บทที่ 21 เหล่าศาสตราจารย์ผู้ตกตะลึง
"เป็ไปไม่ได้ นี่มันเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!" ศาสตราจารย์หลี่มองไปยังอู๋เหลียวที่มีสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เธอไม่มีทางฉลาดขนาดนี้ ปกติเธอไม่เคยเข้าเรียนเลย แถมคะแนนวิชาฟิสิกส์ของเธอก็ไม่เคยสอบผ่านเลย ฉันไม่เชื่อว่านี่คือคำตอบของเธอ!"
ดูเหมือนว่าคำตอบที่อู๋เหลียวลอกมาจะพังทลายกำแพงในใจของศาสตราจารย์หลี่จนทำให้เขาเสียอาการทันที
หากนี่เป็คำตอบของอู๋เหลียวจริง ศาสตราจารย์หลี่คงช็อกจนเสียศูนย์เพราะมันเหลือเชื่อเกินไป!
เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าห้องหญิงจึงรีบลุกขึ้นเพื่อช่วยรักษาหน้าให้ศาสตราจารย์หลี่ "ศาสตราจารย์หลี่คะ นี่ไม่ใช่คำตอบของอู๋เหลียวค่ะ"
พอคำนี้หลุดออกมา นักเรียนคนอื่น ๆ ก็พากันเห็นด้วย "ใช่ครับ ไม่ใช่ของอู๋เหลียว เมื่อคืนผมดูรายการ่ค่ำด้วย ยอมโต้รุ่งเพื่อดูเลยครับ เป็เจียงเจ๋อ พิธีกรผู้เป็อัจฉริยะสายวิทย์คนใหม่เป็คนเสนอขึ้นมาครับ"
"ใช่แล้ว ในการไลฟ์เปิดตัวครั้งแรก เขาก็ถอดรหัสปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ซึ่งเป็หนึ่งในสิบปฏิทรรศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อู๋เหลียวแค่พูดตามที่เจียงเจ๋อพูดครับ"
เมื่อได้ยินนักเรียนพูดเช่นนี้ ศาสตราจารย์หลี่ที่อยู่บนเวทีจึงเริ่มสงบลงบ้าง หากเป็อู๋เหลียวเป็คนเสนอขึ้นมาจริง ๆ โลกทัศน์ของเขาคงพังทลายลงแน่
เด็กเรียนแย่ที่ไม่ตั้งใจเรียน จู่ ๆ วันหนึ่งกลับกลายเป็คนฉลาดขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ถูกิญญาสิงแล้วจะเป็อะไรได้อีก
เมื่อศาสตราจารย์หลี่ได้ยินดังนั้น ศักดิ์ศรีของเขาก็ได้รับการกู้คืนมา "ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เองเหรอ? แล้วพิธีกรอัจฉริยะคนใหม่นั่น ฉลาดมากจริง ๆ เหรอ?"
พอสิ้นคำถาม หัวหน้าห้องหญิงก็รีบพยักหน้า "ฉลาดมากจริง ๆ ค่ะ ตรรกะทางความคิดแปลกใหม่มากเป็ประเภทที่พวกเราไม่เคยเจอ ใครจะบอกว่าเป็อัจฉริยะไหมฉันไม่แน่ใจ แต่เขาเหมาะกับการเป็นักเขียนนิยายไซไฟแน่นอนค่ะ!"
"ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะลองไปหาข้อมูลดู" เมื่อเห็นว่าได้เวลาเลิกเรียนพอดีเขาจึงรีบออกจากห้องเรียนไปทันที
เมื่อกลับมาถึงห้องทำงาน เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเป็อย่างมากจึงเล่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้ให้ศาสตราจารย์คนอื่น ๆ ในห้องทำงานฟัง
"พวกคุณอาจจะยังไม่รู้ว่าแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ถูกแก้ไขได้แล้ว!" คำพูดนี้ทำให้ศาสตราจารย์ที่รู้เื่อยู่แล้วพากันเห็นด้วยทันที
"ฮ่า ๆ ๆ ดูท่าทางของเหล่าหลี่สิ เหมือนกับฉันเลย มีคนในห้องบอกฉันว่าแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ถูกแก้ไขได้แล้ว โดยพิธีกรหนุ่มวัย 24 ปี"
"เมื่อกี้ฉันก็หาเวลาดูรายการนั้นเหมือนกัน วิธีคิดและตรรกะทางความคิดมันแปลกประหลาดจนเถียงไม่ออกเลยจริง ๆ"
"ฉันเรียนทฤษฎีวิทยาศาสตร์มาครึ่งค่อนชีวิต ตอนที่ดูวิดีโอของเขา ฉันนึกว่าเขาจะใช้กลศาสตร์ควอนตัมมาหักล้างทฤษฎีในสายงานของฉันเสียอีก แต่ผลปรากฏว่าไม่ใช่ เ้าหนูนั่นสมองทำงานยังไงกันนะ สุดยอดจริง ๆ!"
"..."
ศาสตราจารย์หลี่ถามด้วยความอยากรู้ "รายการนั้นเป็ของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเหรอ เริ่มฉายกี่โมง?"
ศาสตราจารย์หญิงคนหนึ่งตอบว่า "วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เริ่มตอนสี่ทุ่มค่ะ คนหนุ่มคนนั้นเก่งมาก แถมยังเสนอเื่ 'ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ' ด้วย ฉันรู้สึกว่าถ้าเขาไม่มีเื่เสื่อมเสียหรือข่าวฉาวในอนาคตเขาต้องโด่งดังแน่นอน"
ศาสตราจารย์ชายหนุ่มอีกคนพูดว่า "ตอนที่คุณยังไม่มา พวกเรานัดกันไว้แล้วว่าจะรอดูในวันนั้นเพื่อจับผิดเขา ฉันไม่อยากจะเชื่อว่านักศึกษาสายวิทย์วัย 24 ปี จะสามารถแก้ไขปฏิทรรศน์ที่นักเขียนมืออาชีพควบตำแหน่งที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์เป็คนเสนอขึ้นมาได้!"
ศาสตราจารย์หลี่ครุ่นคิด "ฉันไม่รู้ขั้นตอนของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ แต่ตอนที่ได้ยินคำตอบนี้ ฉันถึงกับเถียงไม่ออกเลย ถึงเวลาอย่าลืมเรียกฉันนะ ฉันจะดูแน่นอน!"
จะโทษพวกเขาไม่ได้ เพราะปกติมหาวิทยาลัยที่แสนเงียบเหงา จู่ ๆ ใน่เวลาหนึ่ง ห้องเรียนปรัชญาทั้งตึกกลับถกเถียงกันเื่แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ สำหรับเหล่านักเรียนที่ต้องเรียนอย่างน่าเบื่อในโลกนี้ นี่คือเื่ใหญ่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด!
ไม่เพียงแต่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซู แต่นั้นยังรวมถึงสถาบันอื่น ๆ ในท้องถิ่นด้วย เหล่านักศึกษาและศาสตราจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์และปรัชญาต่างจับกลุ่มถกเถียงกันอย่างเข้มข้น
เมื่อตารางออกอากาศของเจียงเจ๋อเริ่มเป็ที่รู้จัก บรรดาผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากต่างเฝ้านับถอยหลังและเตรียมตัวที่จะพิสูจน์ให้เห็นกับตาในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์นี้!
ตลอดทั้งวันนั้นจำนวนนักเรียนที่มาขอคำปรึกษาเื่แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ กลศาสตร์ควอนตัม รวมถึงชีววิทยา ก็เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
มีทั้งเื่ที่ว่าโทรจิตคือส่วนขยายของกลศาสตร์ควอนตัม หรือกลศาสตร์ควอนตัมคือโอกาสในการข้ามมิติของโลกจุลภาค และยังมีนักเรียนที่พูดเกินจริงว่า "ในเมื่อข้อมูลสามารถข้ามเวลาได้ งั้นตอนฉันฝันตอนกลางคืน ฉันจะสามารถข้ามเวลาและอวกาศได้ด้วยหรือเปล่า?"
นักเรียนที่ถามคำถามนี้ ถูกศาสตราจารย์สั่งให้คัดสมการชเรอดิงเงอร์ 10,000 จบในทันที
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปหกวันแล้วนับจากการไลฟ์ครั้งล่าสุด ด้วยกระแสบอกต่อใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาส่งให้วิดีโอของเจียงเจ๋อกลายเป็ที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้คนจำนวนมากที่ได้ยินชื่อเสียงต่างพากันมารออยู่ในห้องไลฟ์
ใน่หกวันนี้ เจียงเจ๋อได้รับเงินเพิ่มเติมอีกสองล้านจากนักเขียนบทเฒ่าเฉียนแห่งเมืองจิงตู ทำให้ในขณะนี้เขามีทรัพย์สินรวมห้าล้านบาทแบบไม่หักภาษี
ปัจจุบันเขาพักอยู่ที่หอพักบริษัท อยู่ตึกเดียวกับหวังหลิน เซียวสืออี และพิธีกรคนอื่น ๆ ที่เขาไม่รู้จัก เขาจึงนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในหุ้นบางตัวที่เขามองว่ามีอนาคต ดอกเบี้ยเดือนละหลายหมื่นก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ก่อนหน้านี้เขาก็เคยคิดจะซื้อบ้าน แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์อิ่มตัวแล้ว ซื้อตอนนี้ก็มีแต่ขาดทุน!
ใน่ไม่กี่วันนี้ ผู้สนับสนุนโฆษณาในรายการก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และค่าคอมมิชชันของเขาก็ผูกติดกับจำนวนผู้เข้าชมออนไลน์
่นี้เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเวยป๋อเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมที่มีแนวโน้มจะติดตาม และรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ เพื่อดึงดูดผู้ชมให้มาที่สถานีโทรทัศน์มากขึ้น
นอกจากนี้เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้เจียงเจ๋อ ผู้อำนวยการสถานีเหล่าจ้าวจึงเปิดห้องไลฟ์ของเขาให้เป็ห้องส่วนตัว พร้อมทั้งตั้งเพดานการให้ทิปเอาไว้
ความจริงแล้วในสถานีโทรทัศน์ของรัฐไม่มีนโยบายให้ทำเช่นนี้ แต่ด้วยช่องโหว่ในสัญญาที่เจียงเจ๋อ เซ็นไม่ได้ระบุเื่เหล่านี้ไว้ ดังนั้นเื่นี้จึงกลายเป็ข้อยกเว้นให้เจียงเจ๋อ ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ ที่โด่งดังที่สุดของสถานี
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะรั้งตัวเจียงเจ๋อเอาไว้ สถานีโทรทัศน์เมืองซูจึงเปลี่ยนกฎข้อหนึ่งก็คือ ‘อนุญาตให้พิธีกรสามารถเปิดไลฟ์รับงานเสริมภายนอกได้เอง แต่ภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า’
เจียงเจ๋อไม่ได้ยึดติดกับสถานะพนักงานรัฐเหล่านี้มากนัก และใน่เวลาพักเขาจึงไม่ได้เปิดไลฟ์แต่อย่างใด
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาสามทุ่ม วันนี้ถึงเวลาที่ชาวเน็ตต่างตื่นเต้นและกระตือรือร้นอีกครั้ง ในหน้าจอสีดำของห้องไลฟ์ เจียงเจ๋อยังไม่ปรากฏตัว แต่ข้อความแชทก็ไหลเต็มหน้าจอไปก่อนแล้ว
[คอมเมนต์ : มีข่าวลือว่า ห้องไลฟ์ของเจียงเจ๋อสามารถให้ทิปได้แล้ว]
[กระเป๋าสตางค์ของชเรอดิงเงอร์ ให้ ‘ดอกไม้สีแดงเล็ก ๆ 1,000 หยวน’ พร้อมข้อความ : คนข้างบน นายว่าไงนะ?]
[คอมเมนต์ : คนยังไม่มาเลย นายก็ให้ทิปแล้ว ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย?"
[กระเป๋าสตางค์ของชเรอดิงเงอร์ ให้ ‘ดอกไม้สีน้ำเงินเล็ก ๆ 2,000 หยวน’ พร้อมข้อความ : นายคิดว่าฉันล้อเล่นเหรอ?]
[คอมเมนต์ : เออ! นายแม่งรวยจริง!]
"..."
[คอมเมนต์ : วันนี้วันศุกร์แล้ว ฉันเลิกงานแล้ว เพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จ รอดูตอนสี่ทุ่ม]
[คอมเมนต์ : +1 ่ที่ผ่านมาฉันลองไปดูสถานีโทรทัศน์อื่น มีคนพยายามถอดรหัสปริศนาเหมือนกัน รู้ไหมว่าเขาถอดรหัสเื่อะไร ‘ปัญหาทางจริยธรรมของรถราง’ ผลคือพิธีกรคนนั้นใบ้กินกลางอากาศ กลายเป็อุบัติเหตุทางรายการเลย]
[คอมเมนต์ : +1 ไม่ใช่แค่คนเดียว เท่าที่ฉันรู้ ทางเน่ยมงก็มีคนหนึ่ง พยายามถอดรหัส 'ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ' ทั้งที่เจียงเจ๋อยังพูดเื่นี้ไม่จบเลย หมอนั่นก็อยากเกาะกระแสเจียงเจ๋อ ผลสุดท้ายก็ต้องรีบตัดจบและปิดไลฟ์]
[คอมเมนต์ : ฮ่า ๆ ๆ การถอดรหัสปริศนา พวกเขาเล่นไม่ได้หรอก]
[คอมเมนต์ : มีคนเลียนแบบหน้าเขา มีคนเลียนแบบรายการ ต่อให้เลียนแบบเหมือนแค่ไหน ก็ไม่ใช่เจียงเจ๋อ ถ้าจะดู ต้องดูเจียงเจ๋อเท่านั้น!]
"..."
...
ขณะนี้ เจียงเจ๋อ หวังหลิน และเซียวสืออี ทั้งสามคนกำลังปั่นจักรยานสาธารณะท่ามกลางความมืดมุ่งหน้าไปยังสถานีโทรทัศน์เมืองซู
อากาศ่ปลายเดือนตุลาคมเริ่มหนาวแล้ว ทำให้ความเร็วในการปั่นช้าลงเล็กน้อย ทั้งสามคนปั่นจักรยานไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน
หวังหลินเป็พิธีกรไซไฟ ความคิดที่โดดเด่นทำให้เขามีจินตนาการล้ำเลิศ ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาเฝ้าสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเจียงเจ๋อ และเขาแอบสงสัยว่าตอนกลางคืนเจียงเจ๋ออาจจะมีความลับบางอย่างจึงแอบสะกดรอยตามอยู่หลายวัน
ต้องตื่นหกโมงเช้า เดินไปซื้อของที่ตลาด ระหว่างทางยังคุยเื่บ้านเมืองกับเ้าของแผงหนังสือพิมพ์ได้อีกสองสามประโยค สี่ทุ่มต้องนอนและแทบจะไม่เคยโต้รุ่งเลย กลางวันก็อ่านหนังสือ กลางคืนก็ออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ พอออกกำลังกายเสร็จก็กลับหอพักไปนอน
ภายใน 6 วัน เขาสามารถสนิทสนมกับพวกคุณป้าที่สวนสาธารณะข้างล่างได้อย่างลื่นไหล จนถึงขั้นที่มีคุณป้าวัยสี่สิบกว่า ๆ ที่ยังมีเสน่ห์เหลือล้น มาหาเจียงเจ๋อที่หอพักหลายครั้งเพื่อชวนเขาไปเต้นรำที่จัตุรัส แต่สุดท้ายก็ถูกหวังหลินที่ตั้งใจมาขอแบ่งข้าวเจียงเจ๋อกินเป็คนปฏิเสธแทน
ในที่สุดหวังหลินก็ทนไม่ไหว ขณะที่รอสัญญาณไฟจราจร เขาเบรกจักรยานแล้วหันไปมองเจียงเจ๋อด้วยสีหน้าจริงจัง
"อาจารย์เจียง"
"อย่าเรียกอาจารย์เจียง เวลาส่วนตัวเรียกชื่อเต็มก็พอ" เจียงเจ๋อหยุดรถแล้วมองหวังหลิน "มีอะไร?"
"นายไม่ชอบผู้หญิงเหรอ?" พอคำนี้หลุดออกมา ทั้งเจียงเจ๋อและเซียวสืออีต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
เจียงเจ๋อทำหน้ามึน "อะไรนะ?"
เซียวสืออีรีบถอยหลัง พร้อมกับเอามือปิดก้น "What?"
หวังหลินพูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า "ฉันพูดผิด นายไม่ชอบผู้หญิงวัยรุ่น แต่ชอบคุณป้าวัยสี่สิบกว่า ๆ ใช่ไหม?"
"ห๊ะ?"
"พวกเราเป็พี่น้องกัน เป็หนุ่มวัยรุ่นเหมือนกัน ใครมันจะไปเต้นรำที่จัตุรัสกับพวกคุณป้าทั้งวันทั้งคืนล่ะ ก็มีแต่นายนี่แหละ!"
พอได้ยินดังนั้น เจียงเจ๋อก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะกระตุก
ชาติที่แล้วเขาก็อายุแค่ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดเท่านั้น เพียงแต่ตารางชีวิตไม่ดี คาดว่าคงทำงานหนักจนวูบตายในห้องเรียนตอนสอนนักเรียน ดังนั้นชาตินี้เขาจึงต้องรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด แล้วทำไมถึงกลายเป็เขาไม่ชอบผู้หญิงวัยรุ่นไปได้?
"ใครใช้ให้ฉันเกิดมาหน้าตาแบบนี้ล่ะ" เจียงเจ๋อแสร้งทำเป็กะพริบตา พร้อมกับชี้ไปที่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายสไตล์ชายชาตรีที่ผิวขาวเนียนของตัวเอง
หวังหลินและเซียวสืออีจึงอุทานออกมาว่า "นายน่ะหล่อจริง แต่ยังน้อยกว่าฉัน 3 คะแนน!"
"น้อยกว่าฉัน 2.5 คะแนน!"
แล้วเื่ตลกนี้ก็ผ่านไปเหมือนการล้อเล่นทั่วไป แน่นอนว่าเขาจะไม่บอกว่าเสน่ห์ของเขายังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา
บางอย่างหวังหลินยังไม่เคยเห็น มีผู้ชายบางคนแอบมาหาเจียงเจ๋อเป็การส่วนตัว ถึงขั้นจะให้เงินเพื่อขอทำข้อตกลงที่ ‘สะอาด’ แต่ผลคือถูกปฏิเสธทั้งหมด! ค่าเสน่ห์บ้านี่ มันน่ารำคาญจริง ๆ!