(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70

    บทที่ 46 บีบบังคับจนเธอถึงทางตัน

    บทที่ 46 บีบบังคับจนเธอถึงทางตัน


    ฉินเสี่ยวซู่กำลังขนของเข้ามาก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยฝ่ามือขนาดใหญ่บนใบหน้าของหวังเหลียน


    “คุณเป็นอะไร? มีคนทำร้ายคุณอีกแล้วเหรอ”


    หวังเหลียนรีบเบือนหน้าหนีรีบปฏิเสธพัลวัน “มะ…ไม่มีอะไร”


    ฉินเสี่ยวซู่ขมวดคิ้ว “จะไม่มีอะไรได้ยังไง หน้าบวมขนาดนั้น แล้วชิงชิงอยู่ไหน”


    ถ้าจ้าวชิงชิงอยู่ที่นี่ เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น จ้าวชิงชิงต้องจัดการคนคนนั้นจนหมดสภาพแน่ ๆ


    ไป๋อวี้ดุ “เสี่ยวซู่ อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้านนักได้ไหม”


    ฉินเสี่ยวซู่กำลังจะปริปาก แต่เมื่อคิดว่าเธอคงมีเหตุผลของตัวเอง เขาก็ได้แต่ปิดปากเงียบแล้ววิ่งไปขนของอีกครั้ง


    หวังเหลียนรู้สึกอับอายมากจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น


    เมื่อก่อนเธอคิดว่าไป๋อวี้ปากร้ายแต่ใจดี แต่ไม่ว่ายังไงก็อยากได้ความช่วยเหลือจากไป๋อวี่


    แต่ไม่คิดว่าไป๋อวี้จะเป็นแบบนี้...


    ไป๋อวี้นั่งลงข้างเตียงเตาแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้วาดรูปเสร็จหรือยัง? เอาให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?”


    หวังเหลียนพูดอย่างรวดเร็ว “วาดเสร็จแล้ว”


    พูดเสร็จก็รีบค้นกระดาษแล้วยื่นให้ไป๋อวี้ด้วยมือซ้าย


    นี่เป็นรูปแบบที่ช่างตัดเสื้อคนเก่าวาดไว้ และคนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าใจได้


    แต่ชาติที่แล้วไป๋อวี้เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตสินค้ารายเล็ก ๆ เธอมีความรู้มากมาย จึงสามารถบอกความแตกต่างได้


    ไป๋อวี้รับมา “แก้หน่อยได้ไหม? ติดกระดุมตรงข้อมือเพิ่มจะดีกว่า”


    ต้องมีการปรับรูปแบบเล็กน้อย


    ปกติแล้วหวังเหลียนจะแก้ทันที


    แต่ตอนนี้มือขวาของเธอกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว...


    “ตกลง” หวังเหลียนยังคงไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่ก้มหน้าลงพูดเสียงเบา 


    “งั้นก็ลำบากเธอแล้ว หลังจากแก้แบบแล้วก็ลองทำตัวอย่างมาสองตัวก่อน พรุ่งนี้ฉันจะพาพี่สะใภ้อิ้งหงมาดู” 


    หวังเหลียนมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เชื่อ “พะ...พรุ่งนี้เหรอ!”


    “ใช่ พรุ่งนี้ฉันจะมาแต่เช้า” ไป๋อวี้เอ่ย


    ฉินเสี่ยวซู่ขนของเข้ามาอีกพลางพูดว่า “เธอจะบังคับหล่อนให้ตายรึไง? ไม่เห็นเหรอว่ามือของเธอได้รับบาดเจ็บ”


    “ฉันเชื่อในตัวพี่สะใภ้หวังเหลียน” ไป๋อวี้กล่าวเคล้ารอยยิ้ม “สุดท้ายคนที่ได้รับเงินและคะแนนงานจะต้องมีหนทางแน่นอน”


    แน่นอนว่ามีวิธีหนึ่งถ้าเธอไม่ทำอะไรอย่างอื่น แต่เธอต้องซ่อมกางเกงให้หลินเยี่ยน


    แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของเธอ...


    จู่ ๆ หวังเหลียนก็รู้สึกไม่สบายใจราวกับว่ามีหนามทิ่มแทง


    ……


    หลังจากออกมาจากบ้านของหวังเหลียน ฉินเสี่ยวกั่ววางคางเกยไหล่ของไป๋อวี้และมองเข้าไปในบ้าน


    ฉินเสี่ยวกั่วกระซิบ “แม่คะ เธอร้องไห้อีกแล้ว”


    ไป๋อวี้คิดไว้แล้วเช่นกัน


    แต่เธอทำได้แค่เอ่ยเสียงแผ่ว “ถ้าเธอไม่ยืนหยัดให้ได้ด้วยตัวเอง ต่อให้ใครสงสารเธอก็คงไม่มีประโยชน์”


    แม้กระทั่งอีกหลายปีถัดไป ปัญหาสิทธิสตรีในชนบทก็ยังยากที่จะแก้ไข


    ถ้าไม่ใช้ยาแรง เรื่องแบบนี้คงไม่จบสักที


    ……


    หวังเหลียนคุ้นเคยกับแรงกดดันมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากร้องไห้เสร็จก็ลุกขึ้นมาทำเสื้อผ้าต่อ


    เพื่อซ่อมแซมกางเกงของเถี่ยต้าน เธอจึงรวบรวมเศษผ้าทั้งหมดในบ้าน ทั้งยังแยกชิ้นส่วนเสื้อผ้าของตัวเองออกมาหนึ่งตัว ตราบใดที่เธอจัดการกับเรื่องนี้ได้ เธอก็คิดว่ามันจะไม่มีปัญหา


    แต่ตอนนี้ไป๋อวี้อยากให้เธอทำเสื้อผ้าเพิ่มอีกสองชิ้นก่อน


    ตอนนี้เธอไม่สามารถละเลยความรับผิดชอบของตัวเองได้ ถ้าเธอตกงาน ครอบครัวสามีเธอก็คงจะไม่ไว้ชีวิตเธอแน่!


    คืนนี้หวังเหลียนจึงอดนอนเพื่อแก้แบบเสื้อผ้า และทำตัวอย่างเสื้อผ้าสองชิ้นออกมา


    ……


    เช้าวันรุ่งขึ้นไป๋อวี้ไปหาจ้าวอิ้งหง ก่อนจะไปที่บ้านหวังเหลียนพร้อมกันเพื่อดูตัวอย่างเสื้อ


    จ้าวอิ้งหงสงสัย “มันแปลกมาก ปีที่แล้วเธอก็ทำมันออกมาได้ด้วยตัวเอง ไม่ได้บอกว่าต้องไปดูตัวอย่างด้วยซ้ำ”


    “เดิมทีเธอทำได้ดีมากอยู่แล้ว แต่ฉันรู้สึกว่าเธอทำได้ดีกว่านี้ เธอเป็นสมบัติล้ำค่าที่สวรรค์มอบให้กับฉินเจียถุน” ไป๋อวี่ชื่นชม


    เธอพูดแบบนี้อยู่เสมอ และจ้าวอิ้งหงก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับมันแล้วเพราะกำลังถูกเธอล้างสมองไปทีละนิด 


    เธอเคยดูถูกแม่ม่ายหวังว่าเป็นสินค้าไร้ราคา แต่พอคิดดูแล้ว ฝีมือของเธอก็โดดเด่นจริง ๆ แค่เธอคนเดียวก็สามารถทำเสื้อผ้าให้กลุ่มเก็บเกี่ยวได้จนหมู่บ้านอื่นต่างพากันอิจฉา


    ตอนนี้จ้าวอิ้งหงถูกไป๋อวี้ล้างสมองจนใสกิ๊ก ความคิดของเธอตอนนี้เปลี่ยนไป และรู้สึกว่าแม้ว่าหวังเหลียนจะมีชื่อเสียงไม่ดี แต่เธอก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งมาตลอดหลายปี และไม่เคยมีปัญหาใด ๆ 


    ……


    จ้าวอิ้งหงและไป๋อวี้เดินไปที่บ้านของหวังเหลียน โดยมีเสี่ยวกั่วตามไปด้วย


    เด็กน้อยเดินตุปัดตุเป๋ก่อนถูกจ้าวอิ้งหงและไป๋อวี้สลับกันอุ้ม 


    ตอนเธอกระโดดโลดเต้นไปมาบนท้องถนน มักจะถูกดอกไม้ใบหญ้าริมทางดึงดูด แล้วไป๋อวี้ก็พบว่าเธอซ่อนดอกไม้เหล่านั้นไว้ในห้วงมิติด้วย


    พวกเธอเดินมาเป็นครึ่งชั่วโมงแล้ว


    จ้าวอิ้งหงยังต้องให้นมลูก พอโดนแดดนาน ๆ จึงเริ่มรู้สึกเพลีย เธอจึงคิดที่จะเข้าไปขอน้ำสักแก้ว


    เป็นผลให้ก่อนที่จะเดินเข้าไป พวกเธอได้ยินเสียงกรีดร้องของหวังเหลียนและเสียงด่าทอของหลินเยี่ยน


    “ฉันให้แกซ่อมกางเกงสามตัว แต่แกกลับเลื่อนมาจนถึงตอนนี้ แกจะให้เขาเดินโทงเทงออกจากบ้านรึไง!”


    “ใช้ได้เลยนี่! เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วใช่ไหม! ฉันจะให้ต้าหมินมาฆ่าแกซะ!”


    สิ้นเสียงด่าทอก็ตามด้วยเสียงข้าวของถูกทำลาย และเสียงคร่ำครวญของหวังเหลียน


    “อันนี้ อันนี้ทุบไม่ได้ อันนี้ทุบไม่ได้…”


    แต่หลินเยี่ยนกลับรู้สึกสบายใจไม่น้อยหลังจากที่ได้ระบายอารมณ์และตะคอกเสียงดัง “แกคิดว่าใครจะช่วยแกได้?! กลุ่มล่าสัตว์งั้นเหรอ? หรือฉินต้าซาน?! เมียของเขาคงไม่รู้เรื่องอื้อฉาวที่แกทำสินะ! ฉันจะบอกแกให้นะ คนอย่างแกน่ะไม่มีประโยชน์ ตาย ๆ ไปซะยังดีกว่า!”


    หวังเหลียนปล่อยโฮอย่างสิ้นหวังราวกับว่าหัวใจของเธอถูกพรากออกไป


    ไป๋อวี้รีบบอกให้เสี่ยวกั่วรออยู่ที่ประตูแล้วเข้าไปข้างในพร้อมกับจ้าวอิ้งหง


    ตอนก้าวเข้าไปก็เห็นหวังเหลียนกำลังกอดจักรเย็บผ้าที่สภาพพังยับเยิน มือของหลินเยี่ยนยังคงจิกผมของเธออยู่


    “หลินเยี่ยน!” จ้าวอิ้งหงตะโกนด้วยความโกรธ


    หลินเยี่ยนตกใจมากจนมือสั่น รีบปล่อยมือทันทีและพูดด้วยความตื่นตระหนก “ฉันไม่…”


    จ้าวอิ้งหงแทบเสียสติ “แกคิดว่าในฉินเจียถุนเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนรึไง! แกทุบตีคนและยังทำลายข้าวของอีก ฉันจะตัดมือแกออกซะ!”


    หลินเยี่ยนผู้เย่อหยิ่ง ตัวสั่นระริกราวกับหนูที่หวาดกลัวเมื่อเห็นจ้าวอิ้งหงก่อนจะถอยกลับไปด้วยความตื่นตระหนก


    “อิ้งหง อิ้งหง...หล่อนเป็นหญิงรองเท้าขาด! ฉันมาที่นี่เพื่อนลงโทษหล่อนไง!”


    “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องมาลงมือ!”


    ขณะที่จ้าวอิ้งหงกำลังไล่ต้อนหลินเยี่ยน ไป๋อวี้ก็รีบไปช่วยหวังเหลียน และเธอก็บอกได้ทันทีว่าจักรเย็บผ้านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อหวังเหลียน


    แม่ม่ายคนนี้ที่มักจะอดทนต่อความอับอาย แต่ตอนนี้ดวงตาของเธอกลับคุกรุ่นไปด้วยความโกรธเมื่อเห็นจักเย็บผ้าถูกทำลาย


    “บอกไปว่าเธอจะไม่ทำแล้ว” ไป๋อวี้กระซิบ “เธอไม่กลัวตายใช่ไหมล่ะ แล้วยังจะกลัวอะไรอีก?”


    ทันใดนั้นหวังเหลียนก็เหมือนจะพบทางออก และเงยหน้าขึ้นมองไป๋อวี้


    “ฉะ... ฉันจะไม่ทำแล้ว ฉันไม่ซ่อมเสื้อผ้าให้เธอแล้ว ฉันไม่ทำอีกแล้ว...” เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ


    แม้ว่าเสียงจะไม่ดัง แต่ก็สามารถดึงดูดความสนใจของทั้งสองคนได้สำเร็จ


    จ้าวอิ้งหงรู้สึกกลัวเล็กน้อยและถามว่า “เธอพูดอะไร?”


    หวังเหลียนกอดจักรเย็บผ้าแน่น แล้วโค้งตัวคำนับจ้าวอิ้งหง


    “ฉันกับจ้าวต้าหมินมีความสัมพันธ์กัน ฉันขอโทษ หลินเยี่ยนเป็นคนพาเขามาที่นี่ เขาย่ำยีฉัน ตะ...แต่ฉันไม่กล้าพูด ฉันมันไร้ประโยชน์ ฉันสมควรตาย…”


    “ต้าซาน ต้าซานเป็นคนดี เขาช่วยฉัน แต่เราไม่ได้มีอะไรกัน…”


    “ขะ… ฉันขอโทษ ฉันมันเป็นหญิงรองเท้าขาด ฉันมันเป็นสินค้าไร้ราคา ฉันขอโทษ…”


    หวังเหลียนคุกเข่าลงตรงหน้าจ้าวอิ้งหง โขกศีรษะกระแทกพื้นเสียงดัง...

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390