะหมุนตัวเดินนำลิ่วออกไปเบื้องหน้าโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหลีเฮงอีกเลย
บรรยากาศโดยรอบพลันมาคุอึดอัดขึ้นมาฉับพลัน หลีเฮงได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อก ลอบส่งสัญญาณสายตาก่นด่าเยี่ยหลัวอินในใจ ซึ่งนางมารน้อยทำเพียงแค่ยักไหล่ส่งยิ้มกวนอารมณ์กลับมาให้โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
จนกระทั่งทั้งหมดเดินกลับมาถึงบริเวณทางแยกเข้าสู่เขตที่พักอาศัยของศิษย์สถาบันหลงเหมิน
ลี่อวี่ซึ่งเดินก้มหน้ามาตลอดทางค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากแขนเสื้อของหลีเฮง นางเงยใบหน้าที่ยังคงซับสีระเรื่อขึ้นประสานสายตากับเขา “ข้า... ข้าขอตัวแยกไปที่ห้องพักก่อนนะ ต้องขอบคุณเ้าอีกครั้งที่ช่วยเหลือข้าไว้ในคืนนี้...”
หลีเฮงเห็นโอกาสทองที่จะหลีกหนีบรรยากาศมาคุและพายุหึงหวงขั้วโลกเหนือ รีบเอ่ยปากเสนอตัวทันที “โอ้! แม่นางลี่อวี่ เ้าเพิ่งผ่านเื่ใมาหมาด ๆ ร่างกายยังอ่อนแออยู่เลย ให้ข้าเดินไปส่งเ้าที่หน้าห้องพัก...”
“ไม่ต้อง.”
คำสั่งสั้นกุดและเยือกเย็นแสนเฉียบขาดของหลินเสวี่ยเหยาดังขัดขึ้นทันควันทำเอาหลีเฮงสะดุ้งตัวแข็งทื่อ ชายหนุ่มหุบปากฉับไม่กล้าขยับเขยื้อนก้าวเท้าแม้แต่ก้าวเดียว
หลินเสวี่ยเหยาหันหน้าไปมองเฮยเยว่ที่ยืนนิ่งสงบอยู่ในเงามืด แววตาของนางอ่อนแสงลงเล็กน้อย “เฮยเยว่... รบกวนเ้าช่วยไปส่งแม่นางลี่อวี่ทีนะ”
นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงใจ “และขอบคุณเ้ามาก... สำหรับความช่วยเหลือและการดูแลข้าอย่างดีมาตลอดทั้งสัปดาห์นี้”
เฮยเยว่ได้ยินคำขอบคุณก็พยักหน้ารับอย่างนอบน้อม “ยินดี... หน้าที่คุ้มกันของข้าเสร็จสิ้นลงแล้ว ขอให้คุณหนูหลินโชคดี” นางปรายสายตามองหลีเฮงแวบหนึ่ง แฝงประกายลึกลับบางอย่างไว้ในแววตา ก่อนจะก้าวไปประคองลี่อวี่แล้วพาทะยานร่างหายวับเข้าไปในเงามืดเพื่อส่งนางกลับห้องพักอย่างปลอดภัย
บัดนี้ ณ เส้นทางเปลี่ยว เหลือเพียงหนึ่งชายสองหญิงยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาว
หลินเสวี่ยเหยาไม่เอ่ยคำใดอีก นางหันหลังกลับแล้วเดินนำก้าวเท้าตรงเข้าสู่ประตูห้องพักของตนเองทันที หลีเฮงและเยี่ยหลัวอินได้แต่หันสบตากันด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่พยายามรวบรวมความกล้าก้าวเท้าตามหลังเงาร่างระหงนั้นเข้าไปในห้อง โดยมีนางมารน้อยเยี่ยหลัวอินเดินตามติดท้ายพลางลอบยิ้มด้วยความสนุกสนานที่จะได้ชมเื่ราวปั่นป่วนในค่ำคืนนี้
ประตูห้องพักปิดลงเสียงดัง *ปัง!* พร้อมกับแรงกดดันมาคุอันเข้มข้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในห้องนอนอย่างเป็ทางการ...
- จบตอนที่ 18 -