บนรถสามล้อสีแดง หรือเ้าแด๊งแดงของครอบครัวตระกูลซิงในตอนนี้ทุกๆ คนต่างอยู่ในโหมดของความตื่นเต้นของแต่ละคน ที่ไม่ได้แตกต่างกันออกไปนอกจาก 3ซิงเพียงคนเดียวในบ้านตอนนี้ที่ไม่ได้อยู่ในโหมดอารมณ์ “ล้าน ล้าน ล้าน” กับทุกๆ คน
3ซิง กำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะจัดการใช้ความสามารถพิเศษของตนเองอย่างไรได้บ้างในแต่ละวัน แต่คิดเท่าไหร่ก็รู้ตัวเลยว่าไม่สามารถทำตามใจได้ที่จะออกนอกบ้านมาทุกวัน แต่ที่แน่ๆคือครอบครัวนี้เคยออกมาขายของทุกวันนั่นก็สามารถทำให้เธอได้มีโอกาสที่จะใช้ความสามารถพิเศษในการดึงดูดทรัพย์คนเลวๆได้
แต่อีกทางหนึ่งเธอก็อยากให้ครอบครัวของเธอมีชีวิตที่สุขสบายขึ้นอยากจะหาอะไรบางอย่างที่เป็รายได้หลักของครอบครัวและไม่ต้องเหนื่อยมากจนเกินไปนัก เพราะอย่างไรแล้วพวกพี่ๆของเธอก็ยังคงเด็กและยังจะต้องเรียนหนังสือเป็สำคัญด้วย
ในระหว่างที่ต่างคนต่างคิดอะไรกันเพลินๆในโหมดอารมณ์ของตัวเองอยู่นั่น แม่ของพวกเขาก็พูดขึ้นมาว่า
“เด็กๆ ตอนนี้เราพอจะมีเงินจำนวนหนึ่งแล้วแม่ว่าจะไปรับตากับยาย และครอบครัวของลุงใหญ่มาอยู่กับพวกเราด้วย พวกลูกๆจะว่ายังไงกันบ้าง”แม่
“ตา ยาย ลุงใหญ่!!!”เด็กๆ ทวนรายชื่อและพยายามนึกถึงภาพครอบครัวฝ่ายแม่กัน
“ไปรับพวกท่านมาเลยค่ะแม่ พาทุกคนมาอยู่ด้วยกันตอนนี้เราไม่ได้ลำบากอะไรมากแล้วด้วย”3ซิง ที่พอจำลางๆได้ว่าแม่เคยอยากพาครอบครัวมาอยู่ด้วยแต่ติดตรงที่ทางตัวเองก็ลำบากอยู่เหมือนกัน และที่สำคัญคือไม่มีเงินเดินทางไปหาตากับยายด้วย
ยิ่งตัว3ซิงเองเกิดทีหลังเพื่อนเลยไม่เคยเจอตา ยาย และครอบครัวของลุงใหญ่ ซึ่งเป็พี่ชายคนเดียวของแม่ และอยู่ใน่ที่ครอบครัวของพวกเรากำลังต้องรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายเนื่องด้วยสมาชิกใสครอบครัวที่มากขึ้น การใช้จ่ายอะไรออกไปแต่ละครั้งจะกระทบต่ออาหารที่จะกินในแต่ละเดือนด้วย
“พวกเราคิดถึง ตา ยาย และลุงใหญ่”พี่ใหญ่เยว่เผิง ที่จำอะไรหลายๆอย่างได้มากกว่าพวกน้องๆ
“ขอบใจมากนะเด็กๆ”แม่ น้ำตารื้นสงสัยว่าท่านคงจะคิดถึงครอบครัวเป็อย่างมาก
“แม่เล่าเื่ตา ยาย และลุงใหญ่ให้ซิงซิงฟังหน่อยได้ไหม”3ซิง ที่อยากรู้ข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับครอบครัวฝ่ายของแม่ รู้เพียงแต่ว่าทางฝ่ายครอบครัวของพ่อนั้นเสียกันหมดแล้วไม่เหลือใครสักคน ปู่กับย่า เสียเพราะติดโรคระบาดทำให้พ่อต้องกำพร้า และเลี้ยงดูตัวเองเติบโตมาจากศาลเ้าแถวบ้านเกิดของพ่อ
“ได้จ้ะ”แม่ เริ่มเล่าเื่ราวเกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองให้พวกลูกๆได้ฟังกันครั้งครั้ง
แต่ก่อนครอบครัวทางตากับยายเคยมีผืนที่ดินเป็ของตนเองไว้ปลูกข้าว ปลูกผัก แต่พอมี่โรคระบาดครานั้นซึ่งเป็สาเหตุหลักให้หลายๆเมืองและหลายๆครอบครัวจำใจต้องขายที่ดินและย้ายไปอยู่เมืองอื่นๆกัน ปู่กับย่าโชคร้ายที่ติดโรคและเสียชีวิต แต่ครอบครัวฝ่ายแม่โชคดีแต่ก็ถึงกับหมดตัว การเริ่มต้นชีวิตใหม่จึงยากลำบากขึ้น
จากที่เคยมีที่ดินและบ้านเป็ของตัวเอง ตอนนี้ต้องเช่าที่ปลูกข้าว ทำไร่ทำสวนปีไหนไม่แห้งแล้งหรือเกิดเหตุทางธรรมชาติ ก็จะมีรายได้พอจ่ายค่าเช่าและเหลือกินเหลือใช้พอสมควร บ้านที่อยู่อาศัยก็ปลูกในพื้นที่ดินเช่า
3ซิงพอได้ฟังแล้วก็รู้สึกสงสารตาและยายมากจริงๆ พวกท่านคงจะมีชีวิตที่ลำบากน่าดูถึงครอบครัวของเธอจะยากจนแต่อย่างน้อยๆ ที่ดินผืนเล็กๆนี้ซื้อมาเป็ของตระกูลซิงแล้วไม่ได้เช่าใคร ถึงจะไม่มีเงินอย่างน้อยๆบ้านที่อยู่อาศัยก็เป็ของเราถึงแม้จะหลังเล็กคับแคบไปสักหน่อยแต่ยังไงเสียย่อมดีกว่าเสียเงินค่าเช่าเขาเป็ไหนๆ
จ่ายค่าเช่าเขาอยู่ถ้าเดือนไหนรายได้ไม่พอก็จะยิ่งแย่ มีบ้านอยู่เป็ของตนเองย่อมจะอุ่นใจกว่า แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็เ้าของที่ดินได้นี่น่ะสิ
“แม่ขาเราไปรับตา ยาย และครอบครัวลุงใหญ่ตอนนี้เลยนะ”3ซิง ได้ยินแบบนี้้ก็ไม่อยากปล่อยให้ครอบครัวของแม่ต้องลำบากอีกต่อไป
“ใช่ค่ะ ไปรับพวกท่านมาอยู่ด้วยกันกับพวกเรา”พี่สาวเยว่ชิง
“ได้จ้ะเด็กๆ เราจะออกเดินทางกันเลยนะ”แม่ ที่ตอนนี้ดูมีความสุขมากในภาพจำของเธอเอง ไม่เคยเห็นวันไหนเหมือนกับตอนนี้เลย แม่ของเธอคงจะปลดล็อคทุกข์ในใจได้แล้ว
“แม่คะก่อนออกเดินทาง พวกเราเตรียวพวกอาหารไปเผื่อพวกท่านก่อนดีไหมคะ พวกเสื้อผ้าด้วย”3ซิง
“จริงด้วยสิลูก ขอบใจมากจ้ะความคิดหนูดีมากเลย”แม่
“ตา ยายและครอบครัวของลุงใหญ่จะได้กินเนื้อสัตว์และของอร่อยๆแบบที่เราได้กิน ดีจังเลย”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ใช่ พวกท่านจะต้องมีความสุขแน่ๆเลยเนอะ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
ครอบครัวของเธอขับรถกลับบ้านไปเพื่อตระเตรียมอาหารและเสื้อผ้าให้ ตา ยาย และครอบครัวลุงใหญ่กัน เพื่อที่จะให้พวกท่านได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับของใหม่ๆ และของกินอร่อยๆ
“ทีนี้เราก็จะมีคนในครอบครัวที่ไว้ใจได้มาอยู่ด้วยกันแล้ว ลำพังแม่ พี่ๆ และเธอ หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆย่อมลำบากแน่ๆเพราะไม่มีใครที่เป็ผู้ใหญ่กันเลย มีเพียงเด็กกับผู้หญิงบางครั้งมันก็อันตรายเกินไปถ้าอยู่กันตามลำพัง”3ซิง ครุ่นคิดถึงข้อดีที่จะมีคนมาอยู่เพิ่มด้วย
เมื่อมาถึงบ้านกันแล้วต่างก็ช่วยกันตระเตรียมอาหารกันอย่างสนุกสนาน และมีความสุขกายและใจกันที่จะได้ไปพบกับครอบครัวฝ่ายแม่กันแล้ว
“เดี๋ยวพวกหนูย้ายมานอนกับแม่ก่อนนะลูก ส่วนห้องของพวกลูกแม่จะขอให้ตากับยายอยู่ก่อนนะ”แม่
“ได้ค่ะ” “ได้ครับ” พวกเด็กๆ ต่างขานรับกันอย่างเต็มใจมาก
“ห้องของน้องสาวลูกแม่จะให้ตากับยายอยู่ ส่วนห้องของพวกกลูกให้ลุงกับป้าและพี่ๆอาจจะลำบากกันสักหน่อยที่นอนเบียดเสียดกันใน่นี้”แม่
“ไม่เป็อะไรหรอกค่ะแม่ ไม่ต้องคิดมากนะพวกเรานอนกันได้แน่นอน แม่แค่เตรียมซื้อที่ดินเพิ่มและปลูกบ้านหลังใหม่ พวกเราก็จะสบายเหมือนเดิม เผลอๆสบายมากกว่าเดิมด้วย”3ซิง
“ซื้อที่ดินใหม่!!!”พวกพี่ๆ
“บ้านใหม่!!!”พวกพี่ๆเอ่ยตามอย่างตื่นเต้นพวกเขาลืมนึกข้อนี้กันไปเลย
“ใช่จ้ะแม่ว่าจะหาซื้อที่ดินเพิ่ม พร้อมกับเราจะปลูกบ้านใหม่กันด้วย ตอนนี้เราพอมีเงินที่จะทำอะไรๆได้แล้วนะเด็กๆ”แม่ พูดอย่างอารมณ์ดีในขณะที่มือก็ยังวุ่นวายทำอาหารไปด้วย ทั้งๆที่รู้สึกเสียดายเงินด้วยเช่นกันแต่ว่ามันคือสิ่งจำเป็สำหรับครอบครัวที่จะต้องมี
เด็กๆ ต่างคุยกันว่าจะซื้อที่ดินแถวไหนกันบ้าง และจะปลูกบ้านแบบไหนกัน มีกี่ห้อง
“และแม่ว่าจะซื้อที่ดินให้ครอบครัวลุงใหญ่ด้วย แต่พวกเขาคงจะไม่รับแน่ๆ แม่รู้จักพี่ชายของแม่ดี จะทำยังไงดีนะเฮ้อ…..”แม่ มีไม่มีเงินก็ลำบากใจ แต่พอมีเงินก็ลำบากใจเช่นกัน
“แม่ก็แค่บอกว่าออกให้ก่อนไงคะ และให้ลุงใหญ่ผ่อนชำระจ่ายทีหลัง มีเท่าไหร่ก็ค่อยๆทยอยจ่ายให้เราแบบนี้ซิงซิงว่า ลุงใหญ่ไม่มีทางปฎิเสธแน่นอนค่ะ”3ซิง
“จริงด้วยสิ ลูกสาวแม่ฉลาดเสียจริงเลย”แม่
“อือ..หึ ซิงซิงฉลาดมากค่ะ”3ซิง กอดอกและเชิดหน้ายอมรับอย่างเต็มที่ว่าเธอฉลาดจริงๆ ไม่ถ่อมตัวเลย
“น้อง 3ซิง เก่งมาก สุดยอดเลย”พวกพี่ๆ ต่างชมน้องสาวคนเล็กของพวกเขา
ห้าคนแม่ลูกต่างตระเตรียมอาหารและเสื้อผ้าได้แล้ว ก็พากันยกขึ้นเ้าแด๊งแดงและเตรียมตัวออกเดินทางกันเลยไม่รอช้า ด้วยที่ใจตอนนี้ของแม่ไปถึงครอบครัวของตัวเองแล้ว
“ลา ลา ล้า ลา ลา ล้า….”3ซิงอารมณ์ดีมากๆ จู่ๆก็ได้ออกเที่ยวไปต่างเมืองแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้
“น้อง 3ซิง อารมณ์ดีใช่ไหมที่ได้ออกเที่ยวไกลด้วยน่ะวันนี้”พี่สาวเยว่ชิง ผู้รู้ใจน้องสาวของเธอ
“ใช่เลย พี่เยว่ชิงมันดีมากเลยที่ได้ออกเที่ยวข้างนอก”3ซิง ยอมรับว่าเธอชอบมากที่จะได้ออกมาเรียนรู้ชีวิตใหม่ในโลกนี้ว่าแต่ละที่เป็อย่างไรบ้าง เธออยากออกไปท่องเที่ยวให้ทั่วๆเลย
“พี่รองก็ชอบนะน้องสาว พวกเรามีเ้าแด๊งแดงเป็พาหนะแบบนี้มันดีมากเลยสะดวกสบายที่สุดเลยนะเมื่อก่อนพี่จำได้ตอนพ่ออยู่เราเคยขึ้นรถตามพ่อไปทำงานกันด้วยนะ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“แต่ตอนนี้เรากลับมีรถสามล้อเป็ของเราเอง ไม่น่าเชื่อเลย การเดินทางก็สะดวกขึ้นไม่ต้องกลัวร้อน กลัวฝน กลัวหนาวเลย”พี่ใหญ่เยว่เผิง
พวกพี่ชายต่างนึกถึงเื่ราวในอดีตที่เคยมีทั้งสุข และทุกข์ปะปนกันไป แต่ใบหน้าของพวกเขาก็ไม่ได้ดูเศร้ามากนัก
“พวกเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และสุขสบายขึ้นค่ะซิงซิงรู้สึแบบนั้นจริงๆนะ”3ซิง
“ั้แ่น้อง3ซิง โดนเงินตบหน้าพี่ว่าครอบครัวเราดวงดีขึ้นเรื่อยๆล่ะ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“ใช่ๆแล้วพี่ใหญ่ แบบนี้น้อง3ซิงต้องพยายามให้เงินตบหน้าบ่อยๆนะพี่เอาใจช่วยนะ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“ถ้าน้อง3ซิง อยากหยุดรอตรงไหนเป็พิเศษเพื่อให้เงินมาตบหน้าบอกพี่เยว่ชิงคนนี้ได้เลย พี่จะคอยอยู่ข้างตลอดเวลา ไม่ทิ้งน้องสาวของพี่สาวคนนี้อย่างแน่นอน”พี่สาวเยว่ชิง
“.................!!!!”3ซิง ที่ตอนแรกๆฟังแล้วพวกพี่ๆของเธอดูจะชื่นชม แต่พอฟังดีๆแล้วเหมือนจะให้เธอโดนตบหน้าเรื่อยๆเสียมากกว่านะเนี่ย!!
น่าใช้เวลาเดินทางได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงถึงจะถึงที่เมืองเซี่ยจี้ ระหว่างทางก็มีพักผ่อนสายตาบ้างเพราะแม่ของเธอเป็เพียงคนเดียวที่ขับรถสามล้อนี้ได้
ในระหว่างที่กำลังจอดรถเข้าริมข้างทางใต้ต้นไม้ เพื่ออาศัยเป็ร่มเงา เด็กๆ ต่างก็ออกมายืดเส้นยืดสายกันบ้าง เมื่อถึงเวลาแล้วแม่ก็เรียกเด็กๆขึ้นรถเพื่อที่จะเดินทางกันต่อ
ระหว่างที่จะเดินทางกันต่อไปนั้นก็เจอกับศาลเ้าร้างระหว่างทางด้วย แต่ภายในศาลเ้าแห่งนี้มีคนหน้าตาคุ้นๆมากอาศัยอยู่ซึ่งก็ทำให้แม่จอดเ้าแด๊งแดงอย่างกะทันหัน เด็กๆ เกือบหน้าทิ่มลงกันทุกคนเลย
“เด็กๆ เป็อะไรกันหรือเล่าลูกมะ..แม่ขอโทษนะลูกนะ”แม่ ที่ใที่กำลังขับรถผ่านศาลเ้าร้างนั้นเลยรีบเบรคกะทันหันทำให้เด็กๆ ไม่ทันได้ระมัดระวังตัวกัน
“ไม่เป็ไรค่ะแม่” “ไม่เป็ไรครับแม่” พวกเด็กๆ
“แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”3ซิง รีบถามแม่ของเธออย่างเป็ห่วงอยู่ดีๆ เบรคกะทันหันแบบนี้จะต้องเกิดอะไรขึ้นแน่นอนเลย
“มะ….แม่..แม่ว่าแม่เจอตา ยาย ที่ศาลเ้าร้างที่เราผ่านเมื่อตะกี้นี้”แม่ ตอบอย่างติดๆ ขัดๆด้วยความใ และเสียงเริ่มสั่นคลอน
“จริงเหรอครับแม่” “จริงเหรอคะแม่” พวกเด็กๆ ถามขึ้นมาพร้อมๆกันอย่างในี่ยังไม่ถึงเมืองเซี่ยจี้ดีเลยเหลือเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น แล้วพวกท่านทำไมถึงมาอาศัยอยู่ที่ศาลเ้าร้างนี้กันล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกัน??
“แม่รีบกลับรถวนไปดูให้แน่ใจเถอะค่ะ”3ซิง เองก็รู้สึกไม่ดีแล้วถ้าแม่เธอคิดว่าคนเ่าั้น่าจะใช่ตา ยายและครอบครัวของลุงใหญ่จริงๆ
“ได้ค่ะ เด็กๆ นั่งดีๆนะลูก”แม่ รีบกลับรถและตรงไปยังศาลเ้าร้างอีกครั้งและจอดรถข้างทางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันให้เรียบร้อย เผื่อรถคันไหนขับผ่านจะได้ไม่ขวางทางและเพื่อความปลอดภัยด้วย
และสิ่งที่พวกเราทุกๆคนเห็นก็คือ คนแก่ทั้งสองคนกำลังช่วยกันตากเสื้อผ้าที่นำไม้มาขึงเอาไว้เป็ราวตากผ้าชั่วคราว
“พ่อ แม่ ….!!!”แม่ของเธอเห็นคนแก่ทั้งสองคนแล้วน้ำตาไหลและส่งเสียงออกมาว่าพ่อ…แม่….
คนแก่ทั้งสองคนต่างมองหน้ากัน และคิดไปว่าพวกเขาอาจจะหูแว่วกันไปเองที่ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กที่ไม่ได้เจอกันเกือบ5ปีเห็นจะได้
“แม่คะ พ่อคะ หนูเองไฉ่ซิงลูกสาวแม่ไง”แม่ ของเธอะโเรียกตากับยายดังๆอีกครั้ง
ตากับยายได้เดินออกมาด้านหน้า และพยายามเพ่งมองถนนฝั่งตรงข้ามกัน และพวกเขาก็ได้เห็นหญิงสาวกลางคนคนหนึ่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับลูกสาวคนเล็กของพวกเขาอย่างมาก
แม่ของเธอบอกให้พวกลูกๆนั่งรถอยู่ในรถก่อน และแม่ข้ามถนนไปหาตากับยาย ซึ่งถนนแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะมีรถขับผ่านนักนานๆทีถึงจะมีหรือเป็ชั่วโมงอาจจะเจอขับผ่านมาสักคันเพราะเป็ทางที่จะต้องผ่านเข้าเมืองเซี่ยจี้
“ไฉ่หงเอ๋อร์เหรอลูก”ยาย
“ไฉ่หงเป็ลูกจริงๆเหรอ”ตา
ตากับยายพูดเสียงสั่นถามออกไปเมื่อหญิงสาววัยกลางคนได้เข้ามาใกล้เรื่อยๆ และพอเห็นหน้าชัดๆ เธอคือลูกสาวคนเล็กของพวกเขาจริงๆ
“ฮึก…ฮึก…พ่อ ฮึก…ฮึก…แม่ หนูมาหาแล้วนะ”แม่ ร้องไห้น้ำตาไหลพรากพร้อมทเสียงสะอื้น
พวกท่านเข้ามากอดกันและร้องไห้ออกมา เป็ภาพที่ะเืความรู้สึกของเธอมากจริงๆ
“ไหนๆขอแม่ดูลูกใกล้ๆหน่อยสิ”ยาย จับลูบหน้าลูบตาแม่ของเธออยู่หลายครั้ง
“หนูเองแม่”แม่
“ลูกมาได้อย่างไรไฉ่หงเอ๋อร์ ที่นี่ไกลจากเมืองชุนจี้มากนักนะแล้วเด็กๆล่ะจะอยู่กับใคร”ตา ถามอย่างเป็ห่วงเพราะรู่ข่าวมาล่าสุดว่าลูกเขยได้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้ว ชีวิตของลูกสาวคนเล็กของพวกเขาคงลำบากน่าดู
แต่จะพาลูกสาวกลับมาอยู่ที่นี่ด้วย ก็ไม่ยอมมาจึงได้แต่ห่วงกันเพียงเท่านั้น แม่ของเธอคิดว่าถ้าพาลูกๆทั้งสี่มาอยู่กับตายายก็จะมาเป็ภาระให้พวกเขามากขึ้น เพราะตากับยายเองก็ลำบากมากพออยู่แล้ว อย่างน้อยๆบ้านที่พวกเราอยู่ก็เป็บ้านและที่ของพวกเราเอง
ต่างคนต่างไม่พร้อมด้วยเหตุผลกันคนละอย่างที่ไม่สามารถจะมาอยู่ด้วยกันได้ ต่างห่วง และคิดว่าจะไปเป็ภาระให้อีกฝ่ายจึงจำต้องแยกอยู่กันแบบนี้
“พ่อกับแม่รอเดี๋ยวนะคะหนูจะกลับรถมาจอดฝั่งนี้ก่อน”แม่ รีบหันหลังกลับไปที่รถอย่างรวดเร็ว
“รถสามล้อ!!!!”ตากับยายได้แต่มองตามแม่ของเธอและใที่มีรถสามล้อสีแดงอยู่ฝั่งตรงข้ามและลูกสาวของพวกเขาขึ้นไปขับมัน
พวกท่านได้แต่มองหน้ากันอย่างบรรยายไม่ถูก ว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น
“เด็กๆ ลงมาเจอตากับยายกันลูก”แม่ ที่จอดรถเรียบร้อยแล้วด้านฝั่งศาลเ้าร้าง จึงเรียกพวกเธอให้ลงตามมาเจอตาและยาย
“พ่อคะแม่คะ นี่หลานๆของพ่อกับแม่จำพวกแกได้ใช่ไหมคะ”แม่
“สวัสดีค่ะ ตา ยาย” 3ซิง/พี่เยว่ชิง
“สวัสดีครับ ตา ยาย” พี่ชาย
“หลานตา” “หลานยาย” ตา/ยาย ดีใจมากที่ได้เจอกับพวกเรา พวกท่านเข้ามากอดและลูบใบหน้าเด็กๆ ด้วยมือไม้อันสั่นเท่า พวกเธอรู้สึกได้เลย
“และนี่เ้าตัวเล็กค่ะ ชื่อซิงซิงแต่พวกเราในครอบครัวเรียกว่า3ซิง พ่อกับแม่ไม่เคยเจอแกมาก่อน”แม่ บอกถึงหลานคนสุดท้อง เพราะั้แ่มี3ซิงก็ไม่มีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมตากับยายอีกเลย
“หลานเล็ก3ซิง”ตากับยาย ต่างกอดและหอม3ซิงอย่างเอ็นดู
“แม่กับพ่อทำไมออกมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วที่ดินที่เคยเช่าอยู่ล่ะ”แม่ ถามถึงเหตุผลทำไมตากับยายถึงได้มาอยู่ที่นี่กันได้
“เฮ้อ….พวกเราออกมาอยู่ที่ศาลเ้าร้างนี้ได้ประมาณเดือนหนึ่งแล้วลูก”ยาย
“เดือนหนึ่ง!!!”แม่ ได้ยินก็ใและยิ่งน้ำตาไหลกว่าเดิมอีก
“ฮึก….ฮึก….เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไมถึง”แม่ พูดได้เพียงเท่านี้ยายก็เดินเข้ามากอดและบอกว่าอย่าร้องไห้
“พวกเราไม่สามารถเช่าที่ดินผืนนั่นต่อได้แล้ว 2-3 ปีมานี้ปลูกอะไรก็ขึ้นได้ไม่ดี ฝนฟ้าก็ไม่ตกตามฤดูกาลเหมือนแต่ก่อน พ่อกับแม่และพี่ชายของลูกไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเช่าต่อได้ จึงตัดสินใจพากันออกมาอยู่ที่นี่ และเดินไปหางานทำ หาของป่าไปขาย”ตา
“โธ่พ่อคะ แม่คะ ทำไมถึงไม่ไปหาไฉ่หงที่เมืองชุนจี้ล่ะคะ”แม่
“พวกเราไม่อยากให้ลูกต้องลำบาก แค่ลูกคนเดียวต้องเลี้ยงดูลูกถึงสี่คน พ่อกับแม่และครอบครัวของพี่ชายลูกจะเอาภาระไปให้ลูกเพิ่มได้อย่างไรกัน”ยาย
“แม่คะ พ่อคะ ไม่ลำบากเลยถึงแม้เราจะไม่มีเงินมีทองมากมายแต่อย่างน้อยๆบ้านที่ไฉ่หงอยู่ก็เป็บ้านของลูกเองพ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องลำบากแบบนี้ ลูกอกตัญญูจริงๆที่ไม่มาหาพ่อกับแม่ให้เร็วกว่านี้ ถ้าลูกรู้ว่าพ่อกับแม่ลำบาก ละ…..ลูก….ฮึก…..ฮึก….”แม่
“ไม่ลูก ไม่ใช่ความผิดของไฉ่หงเอ๋อร์เลยนะ”ยาย ปลอบแม่ของเธอ
“แม่คะ ตาคะ ยายคะ อย่าร้องไห้เลยนะคะพวกเรามาเจอกันต้องยิ้มแย้มเข้าไว้ค่ะ”3ซิง รีบพูดเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศรอบข้างให้มันดีขึ้น
“ใช่ๆ หลานเล็กของยายพูดถึงเราควรจะดีใจกันนะที่ในที่สุดก็ได้เจอกัน”ยาย ยิ้มพร้อมน้ำตา
“ใช่ๆ น้อง3ซิงพูดถูก พวกเราต้องดีใจที่ได้เจอกัน”พี่รองเยว่เลี่ยง
“แล้วพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้และหลานชายไปไหนกันเหรอคะพ่อ”แม่
“พวกเขาเข้าเมืองไปขายของจากบนูเา เพื่อซื้ออาหารกลับมากันน่ะลูก”ยาย
“แม่คะ พวกเรามีอาหารกับเสื้อผ้ามาด้วยนะคะอย่าลืมค่ะ”3ซิง
“จริงด้วย พ่อคะแม่คะ กินอะไรกันหรือยังลูกเอาอาหารมาด้วย”แม่
“หรือว่าพวกเราจะไปรับลุงใหญ่กับครอบครัวเลยดีไหมคะแม่ กว่าลุงใหญ่กับคนอื่นๆจะเดินเท้ากลับมาคงอีกนานแน่ๆเลย”3ซิง ออกความคิดเห็นเพราะนึกสงสารครอบครัวลุงใหญ่คงจะต้องเหน็ดเหนื่อยมากแน่ๆ
“จริงสิ พ่อแม่วันนี้ลูกจะมารับทุกคนไปอยู่ด้วยกันที่เมืองชุนจี้ค่ะ”แม่
“แต่ว่า….”ตา พยายามจะพูดปฎิเสธออกมา
“ไม่มีแต่ค่ะพ่อ แม่ ตอนนี้ลูกสาวแม่ไม่ลำบากแล้วนะคะเอาไว้ลูกจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลัง ตอนนี้พ่อกับแม่เก็บของขึ้นรถก่อนเถอะค่ะเราจะขับไปตามพี่ใหญ่กัน”แม่
“ก็ได้ลูก”ยาย
จากที่จะให้พวกท่านกินอาหารก่อนก็เปลี่ยนใจขึ้นไปกินกันบนรถแทนและขนของที่แทบจะไม่มีอะไรมากนอกจากเสื้อผ้าคนละไม่กี่ชุดกับอุปกรณ์ครัวไม่กี่ชิ้นเพียงเท่านั้น
แม่ของเธอขับรถตรงไปที่ทางจะเข้าเมืองเซี่ยจี้ ระหว่างทางก็เจอครอบครัวลุงใหญ่กำลังเดินกลับด้วยเหงื่อที่ไหลท่วมตัวกันเพราะพวกท่านจะต้องเดินเท้าเข้าเมืองกัน
************
เตี้ยน้องของไร้ท์กับครอบครัวของเธอตัดสินใจได้ถูกต้องที่ไปรับตา ยาย และครอบครัวลุงใหญ่มาอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าจะช้าไปหน่อยแต่ก็ได้ช่วยเหลือพวกท่านให้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว