บทที่ 54 น้องชายคนอื่น
“..............” ต้นหนาวไม่ได้ฟังมากนัก เขาโบกมือให้เชษพาสองแม่ลูกนั่นออกไปคุยข้างนอกอีกครั้ง
เชษทำหน้าที่ของเขาอย่างดี รวมถึงกันต์และแม่ของเขาที่ไม่ได้ดื้อดึงอีก ต้นหนาวกดสายโทรหาเลขาสาวเมื่อเห็นสองแม่ลูกออกไปแล้ว
“ค่ะ ประธาน”
“อย่าให้คนเข้ามาในห้องอีก ฉันกำลังจะกินปลายฝน” คำพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ไม่เพียงแค่ทำให้คนปลายสายชะงักด้วยความตกใจ แม้แต่ปลายฝนที่กำลังถูกดันให้นอนไปที่เก้าอี้พิงของคนเป็นพี่ก็รู้สึกเขินอายไม่ต่างกัน
“พี่!” เด็กน้อยอดที่จะทักท้วงออกมาคำหนึ่งไม่ได้ คนพยายามที่จะดันตนเองออกมาจากอกแกร่งของคนเป็นพี่ ทว่าต้นหนาวไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายจากไปโดยง่ายเช่นนี้
เขาก้มลงมาจูบปากปลายฝน ป้องกันไม่ให้น้องบ่นอะไรออกมาอีก มือไม้ก็ลูบไล้ไปทั่วร่างกายเป็นการกระตุ้นให้อารมณ์ของปลายฝนพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง
สองคนสามีภรรยาในทางพฤตินัยโอบกอดกันหลายนาที บรรยากาศที่แสนหอมหวานนั้นแผ่ฟุ้งไปทั่วห้อง ขัดกับบรรยากาศของสองคนแม่ลูกที่กำลังเดินออกมาอย่างชัดเจน
แม้ว่ากันต์จะไม่ได้พูดอะไรเพราะเขาอยู่ในภาพลักษณ์ที่ดีเสมอมาต่อหน้าคนอื่นๆ ทว่าความเงียบของเขาก็ทำให้คนเป็นมารดารับรู้ได้ว่าลูกชายของเธอนั้นกำลังมีเพียงความไม่พอใจอยู่เต็มอก ดังนั้นเมื่อได้เข้าไปนั่งในรถ เธอก็พูดมันออกมาแทนลูกชายที่ยังเงียบอยู่
“แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้หลานสารเลวนั่นกล้าที่จะวางกับดักพวกเราแบบนี้ ทำไมพวกมันมีข้อมูลในมือแต่กลับไม่ยอมแจ้งตำรวจ ทำไมต้องให้พวกเราเป็นคนทำด้วย! หรือว่ามันต้องการให้แม่กับพ่อของแกขัดคอกัน ไม่สิ! ถ้าต้องการแบบนั้น ทำไมมันไม่ปฎิเสธข้อเสนอของลูกล่ะ ทำไมมันยอมให้ลูกสร้างสถานการณ์ขึ้นมาแทน แม่ไม่เข้าใจจริงๆ” หญิงวัยกลางคนบ่นออกมาอย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก
กันต์ไม่ได้สนใจอารมณ์ของคนเป็นมารดา เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะถามเสียงเรียบ
“แม่หย่ากับพ่อเลี้ยงได้ไหม ถ้าไม่หย่า....พวกเราอาจจะมีปัญหาทีหลังได้”
“หมายความว่ายังไง? พวกเราจะมีปัญหาได้ยังไง พวกเราเป็นแค่คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ อีกอย่างสามีบัดซบนั่นก็ทำอะไรลับหลังฉันแบบนี้ได้ยังไง ค้ายาเลยนะ ค้ายา!!” เสียงของเธอเริ่มดังขึ้นไปอีก กันต์เหลือบมองคนเป็นแม่ที่คิดแค่ว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือ แต่สุดท้ายแล้วกลับไม่มีอะไรเป็นไปตามที่คิดสักอย่างด้วยความสมเพช
“แม่ลองคิดเรื่องหย่าแล้วกัน แล้วก็ส่งผมลงตรงนี้แหละ” กันต์พูดออกมาอย่างเหนื่อยใจ มือของเขากดที่โทรศัพท์ ไม่ได้สนใจสายตาของคนเป็นมารดาที่จับจ้องราวกับจะกินเลือดเนื้อ
สำหรับเธอแล้ว ไม่ว่าจะลูกหรือสามี ทุกอย่างล้วนไม่ได้เรื่องทั้งหมด ทำไมทุกคนต้องมองว่าเธอนั้นเป็นคนโง่ที่พึ่งพาไม่ได้กัน สามีแอบไปทำธุรกิจลับหลังเธอ ส่วนลูกก็พูดอะไรคลุมเครือไม่ยอมบอกให้กระจ่าง คิดจะทำอะไรก็ไม่เคยบอก นี่ยังไม่รวมลูกติดของสามีที่แทบจะไม่เห็นหัวพวกเธอแม่ลูกด้วยนะ
ทำไมชีวิตของเธอมันถึงเจอแต่คนแบบนี้กัน!!
ขณะที่คนเป็นมารดากำลังหงุดหงิด กันต์ก็ได้ลงจากรถแล้ว เขาเดินไปนั่งที่ศาลารอรถเงียบๆ มือก็ยังกดโทรศัพท์ไปด้วยความรวดเร็ว ออร่าของคนดังทำให้เขากลายเป็นที่สนใจในเวลาไม่นาน หลังจากที่รถหรูของมารดาจากไป ไม่นานก็มีรถสปอร์ตที่ดูอย่างไรก็ราคาแสนจะแพงคันหนึ่งแล่นมา
“มีอะไรวะ” เสียงที่ดังลอดกระจกทำให้กันต์อดที่จะส่งยิ้มหวานไปให้ไม่ได้
เขาเก็บกระเป๋าสะพายเล็กๆก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาเหมือนกับหมาน้อยแสนน่ารักที่ได้นั่งรอเจ้านายมานานแล้ว แม้ว่าใบหน้าของผู้มาใหม่นั้นจะมีเพียงความไม่พอใจก็ตาม แต่กันต์ก็มีความสุขมากๆที่ได้เห็นเขา
“พี่ครับ” จากใบหน้าจริงจังและเรียบเฉยในตอนที่อยู่กับมารดา เมื่อเปลี่ยนมาอยู่ต่อหน้าของคนเป็นพี่ชายต่างมารดาก็กลายเป็นสดใสและออดอ้อนในทันที
“อย่ามาทำให้รำคาญ มีอะไรก็พูดมา”
“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ ผมขอ....นั่งรถไปกับพี่ได้ไหมครับ”
“พอดีกูไม่ชอบให้ใครนั่งรถ โดยเฉพาะมึง มีอะไรก็พูดมา จะพูดไหม ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด” คนในรถพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างหงุดหงิดใจ คำพูดของเขาก็ล้วนแต่ทำร้ายจิตใจของหนุ่มน้อยเป็นอย่างดี กันต์แสดงสีหน้าเศร้าเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็หน้าด้านเปิดประตูขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้น
“ไอ้เชี่..นี่!” คนอายุมากกว่าด่าออกมาคำหนึ่งด้วยความไม่ชอบใจ
“พี่ครับ ให้ผมนั่งไปด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะค่อยๆเล่าให้พี่ฟังตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ” เด็กน้อยส่งยิ้มหวานที่สามารถพิชิตใจทั้งชายและหญิงได้ แต่มันไม่ใช่กับคนเป็นพี่ชายของกันต์คนนี้
“น่ารำคาญว่ะ รีบๆพูดแล้วกัน” คนเป็นพี่ชายเบะปากอย่างไม่ชอบใจ แต่สุดท้ายเขาก็ออกรถไปทั้งอย่างนั้น
กันต์ยกยิ้มอย่างมีความสุข เขารู้ว่าสุดท้ายแล้วพี่ก็ต้องยอมลงให้เขาตลอด แม้ว่าพี่จะเกลียดเขามากขนาดไหนก็ตาม แต่พี่ก็ยังเป็นพี่ของเขา พี่ที่เขารักเหมือนเดิม
สำหรับกันต์ เขารู้ตัวเองดีว่าเขาเป็นคนไม่สำคัญของบ้านคนหนึ่ง ไม่ว่าจะมีอยู่หรือไม่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อย่างที่รู้ๆว่าพวกบ้านใหญ่นั้นไม่ชอบเด็กไม่ใช่สายเลือดของตนเอง พ่อเลี้ยงของเขามีแบบอย่างจากบิดาของต้นหนาวแล้ว ย่อมรู้ดีว่ามันจะเป็นเช่นไรหากว่าพาเขาเข้าไปในบ้านด้วย
ดังนั้นพ่อเลี้ยงจึงไม่เคยยอมรับเขา ให้แม่ของเขาเลี้ยงเขาไว้ที่บ้านเล็กซึ่งสละเงินเล็กน้อยซื้อไว้ให้เหมือนกับเลี้ยงสุนัข ในหนึ่งปีจะมีนัดมารวมตัวกันสักที และก็เป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขมาก เพราะเขาจะได้เจอกับพี่ชายที่เขาหลงรัก
ก่อนที่พี่ “แม็ก” จะรู้ว่าเขาเป็นน้องชาย พี่ก็ดีกับเขามากๆ พี่แม็กชอบเด็ก เขาชอบที่จะดูแลเด็กๆ ขนาดกับไอ้ปลายฝน พี่แม็กก็ยังแอบดูแลมันอยู่ไกลๆเลย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พี่แม็กรู้ว่าเขาเป็นลูกของแม่ พี่ก็เปลี่ยนไป
พี่กลายมาเป็นคนที่เกลียดเขาเข้าไส้ เพียงเพราะว่าเขาเป็นลูกของผู้หญิงที่มาแทนแม่ของพี่
“วันนี้ผมไปเจอคุณต้นหนาวมาครับ ไปที่บริษัทของเขา” กันต์พูดออกมาประโยคแรกก็ทำให้คนที่กำลังหงุดหงิดเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ
“แล้วปลายฝนอยู่ด้วยหรือเปล่า” คำถามแรกที่พี่ชายของเขาถาม ก็ยังเกี่ยวกับปลายฝน เด็กคนนั้นที่ทำให้เขาอิจฉา
ไม่ว่าจะตอนไหนๆ พี่ก็ชอบถามถึงมันเสมอเมื่อมีโอกาส พี่รู้ว่ามันไม่ใช่คนสายเลือดเดียวกันตั้งแต่แรก เหมือนกับที่คุณต้นหนาวรู้ และก็เหมือนกัน พี่รักมันไม่ใช่ในแบบลูกพี่ลูกน้อง แต่ชอบมันแบบผู้ชายคนหนึ่งที่จะชอบใครได้
โชคร้ายที่คุณต้นหนาวนั้นหวงปลายฝนมาก ดังนั้นจึงกีดกันไม่ให้พี่ของเขาเข้าใกล้ แต่มันก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน อันที่จริงเขาอยากจะให้ทุกคนทำกับปลายฝนเหมือนที่ทำกับเขา ทำไมเขาจึงได้เป็นแค่ผู้เฝ้ามอง ในขณะที่ปลายฝนได้กลายเป็นบุคคลที่ผู้อื่นได้มองดูอยู่ห่างๆกัน
ระยะห่างระหว่างเขากับปลายฝนมากเกินไป มากกระทั่งเขาไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าของปลายฝนแล้วบอกว่าเขาก็มีฐานะเหมือนกัน แต่เป็นลูกติดของมารดาที่มาแต่งกับคนตระกูลอธิบรักขณกุล ดีกว่าปลายฝนที่ไม่ได้เป็นลูกเต้าเหล่าใครเลยด้วย
มือของชายหนุ่มกำแน่น ความโกรธเกลียดที่อยากจะทำลายปลายฝนก็เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น และแน่นอนว่ามันเพิ่มขึ้นในทุกๆครั้งที่พี่ของเขาพูดถึงมัน
“ทำไมไม่พูด ปลายฝนเป็นยังไงบ้าง”
“ถ้าพี่อยากรู้...ทำไมพี่ไม่ไปเองล่ะครับ”
“อ้าว ไอ้นี่! อยากลองดีใช่ไหม” แม็กหงุดหงิดขึ้นไปอีกเมื่อจู่ๆกันต์ก็พูดสวนขึ้นมาแบบนั้น หลังจากที่เห็นพี่ชายโกรธแล้วจริงๆ กันต์ก็พยายามสงบอารมณ์ของตนเอง เขาคลี่ยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“หยอกเล่นน่ะครับ ปลายฝนดูดีมากขึ้นทุกๆวันที่เจอเลยครับ ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ว่าปลายฝนกับคุณต้นหนาวกลายเป็นคนรักนั้นจะเป็นเรื่องจริงนะครับ” กันต์เปลี่ยนเป็นยิ้มร่าอย่างมีความสุขแทน เหมือนกับว่าเมื่อครู่เป็นการหยอกล้อพี่ชายจริงๆ
แม็กเมื่อได้ยิน เขาไม่ได้เสียใจเลย แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแทน
“งั้นก็แปลว่าปลายฝนชอบผู้ชายน่ะสิ” และใช่ เขามีความสุขเพราะรู้ว่ารสนิยมของเด็กน้อยที่เขาแอบชอบมาตลอดนั้นตรงกับตนเอง
ตัวเขานั้นก็ไม่รู้หรอกว่าชอบผู้ชายหรือผู้หญิง แต่เขาชอบมองปลายฝนตั้งแต่ที่เจอครั้งแรกแล้ว อยากกอด อยากดูแล แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะไม่ค่อยชอบปลายฝนเท่าไรนัก ทว่าเขากลับชอบอีกฝ่ายมากๆ อยากอยู่ใกล้ๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไอ้ต้นหนาวที่คอยมากีดกันเขาตลอด
ขนาดพวกเขาแยกกันหลายปีแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้นึกถึงหรือเห็นปลายฝน ล่าสุดในงานที่มารวมตัวกัน ก่อนที่น้องจะถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจ เขากำลังจะได้เข้าไปหาน้องแล้ว ตอนนั้นรู้เพียงว่าทำไมน้องน่ารักขนาดนี้ ยิ่งโตก็ยิ่งน่ารักมากขึ้นทุกๆวัน
น่าเสียดาย ถ้าเขาเข้าไปก่อนป้าใหญ่ เขาจะได้พูดกับน้องสักคำสองคำไหมนะ
“ครับ ปลายฝนก็ชอบผู้ชาย ซึ่งผู้ชายคนนั้นก็คือคุณต้นหนาวครับ ผมไม่คิดว่าคุณต้นหนาวจะปล่อยให้ผู้ชายอื่นเข้าไปจีบปลายฝนนะครับ” กันต์กำหมัดแน่น เล็บจิกลงไปที่ฝ่ามือ สะกดกลั้นอารมณ์ของตนเองแล้วปั้นหน้ายิ้มแย้มออกมา
“แล้วไง? ขอแค่มีโอกาสก็พอ ปลายฝนน่ะ...เกิดมาเพื่อคนอย่างกูต่างหาก น้องจะอยู่กับผู้ชายพูดไม่เป็นอย่างไอ้ต้นหนาวได้ยังไง” แม็กหัวเราะออกมาเมื่อคิดถึงจุดนั้น
เขายังจำตอนที่น้องน้อยเดินตามต้นหนาวได้ เด็กน้อยเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องต่างๆให้พี่ชายได้ฟัง แล้วรู้ไหมว่าไอ้ต้นหนาวมันทำยังไงได้บ้าง อย่างมากมันก็แค่ยืนจ้องน้องพูดคนเดียว ขนาดเขาเห็นแล้วก็ยังเหนื่อยแทนน้องเลย เขารู้...ถ้าเขาอยู่ในจุดเดียวกับไอ้ต้นหนาว เขาต้องทำได้ดีกว่ามันแน่ๆ
“แต่ตอนนี้ปลายฝนก็เป็นเมียของคุณต้นหนาวอยู่นะครับ” กันต์ตอกย้ำอีกครั้ง พยายามให้คนเป็นพี่ตัดใจเสียที
พี่ชายของเขาแม้ว่าจะไม่สุภาพเหมือนกับต้นหนาว แต่ก็ไม่ใช่ผู้ชายเสเพล เขาไม่เคยเห็นว่าพี่ของเขา นอกจากจะกินเหล้าเมายาแล้ว ก็ไม่เคยเห็นไปพัวพันเรื่องผู้หญิงผู้ชายเลย วันๆเอาแต่นั่งมองดูรูปของปลายฝนด้วยความหลงใหล ดังนั้นคู่แข่งในชีวิตของเขาจึงมีแค่ปลายฝนคนเดียวเท่านั้น
ดีที่ตอนนี้มันตกลงปลงใจกับคุณต้นหนาวแล้ว เพราะถ้าไม่เป็นแบบนั้น....เขานี่แหละที่จะเข้าไปจัดการมันเอง!!
“แล้วไงวะ มันก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ” แม็กทุบพวงมาลัยด้วยความหงุดหงิดที่ความฝันของเขาถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่เข้าใจว่าน้องชายที่เขาไม่ต้องการนี้จะมาพูดขัดความฝันของเขาทุกประโยคทำไม ยิ่งฟังก็ยิ่งไม่ชอบใจ อยากจะเตะคนลงจากรถจริงๆ
“พี่ไม่เข้าใจ พวกเขาสองคนรักกันมาก ขนาดในห้องทำงานก็ยังไม่เว้นที่จะกุ๊กกิ๊กกัน” กันต์ยักไหล่ตนเองเหมือนไม่ได้ใส่ใจ แต่เขาก็ยังย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองคนให้พี่ชายได้ฟังอีกประโยค แม็กเขม่นตาก่อนจะจอดรถทั้งอย่างนั้น
“ถ้าเรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ก็ลงไปซะ รำคาญ....กูจะได้เอาเวลาไปวางแผนว่าจะเข้าหาน้องยังไงแทน” คนอายุมากกว่าโยนบุหรี่ลงพื้นอย่างไม่ใยดี ทั้งยังเปิดประตูไล่กันต์ให้ออกไปอีก
“ไม่ครับ ผมยังมีเรื่องที่ต้องบอกพี่อีก วันนี้ผมอยากจะไปอยู่กับพี่ที่คอนโด” คนตัวเล็กรับบทหน้าหนา ยังไงวันนี้เขาก็ต้องอยู่กับพี่ชายให้นานที่สุดให้ได้ กว่าเขาจะเคลียร์ตารางงานได้ ก็หาเวลายากเย็นเหลือเกิน ถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ ก็ไม่รู้แล้วว่าจะมีโอกาสไหนได้อีก
“ได่คืบจะเอาศอกหรอวะ ทำไมมึงต้องมาวุ่นวายกับกูด้วย เข้าใจไหมว่ากูรำคาญ” แม็กตวัดสายตา มองคนข้างๆอย่างไม่พอใจ กันต์เม้มริมฝีปากของตนเองอย่างข่มกลั้น แต่ดูเหมือนว่าที่พยายามทำมาตลอดจะไม่เป็นผลเสียแล้ว
“แล้วทำไมพี่ต้องรำคาญผมด้วย พี่ก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับพี่ ทำไมพี่ต้องมองแค่ปลายฝน ผมกับมันต่างกันตรงไหน” กันต์ตะโกนออกมาแข่งกับเสียงรถที่ขับผ่านไปมาข้างนอก เนื่องจากแม็กเปิดประตูเพื่อที่จะไล่เขาออกไป ดังนั้นเสียงข้างนอกจึงค่อนข้างรบกวนพวกเขาทั้งสองคน
“ต่างกันตรงไหน? ถามงี้จริงดิ? นี่คิดจะเอาตัวเองไปเทียบกับปลายฝน?” แม็กมองกันต์ด้วยสายตาดูถูก
ดวงตาของกันต์ขึ้นสีแดงก่ำ คนตัวเล็กดูเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมาในเร็วๆนี้แล้ว แม็กไม่ได้สนใจหรือให้ความสงสารเลย เขาแค่นหัวเราะออกมา ก่อนจะใช้เท้าของตนเองยันเด็กหนุ่มลงไปจากรถอย่างไม่ทะนุถนอมเลยแม้แต่น้อย
“พี่!”
“กูแค่อยากให้รู้ว่ามึงกับปลายฝนต่างกันยังไง อย่างน้อยๆปลายฝนก็ไม่คิดทำร้ายมึง แต่มึงกลับ....”
.......................................