ไอฝนก้าวออกมาหน้าห้องมองดูซ้ายทีขวาทีแต่มองจนสุดทางเดินก็ไม่เจอร่างของผู้ใด ความเป็ไปได้มากที่สุดที่เธอคิดได้ตอนนี้คู่กรณีของเธอน่าจะอยู่ที่ห้องริมสุด ซึ่งเป็ห้องที่ติดกับเธอนี่แหละทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อครู่เธอย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปติดผนังฝั่งของห้องเขาและเผลอทำหลุดมือจนมันไปกระแทกกับผนังห้องเสียงดัง เธอรู้สึกผิดที่ทำเสียงรบกวนคนข้างห้องและเอ่ยขอโทษออกไปหวังให้เสียงของเธอดังตามเสียงกระแทกกำแพงออกไปด้วยเช่นกันแต่เมื่อกระดาษแผ่นนี้มาอยู่ที่หน้าห้องเธอ นั่นก็แสดงว่าถ้อยคำขอโทษของเธอไปไม่ถึงเขา
สาวร่างเล็กเดินกระโผกกระเผกกลับเข้ามาในห้องหลังจากที่เสียงกริ่งหน้าประตูเรียกให้เธอเดินลากขาที่าเ็ออกไปเปิด จนพบกับสิ่งที่ทำให้อารมณ์ของเธอยิ่งขุ่นมัว
ก่อนหน้านี้สักสิบนาทีไอฝนพยายามจะเอาเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เข้าไปชิดผนังเพื่อให้ภายในห้องโล่งได้มากที่สุด เพราะโดยนิสัยที่เป็คนซุ่มซ่ามของเธอแล้ว การมีเฟอร์นิเจอร์อยู่กลางห้องนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการที่เธอจะเดินชนจนร่างกายาเ็ได้ แต่กระนั้นการจัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางอย่างที่เธอ้าก็ทำให้เธอาเ็อยู่ดี เมื่อหัวเข่าของเธอกระแทกเข้ากับชั้นวางของที่ทำจากไม้จนกลายเป็แผลถลอกและเืออกอยู่ตอนนี้ นี่ยังไม่นับไอ้ที่กระแทกหน้าแข้ง ข้อศอกและเท้า ที่เขียวเป็จ้ำและคงช้ำไปอีกหลายวัน ผิวขาว ๆของเธอนั้นแสดงให้เห็นได้ชัดเจนดีนักแล
สาวเ้าของห้องกระแทกก้นลงบนโซฟาตัวนิ่มอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงจัดห้องก็เหนื่อยมากแล้ว ยังมาเจอข้อความที่ทำให้เหนื่อยใจเข้าไปอีกเธอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้คิดที่จะสร้างศัตรูั้แ่วันแรกที่เข้ามาอยู่แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ เธอก็ไม่ใช่คนยอมคนเหมือนกัน ไอฝนคิดอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสายตามองดูที่หัวเข่าของตัวเอง และรอยฟกช้ำบนร่างกาย วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้วหมดแรงแล้ว มีแผล มีรอยฟกช้ำ แต่ไม่มียาครั้นจะให้เธอลงไปหาซื้อยาเอาตอนเที่ยงคืนจะตีหนึ่ง ก็คง...ไม่ดีกว่า...
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นไอฝนรู้สึกตัวตื่น พบว่าตัวเองนั้นนอนหลับอยู่บนโซฟาตัวเดิมนั่นเองหญิงสาวลุกขึ้นยืนบิดี้เียืดเส้นยืดสายไล่ความเมื่อยขบ ไม่รู้ว่าเธอเผลอหลับไปตอนไหนแถมหัวเข่าที่ว่าเจ็บแล้วเมื่อวานเช้านี้เจ็บมากกว่าเดิมเข้าไปอีกเพราะแผลเริ่มตึง
ทว่าไอฝนไม่มีเวลาสนใจความเ็ปของตนเองนานนักเธอไม่อยากสร้างประสบการณ์สายั้แ่วันแรกที่เริ่มงาน หญิงสาวรีบวิ่งเข้าห้องนอนไปจัดการตัวเองให้พร้อมที่จะไปทำงาน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป สาวร่างเล็กก็ก้าวออกจากห้องเดินออกจากคอนโดฯ ตรงไปสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้สุด และสิบห้านาทีต่อมาเธอก็มาอยู่ที่ แอดแก๊งเอเจนซี่
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆท่าทางคล่องแคล่วปราดเปรียว ก้าวย่างด้วยความมั่นใจเข้ามาในเอเจนซี่พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใสใบหน้ารูปหัวใจแลดูสวยโฉบเฉี่ยว แม้แต่งแต้มด้วยสีสันจากเครื่องสำอางเพียงเบาบางแต่เน้นได้ถูกจุด ยิ่งทำให้สะดุดตาชวนมอง ผมยาวตรงประบ่าสีดำเงา แสดงถึงสุขภาพผมที่ดีนั้นช่วยขับให้ใบหน้าขาวอมชมพูของเธอเด่นและดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกด้วย
รูปร่างเล็กเพรียวสัดส่วนเว้าโค้งพอเหมาะพอเจาะราวจิตกรมือดีปั้นแต่งของเธอนั้น ไม่อาจปกปิดด้วยชุดทำงานที่เธอสวมใส่ตรงกันข้าม เสื้อกล้ามสีดำตัวในรัดเข้ารูปจนทำให้คนมองรับรู้ถึงขนาดของความกลมกลึงที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างน่าพิศวงถึงแม้จะมีเสื้อสูทเข้ารูปสีแดงสดใสสวมทับอยู่ก็ตามทีแต่เพราะเธอไม่ได้ติดกระดุมจึงทำให้เห็นไปถึงเสื้อตัวในได้โดยง่าย ส่วนกางกางขายาวสีดำทรงสกินนี่ก็ทำให้คนอื่นสามารถเห็น่ขาเรียวสวยยิ่งเสริมด้วยรองเท้าสีดำเงาส้นเข็มสูงสี่นิ้ว แอบเปรี้ยวด้วยการเพิ่มลูกเล่นตรงส้นเข็มเป็สีแดงเช่นเดียวกับเสื้อสูทที่เธอใส่ก็ยิ่งทำให้เธอดูสูงชะลูดมากขึ้น ไม่ว่าเธอจะเดินผ่านตรงไหน ก็เรียกความสนใจจากคนตรงจุดนั้นได้โดยเฉพาะผู้ชาย ต่างก็มองหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้กันตาไม่กะพริบ จนกระทั่งเธอหายลับเข้าไปในห้องของซีอีโอ
“ใครครับนั่นแคทรู้จักรึเปล่า” ทวิสใช้ข้อศอกสะกิดแคทรียา ที่ยืนชงกาแฟอยู่ด้วยกันที่มุมกาแฟของออฟฟิศใบหน้าพยักพเยิดไปทางหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าไปในห้องของวุฒิวัฒน์ ซีอีโอของแอดแก๊งเอเจนซี
“เด็กเส้นมั้ง” แคทรียาเอ่ยตอบตามที่ตนรู้มาก่อนจะเดินถือแก้วกาแฟ กลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตนโดยไม่สนสายตาอยากรู้อยากเห็นของทวิสอีก
ภายในห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มใหญ่วุฒิวัฒน์ยิ้มต้อนรับพนักงานใหม่ของเขาอย่างเป็กันเอง หลังจากเอ่ยทักทายถามสารทุกข์สุกดิบกันเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เอ่ยเข้าเื่งานต่อเลย
“เช้านี้เราจะมีประชุมทีมงานกันด้วยนะพี่จะให้น้องฝนเข้าประชุมด้วยกันเลย จะได้ถือโอกาสแนะนำตัวให้ทีมงานรู้จักด้วย”
“ได้ค่ะพี่”
“ระหว่างรอสิบนาทีนี้พี่อยากให้ฝนอ่านเอกสารพวกนี้ครับ” วุฒิวัฒน์ยื่นแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าไอฝน เพื่อให้เธอรับไปศึกษาข้อมูล
ไอฝนรับมาเปิดอ่านโดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มอีก
จนกระทั่งถึงเวลาประชุมสาวร่างเล็กจึงได้เดินตามเ้านายป้ายแดงของเธอไปที่ห้องประชุม
เนื่องจากทุกวันจันทร์จะมีการประชุมสรุปงานกันเป็ปกติ วันนี้ก็เช่นกัน เมื่อวุฒิวัฒน์เดินเข้ามาในห้องประชุมก็มีบุคลากรหลักของแต่ละทีมมานั่งประจำในห้องประชุมกันอยู่แล้วซีอีโอหนุ่มใหญ่เอ่ยทักทายลูกน้องอย่างเป็กันเอง ดังเช่นปกติแต่ที่ไม่ปกติก็เห็นจะเป็หนุ่ม ๆ ที่นั่งกันอยู่ในห้องนี่ละที่เกิดอาการอึ้งอ้าปากค้าง ยิ้มเหมือนเคลิ้มฝัน เมื่อเห็นสาวร่างเล็กที่เดินตามเ้านายเข้ามาติดๆ
“อะแฮ่ม”เสียงกระแอมกระไอจากเ้านายดึงสติของลูกน้องให้หันกลับไปสนใจที่ตนตามเดิม “นี่คือน้องฝนเออีคนใหม่ของเรา”
“สวัสดีค่ะทุกคนฝนขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ไอฝนยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อมด้วยรู้ว่าตัวเองนั้นเป็น้องใหม่และอายุน้อยที่สุด เพราะเธอเรียนก่อนเกณฑ์แถมยังสอบเทียบไปแบบก้าวะโอีกด้วย
“ยินดีครับ เชิญนั่งเลยครับน้องฝน”เป็ทวิสที่กุลีกุจอไปยกเก้าอี้มาบริการให้น้องใหม่ถึงที่ พร้อมกับกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยีจนทำให้ใครบางคนเกิดความหมั่นไส้ขึ้นั้แ่ยังไม่ได้พูดจากันสักคำ
“ขอบคุณค่ะ”ไอฝนเอ่ยคำขอบคุณไปพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ก่อนจะนั่งเก้าอี้ที่ชายหนุ่มยกมาให้
“เอาละ เริ่มกันได้แล้ว...”วุฒิวัฒน์เริ่มต้นการประชุม ด้วยการสอบถามความคืบหน้าของงานกับลูกน้องไปทีละคน
จนกระทั่งมาถึงงานของบริษัทผู้ผลิตน้ำยาเคลือบรถที่ยังไม่สามารถจะปิดงานได้ เนื่องจากลูกค้าแจ้งว่าภาพยนตร์โฆษณาที่ทางเอเจนซีผลิตให้นั้นไม่ตรงกับความ้าอยู่บางส่วน ้าให้แก้ไข ซึ่งแคทรียา ที่เป็เออีของงานนี้ได้แจ้งให้ฝ่ายโพรดักชันทราบและแก้ไขแล้วแต่ก็ยังคงไม่เป็ที่พอใจของลูกค้า
“สรุปงานน้ำยาเคลือบรถตอนนี้ รอให้ตัดต่อแก้งานอยู่ค่ะพี่วัฒน์”แคทรียาสรุปการรายงานของตนเอง ด้วยการโยนไปให้ทีมตัดต่อรับ่
วุฒิวัฒน์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองอติยุทธ์ หัวหน้าทีมตัดต่อเป็เชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น
คนที่พูดน้อยเป็ทุนเดิมเมื่อรับรู้ถึงสายตาของเ้านายก็เอ่ยตอบอย่างรู้หน้าที่ “ผมทำงานของผมเสร็จแล้วอยู่ที่เออีแล้วว่าจะเอาไปนำเสนอลูกค้ายังไงให้ผ่าน”
และคำตอบของคนที่ไม่ค่อยพูดแต่พอพูดทีก็เกือบทำเอาเกิดเื่วิวาทในที่ประชุม ยังดีที่ทุกคนยังเชื่อฟังคนจ่ายเงินเดือนอย่างวุฒิวัฒน์กันดีอยู่เื่นี้จึงจบลงด้วยการที่ทีมตัดต่อปรับแก้ให้อีกนิดและแคทรียาก็ต้องกลับไปปิดงานกับลูกค้าให้ได้หลังจากที่ปล่อยให้งานนี้เรื้อรังเกินกำหนดเวลามานานแล้ว
“มีงานตัวไหนมีปัญหาอีก”สายตาที่เฉียบคมของวุฒิวัฒน์หันมองหน้าลูกน้องไล่ไปทีละคนซึ่งก็ปรากฏว่าทุกคนเงียบกันหมดนั่นจึงเป็สัญญาณบอกซีอีโอของแอดแก๊งเอเจนซีว่าเริ่มเปิดประเด็นงานใหม่ได้ “ถ้าไม่มีแล้วงั้นก็มาพูดถึงโพรเจกต์ใหม่กันต่อ”
แคทรียายิ้มกริ่มนึกตื่นเต้นดีใจจนเผลอบีบมือตัวเองแน่น เพราะงานใหม่ที่เข้ามา นั่นก็หมายถึงเงินที่เธอจะได้รับเพิ่มขึ้นเพราะนอกจากเธอจะได้เงินเดือนแล้ว ยังได้ค่าคอมมิชชันในแต่ละงานด้วยยิ่งเป็งานใหญ่ค่าคอมมิชชันก็ยิ่งสูงและตอนนี้เธอก็กำลังมีความ้าจะใช้เงินอยู่พอดี เออียืนหนึ่งมาโดยตลอดจ้องมองเ้านายของตนด้วยดวงตาเป็ประกายระยิบระยับแต่เธอลืมนึกไปว่า บัดนี้ไม่ได้มีเธอเป็เออีแค่เพียงผู้เดียวแล้ว