ก่อนเข้านอนคืนนั้นแม่หลินจึงเล่าให้ผู้เป็สามีฟังถึงเื่ที่ซินเยวี่ยเห็นหลิวกุ้ยหรงแอบนัดพบกับหลี่กั๋วหมินในป่ารวมถึงเื่ที่ซินเยวี่ยเสนอให้ป้าใหญ่แต่งงานใหม่กับอาคนที่สองของหวังไฉ่เหลียน
พ่อหลินวางกล้องยาสูบลงบนขอบหน้าต่างก่อนจะพูดอย่างช้าๆ “ป้าใหญ่ของลูกกับหลี่กั๋วหมินนี่ก็เกินไปนะหน้าไม่อายกันบ้างเลย ลูกโตขนาดนี้แล้วยังทำตัวเหลวแหลกแบบนี้เหม่ยอ้ายยังไม่ได้แต่งงานเลยนะทำแบบนี้มันจะไปกระทบกระเทือนถึงเหม่ยอ้ายเข้าน่ะสิ”
แม่หลินถอนหายใจ“ใครว่าไม่จริงล่ะก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินคนพูดกันว่าป้าใหญ่ของลูกกับหลี่กั๋วหมินอะไรนั่นฉันก็คิดว่าเป็พวกขี้ปากเสียมากกว่า ที่ไหนได้ดันมีเื่จริงซะได้เยวี่ยเยวี่ยของเรายังบริสุทธิ์ เห็นภาพบาดตาแบบนั้นเข้าไปได้”
พ่อหลินแค่นเสียง“ก็มีแต่แกนั่นแหละที่คิดว่าป้าใหญ่ของแกเป็หญิงพรหมจรรย์ผู้แสนดีในเมื่อแกรู้เื่น่าอับอายของป้าใหญ่กับหลี่กั๋วหมินแล้วต่อไปก็ตีตัวออกหากจากเขาหน่อย ถึงแม้ว่าเขาจะเป็พี่สาวแท้ๆ ของแกก็ตามส่วนเื่ที่เยวี่ยเยวี่ยแนะนำให้แกไปเกลี้ยกล่อมให้ป้าใหญ่แต่งงานใหม่น่ะแกก็ลองพูดๆ ไปก็แล้วกัน ฉันว่าเขาก็คงไม่ยอมหรอก พูดแค่เป็พิธีก็พอ”
หลินซื่อเหลียงไม่เคยมีความรู้สึกดีๆให้กับพี่เมียคนนี้เลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ทำตัวไม่เหมาะสมไม่ดูแลตัวเองให้สะอาดสะอ้าน แถมยังชอบเห็นแก่ตัว มองคนต่ำต้อยอีกด้วย หลายปีมานี้หลินซื่อเหลียงช่วยเหลือครอบครัวพี่เมียไปไม่น้อย แต่พวกเขากลับไม่รู้จักบุญคุณเพราะครอบครัวหลินยากจน หลิวกุ้ยหรงจึงดูถูกเหยียดหยามจากใจจริงไม่ว่าจะมีของดีอะไรในบ้านก็จะเก็บไว้ให้ครอบครัวน้องชายคนที่สองของตัวเองซึ่งก็คือลุงคนที่สองของซินเยวี่ย
ลูกชายคนโตของบ้านลุงสองของซินเยวี่ยมีชื่อว่าหลิวฉางหลินทำงานเป็กรรมกรในเมือง ซึ่งถือเป็กรรมกรเพียงคนเดียวของตระกูลหลิว ด้วยเหตุนี้ครอบครัวลุงสองจึงพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย กลายเป็ที่เชิดหน้าชูตาในหมู่บ้านมีญาติพี่น้องคอยเอาอกเอาใจมากมาย หลิวกุ้ยหรงเองก็ประจบประแจงน้องชายคนที่สองของตัวเองไม่น้อยตรงกันข้ามกับหลิวกุ้ยเซียง น้องสาวคนที่สองที่ช่วยเหลือครอบครัวของตนมาโดยตลอดกลับไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีเท่าที่ควรส่วนใหญ่เป็เพราะเธอคิดว่าครอบครัวหลินไม่มีคนมีความสามารถซินเยวี่ยเรียนเก่งจริง แถมหน้าตาก็สวย แต่ก็เป็แค่เด็กผู้หญิงสินสอดทองหมั้นน้อย เรียนจบมหาวิทยาลัยไปก็คงหาครอบครัวที่ดีไม่ได้ส่วนหลินเต๋อหัวก็เป็แค่ชาวไร่ชาวนาธรรมดาๆ คนหนึ่ง
แม่หลินชินชากับท่าทีรังเกียจพี่สาวของเธอจากสามีไปเสียแล้วแต่เมื่อพิจารณาดูแล้วเธอก็เข้าใจถึงความรู้สึกนั้นได้พี่สาวของเธอบางครั้งก็ทำให้ผู้คนผิดหวัง หรืออาจจะถึงขั้นเสียใจเลยทีเดียว
วันรุ่งขึ้นแม่หลินจึงเดินทางไปยังบ้านของหลิวกุ้ยหรง
เธอไม่สามารถพูดได้ว่าซินเยวี่ยเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นแต่กลับพูดอ้อมๆ ถึงเื่การแต่งงานใหม่ รวมถึงเื่ที่หวังเอ้อร์ซุ่นอาคนที่สองของหวังไฉ่เหลียนเป็ตัวเลือกที่ไม่เลว
เมื่อได้ยินว่าน้องสาวแนะนำให้ตนแต่งงานกับหวังเอ้อร์ซุ่นหลิวกุ้ยหรงก็หน้าบึ้งในทันที “กุ้ยเซียงเธอหมายความว่ายังไง? ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางแต่งงานกับคนประเภทนั้นหรอก”
หลิวกุ้ยหรงไม่ชอบหวังเอ้อร์ซุ่นที่ซื่อๆตรงๆ เลยสักนิด สามีเก่าของตนมีความสามารถ มีฝีมือในการฝังเข็มเขาเลี้ยงดูคนในครอบครัวด้วยฝีมือนี้ ทำให้ั้แ่แต่งงานเข้ามาหลิวกุ้ยหรงก็ไม่เคยลำบากยากเย็นอะไร
ตอนนี้สามีเสียไปแล้วเธอและเหม่ยอ้ายสองคนทำไร่ทำนาไม่กี่ไร่ก็ค่อนข้างลำบาก แต่ก็ยังพออยู่ได้อีกทั้งเธอยังเป็หัวหน้ากลุ่มสตรีและคอยเป็แม่สื่อแม่ชักให้คนอื่นๆ ไปทั่วได้รับผลประโยชน์ไปไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เธอจะหาใหม่ก็ต้องหาคนที่มีความสามารถ
ตอนนี้เธอกับหลี่กั๋วหมินกำลังหวานชื่นกันอีกทั้งตนเองก็ได้รับผลประโยชน์จากเื่นี้ไม่น้อยดังนั้นหลิวกุ้ยหรงจึงไม่มีทางแต่งงานกับคนโสดที่นอกเหนือจากความซื่อสัตย์สุจริตแล้วไม่มีอะไรเลย
เมื่อเห็นว่าพี่สาวมีปฏิกิริยาที่รุนแรงเช่นนี้แม่หลินจึงไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ “ฉันแค่พูดไปเท่านั้นเองอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ แต่พี่ ในหมู่บ้านเขาลือกันเื่พี่กับเลขาหลี่กันให้แซ่ดแถมยังมีคนเห็นกับตา ฉันหวังว่าพี่จะคำนึงถึงเหม่ยอ้ายบ้างนะ เธอเพิ่งจะโตเป็สาว”
หลิวกุ้ยหรงพูดอย่างไม่ใส่ใจ“ใครอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้เขาพูดไปเถอะ กุ้ยเซียงพวกเรามีแม่คนเดียวกันนะ เธอต้องเข้าข้างฉันสิ”
เมื่อเห็นว่าพี่สาวของตนไม่รับน้ำใจของตนเลยแม่หลินก็เข้าใจแล้ว
แม้ว่าจะไม่ถึงกับตัดขาดจากพี่สาวไปเสียทีเดียวแต่ในใจของแม่หลินก็มีการตัดสินใจของตัวเอง
เธอและหลินซื่อเหลียงใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์สุจริตมาทั้งชีวิตลูกๆ ทุกคนก็มีคุณธรรมที่ดีเธอไม่อยากให้เื่ของป้าใหญ่มาทำให้ลูกชายและลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานต้องเดือดร้อนไปด้วย
หลังจากที่รู้ว่าป้าใหญ่ไม่ยอมแต่งงานใหม่กับอาคนที่สองของหวังไฉ่เหลียนซินเยวี่ยก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก เธอรู้นิสัยของป้าใหญ่ดีผู้หญิงที่ชอบความหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างเธอจะไปชอบผู้ชายอย่างหวังเอ้อร์ซุ่นได้อย่างไร
ซินเยวี่ยจำไม่ได้ว่าเื่ชู้สาวของป้าใหญ่กับหลี่กั๋วหมินดำเนินไปนานแค่ไหนเพราะหลังจากที่เธอแต่งงานกับจางเฉียง ชีวิตของเธอก็ยุ่งเหยิงวุ่นวายเธอจะเอาเวลาที่ไหนไปยุ่งเื่ความสัมพันธ์ของคนอื่นกัน
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จในวันนั้นแม่หลินก็บอกกับซินเยวี่ยที่กำลังจะเข้าป่าไปเก็บผักว่า“แม่จะไปดูบ้านพี่สาวคนที่สองของแกหน่อย แกขี่จักรยานพาแม่ไปหน่อยสิ”
เมื่อได้ยินว่าจะไปบ้านพี่สาวคนที่สองซินเยวี่ยก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบวางตะกร้าไม้ไผ่กับเสียมลง แล้วพูดว่า“แม่รอเดี๋ยวนะ หนูจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในก่อน”