ซ่งห้าวหนานที่ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับน้องสาว เขารีบกลับมาบ้านพักทันทีทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน เมื่อเขาเปิดประตูบ้านเข้ามา เขาก็เห็นไป๋จิ้งถิง ฉินซูเม่ย ไห่อู๋เซิน และภรรยาของเขานั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขก ส่วนที่พื้นยังมีซ่งเวินหนี่กับปิงต๋าที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางหวาดกลัว
“มีใครพอจะบอกฉันได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วยังข่าวลือข้างนอกนั่นอีก” ซ่งห้าวหนานพูดขึ้น
ไป๋จิ้งถิงมองซ่งห้าวหนานอย่างไม่หลบสายตา “น้องสาวคุณวางแผนทำร้ายภรรยาของผม แต่บังเอิญว่ากรรมตามสนอง”
“นายหมายความว่ายังไง?” ซ่งห้าวหนานยังไม่เข้าใจ
“พี่ใหญ่ซ่ง” ไป๋จิ้งถิงพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ เรื่องที่ซ่งเวินหนี่ร่วมมือกับปิงต๋าเพื่อมาทำร้ายภรรยาของเขาไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการได้ง่ายๆ เขาไม่กลัวว่าจะต้องแตกหักกับหัวหน้า เพราะยังไงเขาก็ตั้งใจจะลาออกจากงานอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องหน้าที่การงานเขาจึงไม่สนใจ แต่ที่เขากังวลคือความปลอดภัยของภรรยาและลูกๆ นั่นก็เพราะปิงต๋าเป็นลูกชายของปิงเต๋อชวน
ซึ่งปิงเต๋อชวนคนนี้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นปิงต๋าที่ทำตัวเกเรจะรอดพ้นจากคุกมาได้อย่างไรกัน หรือแม้แต่ตัวปิงเต๋อชวนที่ไม่เคยออกไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายเหมือนกับนายทหารคนอื่น เอาแต่นั่งลอยชายอยู่ในสำนักงาน แต่กลับมีตำแหน่งเป็นถึงร้อยตรี ไป๋จิ้งถิงคิดถึงข้อดีข้อเสียจึงไม่อยากเอาความปลอดภัยของภรรยาและลูกๆ เข้ามาเสี่ยง
“จิ้งถิง เราสองคนรู้จักกันมานาน มีอะไรนายก็บอกฉันมาตามตรง ฉันรับรองว่าฉันจะจัดการทุกอย่างอย่างยุติธรรม”
ไป๋จิ้งถิงไม่ได้ดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชายที่เขาเคารพ และซ่งห้าวหนานก็พูดถูกที่ว่าเขารู้จักนิสัยของพี่ชายคนนี้เป็นอย่างดี ซ่งห้าวหนานเป็นคนรักครอบครัวมากขนาดไหนเขาก็รู้ดีเช่นกัน และเรื่องที่ว่าจะตัดสินทุกอย่างอย่างยุติธรรมนั้น เขาคิดว่ามันไม่มีโอกาสเป็นไปได้แม้แต่น้อย
“พี่ใหญ่ซ่ง ซ่งเวินหนี่ร่วมมือกับปิงต๋าเพื่อที่จะฉุดภรรยาของผมไปให้อันธพาลลวนลาม” ซ่งห้าวหนานบอกความจริง
“เป็นไปไม่ได้ น้องสาวของฉันไม่มีทางทำเรื่องร้ายแรงแบบนั้น” ซ่งห้าวหนานรีบปฏิเสธ “จิ้งถิง ฉันรู้ว่านายไม่ชอบน้องสาวฉัน แต่นายก็ไม่ควรใส่ร้ายและทำลายชื่อเสียงของเธอแบบนี้”
“ผมใส่ร้ายหรือเปล่าพี่ไม่ลองถามน้องสาวพี่ดูล่ะครับ”
ซ่งห้าวหนานหันไปมองซ่งเวินหนี่ “เธอทำอย่างที่จิ้งถิงพูดมาหรือเปล่า?”
“ไม่ค่ะ ฉัน...ฉันไม่ได้ทำ ทั้งหมดเป็นแผนของปิงต๋า เขาชอบฉินซูเม่ยก็เลยมาบังคับให้ฉันพาฉินซูเม่ยไปพบเขาที่บ้านร้าง” ซ่งเวินหนี่ปฏิเสธและโยนความผิดไปให้ปิงต๋า “พี่ใหญ่ พี่ต้องเชื่อฉันนะคะ ฉันไม่กล้าทำเรื่องไร้คุณธรรมแบบนั้นหรอกค่ะ”
ไห่อู๋เซินจับต้นชนปลายเรื่องต่างๆ ได้ในทันที เขาแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าที่ซ่งเวินหนี่มาพูดดีกับเขาก็เพราะเธอจะหลอกให้เขาแยกเด็กๆ ออกจากฉินซูเม่ย เพราะถ้าเด็กๆ กับฉินซูเม่ยอยู่ด้วยกัน ซ่งเวินหนี่ก็จะไม่มีทางหลอกฉินซูเม่ยไปหาปิงต๋าได้ คิดถึงตรงนี้หัวใจของเขาก็แตกสลายไปหมดแล้ว “ซ่งเวินหนี่ เธอหลอกใช้ฉันเพื่อที่เธอจะทำร้ายน้องสะใภ้ ฉันเคยบอกเธอไปแล้วไม่ใช่หรือว่าฉันจะไม่มีทางทำร้ายจิ้งถิงกับครอบครัวของเขา แต่เธอก็ยังโกหกฉัน เธอหลอกใช้ความรักที่ฉันมีให้เธอเพื่อไปทำร้ายคนอื่น เธอ...ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายขนาดนี้”
“ไม่นะคะพี่อู๋เซิน ฉันไม่ได้หลอกพี่ ฉัน...ฉันอยากปรับความเข้าใจกับพี่สะใภ้จริงๆ ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ นะคะ ฉันไม่รู้ด้วยว่าปิงต๋ากับเพื่อนอยู่ที่บ้านร้าง” ซ่งเวินหนี่รีบอธิบาย ไห่อู๋เซินกับไป๋จิ้งถิงเป็นเพื่อนรักกัน ถ้าไห่อู๋เซินขอร้อง ไป๋จิ้งถิงก็จะไม่เอาผิดเธอ
ไป๋จิ้งถิงหัวเราะแล้วจ้องซ่งเวินหนี่เขม็ง “ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าเธอถูกปิงต๋าบังคับ แต่ตอนนี้เธอบอกว่าเธอไม่รู้อะไรเลย ตกลงแล้วคำพูดของเธอมันเชื่อถือได้ตรงไหน เธอแต่งเรื่องเก่งขนาดนี้ คงมีแต่พี่ชายเธอเท่านั้นล่ะที่เชื่อ”
“ผู้พันซ่ง” ฉินซูเม่ยเรียกซ่งห้าวหนานอย่างห่างเหิน “ถ้าคุณไม่เชื่อคำพูดของสามีฉัน คุณลองฟังปิงต๋าดูไหมคะ”
ซ่งห้าวหน้าหันไปมองปิงต๋า “นายพูดมา”
ปิงต๋าที่ถูกกดดันจากสายตาของไป๋จิ้งถิง เขาจึงให้ความร่วมมือกับฉินซูเม่ยเป็นอย่างดี “พี่เวินหนี่จ้างให้ผมไปหาอันธพาลมาลวนลามคุณซูเม่ยด้วยเงินสามร้อยหยวนจริงๆ ครับ”
“แล้วทำไมนายกับเวินหนี่ถึงอยู่ในสภาพนี้” ซ่งห้าวหนานถามพร้อมกับมองดูสภาพของน้องสาวกับปิงต๋า มันทำให้เขาคิดไปในทางที่ดีไม่ได้จริงๆ
ปิงต๋าหันไปมองไป๋จิ้งถิงอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังเงียบ เขาแอบถอนหายใจ อย่างไรก็ต้องเล่นไปตามบทของผู้กองไป๋สินะ “พี่เวินหนี่ผสมเครื่องดื่มเตรียมไว้ให้คุณซูเม่ย แต่ผมเผลอไปดื่มมันเข้า หลังจากนั้น...ผม...ผมกับพี่เวินหนี่ก็เป็นอย่างที่ผู้พันคิดนั่นล่ะครับ”
“ไม่จริง! นายอย่ามาพูดมั่ว ฉันกับนายไม่ได้มีอะไรกัน!” ซ่งเวินหนี่ตะโกนเสียงดังอย่างไม่ยอมรับ แต่ยิ่งเธอปฏิเสธ ซ่งห้าวหนานก็เชื่อแล้วว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง
ซ่งห้าวหนานจึงไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อ “จิ้งถิง นายจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”
“ไม่ใช่พี่บอกว่าพี่จะจัดการเรื่องนี้ให้ผมอย่างยุติธรรมเหรอครับ” ไป๋จิ้งถิงแกล้งถามทั้งที่เขาเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว “พี่กล้าส่งซ่งเวินหนี่ไปให้ตำรวจไหมครับ”
ซ่งห้าวหนานไม่ได้แปลกใจ เพราะถ้ามีใครมาทำแบบนี้กับภรรยาของเขา เขาก็จะจับคนคนนั้นส่งตำรวจเหมือนกัน แต่ความผิดครั้งนี้กลับเป็นน้องสาวเขาที่เป็นคนบงการ เพราะฉะนั้นการกระทำของเขาจึงไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด “นายจะให้ฉันทำอะไรก็ได้หรือจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ก็ได้ แต่ฉันส่งน้องสาวของฉันไปให้ตำรวจไม่ได้ อีกอย่างพ่อของปิงต๋าก็คงไม่ยอม นายก็รู้จักปิงเต๋อชวนดีไม่ใช่เหรอ ถ้านายส่งปิงต๋าเข้าคุก นายคิดว่าความปลอดภัยของนายกับครอบครัวของนายยังจะมีอยู่ไหม”
ไป๋จิ้งถิงยังคงรักษาท่าทางสงบแต่ในใจกลับผิดหวัง แม้เขาจะคิดไว้อยู่แล้วว่าผลมันจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่เขาก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ หัวหน้าและพี่ชายที่เขาเคารพกำลังขู่เขาอยู่
ซ่งห้าวหนานเห็นว่าไป๋จิ้งถิงยังนิ่ง แม้จะเสียใจที่ต้องเอาเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวอีกฝ่ายขึ้นมาขู่ แต่เรื่องของครอบครัวตัวเองก็สำคัญกว่า “แต่ถ้านายยังดึงดันที่จะเอาน้องสาวฉันกับปิงต๋าเข้าคุกให้ได้ งั้นฉันก็มีบางอย่างจะบอก เผื่อว่านายจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”
ไป๋จิ้งถิงจ้องซ่งห้าวหนาน “เชิญผู้พันซ่งพูดมาเถอะครับ”
ซ่งห้าวหนานมองไป๋จิ้งถิงอย่างเสียใจ อีกฝ่ายขีดเส้นแบ่งและเรียกเขาอย่างห่างเหินเสียแล้ว “รายงานการปฏิบัติภารกิจครั้งล่าสุดยังอยู่ที่ฉัน”
“รายงานภารกิจ? ความผิดของซ่งเวินหนี่เกี่ยวข้องกับรายงานภารกิจที่ผมเขียนยังไงเหรอครับ” ไห่อู๋เซินถาม เขาคิดว่ารายงานที่เขาเขียนไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน แต่ทำไมหัวหน้าถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
“กองทัพคงไม่สูญเสียทหารไปหลายนายถ้านายที่เป็นหัวหน้าทีมกับไห่อู๋เซินไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาท” ซ่งห้าวหนานมองไป๋จิ้งถิงกับไห่อู๋เซิน “ฉันสามารถแก้ไขรายงานให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือแก้ไขให้รายงานไม่มีข้อผิดพลาดเลยก็ย่อมได้ ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของนายคนเดียวนะจิ้งถิง”
ฉินซูเม่ยจับมือสามีไว้แน่น เธอกับสามีคิดไว้อยู่แล้วว่าซ่งห้าวหนานคงไม่ยอมส่งซ่งเวินหนี่เข้าคุกง่ายๆ เธอแค่อยากให้ซ่งเวินหนี่ได้รับบทเรียนจากการกระทำของตัวเองเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าซ่งห้าวหนานกลับยกเอารายงานการปฏิบัติภารกิจขึ้นมาขู่
“ผู้พัน ถ้าคุณบอกว่ารายงานนั้นมีข้อผิดพลาด ความผิดมันก็ควรจะเป็นผม ไม่ใช่เป็นของจิ้งถิง” ไห่อู๋เซินตะโกนขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย และเขามองซ่งห้าวหนานอย่างผิดหวัง
ซ่งห้าวหนานที่รู้ว่าเวลานี้เขาได้เสียน้องชายและลูกน้องที่ดีไปพร้อมกันทั้งสองคนแล้ว แต่เพื่อน้องสาว เขาได้แต่เก็บความเสียใจไว้ “อย่างที่ฉันบอก ถ้าจิ้งถิงไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองและไม่ห่วงว่าครอบครัวของเขาหรือแม้แต่นายจะต้องเจอกับอะไร ถ้างั้นก็ให้เขาส่งน้องสาวฉันกับปิงต๋าไปให้ตำรวจได้เลย”
ไป๋จิ้งถิงลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพซ่งห้าวหนานตามแบบทหาร จากนั้นก็จูงมือภรรยาเดินกลับบ้านพักของตัวเองไป ไห่อู๋เซินมองหัวหน้าและมองไปทางซ่งเวินหนี่อย่างผิดหวัง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อไป๋จิ้งถิงได้ตัดสินใจแล้ว ส่วนหลังจากนี้ไป๋จิ้งถิงจะตัดสินใจอย่างไร เขาก็จะยอมทำตามเพื่อนทุกอย่าง ในรายงานฉบับนั้นไม่มีปัญหาและการปฏิบัติภารกิจครั้งนั้นก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ทุกคนทำงานกันอย่างรัดกุม ส่วนความสูญเสียก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เพราะหัวหน้าต้องการช่วยซ่งเวินหนี่ หัวหน้าจึงคิดจะใส่ร้ายพวกเขา
ไป๋จิ้งถิงและฉินซูเม่ยกลับมาถึงห้องพัก โดยมีไห่อู๋เซินเดินตามมา ฉินซูเม่ยรู้ว่าสามีกับเพื่อนมีเรื่องต้องคุยกัน เธอจึงพาเด็กทั้งสามคนเข้าไปเล่นในห้องนอน
“ฉันขอโทษนะจิ้งถิง ฉันไม่รู้ว่าซ่งเวินหนี่จะหลอกใช้ฉันเพื่อไปทำร้ายน้องสะใภ้ ส่วนเรื่องรายงานการปฏิบัติภารกิจ นายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เดี๋ยวฉันจะไปสารภาพกับท่านนายพลเอง” ไห่อู๋เซินพูดขึ้น
“รับสารภาพเรื่องอะไร ภารกิจครั้งนี้เป็นยังไงนายกับฉันไม่รู้เลยเหรอ” ไป๋จิ้งถิงยิ้มให้เพื่อน “นายไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด เพราะเราไม่เคยทำอะไรผิด ส่วนเรื่องของซ่งเวินหนี่ ฉันกับซูเม่ยก็คิดกันไว้แล้วว่าพวกฉันคงเอาผิดหล่อนไม่ได้ เพราะเรื่องนี้มีปิงต๋าเข้ามาเกี่ยวข้อง และปิงเต๋อชวนมีเบื้องหลังยังไงเราไม่รู้เกี่ยวกับเขาเลย แต่ที่ฉันต้องทำให้เรื่องนี้มันใหญ่สักหน่อยเพราะฉันอยากให้ซ่งเวินหนี่ได้รับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง”
“รับผิดชอบยังไง?” ไห่อู๋เซินยังไม่เข้าใจ
“พูดไปแล้วนายก็อย่าโกรธฉันล่ะ ในเมื่อซ่งเวินหนี่อยากทำลายชื่อเสียงของซูเม่ย ฉันก็จะทำลายชื่อเสียงของหล่อนด้วย และที่นายเห็นสภาพของหล่อนกับปิงต๋าเป็นอย่างนั้นก็เป็นฝีมือของฉันกับซูเม่ย ฉันอยากให้คนในค่ายและซ่งห้าวหนานเข้าใจไปเองว่าซ่งเวินหนี่กับปิงต๋ามีอะไรกัน นายลองคิดดูสิว่าถ้าปิงเต๋อชวนรู้ว่าลูกชายของเขากับลูกสาวของหัวหน้างานมีอะไรกัน ปิงเต๋อชวนจะไม่รีบมาสู่ขอซ่งเวินหนี่เหรอ” ไป๋จิ้งถิงยิ้มเย็น “ปิงต๋ามีนิสัยอันธพาล ส่วนปิงเต๋อชวนก็เป็นตาแก่เจ้าชู้ ซ่งเวินหนี่แต่งงานเข้าไปในครอบครัวแบบนั้น นายคิดว่าชีวิตที่เหลือของหล่อนจะเป็นยังไง”
แม้ไห่อู๋เซินจะตกใจกับวิธีแก้แค้นของไป๋จิ้งถิง แต่ถ้ามีคนมาวางแผนร้ายกับครอบครัวของเขา เขาก็พร้อมที่จะตอบโต้ด้วยวิธีที่โหดร้ายแบบนี้เหมือนกัน ส่วนความรักที่เขามีให้ซ่งเวินหนี่ วันนี้มันหายไปหมดแล้ว
“แล้วต่อไปเราจะทำงานร่วมกับผู้พันซ่งได้อย่างสนิทใจเหรอ” ไห่อู๋เซินถาม เวลานี้สองสหายไม่เรียกอีกฝ่ายว่าพี่ใหญ่อีกต่อไปแล้ว
“อู๋เซิน ขาของฉันทำให้ฉันออกไปปฏิบัติภารกิจไม่ได้ และฉันก็ไม่ชอบนั่งทำงานในสำนักงาน ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะลาออก ทีแรกว่าจะรอให้ขาหายดีเสียก่อน แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็น วันพรุ่งนี้ฉันจะไปเขียนหนังสือลาออกแล้วพาครอบครัวย้ายไปอยู่ปักกิ่ง”
“ถ้างั้นฉันก็จะลาออกไปพร้อมกับนาย” ไห่อู๋เซินพูดอย่างตัดสินใจ “ฉันก็ทำงานกับผู้พันซ่งไม่ได้แล้วเหมือนกัน”
“นายจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าฉันจะไปทำอะไรที่ปักกิ่ง”
“นายไม่ใช่คนทำอะไรโดยไม่วางแผน เพราะฉะนั้นฉันไม่จำเป็นต้องห่วงนาย ส่วนฉันน่ะเหรอ ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าฉันลาออกแล้วย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน พวกเขามีแต่จะดีใจสิไม่ว่า”
ไป๋จิ้งถิงกับไห่อู๋เซินไม่ทำเรื่องให้ชักช้า เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ไปเขียนหนังสือลาออกแล้วส่งให้ซ่งห้าวหนานที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ซ่งห้าวหนานรู้เหตุผลของการลาออกครั้งนี้เป็นอย่างดี และเขาก็ไม่อยากจะฉุดอีกฝ่ายไว้ให้เกิดความบาดหมางกันไปมากกว่านี้ หนังสือลาออกใช้เวลาอนุมัติอย่างรวดเร็ว หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ไป๋จิ้งถิงกับไห่อู๋เซินก็พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่ง
ส่วนชีวิตของซ่งเวินหนี่หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่ไป๋จิ้งถิงคาดการณ์ ปิงเต๋อชวนมาสู่ขอซ่งเวินหนี่ให้กับลูกชายของเขาจริงๆ ซ่งห้าวหนานกลับปฏิเสธงานแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ หนึ่งคือคนในค่ายต่างก็รู้เกี่ยวกับข่าวลือเสื่อมเสียของซ่งเวินหนี่กับปิงต๋า ถ้าซ่งเวินหนี่ไม่แต่งกับปิงต๋า เธอก็คงจะแต่งงานกับใครไม่ได้อีก และข้อที่สองคือปิงเต๋อชวนเป็นคนที่ซ่งห้าวหนานล่วงเกินไม่ได้ แม้ตำแหน่งของซ่งห้าวหนานจะอยู่เหนือกว่าปิงเต๋อชวนก็ตาม
เมื่อซ่งเวินหนี่แต่งเข้าไปอยู่กับสกุลปิง เธอต้องปรนนิบัติรับใช้สามีและพ่อสามีใน ‘ทุกเรื่อง’ และไม่มีใครรู้ถึงความอัปยศที่เธอได้รับจากสองพ่อลูกในทุกค่ำคืน