ผ่านไปไม่นานผิงกั่วที่นำมาก็ขายหมด เย่ซินเย่วเขย่าถุงเงินฟังเสียง ก็ยิ้มดีใจ วันนี้หาเงินได้เยอะทีเดียว น่าจะพอซื้อข้าวกับแป้งไปตุนไว้เพิ่มเติมได้ เมื่อเข้าหน้าหนาวบ้านนางจะได้สามารถผ่านมันไปได้ ทั้งสามช่วยกันเก็บร้าน พร้อมจ่ายเงินค่ายืมตาชั่ง 10 อีแปะให้กับจูตานหงแต่นางปฏิเสธบอกว่าเป็แค่เื่เล็กน้อย สามารถยืมใช้กันได้ แต่เย่ซินเย่วไม่ยอมอย่างไรก็ต้องให้
"รับไปเถอะ ถ้าเ้าไม่รับครั้งหน้าข้าคงไม่กล้ายืมใช้ของเ้าแล้ว" เย่ซินเย่วกล่าว นางชอบความชัดเจนไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร
"ก็ได้ พรุ่งนี้เ้าจะมาอีกมั้ย" จูตานหงซักถาม นางค่อนข้างชอบเย่ซินเย่ว ถ้าได้ขายอยู่ข้างกันตลอดคงดีไม่น้อย
"มาสิ" ผิงกั่วของนางยังเหลืออีกมาก นางคงต้องมาอีกสักสองวันเพื่อจัดการพวกมัน "ตานหงข้าขอมะนาว สักสองชั่งด้วย"
"ได้สิมะนาวชั่งละ 5 อีแปะ รวมเป็ 10 อีแปะนะ"
เย่ซินเย่วหยิบเงินส่งให้จูตานหง หยิบของเก็บขึ้นรถเข็น แล้วเดินไปที่หน้าร้านท่านลุงหลี่ต่อ เพื่อซื้อเครื่องเทศกลับบ้าน
"ลุงหลี่เ้าค่ะ ข้าขอซื้ออบเชย โป๊ยกั๊ก ชวงเจียว เต็งหยง ยี่หรา พริกหม่าลา อย่างละ 1 จินเ้าค่ะ" เย่ซินเย่วบอกเครื่องเทศที่้าให้กับลุงหลี่ได้ฟัง เป็สิ่งที่นางคุ้นเคย เพราะมารดาในภพก่อนชอบใช้นางไปซื้อของพวกนี้เข้าบ้าน มันน่าจะเป็เครื่องเทศพื้นฐานกระมัง “แล้วก็ข้าอยากซื้อซอสถั่วเหลือง น้ำตาลกับน้ำส้มสายชูด้วย”สามอย่างนี้ก็ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน
"เครื่องเทศจินละ 10 อีแปะ รวมเป็ 60 อีแปะนะนางหนูเย่ ส่วนซอสถั่วเหลืองกับน้ำส้มสายชูไหละ 50 อีแปะ น้ำตาลไหละ 60 อีแปะ" หลี่หานเอ่ยบอกราคาสินค้าพร้อมเอาห่อเครื่องเทศให้กับเย่ซินเย่ว
เย่ซินเย่วยื่นเงินให้กับหลี่หาน รวมทั้งหมดเป็ 220 อีแปะ ก็ถือว่าค่อนข้างมากอยู่แต่มันเป็ของที่จำเป็ต้องซื้อนางกินอาหารรสจืดชืดใส่เพียงเกลือมานานเกินทนแล้ว อย่างไรนางก็ต้องซื้อของพวกนี้กลับไป
"ข้าฝากรถเข็นสักครู่นะเ้าค่ะ อาหลาง ซีซี ไปเดินตลาดกัน" เย่ซินเย่วฝากของไว้กับทั้งสองคนแล้ว ก็เดินจูงเด็กเด็กเข้าตลาดไป ตอนนี้คนค่อนข้างเยอะการจูงทั้งสองคนไว้ปลอดภัยกว่าการปล่อยให้เดินคนเดียว
"พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าเดินเองได้นะขอรับ" หลิงซีหลางเอ่ย เย่ซินเย่วจูงมือน้องสาวเขาเดินนะไม่เป็ไรหรอก แต่กับเขามันน่าอายเกินไป สายตาของหลิงซีหลางมองไปที่มือของตัวเองที่โดนจับจูง ไม่เคยมีใครเดินจูงมือเขานานแล้วจึงรู้สึกไม่คุ้นชิน
พ่อกับแม่ของเขาเสียไปั้แ่เขายังเล็ก พี่ใหญ่เป็คนดูแลพวกเขาสองคนด้วยตัวคนเดียว อย่าว่าแต่เวลาพาเขาเดินเล่น แค่เวลานอนพี่ใหญ่ก็แทบไม่มี
"เดี๋ยวหลง ให้พี่จูงเถอะ" เย่ซินเย่วได้ฟังแต่ก็ไม่คิดปล่อยมือเดินจูงทั้งสองไปหาคนขายถังหูลู่พร้อมเอ่ยถาม"กินมั้ย"
เย่ซินเย่วเห็นเด็กทั้งสองมองถังหูลู่ตาเป็ประกายั้แ่เดินเข้าตลาดแล้ว จึงคิดไว้ว่าเมื่อขายเสร็จจะพาทั้งสองคนมาซื้อเป็รางวัลในการทำงานวันนี้ อย่างไรเด็กน้อยก็ต้องคู่กับของหวาน
"เก็บเงินไว้ซื้ออย่างอื่นเถอะเ้าค่ะ พวกเราไม่ได้อยากกินเท่าไร" หลิงซีซีเอ่ยปฎิเสธ ตอนนี้ในบ้านยังขาดของใช้อื่นอื่นอีกมาก ถ้านางไม่กินถังหูลู่นี้ก็จะเหลือเงินซื้อของอย่างอื่นเพิ่มขึ้น
“ใช่ขอรับ พวกเราไม่กินหรอก” หลิงซีหลางเอ่ยสมทบ
เย่ซินเย่วได้ยินเด็กทั้งสองตอบก็เหนื่อยใจ มันก็แค่ถังหูลู่อยากกินจนไม่กล้าเงยหน้ามอง ยังจะปากแข็งอีก สายตาพวกเ้ามองมันตอนที่เห็นครั้งแรกเป็ประกายขนาดนั้นข้าจะใจดำไม่ซื้อให้ได้อย่างไร
“เถ้าแก่เอาถังหูลู่สองไม้เ้าค่ะ ราคาเท่าไรเ้าค่ะ”
“ราคาเพียง 5 อีแปะเท่านั้นเองแม่นาง” เย่ซินเย่วยื่นเงินให้เถ้าแก่ร้านถังหูลู่พร้อมรับถังหูลู่สองไม้กลับมา
“กินสิ” ถังหูลู่สองไม้ถูกยื่นให้เด็กทั้งสองคนละไม้ แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ยอมรับไปเย่ซินเย่วเห็นก็ถอนหายใจ เด็กน้อยมันก็แค่ 5 อีแปะเท่านั้นขายผิงกั่ว 1 ชั่งก็ได้คืนแล้ว
“อาหลาง ซีซี มองหน้าพี่ แล้วฟังพี่นะพวกเ้าทำงานมาเหนื่อยั้แ่เช้าจนตอนนี้เกือบยามอู่ ( 11.00 – 12.59 น. ) ถังหูลู่แค่ไม้ละ 5 อีแปะ ทำไมพวกเ้าถึงจะไม่มีสิทธิได้กิน เราประหยัดได้แต่เราจะยึดแต่ความประหยัดแล้วไม่มีความสุขไม่ได้นะ”การได้กินของอร่อยที่ตนชอบเป็ความสุขอย่างหนึ่งของนาง และนางก็อยากให้เด็กๆมีความสุขด้วย
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
หลิงซีหลางกับหลิงซีซีรับถังหูลู่มาไว้ในมือ กัดได้หนึ่งคำก็หลับตาพริ้มรอยยิ้มถูกจุดที่มุมปาก น้ำตาลภายนอกกรอบหวานผลข้างในติดเปรี้ยวผสานรสชาติกันแล้ว อร่อยยิ่งนัก หลิงซีซีกับหลิงซีหลางที่ไม่เคยกินถังหูลู่มาก่อนก็ถึงกับกินหมดไปสองลูกอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการกินของเด็กทั้งสองทำให้เย่ซินเย่วได้แต่ยืนมอง เด็กน้อยพวกเ้าค่อยๆกินกันหน่อยเถอะ หากไม่พอข้าซื้อให้อีกก็ได้
ทั้งสามเดินเที่ยวในตลาดอีกสักพัก ก็กลับมาเก็บของที่รถเข็น ตอนที่เดินตลาดเย่ซินเย่วได้น้ำผึ้งป่ามาหนึ่งไห เนื้อหมูอีกสามชั่ง กระดูกหมูอีกสองชั่ง ข้าวสิบชั่ง แป้งมันเทศสิบชั่ง ส่วนเด็กๆก็ได้น้ำตาลปั้นมาอีกคนละไม้ ยืนกินอย่างมีความสุขอยู่ข้างข้างนาง
"จะกลับแล้วรึซินเย่ว" จูตานหงเอ่ยถามหลังจากเห็นทั้งสามคนขนของกันมาเต็มไม้เต็มมือ
"ใช่ ข้ากลับก่อนนะ ข้าไปแล้วนะเ้าค่ะท่านลุงหลี่"
"กลับก่อนนะขอรับ/เ้าค่ะ"
"เดินทางดีดีนะ"
เย่ซินเย่วลากรถเข็นกลับบ้านโดยขากลับนางก็ให้เด็กทั้งสองขึ้นนั่งบนรถเข็น แต่พวกเขาไม่ยอมกลัวนางเหนื่อยเกินไป เย่ซินเย่วที่อยากกลับบ้านไปหาเ้าแฝดไวไวก็อุ้มเด็กทั้งสองขึ้นรถเข็นเอง แล้วบอกให้พวกเขานั่งอยู่เฉยเฉย
“พี่สะใภ้ใหญ่ขอรับ ตอนบ่ายเราจะไปขนผิงกั่วที่เหลือกันเลยมั้ยขอรับ” หลิงซีหลางถามขึ้น ผิงกั่วบนเขายังเหลืออีกมากต้องขนขึ้นรถเข็นอีกประมาณสองรอบน่าจะเสร็จ
“พี่จะขึ้นไปคนเดียว เ้ากับซีซีอยู่บ้าน” เย่ซินเย่วคิดว่านางจะแอบเข้าป่าเขตในให้ลึกขึ้น จึงไม่อยากให้หลิงซีหลางไปด้วย
“แต่ว่ามันหนักมากนะขอรับ ให้ข้าไปช่วยเถอะ”
หลิงซีหลางพูดพลางมองหน้าเย่ซินเย่ว เขาเป็ผู้ชายคนเดียวในบ้าน ถึงจะยังเด็กก็เถอะแต่จะให้พี่สะใภ้ใหญ่แบกของมากมายทั้งหมดคนเดียว อย่างไรก็ไม่ใช่เื่ดี
“ข้าแข็งแรงมากนะอาหลางหรือเ้าไม่รู้” เย่ซินเย่วถาม หลายวันที่ผ่านมาถึงนางจะไม่ได้แสดงให้เห็นว่านางแข็งแรงมาก แต่ก็ไม่ได้ปกปิดอะไรเด็กช่างสังเกตอย่างอาหลางย่อมเห็น
“รู้ขอรับ” ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ถึงจะไม่รู้ชัดเจนว่านางแข็งแรงขนาดไหน แต่ก็คงไม่น้อยทีเดียว
“งั้นก็ตามนี้” เย่ซินเย่วตัดบททันที
“แต่…” ถึงแต่เข้าใจเหตุผลแต่ภายในใจของหลิงซีหลางก็ยังคงเกิดความไม่ยินยอมอยู่ดี
“พี่ขนเองสะดวกกว่า ่บ่ายเ้าอยู่บ้านเติมน้ำให้เต็ม รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารไก่เถอะ” เย่ซินเย่วเกลี้ยกล่อม มือบางยกขึ้นลูบหัวหลิงซีหลางเบาเบาพร้อมยิ้มให้ เด็กคนนี้คงเป็ห่วงนางน่ารักจริงๆ
“ก็ได้ขอรับ”
หลิงซีหลางเอ่ยตอบรับอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นหลิงซีหลางยอมทำตามแล้ว ก็หันไปสั่งงานหลิงซีซีต่อเพราะวันนี้นางคิดว่านางน่าจะขึ้นเขาไปนานพอสมควร
“ซีซี ของในบ้านที่ซื้อมาจัดเข้าครัวให้เรียบร้อยเข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ”
เมื่อตกลงกันเสร็จ เย่ซินเย่วก็เร่งความเร็วในการเดินให้มากขึ้น ลูกของนางคงหิวนมแล้วการออกจากบ้านของนางแต่ละครั้งค่อนข้างใช้เวลามาก ไม่รู้เด็กเด็กจะเป็อย่างไรบ้าง
ปลายยามอู่ ( 11.00 – 12.59 น. ) ทั้งสามก็กลับมาถึงหมู่บ้าน ทางเข้าหมู่บ้านมีชาวบ้านหลายคนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็สตรีที่มีเวลาว่างมากมายจับกลุ่มนินทาผู้อื่น ชาวบ้านหลายคนหันมองแต่ไม่กล้าถามอะไร พวกเขารู้จักเย่ซินเย่วดีนางด่าคนไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ พวกเขาไม่กล้ายุ่งด้วย ยิ่งเมื่อคราวก่อนนางตีหูกัวจือ เกือบตายนั้นมันผู้ชายร่างใหญ่ั์นะ ถึงพวกเขาจะสงสัยว่าบ้านหลิงเอาเงินจากไหนมาซื้อของเยอะแยะกันเต็มรถเข็น ก็ไม่กล้าเอ่ยถาม
ไม่นานทั้งสามคนก็มาถึงบ้าน หลังจากมาถึงก็ช่วยกันยกข้าวของต่างๆลงมาจากรถเข็น เสร็จสิ้นก็แยกย้ายกันไปล้างหน้าล้างตาเพื่อความสดชื่น ก่อนจะเดินไปบ้านเย่เพื่อรับเ้าแฝดกลับบ้าน
เย่ซินเย่วเดินนำเด็กทั้งสองคนมา แต่เพียงเดินถึงหน้าประตูเท่านั้นก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้โยเยดังออกมา
“แง๊ แง๊ แง๊” เสียงร้องระงมของเด็กน้อย ทำให้เย่ซินเย่วร้อนใจรีบเดินเข้าบ้านพ่อแม่ไปทันที เหตุใดเสียงร้องจึงดังขนาดนี้
“ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นเ้าค่ะ” เสียงของเย่ซินเย่วเอ่ยออกมาค่อนข้างเสียงดัง เด็กน้อยทั้งสองจึงร้องดังขึ้นอีกด้วยความใ
“แง๊ แง๊ แง๊”
เย่ซินเย่วเดินเข้าไปอุ้มเฉินเฉินกับเล่อเล่อขึ้นคนละข้าง ตบที่หลังของเ้าแฝดเพื่อปลอบโยน เด็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคยของมารดา เสียงร้องไห้ก็เบาลง แต่ตาทั้งสองข้างยังแดงก่ำน่าสงสารเป็อย่างมาก
“เฉินเฉินกับเล่อเล่อหิวนมนะ ซินซินเ้ารีบให้นมพวกเขาเถอะ” เฉินเสี่ยวเหมยเอ่ยบอก ตอนแรกที่มาพวกเขาก็นอนเล่นด้วยกันปกติ แต่ผ่านไปสักพักก็ร้องไห้ออกมานางพยายามอุ้มปลอบก็แล้ว เช็ตตัวเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ก็แล้วเ้าแฝดก็ยังไม่หยุดร้อง จึงสรุปได้ว่าเด็กน้อยน่าจะหิวนม
ตอนนี้หลิงซีเฉินกับหลิงซีเล่อยังเล็กมาก เด็กเล็กขนาดนี้ยังไม่หย่านมดีจะหิวนมค่อนข้างบ่อย ่นี้ลูกสาวนางไม่ค่อยจะอยู่บ้านนัก เวลากินนมของเด็กน้อยจึงน้อยลง พวกเขาจะหิวมากจนร้องออกมาขนาดนี้ก็คงไม่แปลก
“เ้าค่ะ”
เย่ซินเย่วรีบอุ้มทั้งสองไปที่ห้องนอนในบ้าน ลูกน้อยของเริ่มแบะปากแล้วอีกสักพักน่าจะร้องขึ้นมาอีก เย่ซินเย่วอุ้มหลิงซีเล่อเข้าเต้าก่อน ส่วนหลิงซีเฉินนางวางเข้าไว้ข้างๆบนฟูกนอน
“ไม่ร้องนะเด็กดี แม่ขอโทษนะ โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ” เย่ซินเย่วโยกตัวไปมา หลิงซีเล่อที่ได้กินนมแล้วก็ดูดดึงอย่างแรงจนเย่ซินเย่วเจ็บ แต่นางก็ปล่อยไปพวกเขาคงหิวจนเกินไป ครั้งนี้เป็ความผิดของนางเอง
“แง๊ แง๊ แง๊”
เสียงร้องของหลิงซีเฉินดังขึ้นอีกครั้ง เขาแอ่นตัว เหยียดแขนขาไขว่ขว้า ดิ้นไปมาไม่อยู่สุข เรียกความสนใจของเย่ซินเย่วได้เป็อย่างดี แต่นางทำได้เพียงจับมือเขาโยกไปมา แล้วเอ่ยปลอบ
“ชู่ ไม่ร้องนะเด็กดีให้น้องเ้ากินก่อนนะ”
เย่ซินเย่วให้นมหลิงซีเล่ออยู่สักพักจนเขาพอใจ ก็ตบหลังเขาเบาเบาเพื่อให้เรอออกมาแล้ววางเขาลง อุ้มหลิงซีเฉินที่นอนตาแดงก่ำขึ้นเข้าเต้าทันที เมื่อเด็กน้อยเห็นดังนั้นก็ดูดกินอย่างรวดเร็ว จนเย่ซินเย่วต้องตบหลังเพื่อให้เขาไม่สำลักไปซะก่อน
ครั้งนี้เป็ความผิดพลาดของนาง นางไม่เคยดูแลเด็กเล็กมาก่อนจึงนึกว่าพวกเขาจะอดทนรอนางกลับมาได้ ยิ่งมองลูกน้อยนางก็ยิ่งอยากร้องไห้ พวกเขาน่าสงสารนักถึงจะหยุดร้องแล้วแต่ร่องรอยน้ำตาและดวงตาแดงก่ำของพวกเขาก็ทำนางปวดใจ
“ซินซิน แม่ว่าแบบนี้ไม่ดีเลยนะเ้าแฝดยังไม่สองเดือนดีเลย”
หลังจากให้นมเสร็จ เย่ซินเย่วก็เดินออกมานั่งข้างมารดาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เื่นี้นางผิดไปจริงจริง
“เ้าค่ะ ข้าขอคิดก่อนว่าจะทำอย่างไร” เย่ซินเย่วเข้าใจเื่ราวแล้ว แต่เงินและอาหารในบ้านยังไม่ดีนัก
เฉินเสี่ยวเหมยที่เห็นลูกสาวเข้าใจ ก็พยักหน้าพลางเอ่ยความคิดของตนต่อลูกสาวที่เดี๋ยวนี้ดูโตขึ้นมาก ต่างจากเมื่อก่อนนี้คงเป็เพราะนางมีลูกกระมัง
“หากเ้าไม่มีเงินก็มาเอาจากแม่เถอะ ขาดเหลืออะไรก็บอก แม่เห็นเ้าแฝดแล้วปวดใจนัก อย่าทิ้งพวกเขาไว้แบบนี้เลย อย่างน้อยก็ให้พวกเขาหย่านมเสียก่อน"
เฉินเสี่ยวเหมยพูดจบ ก็มองหน้าลูกสาวที่ตอนนี้มองมาที่นางด้วยสายตารู้สึกผิด เด็กน้อยของนางเติบโตขึ้นแล้วจริงจริง เมื่อเห็นบุตรสาวสำนึกผิดแล้ว นางจึงดึงเย่ซินเย่วเข้ามาโอบกอด
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้ว” เย่ซินเย่วพูดเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมอกมารดา อ้อมกอดนี้รู้สึกดีนักตอนนางจากมายังไม่ได้เอ่ยลามารดาที่โลกเก่าเลย
ไม่รู้พวกเขาจะเป็ยังไงบ้าง “แต่ข้าขออีกสองวัน ขายของที่มีอยู่ให้หมดก่อน อาจจะต้องรบกวนท่านแม่ดูแลพวกเขาก่อน”
“ได้ เดี๋ยวแม่ดูแลให้”
เฉินเสี่ยวเหมยพูดตอบ พลางลูบหัวลูกสาวไปมา นางไม่ได้กอดลูกสาวมานานแค่ไหนแล้วนะ ยิ่งคิดอ้อมกอดของนางก็ยิ่งแน่นขึ้น กอดมารดาอยู่สักพัก เย่ซินเย่วก็เดินไปอุ้มสองแฝดไปส่งให้หลิงซีหลางกับหลิงซีซีที่ตอนนี้ช่วยบิดาของนางยกสมุนไพรขึ้นตากแดด
“อาหลาง ซีซีพาเ้าแฝดกลับบ้าน เดี๋ยวพี่จะขึ้นเขา”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เด็กทั้งสองตอบรับ แล้วอุ้มสองแฝดกลับบ้าน ตอนนี้ที่บ้านยังมีของที่ต้องจัดการอีกมาก
“เ้าจะขึ้นไปคนเดียวรึ” เฒ่าเย่เอ่ยถามหลังจากได้ยินบุตรสาวเอ่ยบอกน้องสามีทั้งสองของนาง
“เ้าค่ะ แค่เก็บผิงกั่วเท่านั้นไม่ไกลเ้าค่ะ”
เย่ซินที่กำลังเดินไปหยิบธนูใส่หลังอีกครั้งเอ่ยตอบ เตรียมลากรถเข็นของบ้านบิดาออกไป
“ระวังนะลูก”
“เ้าค่ะ”
เอ่ยร่ำลาจบเย่ซินเย่วก็เดินขึ้นเขาไปทันที เฒ่าเย่ที่ตากสมุนไพรอยู่ก็มองลูกสาวจนสุดสายตา ก็อดแปลกใจไม่ได้ลูกสาวเขายิงธนูเป็ั้แ่เมื่อไรกัน
เย่ซินเย่ว : ไปทัวร์ป่ากันเถอะ