แหวนมิติ

    ตอนที่7 เขียนนิยาย



    เธอมองหลางหลินด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดว่า "เป็นยังไง หนังสือที่ฉันแนะนำมีแต่สนุกๆ ทั้งนั้นเลยเห็นมั้ย"
    "ใช่ หนังสือเหล่านี้เป็นหนังสือที่ยอดเยี่ยมจริงๆ" หลางหลินยิ้มตอบเช่นกัน
    "ฉันดีใจนะ ที่ชอบหนังสือเหล่านี้ มันคงจะมีความสุขเป็นอย่างมากที่มีคนอ่านพวกมัน ดีกว่าเก็บไว้ให้ฝุ่นเกาะในห้องมืดๆ" อยู่ๆ ไม่รู้เพราะอะไร น้ำเสียงของเธอค่อนข้างเศร้าเล็กน้อย
    "ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว หนังสือเหล่านี้ล้วนเป็นของเก่าที่คนไม่เห็นค่า พวกเขาไม่ต้องการอ่านหนังสือแบบกระดาษเป็นเล่มอีกต่อไป จะอ่านแค่ในอีจีสเท่านั้น"
    จากที่ฟัง อีจีสที่ว่าคงเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคนในที่นี้เรียกว่า อีจีส
    ซึ่งในโลกของหลางหลินเอง ก็รู้เช่นกันว่า สื่อออนไลน์นั้นมาแรงเป็นอย่างมาก มีนิตยสารหลายแห่งพากันปิดตัวลง เพราะความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสื่อสิ่งพิมพ์นั้นจะตายจากไป คนที่ซื้อแบบเล่มก็ยังมี เพราะนั่นเป็นอะไรที่จับต้องได้ มันสามารถเก็บไว้ในชั้นวางสวยๆ และมีคุณค่าทางจิตใจ แน่นอนว่าคงมีแค่คนที่รักหนังสือเท่านั้นที่เข้าใจ
    "เอ๊ะ นี่ก็สายแล้ว ฉันต้องไปทำงานก่อนนะ ขอให้อ่านหนังสือให้สนุกละ" เธอมองนาฬิกาที่เหมือนกับสายรัดข้อมือ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปและหันมายิ้มหวานให้
    หลางหลินยิ้มตอบ เขารอให้เธอหายลับไปจากสายตา ก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย
    ประกายตาของเขาตอนนี้ดูชั่วร้ายเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปยังชั้นของหนังสือ ที่นี่มันเหมือนกับขุมทรัพย์ที่ทำเงินให้กับเขาได้อย่างมหาศาล!
    "เวลาใกล้จะหมดแล้ว งั้นเริ่มเลยละกัน" ว่าแล้วหลางหลินก็ใช้แหวนมิติ กวาดหนังสือที่อยู่บนชั้นไปจนหมด เท่านั้นยังไม่พอเขายังกวาดไปยังชั้นอื่นด้วย เพราะแหวนมิติของเขามีพื้นที่ 4 เมตร มันจึงสามารถเก็บหนังสือเหล่านี้ได้หลายเล่ม
    กว่าจะรู้ตัว เขาก็กวาดไปจนชั้นที่ 5
    และประตูมิติก็ปรากฏแล้ว
    หลางหลินมองไปยังชั้นหนังสือด้วยรอยยิ้ม "ฉันจะไม่ทำให้พวกคุณผิดหวัง หนังสือของพวกคุณมันจะต้องโด่งดังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มันจะอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์!"
    ประตูได้หายไปแล้วพร้อมกับร่างของหลางหลิน
    ซึ่งไม่นานนัก ที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขาไม่นึกเลยว่าจะมีคนกล้าขโมยหนังสือจากสตาร์ทาวเวอร์ มันเป็นอะไรที่บ้ามากที่มาขโมยหนังสือที่นี่ การป้องกันที่นี่แน่นหนาเป็นอย่างมากมันยังคิดว่าจะรอดไปงั้นเหรอ?
    และเจ้าของที่นี่เองก็เป็นคนเลือดเย็น หากมีใครดีตอบเขาก็จะดีด้วย แต่หากใครร้ายตอบเขาก็จะร้ายยิ่งกว่ามันนับสิบเท่า!
    แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าต่อให้หาขโมยคนนั้นยังไง ก็ไม่มีทางหาเจอ เพราะเขาเดินท้างข้ามมิติ!
    ××××××××××
    แอ๊ด...
    เสียงประตูเปิดออก พร้อมกับใบหน้าของหลางหลินที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
    มิ้ว! กระต่ายน้อยเมื่อเห็นว่าเขากลับมา ก็รีบกระโดดเข้ามาหาด้วยความคิดถึง เหมือนกับว่า... มันกลัวเขาจะไม่กลับมา เมื่อเข้าไปยังประตูที่หน้ากลัวนั่น!
    "คิดถึงฉันงั้นเหรอ" หลางหลินขยี้หัวของกระต่ายน้อย "ฉันแค่ไปสิบห้านาทีเองนะ แต่ดูหน้าแกตอนนี้สิ หึหึ น่ารักชะมัด"
    มิ้ว! กระต่ายน้อยรู้สึกเคลิ้ม เมื่อถูกมือของหลางหลินลูบหัว
    หลางหลินกลับเข้าไปในบ้าน วางกระต่ายน้อยลง ก่อนจะหยิบแล็ปท็อปออกมาจากชั้นวาง แล็ปท็อปของเขาค่อนข้างเก่า มันเป็นของมือสองที่เขาซื้อสมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย
    แต่ถึงแม้มันจะเก่าสภาพของมันก็ยังดีอยู่ และถึงแม้เครื่องมันจะช้าไปบ้างก็ตาม
    ตอนนี้เขาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์มือถือ ทำให้เขาใช้เน็ตได้
    หลางหลินเข้าเว็บไซต์นิยายที่นิยมเป็นอย่างมาก มันมีหมวดหมู่อย่างชัดเจนในการเลือกหานิยายต่างๆ
    นิยายติดท็อปล้วนเป็นนิยายที่มีการอ่านมากกว่าล้านครั้ง และแน่นอนว่ามันถูกตีพิมพ์เพราะกระแสที่นิยม บวกกับจำนวนแฟนคลับด้วย
    พวกเขาไม่กังวลเลยว่าจะขายไม่ได้
    หลางหลินเลื่อนดูสิ่งต่างๆ บนเว็บไซต์อย่างคุ้นเคย เว็บไซต์นี้เพื่อนของเขาเคยเขียนนิยายลงไว้ เธอเป็นเพื่อนเรียนในสมัยวิทยาลัย เขานั่งติดกับเธอ เธอชื่อว่าหยูหย่าเฟย
    หยูหย่าเฟยเป็นผู้หญิงขี้อาย มักจะใส่แว่นหนาเตอะ ใบหน้าของเธอมักจะถูกปิดไว้ด้วยผมที่เหมือนกับผีจูออน ใบหน้าของเธอที่ซ่อนอยู่นั้น ไม่ใช่ว่าหลางหลินไม่เคยเห็น เขาเคยเห็นมันครั้งหนึ่งตอนนั้น ใบหน้าของหยูหย่าเฟยงดงามเป็นอย่างมาก ผิวที่ขาวเนียนกอปรกับใบหน้ารูปไข่ ถึงแม้จะมีแว่นขนาดใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้ลดทอนความสวยของเธอเลยแม้แต่น้อย
    หลางหลินด้วยความที่สนิทกันเพราะนั่งข้าง เขาเคยถามเธอว่าทำไมถึงชอบปิดบังใบหน้า
    หยู่หย่าเฟยหันมาตอบว่า "ฉันไม่ชอบที่จะให้ใครมองใบหน้าของฉัน มันค่อนข้างประหลาดเมื่อฉันเห็นสายตาพวกนั้นตอนยังเด็ก ฉันไม่ชอบสายตานั้นเลย ฉันจึงเลือกที่จะปิดมันเอาไว้ และหันมาใส่ใจงานเขียนดีกว่า"
    "เธอเขียนอะไรอยู่งั้นเหรอ?" หลางหลินค่อนข้างเสียดาย ใบหน้าของเธอออกสวย แต่เธอดันไม่ชอบให้คนมองงั้นเหรอ? นี่ค่อนข้างที่จะแปลก เพราะคนส่วนมากมักจะให้คนได้เห็นว่าตัวเองสวยและหล่อแค่ไหน แต่เธอกลับปกปิดไว้เพราะไม่ชอบสายตา?
    "เขียนนิยาย...มันเป็นสิ่งที่ฉันชอบน่ะ นายอยากจะหัวเราะมั้ยล่ะ?" หยูหย่าเฟยถาม
    "ฉันจะไปหัวเราะผลงานของคนที่ทุ่มเทได้ยังไงกันล่ะ ...ว่าแต่เธอเขียนเรื่องอะไรอยู่งั้นเหรอ ขอฉันอ่านหน่อยสิ"
    นี่คือความทรงจำของหลางหลิน เธอถือเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด หยูหย่าเฟยเรียนปีเดียวแล้วย้ายออก ทำให้ไม่รู้ว่าหลางหลินประสบอุบัติเหตุ
    เมื่อหลางหลินเข้ามายังเว็บไซต์นี้ ช่วยไม่ได้ที่เขาจะกดเข้ามาดูผลงานของเธอ
    มังกรจุติ! นี่เป็นนิยายของเธอที่ได้รับการตีพิมพ์ แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะตีพิมพ์เพราะต้องการทำเป็นรูปเล่มขายเอง เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะเธอรวยเเละมีต้นทุน จึงอยากที่จะทำเองแต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ
    ยอดการเข้าอ่านนิยายเรื่องนี้ในอินเตอร์เน็ตสูงถึงสิบล้าน! ซึ่งเป็นจำนวนที่มาก
    "ตอนนี้เธอมีผลงานสองเรื่องแล้วงั้นเหรอ?" เว็บบอร์ดของเธอได้มีอีกเรื่องหนึ่งเพิ่มขึ้นมา ดูเหมือนว่าเธอจะเพิ่งเขียนหลังจากเขียนเรื่องนั้นเสร็จ ทำให้ตอนนี้มีเพียงไม่กี่ตอนเท่านั้น
    หลางหลินปิดหน้านั้น และสมัครสมาชิกเว็บ เมื่อเขาสมัครเสร็จ ก็เริ่มที่จะเขียนนิยายบัลลังก์สีเลือดในทันที! นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเปิดตัวของฉิงเหว่ย ทำให้เขาประสบความสำเร็จในเส้นทางของนักเขียน
    และหลางหลินก็จะใช้มันเปิดตัวเส้นทางนักเขียนของเขา!
    หลางหลินนำหนังสือออกมาจากแหวนมิติ มันไม่ได้ให้ค่าประสบการณ์เขาเมื่อเก็บมันมา จึงทำให้รู้ว่าหากของสิ่งนั้นธรรมดาไป มันก็จะไม่ให้ค่าประสบการณ์
    แต่กระต่ายน้อยนั้นให้ค่าประสบการณ์ ถึงแม้มันจะน้อย แต่มันก็ต้องมีประโยชน์บ้างแหละน่า ถึงได้ค่าประสบการณ์
    หลางหลินเริ่มเขียนคำเกริ่นก่อน และนามปากกาที่เขาใช้ก็คือ 'ดาบผ่าสวรรค์!
    ในความหมายของเขาคือ มันเหมือนกับปากกาที่กระชากวิญญาณของผู้อ่าน ทำให้ลุ่มหลงในลายอักษรที่บ้าคลั่ง ด้่งดาบผ้าสวรรค์!
    เพราะงั้นถึงได้ชื่อว่า ดาบผ่าสวรรค์!
    หลางหลินเคยเขียนเรื่องสั้นส่งอาจารย์ ทำให้เขาพอมีพื้นฐานการเขียนอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม... ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องนั่งคิดพล็อตให้ปวดหัวเลย
    เพราะเขามีต้นฉบับนิยายพวกนี้อยู่หลายเรื่อง!
    มันจะทำให้เขารวยได้อย่างรวดเร็ว!
    การเขียนนั้นทำให้รวยก็จริง แต่นั่นหมายถึงผลงงานนั้นเป็นผลงานที่ดังในระดับหนึ่ง หากไม่ดังล่ะก็ ก็ไม่ต่างจากนักเขียนไส้แห้ง
    เส้นทางของการเป็นนักเขียนนั้นยากก็จริง แต่สำหรับหลางหลินนั้น มันง่ายมาก เพราะเขาไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากลอกจากหนังสือในมือ!
    หลางหลินไม้ได้คิดว่าจะเขียนมันทั้งหมดลงเว็บ เขาแค่เขียนลงไป 16 ตอน จากนั้นก็เปิดให้อ่านไปหนึ่งตอนก่อน เพื่อเรียกน้ำย่อย
    มันเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ที่เขาได้รู้มาจากหยูหย่าเฟย
    หากเขาลงไปวันนี้ 16 ตอนเขาจะได้ยอดคอมเมนต์สักเท่าไรกันเชียว
    มันจะดีกว่าหากทำให้พวกเขาทรมานด้วยการอัปวันละตอน มันจะทำให้พวกเขาเสพติดและรอคอย แน่นอนว่ามันได้ผลดีหากเนื้อเรื่องสนุก แต่หากไม่...ก็บอกได้เลยว่าเสียเวลาเปล่า
    โชคดีที่หนังสือนิยายที่เขานำมาเป็นภาษาจีนทั้งหมด ไม่งั้นเขาคงจนปัญญาเพราะภาษาต่างมิติ
    หลังจากที่เขาเขียนคำเกริ่นและอัปตอนแรกไปแล้ว หลางหลินก็รู้สึกหิวจึงไปทำบะหมี่กิน
    มิ้ว! กระต่ายน้อยเมื่อเห็นเขาว่างจากหน้าจออันแปลกประหลาด มันก็เดินเข้ามาคลอเคลียอย่างกับลูกแมว
    ดูเหมือนว่า มันจะชอบให้เล่น
    หลางหลินยิ้มเเละยกมันขึ้นมา ก่อนจะเดินไปในครัวและทำบะหมี่ออกมาสองถ้วย แน่นนอนว่าอีกถ้วยเป็นของกระต่ายน้อย
    วันนั้นที่เขาซื้อบะหมี่กลับมา เจ้ากระต่ายน้อยเมื่อกินเข้าไปก็ชอบมาก มันชอบเส้นของบะหมี่และน้ำซุปที่เย็นชืด
    และนั่นก็เป็นบะหมี่ที่อืดแล้ว เพราะกระต่ายน้อยรอให้มันเย็น
    หลางหลินกินบะหมี่กับกระต่ายน้อย พร้อมกับตบท้องด้วยความอร่อย สำหรับเขาที่ยากจน อาหารอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็หรูแล้ว
    และเมื่อเขากลับมาดูแล็ปท็อป ใบหน้าก็เผยให้เห็นความประหลาดใจ!