ตอนที่ 2 สวัสดีครับคุณพ่อตา
หลังจากนั้นหลงเทียนก็ได้นั่งรถไปกับเยว่เสวี่ย เดินทางประมาณ 10 นาทีก็มาถึงโรงแรมที่ได้นัดกับครอบครัวไว้ หลังจากถึงโรงแรมหรู
หลงเทียนกับเยว่เสวี่ยก็ได้เข้าไปพบกับครอบครัวที่นัดไว้ โดยยังมีอีกตระกูลอยู่อีกด้วย นั้นก็คือตระกูลฉิน เป็ตระกูลที่บ่มเพาะนักสู้เป็หลัก
หลังจากเยว่เสวี่ยได้เข้ามาก็ได้ทักทายทุกท่านด้วยใบหน้าเฉยเมย แต่ยังคงความสวยอยู่
" สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณอาฉิน พี่ฉินหง"
เยว่หวงถามด้วยความแปลกใจ "เธอพาใครมาด้วยละ เพื่อนเธอหรอ?"
"ไม่ใช่หรอกค่ะ แฟนหนูเอง เราคบกันมาสักพักแล้วค่ะ เลยอยากพามาแนะนำให้พ่อรู้จักสักหน่อย"
เยว่หวงทำหน้ามืดมน แล้วถามเธอด้วยเสียงที่ต่ำ "เธอว่าไงนะ ? แฟนเธอหรอ เธอไปมีแฟนตอนไหนทำไมไม่บอกพ่อก่อน"
หลงเทียนทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแอบกวนโอ๊ย "สวัสดีครับคุณพ่อตา ผมหลงเทียนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณพ่อตา"
"ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อตา!!! นาา นายเป็ใครกันทำไมมาคบกับลูกสาวฉัน แล้วก็เธอไม่ใช่ว่าเธอรู้อยู่แล้วนะว่าวันนี้ฉันนัดเธอมาทำไม" เยว่่หวงตอบกลับด้วยความโกรธ
"อ่อ ขอโทษครับคุณพ่อตา เห๊ย คุณอา ผมเป็ใครนะหรอ ผมก็แค่คนธรรมดาคนนึงเท่านั้นเองแหละครับคุณอา" หลงเทียนตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เอาละๆทุกท่านเรามานั่งกันก่อนดีกว่านะครับ" ฉินยี่พูดขึ้นด้วยความใจเย็น
ฉินยี่เป็ผู้าุโ ของตระกูลฉิน ตระกูลฉินเป็ตระกูลนักสู้แต่ฉินยี่ถนัดเื่ทำธุรกิจมากกว่า
"ครั้งนี้ที่ตระกูลเยว่นัดเรามา อยากรู้ว่านัดมาคุยเื่อะไรหรอ" ฉินยี่ถามด้วยใบหน้าไขซื่อ (ถึงจะรู้อยู่แล้วก็ตาม)
เยว่หวงตอบกลับด้วยเสียงร่าเริง "ครั้งนี้ที่ตระกูลของเรานัดมา เพื่อพูดคุยเื่การหมั้นหมายของเยว่เสวี่ยกับนายน้อยฉิน ถ้าเราสองตระกูลเชื่อมสัมพันธ์กันเราคงจะผลักดัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้นะครับ"
"เอ๊ะ!! คุณอาครับ แต่เยว่เสวี่ยเป็แฟนผมนะครับ เธอจะไปหมั้นกับเ้านายน้อยฉินได้ยังไงหรอครับ?" หลงเทียนถามด้วยความสงสัย
"คนอย่างนายไม่มีสิทธิ มาคบกับน้องเยว่เสวี่ยหรอกนะ" ฉินหงพูดด้วยท่าทีดูถูกหลงเทียน
"นายเก็บน้ำลายหน่อยได้รึป่าวเนี่ย!! มันเกือบจะไหลออกมาจากปากนายแล้ว" หลงเทียนพูดด้วยหัวเราะไปด้วย
"บังอาจเ้าคนชั้นต่ำ แกบังอาจว่าฉันหรอ!! จัดการมันหน่อย ให้รู้ซะหน่อยว่าใครเป็ใคร " ฉินหงโมโหเืขึ้นหน้า จึงสั่งลูกน้อง 3 คน ให้ลงมือจัดการหลงเทียน
ตัวประกอบที่ 1 และ 2 ได้เข้าไปจะต่อยหลงเทียน ตัวประกอบทั้ง 2 คนเป็นักสู้ระดับแรกเริ่มขั้นกลาง ถือเป็นักสู้ที่มีฝีมือ
" หึ ฝีมือแค่นี้แต่บังอาจจะต่อยข้าอย่างนั้นรึ " หลงเทียนตอบกลับด้วยเสียงดูถูก ก่อนจะปล่อยมันใส่อากาศจนทำให้ตัวประกอบสองคนกระเด็น ก่อนจะสลบไป จากนั้นตัวประกอบที่ 3 ได้ใช้อาวุธระดับต้นเข้าไปจะจัดการ แต่หลงเทียนก็จับอาวุธได้และอาวุธก็ถูกทำลายลงในทันที
ฉินยี่ที่เห็นอย่างนั้นจึงอุทานขึ้น " นักสู้ระดับปฐี ไม่ ไม่น่าเชื่อ นายเป็ใครกันแน่ หรือจะมาจากตระกูลนักสู้อื่นกัน" คนที่จะทำลายอาวุธระดับต้นได้ อย่างน้อยต้องเป็นักสู้ระดับปฐีขึ้นไปเท่านั้น
เยว่เสวี่ยก็ยังใเพราะคิดว่าหลงเทียนเป็แค่คนธรรมดา หลังจากที่ได้ยินฉินยี่พูดแบบนั้น เ้าตัวประกอบที่ 3 ก็ใจนสลบไป
เยว่หวงเองก็ใ เพราะไม่่คิดว่า ไอหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าพ่อตา จะเป็ถึงนักสู้ระดับปฐี
"อะไรคือนักสู้ระดับปฐีเช่นนั้นรึ" หลงเทียนพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย
"อะไรกันนายไม่รู้จักนักสู้อย่างนั้นหรอ" เยว่เสวี่ยจึงอธิบาย "นักสู้คือคนที่ฝึกตน จนมีความสามารถมากกว่าคนทั่วไป โดยจะแบ่งระดับเป็คือ ระดับ แรกเริ่ม แบ่งเป็ ขั้นต้น กลาง สูง และสูงสุด ต่อมาจะเป็ระดับ เชี่ยวชาญ แบ่งเป็ ขั้นต้น กลาง สูง และสูงสุด ต่อไปก็จะเป็ระดับปฐี นภา และ์ ซึ่งระดับปฐีจะเป็ความสามารถที่ผู้นำตระกูลนักสู้ระดับกลางควรจะมี ส่วนระดับนภา คือ ระดับของผู้นำตระกูลนักสู้ระดับสูง ควรจะมี"
"แล้วระดับ์ละ" หลงเทียนถามด้วยความสงสัย เพราะทั้งแต่กำเนิดยังไม่เคยได้ยินว่าในมหาพิภพจะมีระดับพวกนี้อยู่ด้วย
"ระดับ์อย่างนั้นหรอ? ถือว่าเป็ระดับของผู้นำตระกูลนักสู้ระดับสูงสุดเท่านั้น และในประเทศนี้คงมีแค่ 1 คนเท่านั้นแหละ"
"เขาคือใครล่ะ" หลงเทียนเองก็อย่างจะรู้ว่าใครคือผู้ที่มีระดับพลังมากที่สุดในประเทศนี้
"เขาเป็ผู้นำตระกูลลี่ ซึ่งเป็ตระกูลที่แกร่งแข็งที่สุด แต่ก็ไม่มีใครรู้ชื่อเต็มของเขาหรอกนะ เพราะตระกูลลี่เป็ตระกูลลับยังไงละ"
*ตระกูลลับ หมายถึงตระกูลที่ไม่เปิดเผยตัวตน จะออกเฉพาะเวลาที่มีงานรวมตัวหรือมีปัญหาใหญ่*
"งั้นตระกูลฉินละ"
"ตระกูลของพวกเราคือตระกูลระดับสูง ซึ่งเป็ตระกูลอันดับ 3 ยังไงละ เป็ไงละใใช่มั้ยล่ะ" ฉินหงพูดด้วยความภูมิอกภูมิใจ
"ก็งั้นๆ" หลงเทียนพูดขึ้นมาโดยไม่ใส่ใจ