วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ 2021
โลกเบื้องหลังรู
***เวลา 5:00 น.
“รู้ใช่ไหมว่าทำไมถึงถูกเรียกตัวมาที่นี่แต่เช้ามืด? ”
“...ไม่ทราบครับ”
ฮาร์ดีกำลังยืนตรงหน้าตัวแทนนายจ้างภายในห้องที่หรูหราอย่างเรียบง่าย
บนพื้นที่ดินหนึ่งไร่ของฐานหอคอยบาเบล ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นฐานทัพขนาดย่อมของกองทหารรับจ้าง WOW
ถึงจะถูกเหล่าเอลี่ยนโจมตี อีกทั้งเจอปัญหามากมาย แต่เพียงแค่ชั่วข้ามคืน พวกเขาก็สามารถสร้างฐานทัพขึ้นมาเป็นรูปร่างได้สำเร็จ
ถึงแม้ว่าจะยังก่อสร้างไม่เสร็จดี มีเพียงแค่แนวกำแพงทราย คันดินกับตู้คอนเทนเนอร์เหล็กทรงสี่เหลี่ยมตัน
แต่อย่างน้อยพวกเขาก็มีที่ซุกหัวนอน มีห้องอาบน้ำอุ่นสบายตัว และมีห้องบัญชาการที่หรูหราให้กับนายจ้างของพวกเขาได้
ฮาร์ดี ทหารรับจ้างในตำนาน เขาผู้นั้นกำลังยืนอยู่ภายในอาคารที่ว่านี้
“อย่ามาทำไขสื่อ เราได้รับรายงานมาทั้งหมดแล้ว ฝีมือระดับนาย ทำไมถึงยอมปล่อยให้ศัตรูหนีไป? คงคิดที่จะตามรอยพวกมัน เพื่อไปตามหาลูกของตัวเองใช่หรือไม่? ”
“ (เจ้าหมอนี่… สายตาเฉียบแหลมไม่แพ้พ่อเลยสักนิด) ”
ฮาร์ดีมองไปที่ตัวแทนนายจ้างด้วยความสนใจ
ชายที่นั่งบนเก้าอี้นวมแสนสบายตรงหน้า มีใบหน้าเรียวยาวสวยได้รูป จมูกสันเป็นคม ผิวขาว ดวงตาสีน้ำตาลเพรียวบางพร้อมกับคิ้วตางอนสวย มีผมสีน้ำตาลแดงที่ผูกเป็นปอยหางม้ายาวปะบ่าน่าเอ็นดู และสวมชุดสูทสีดำเรียบร้อยไร้ซึ่งรอยยับปรากฏ
ถึงจะเป็นคนที่มีรูปร่างผอมบางไม่สมกับคนที่ทำงานด้านการทหาร แต่คนผู้นี้กลับสามารถแผ่ไอกดดันที่ต่างออกไปจากนักรบ จนทำให้ฮาร์ดีรู้สึกเลื่อมใสเชื่อถือขึ้นมาได้
[เอ็มม่า] คือนามของคนผู้นี้
เธอเป็นลูกสาวคนโตของดีอ้อน ชายผู้ก่อตั้งบริษัททหารรับจ้าง WOW
ใช่... [ลูกสาว]
ด้วยความที่มีขนาดรูปร่างกับหน้าอกซึ่งเป็นใจต่อการปลอมแปลงเพศ จึงทำให้เธอเลือกที่จะเปิดเผยตัวตนในฐานะเพศชายต่อหน้าทุกคน
เพราะการควบคุมทหารรับจ้างที่ป่าเถื่อน การมีรูปลักษณ์เป็นเพศชาย ย่อมได้รับความเชื่อถือมากกว่าเป็นอิสตรีอยู่แล้ว
ไม่มีใครรู้ความจริงนี้
“ (คงจะดูถูกเพราะว่ายังดูหนุ่มไม่ได้เสียแล้วสิเนี่ย) ”
แม้แต่ฮาร์ดีเองก็ไม่รู้ถึงความจริงนี้เช่นกัน
“ตอนนั้นผมแค่พยายามหาทางช่วยชีวิตทุกคน ไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกนะครับ”
ฮาร์ดีเลือกที่จะพูดโกหกหน้าตาย
เอ็มม่าจ้องไปที่ดวงตาของฮาร์ดี
จ้องลึกลงไปในดวงตาสีฟ้าของเขา ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในหน้าต่างที่ซุกซ่อนความจริงเอาไว้เบื้องหลังของเขา
“...ให้ตายสิ เป็นคนตามอย่างที่พ่อว่าเอาไว้จริง เอาเถอะ ถือซะว่าผมไม่เคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วกัน”
เอ็มม่าหยิบถ้วยชาอังกฤษขึ้นมาดื่ม
กลิ่นหอมของใบชาเออเกรย์ลอยขึ้นตลบแตะจมูกชวนผ่อนคลาย ก่อนจะวางถ้วยลง แล้วยื่นเอกสารปึกหนึ่งให้กับฮาร์ดี
“อ่านนี่ซะ นี่คือคำสั่ง”
“... ครับ”
ฮาร์หยิบมาอ่านโดยไม่ใส่ใจนัก
เพราะเขาตั้งใจที่จะสะกดรอยตามชาวนางไม้ ทันทีที่ก้าวออกจากห้องบังคับการนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
แต่ทว่าความคิดนั้นของเขากลับต้องลังเลขึ้นมาชั่วขณะ เมื่อได้เห็นข้อความคำสั่งที่เขียนอยู่บนหน้าเอกสารเหล่านั้น
“นี่มัน---”
“คำสั่งออกสังเกตุการณ์ศัตรู ไม่เลวร้ายสำหรับคุณเลยใช่ไหมละครับ? ”
ฮาร์ดีถึงกับต้องกลืนคำพูดตัวเองลงไปในลำคอ
เอกสารนั้นได้ระบุให้ฮาร์ดีกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วย 666 พร้อมกับส่งอดีตลูกน้องที่เขาเคยฝึกมากับมือจำนวน 4 คนมาเข้าร่วมทีม
[อาเบล]
สตรีสัญชาติแอฟริกา ชาวอเมริกัน ผิวดำ ผมดำหยิกไว้ยาวปะบ่า ใบหน้ากลมรีสวยสมส่วน คิ้วหนา
ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วย
สูง 160 ซม.
อายุ 27 ปี
ความสามารถพิเศษ คือ การซุ่มยิง
ศาสนานับถือ คริสต์
[หวัง เหล่ย]
ชายชาวจีน ผิวขาว ใบหน้าหยาบ เต็มไปด้วยบาดแผล มีตาคมน่ากลัวพร้อมคิ้วรูปสายฟ้า ผมดำไว้รองทรงสูง
เป็นพวกนิสัยตรง ๆ พูดจาโผงผ่างเสียงดัง
สูง 180 ซม.
อายุ 31 ปี
ความสามารถพิเศษ คือ ระเบิด
เขาสามารถทำได้ทั้งการกู้ระเบิด หรือใช้สารเคมีเพื่อการผลิตระเบิดได้
ศาสนานับถือ พุทธ
[มาซาชิ]
คนหนุ่มชาวคนญี่ปุ่น มีผิวขาว ใบหน้ายิ้มตลอดเวลาที่ดูใจเย็นชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ตาเล็กสีดำ ผมสีดำไว้รองทรงสูง เป็นคนพูดน้อยและสุภาพ
สูง 170 ซม.
อายุ 26 ปี
ความสามารถพิเศษ คือ มีความจำดีจนเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ และเก่งเรื่องเครื่องกลกับคอมพิวเตอร์
ศาสนานับถือ ไร้ศาสนา
[เดลนัลซอร์กี้]
เป็นสตรีชาวรัสเซีย ผิวขาว ตาโตคมสีเขียวมรกต ผมสีบลอนด์ดัดลอนยาวปะบ่า มัดปอยแกะสองข้าง เป็นคนที่หน้านิ่งเรียบเฉยไร้อารมณ์ และพูดน้อยจนนึกว่าเป็นใบ้
สูง 180 ซม.
อายุ 25 ปี
ความสามารถพิเศษ คือ มีสัญชาตญาณรับรู้ภัยดี และเก่งการแพทย์มากที่สุดในกลุ่ม
ศาสนานับถือ คริส
เดลนัลซอร์กี้คือคนที่ฮาร์ดีรับมือยากที่สุด
เพราะเธอคือเด็กกำพร้าซึ่งฮาร์ดี้เก็บมาจากสนามรบ ตั้งแต่ตอนที่เขาพึ่งเข้าทำงานตอนอายุ 21 ปี เขาจึงมีความรู้สึกผูกพันธ์ดั่งลูกสาวของตัวเอง
“ (เป็นไอหนุ่มหน้าสวยที่ดูถูกไม่ได้เลยแฮะ) ”
หลังจากอ่านรายละเอียดทั้งหมดภายในสามนาที ฮาร์ดีก็ยิ่งรู้สึกจนตรอก
เอ็มม่ามองทะลุถึงความปราถนาของฮาร์ดีทั้งหมด
นอกจากจะเสนองานที่ตรงตามความต้องการของเขาแล้ว เธอยังมอบลูกน้องมือดี รถ อาวุธ ของทุกอย่างที่จำเป็นต่อการตามหาลูกให้กับเขาอีกด้วย
“... คิดจะซื้อใจผมเช่นหรือครับ? ”
“ทุกคนมีงานของตัวเอง เราก็แค่มอบงานที่เหมาะสมให้ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”
เอ็มม่าว่าเช่นนั้นแล้วส่งยิ้มให้กับเขา
ถึงจะเป็นรอยยิ้มที่ปกติ แต่ฮาร์ดีกลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากเธอ
“ [ถ้าอยากช่วยลูกโดยมีการสนับสนุนจากเรา ก็จงทำงานรับใช้บริษัทเราต่อไปซะ] ”
นั่นคือสิ่งที่ฮาร์ดีตีความได้จากรอยยิ้มของเอมม่า
"... อาเบลยอมเรื่องนี้หรือครับ? ไม่ใช่ว่าหัวหน้าหน่วย 666 คนปัจจุบันคือเธอหรือครับ? "
"คนที่ดีใจเป็นคนแรกเมื่อรู้ว่าถูกลดขั้นลงมาเป็นรองหัวหน้า ก็คืออาเบลนี่ละ"
"แล้ว… ภารกิจนี้ได้รับอนุญาตจากทางนานาประเทศหรือยังครับ? "
ฮาร์ดีพยายามที่จะหาเหตุผลเพื่อไม่ผูกมัดตัวเองกับองค์กร
อีกอย่าง เขาไม่อยากจะดึงลูกน้องที่ตัวเองรักเหมือนครอบครัวมายุ่งเกี่ยวด้วย
"ทำไมต้องแจ้ง? พวกเราไม่ได้เป็นกองทหารที่มีเพื่อรับใช้ชาติ พวกเราคือกองทหารรับจ้าง ต่อให้เป็นอเมริกาซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทเข้ามากดดัน ก็ไม่สามารถมาปิดอิสระของพวกเราได้ พวกเราคือบริษัทเอกชนที่ถ้าหากมีเงินมางานก็เดิน นั่นละคือพวกเรา บริษัททหารรับจ้าง [World Of War] "
ดูท่าเจ้านายของเขาจะไม่ยอมให้ฮาร์ดียกเลิกคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นมาแล้ว
"เราเรียกลูกน้องของเจ้าให้เตรียมพร้อมออกเดินทางตั้งแต่เมื่อคืน รวมไปถึงของใช้ส่วนตัวของเจ้าก็ถูกขนไปที่รถแล้วด้วย หลังจากคุยเสร็จ ให้เจ้าเริ่มภารกิจในทันที"
เอ็มม่าไม่แม้แต่จะยอมเปิดโอกาสให้เขาได้แอบใช้ช่องว่างใด ๆ ลอบหนีออกไปอีกด้วย
เรียกได้ว่าหมดซึ่งหนทางปฏิเสธอย่างแท้จริง
“โอเค… ผมยอมแพ้ท่านแล้ว”
ฮาร์ดีถอนหายใจยาว ยืนยืดหลังตรง สูดลมหายใจลึกจนเต็มปอด แล้วทำวันทยาหัตถ์เคารพด้วยทวงท่าที่สง่างามให้กับเอ็มม่า
“กระผม [ฮาร์ดี ชาร์สเซอร์] ยินดีรับทำภารกิจนี้ครับ! "
***ในเวลาเดียวกัน
"&$&$!! "
" (... เสียงอะไร?) "
เด็กตัวน้อยคนหนึ่งกำลังลืมตาขึ้นจากการหลับไหล
" (.... มืดจัง? แถมยังหนัก…?) "
ความรู้สึกแรกที่เด็กน้อยรับรู้ คือน้ำหนักตัวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดวิสัย
เด็กน้อยพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น
และเมื่อเขาสามารถเบิกเนตร เปิดโลกที่มืดบอดให้สว่างสดใส
" (ทะ--- ท้องฟ้าสีเขียว!? แล้วทำไมถึงเห็นดาวทั้งที่ยังฟ้าสว่างกันได้ละเนี่ย!) "
เด็กน้อย--- หรือลูกสาววัยเจ็ดขวบของฮาร์ดี กำลังพบว่าตัวเอง ได้ตื่นขึ้นมาบนโลกที่ไม่รู้จักไปเสียแล้ว