ณเมืองเนตรอสูรอันเป็เมืองชายแดนที่มีอาณาเขตกว้างไกลหลายหมื่นลี้มีเขตแดนที่อยู่ชายป่าใกล้กับเทือกเขาอสูรและในบริเวณนี้ได้มีตระกูลชาวยุทธซึ่งเป็ตระกูลผู้ฝึกยุทธระดับสองตั้งฐิ่นฐานอยู่ชื่อว่าตระกูลกัง ภายในตระกูลมีบ้านเรือนใหญ่โตสวยงามกระจัดกระจายอยู่ด้านหลังมีตึกใหญ่โตสวยงามประดับด้วยโคมไฟหลากสีสวยสดงดงามยิ่งซึ่งหากให้คาดเดาแล้ว คงจะเป็อื่นไปมิได้นอกจากเป็หมู่ตึกของผู้นำตระกูล
ในทันใดนั้นได้มีร่างๆหนึ่งปีนกำแพงด้านหลังพลิกตัวเข้ามาอย่างเงียบกริบแล้วแอบย่องเข้าไปยังห้องหลังหนึ่งผู้มาทำการจุดโคมไฟภายในห้องแล้วนั่งลงบนเตียงเมื่อแสงสว่างเกิดขึ้นจึงเห็นว่าผู้มาเพียงเป็เด็กหนุ่มผู้หนึ่งหลังจากมองซ้ายมองขวาและพบเห็นว่ามิมีใครพบเห็นตนเด็กหนุ่มก็เอามือแผ่พลังไปยังแหวนเก่าดำกระด่างคล้ายเศษไม้ที่ดูไม่มีราคาที่นิ้วกลางข้างขวาคล้ายควานหาสิ่งของภายในออกมา ไม่นานก็พบ สิ่งที่เห็นในมือเป็ถุงหนังสีทองถุงหนึ่งหลังจากเพ่งมองจนพอใจชั่วครู่มองเห็นความตื่นเต้นยินดีปรากฎบนใบหน้าและสายตาเด็กหนุ่มก็รีบเอาถุงหนังสีทองที่อยู่ในมือเก็บซ่อนไว้กลับในแหวนเก่าไร้ราคาดังเดิมพลางถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอนพักผ่อนในทันที
"เห้อ..!!"
................................................................................................................................
ล้มตัวนอนลงไปชั่วครู่เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นนั่ง ถอดเสื้อและถกขากางเกงขึ้นมามองเห็นตามแขนขาและลำตัวมีรอยฟกช้ำเป็จ้ำ ๆ หลายแห่งรอยช้ำบางแห่งบวมปูดห้อเืิัเกือบปริแตกจนมองดูน่าหวาดเสียวนัก
เด็กหนุ่มเดินไปหยิบยาจากในกล่องออกมาหลายขวดแล้วทาตามรอยฟกช้ำต่างๆขณะถูทายาไม่ได้แสดงอาการโอดครวญแม้แต่น้อยยามถูทาหาได้ย่นหน้าขมวดคิ้วแสดงความเ็ปออกมาให้เห็นสักนิดไม่แววตามองดูเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นดื้อรั้น พร้อมกำหมัดแน่นขบกรามกล่าว
"สักวันข้าจะทวงคืนทั้งหมดกับสิ่งที่พวกมันทำกับข้าข้าต้องมีวันที่ยืนหยัดผงาดเหนือพวกมันให้ได้ ฮึ..!!์ให้ข้ากำเนิดมาเหตุใดถึงไม่มอบพลังและเหมือนคนอื่นให้ข้าลงโทษข้าไม่ให้สามารถฝึกยุทธได้เหมือนคนอื่นๆ เพราะเหตุใด"
เด็กหนุ่มผู้นี้นามว่ากังหลงอายุราว ๆ สิบห้าปีหน้าตาดูคมเข้มหล่อเหลาผิวขาวเนียนดุจอิสตรีแต่ร่างกลับบอบบางดูไร้เรี่ยวแรงและเป็เ้าของห้องแห่งนี้
ทันใดนั้นที่ประตูที่ปิดแง้มไว้ก็ถูกผลักให้เปิดออกโดยมือที่เรียวงามขาวผ่องดุจงาช้างพร้อมเสียงที่ไพเราะชวนให้ลุ่มหลงที่แสดงความห่วงใยได้ยินขึ้นก่อนที่เ้าของร่างจะแสดงตัวให้เห็น
"พี่กัง อยู่ข้างในหรือไม่ ท่านพ่อท่านแม่เรียกหาพี่พี่ไปอยู่ไหนมาก่อนหน้านี้ข้าตามหาจนทั่วก็ไม่เจอพี่"
หลังจากพูดจบเ้าของเสียงก็เข้ามาปรากฎตัวในห้องเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มเมื่อได้ยินเสียงรีบคว้าเสื้อเตรียมใส่เพื่อปกปิดรอยฟกช้ำตามร่างกายแต่ก็ไม่ทันการเพราะหญิงสาวได้ก้าวผ่านประตูเข้ามาอยู่ในห้องเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"เป็สาวเป็นางเข้าห้องผู้อื่นไม่เคาะประตูก่อนหากพี่แก้ผ้าอยู่จะทำอย่างไร ?..เห้อ ..เยี่ยนฟางนี่นะพี่บอกกี่ครั้งแล้วให้เคาะประตูก่อนเข้าห้อง.!!"
กังหลงได้แต่ส่ายหน้าไปมา หันไปมองหญิงสาวร่างบอบบางผิวขาวเนียนดุจงาช้างหน้าตาสวยงามคิ้วคมเข้มผมดำสลวยยาวปล่อยถึงเอว ใส่ชุดขาวแบบเรียบ ๆ ธรรมดาแต่สิ่งเหล่านี้หาได้ลดทอนความงามที่ยากจะกล่าวลงไปได้นางผู้นี้เป็น้องสาวของเขานามเยี่ยนฟางที่มีอายุห่างจากเขาสองปี
หวนนึกไปก็มีแค่นางเพียงคนเดียวในบรรดาเด็กหนุ่มสาวในเมืองเนตรอสูรที่ดีกับเขาที่สุดและเป็ห่วงเขาที่สุดน้องสาวผู้นี้ติดแจเขาที่สุดั้แ่เล็ก ๆ ที่จำความได้
เยี่ยนฟางเมื่อเข้ามาในห้องมองไปที่พี่ชายที่กำลังจะสวมใส่เสื้อเมื่อโดนตำหนิพร้อมมองเห็นพี่ชายนางไม่ได้สวมเสื้อ ร่างท่อนบนเปลือยเปล่าใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อขึ้นจนน่าชมมองยิ่งแต่ยามสายตามองเห็นรอยฟกช้ำตามร่างกายของกังหลงก็รีบเข้าไปตรวจดูด้วยความห่วงใยทันที
"งะ พี่กัง พี่ไปมีเื่ชกต่อยมาอีกแล้วหรือ ใครเป็คนทำร้ายพี่ขนาดนี้บอกข้ามา ข้าจะไปเอาคืนให้สาสม พี่มีพลังฝีมือเพียงแค่นี้ใครใจดำถึงได้รังแกทุบตีพี่ขนาดนี้ได้.. ? บอกข้ามา..พี่แอบไปข้างนอกแล้วโดนรังแกกลับมาแบบนี้ ถ้าหากท่านพ่อท่านแม่ทราบท่านจะเป็ห่วงขนาดไหนพี่ก็รู้ !!"
กังหลงทำได้เพียงหลบตา และทอดถอนใจกล่าวขึ้น
"พี่ขอโทษ พี่เพียงไปหาสมุนไพรในเขตรอบนอกของูเาหลังจากไปเจอสมุนไพรและเจอผลึกสัตว์อสูรสีแดงจากซากโครงกระดูกสัตว์อสูรภายในถ้ำลึกลับแห่งหนึ่งแต่ตอนขากลับพวกหม่าซานมาเห็นเข้าขณะที่พี่ถือผลึกสัตว์อสูรสีแดง เลยเข้ามาทำร้ายและแย่งผลึกสัตว์อสูรสีแดงที่พี่พบเจอไปมันน่าเจ็บใจนัก.!!"
เมื่อได้ฟังดังนั้นเยี่ยนฟางก็นึกสงสารพี่ชายขึ้นมาจนน้ำตาเริ่มคลอเบ้านางย่อมรู้สาเหตุที่พี่ชายของนางพยายามเสี่ยงอันตรายเข้าไปในเขตเทืองเขาแห่งนั้นดีว่าเป็เพราะเหตุใดนางจึงกล่าวด้วยความห่วงใยปานน้ำตาจะหลั่งไหล
"พี่กังท่านแอบเข้าป่าไปในเขตเทือกเขาอสูรเพื่อหาสมุนไพรและของที่มีเพียงในตำนานที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน เพื่อปลดผนึกยุทธที่ผนึกชีพจรท่านอีกแล้วหรือ"
"พี่ก็รู้ว่าในเทือกเขาเนตรอสูรมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากมายปานใดรอบนอกสุดแม้จะเป็ที่อยูของสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่มีระดับพลังต่ำสุดในบรรดาสัตว์อสูรแต่บางครั้งยังมีสัตว์อสูรระดับสองและระดับสามผ่านออกมาเพ่นพ่านด้วยหากท่านพี่ไปเจอเข้าแล้วจะทำอย่างไร ?"
"ข้าเป็ห่วงท่านนะแม้ท่านพี่จะไม่มีพลังยุทธข้าก็พร้อมจะดูแลท่านพี่ไปตลอดข้าจะไม่ยอมให้ท่านพี่เป็อันตรายเด็ดขาด"
เยี่ยนฟางพูดพร้อมน้ำตาที่เริ่มเอ่อไหลออกมาด้วยความห่วงใย
กังหลงทราบดีว่าน้องสาวผู้นี้รักและห่วงใยเขามากแค่ไหนหวนนึกสมัยตอนเขาอายุได้ราวเจ็ดขวบเยี่ยนฟางทนรบเร้าจากน้องสาวผู้น่ารักที่ตอนนั้นอายุราวห้าขวบดื้อดึง้าจะไปดูปลาที่ลำธารในสวนหลังบ้านเด็กสาวเมื่อเห็นปลาทองสวยงามก็เดินลงไปริมลำธารจะจับมาเล่นแต่บังเอิญพลัดตกไปในน้ำที่ลึกและเชี่ยวกรากเมื่อเห็นน้องสาวตกน้ำเขาก็รีบะโลงไปช่วยทั้งที่ตัวเองก็ยังว่ายน้ำไม่เป็
ในครานั้นน้ำได้พัดพาทั้งสองไปติดกับกิ่งไผ่ที่ยื่นลงน้ำกังหลงรีบจับน้องสาวกอดไว้และรีบเอามือคว้าจับกิ่งไผ่ไว้มือหนึ่งยกน้องสาวให้พ้นน้ำและอีกมือยึดจับกิ่งไผ่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้ตัวเองจะสำลักน้ำและหมดแรงจนสลบไปแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากน้องสาวและกิ่งไผ่จวบจนคนรับใช้ผ่านไปพบเข้าจึงได้ช่วยทั้งสองขึ้นมาอย่างปลอดภัย
คราครั้งนั้นกังหลงได้สลบไปถึงเจ็ดวันกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ส่วนเยี่ยนฟางนั้นสลบไปเพียงแค่สองชั่วยามก็ฟื้นตื่นขึ้นมา แต่เมื่อยามที่นางเห็นกังหลงพี่ชายสลบไสลไปเพราะตนที่เป็ต้นเหตุนางก็ร้องให้เฝ้าดูอยู่ด้านข้างตลอด ไม่ยอมไปไหนตลอดทั้งเจ็ดวันและั้แ่ตอนนั้นเด็กสาวก็ติดพี่ชายผู้นี้มาตลอด
เยี่ยนฟางนั้นถือกำเนิดเติบโตมาพร้อมกับการมีชีพจรราชันย์อันยากจะหากได้ในยุคปัจุบันของอาณาจักรสัตว์อสูรทำให้พร์ในการฝึกยุทธของนางจึงก้าวะโยิ่งกว่าผู้ใดเยี่ยนฟางเริ่มฝึกยุทธตอนอายุแปดขวบตอนอายุสิบขวบก็เข้าสู่ระดับปราณขุนพลระดับสี่ขั้นหนึ่ง่ต้นแล้ว
เมื่อหวนนึกถึงความก้าวหน้าของน้องสาวกังหลงได้แต่ทอดถอนใจ
"ท่านพ่อท่านแม่มีเื่ใดถึงได้ให้เ้าตามหาข้าถ้าอย่างนั้นเราไปหาท่านพ่อท่านแม่ด้วยกันแต่เ้าห้ามบอกท่านพ่อกับท่านแม่เกี่ยวกับเื่ที่ข้าออกไปด้านนอกได้หรือไม่ ?"
"ก็ได้แต่ท่านพี่ต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่ไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวอีกหลังจากนี้หากท่านพี่จะไปก็จะต้องชวนข้าไปด้วย ข้าจะได้ช่วยเหลือพี่ได้ตกลงหรือไม่ ?"
"ตกลงพี่ให้สัญญา"
พูดจบกังหลงก็ส่ายหัวแล้วเดินนำเยี่ยนฟางไปยังห้องโถงของตระกูลเมื่อมาถึงห้องโถงของตระกูล บัดนี้ภายในห้องโถงกลับเต็มไปด้วยผู้คน
ตระกูลกังประกอบด้วยผู้าุโสามท่าน กลางห้องโถงมีกังหยางซึ่งเป็ผู้นำของตระกูลและนั่งตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านฟางเหม่ยฮูหยินนั่งเยื้องไปด้านหลัง ถัดไปทางซ้ายมี กังลี่ผู้าุโอันดับหนึ่ง กังยู่หลงผู้าุโลำดับสองและกังมู่อันผู้าุโลำดับสาม
ด้านข้างผู้าุโแต่ละท่านต่างมีเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่ท่าทางดูอวดดียืนเยื้องไปด้านหลังแต่ละท่านส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ ทั้งลูกเล็กเด็กแดงทั้งหญิงชายสมาชิกในตระกูลกังทั้งหมดต่างนั่งล้อมวงกันพร้อมหน้า
เมื่อเด็กหนุ่มเด็กสาวแต่ละคนเมื่อมองเห็นเยี่ยนฟางที่มีรูปร่างระหงรูปโฉมงดงามเกินวัยเดินเข้ามาสีหน้าทุกคนกลับแตกต่างกันไปหากเป็ชายจะมองอย่างลุ่มหลงเหม่อลอยและมีบ้างที่มีสีหน้ายำเกรงหากเป็หญิงจะมองดูความเคารพยกย่องยำเกรงและมีบ้างที่สายตาเจือปนไปด้วยความอิจฉา
เยี่ยนฟางแม้มีอายุเพียงสิบสามปีกว่าแต่รูปร่างกลับเติบโตเกินวัยเกือบจะเป็สาวสวยเต็มที่อีกทั้งพร์ในการฝึกยุทธของนางก็เลิศล้ำตอนนี้ระดับยุทธเข้าสู่ขุนพลระดับสี่ขั้นเก้า่ต้นเกือบจะเทียบเท่าและเด่นล้ำกว่าผู้เยาว์คนอื่นๆ หลายคนในตระกูลด้วยวัยเพียงสิบสามปีกว่า นับเป็ที่ปลาบปลื้มแก่กังหยางผู้นำตระกูลกังยิ่งนัก
แต่เมื่อทุกคนมองไปที่บุตรชายของผู้นำนามกังหลงที่อายุสิบห้าปีกว่าแล้วแต่มีระดับยุทธเพียงขุนพลระดับหนึ่งขั้นหนึ่ง่สูงสุดก็ลอบส่ายหน้ากังหลงมองเห็นสายตาเ่าั้ชัดเจนและเคยชินกับสายตาเยี่ยงนี้มานานแล้วได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ข้างในเดินอย่างองอาจผึ่งผายโดยไม่สนใจสายตาเ่าั้ก้าวเดินเข้าไปทำความเคารพเหล่าผู้าุโของตระกูลตามมารยาท
"กังหลงขอคารวะท่านพ่อท่านแม่และผู้าุโทุกท่าน"
คารวะเสร็จกังหลงก็เดินเข้าไปนั่งใกล้ฟางเหม่ยผู้เป็มารดา