“ใช้มือขวาจับกระจกไว้นะครับเดี๋ยวเรามาดูฟันซี่ที่มีปัญหากัน”ทุกวันในเวลาราชการทันตแพทย์ชยณัฐก็ยังทำฟันให้คนไข้ซึ่งเป็ผู้พิการของศูนย์ฟื้นฟูเพื่อเตรียมช่องปากก่อนทำการรักษาด้านอื่นๆมีน้อยครั้งที่จะได้รักษาคนไข้ที่มีร่างกายปกติอย่างเช่นตอนนี้
‘วิเชียร’ ช่างซ่อมบำรุงประจำศูนย์ฟื้นฟูเป็คนไข้ที่ทันตแพทย์ชยณัฐกำลังทำการรักษา
“ฟันผุสี่ซี่ถอนเลยมั้ย”
“ห๊ะ!” ป้าจิ๋ว ผู้ช่วยทันตแพทย์วัยเก๋าหันขวับจ้องหน้าหมอหนุ่มรุ่นน้องที่เพิ่งย้ายมาได้ไม่นาน
ใจเย็นก๊อนนนหมอ!แค่อุดก็ได้ไม่ต้องถึงขั้นกับจับถอน
พอมองดูให้ชัดก็คลับคล้ายคลับคลาว่าป้าจิ๋วเห็นเขี้ยวและเขาปีศาจงอกออกมาบนหัวทันตแพทย์ชยณัฐยังไงยังนั้น
พี่เชียรไปเหยียบเงาหมอหนุ่มตอนไหนเนี่ย?!
“เอางั้นเหรอหมอ”คนไข้ผู้ไม่รู้ว่าถูกหมายหัวถามเพื่อความแน่ใจ
“ถ้าไม่อยากอุดก็ต้องถอนอยากอุดหรือถอน”
หึหึ...หมอหน้าใสเตรียมลงมีดกระซวกไม่ปรานี
“ถ้าถอนฟันผมจะล้มมั้ย”
“ใส่ฟันปลอมช่วยได้” หมอตอบอย่างไร้เยื่อใย
‘ช่างเชียร’ คนปากแจ๋วแห่งศูนย์ฟื้นฟูหน้าซีดเผือดไร้สีเืเขาใช้สิทธิการรักษาของประกันสังคมซึ่งหากต้องทำฟันปลอมจะเอาเงินที่ไหนจ่ายแค่เพียงลำพังเงินเดือนที่ใช้กินอยู่ทุกวันนี้ก็เดือนชนเดือนอยู่แล้ว
“หมอ” ป้าจิ๋วเรียกสติหมอเบาๆ
ใจเย็นหมอนั่นคนไข้เอ๊งงง!
หมอช่วยแยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวนิ๊ดนึง
ป้าผู้ช่วยเพิ่งนึกออกว่าพี่เชียรสร้างวีรกรรมอะไรไว้ หมอใหม่ถึงกับแค้นฝังหุ่น
‘ไปกินข้าวต้มกันมาเหรอน้องแอฟ’ช่างวิเชียรร้องทักเสียงดัง เมื่อเห็นอัปสราก้าวลงจากรถของทันตแพทย์ชยณัฐบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารอำนวยการเวลาบ่ายโมงตรง
กินข้าวต้ม!...
ปากเหรอนั่น?!
คนถามนั่งหัวเราะเฮฮากับพนักงานเวรเปลหลายคนที่จุดรับส่งคนไข้
‘ไม่ได้ไปกินข้าวต้มพี่เชียรไปกินก๋วยเตี๋ยวหลังกระทรวง’ สาวรุ่นพี่คนซื่อถึงซื่อบื้อมากไม่รู้ความนัยที่วิเชียระโถามยังตอบกลับด้วยรอยยิ้มผิดกับชยณัฐที่รู้ความหมายออกแนวสัปดนนั่น เขาจ้องหน้าคนถามเขม็งจนหัวโจกหลบตาวูบ
สัส!
มีปากไว้อมน้ำลายจริงๆ
หมอหนุ่มโกรธจนแทบจะพ่นควันได้เท่านั้นไม่พอวันถัดมายังมีข่าวลือว่าเขากับอัปสราแอบไป ‘กินข้าว’ ด้วยกันตอนเที่ยงออกมาให้ร้อนหูอีก
ซวยแล้ว! ตาเชียรปากหมาดีนักเจอตอเข้าให้แล้ว!
ป้าแจ๋วคันปากยิบๆ แต่ก็สู้อดใจไว้
สมน้ำหน้าปากไม่มีหูรูดเจอใครก็แซวออกแนวใต้สะดือไปเสียหมด ผมหงอกเต็มหัวแล้วแต่ยังไม่สำเนียกว่าคนเขาจะเสียหายเพราะคำพูดพล่อยๆของตัวเอง
“ค่าทำฟันปลอมเท่าไหร่ครับหมอ”วิเชียรถามด้วยเสียงแหบแห้ง ครั้นพอได้ยินราคาก็ยิ่งหน้าซีดหนักขึ้นไปอีก
ทันตแพทย์ชยณัฐปลายตามองด้วยความสะใจ
ดูสิว่าคราวนี้ยังจะปากดีอยู่อีกมั้ย!
“ผมจะทำยังไงดีหมอถ้าต้องถอนฟันแล้วทำฟันปลอมอีกผมคงจ่ายไม่ไหว”
“ก็พอจะมีทางอื่นอยู่หรอกนะ”
“อะไรครับ”
“ถ้าไม่อยากหยอด‘น้ำข้าวต้ม’ พี่เชียรต้องปรับพฤติกรรมการพูดการจาหน่อยนะ”ชยณัฐส่งสัญญาณเตือนหนักๆ “หมอไม่ใช่เพื่อนเล่น ขอเตือนไว้นะครับว่าเก็บฟันในปากไว้ยิ้มดีกว่า”
“คะ...ครับผมขอโทษต่อไปผมจะระวังคำพูดกว่านี้”วิเชียรเหงื่อตกนึกออกแล้วว่าเขาทำอะไรล่วงเกินหมอไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน
“วันนี้ผมจะขูดหินปูนให้ก่อนเดี๋ยวนัดมาอุดอีกที ถ้ายังไม่ดีขึ้นครั้งหน้าคงต้องถอนอ้อ...มีอีกสามซี่ที่ต้องรักษาราก”
หมอฟันหนุ่มทำทัณฑ์บนไว้ก่อนแต่ก็เตรียมใจไว้ว่าหากยังไม่ดีขึ้นครั้งต่อไปคงต้องได้ผ่าหมาออกจากปากคนไข้รายนี้กันบ้างล่ะ
ศัลยกรรมช่องปากเป็งานถนัดของเขาเสียด้วยสิ!
“ขอโทษครับต่อไปผมจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก”
“ดีหมอคงไม่ต้องเตือนอีกเป็ครั้งที่ 2 นะครับ”
*****************************
หลังจากแผลถอนฟันหายดีแล้วอัปสราก็โทรหาลูกค้าใหม่ที่จะต้องไปสอนพิเศษในตอนเย็น
“สวัสดีค่ะครูแอฟจากโรงเรียนสอนพิเศษนะคะ”
“ค่ะสวัสดีค่ะ” ปลายสายตอบกลับมาแทบจะทันทีที่ได้ยินเรียกสายไปเพียง 2-3 ครั้ง
“เป็ผู้ปกครองน้องไนกี้ใช่มั้ยคะแอฟจะโทรมาถามว่าน้องว่างเรียนวันไหนบ้าง”อัปสราฟังเสียงปลายสายแล้วคิดว่าคนพูดคงอายุมากกว่าตนเองพอสมควรจึงใช้ชื่อเล่นเป็สรรพนามแทนตัว
“ดิฉันเป็คุณแม่ค่ะตอนเย็นน้องว่างทุกวัน นัดวันเวลาเรียนที่ครูสะดวกได้เลย”
“ว่างวันจันทร์ถึงพฤหัสั้แ่หกโมงเลยคุณแม่จะให้น้องเรียนวันไหนบ้างคะ”
“ทุกวันได้มั้ยครูเรียนวันละสองชั่วโมง”
คุณครูยกมือขึ้นอุดปากเพื่อที่จะได้ไม่เผลอส่งเสียงกรี๊ดออกมา
เรียนทุกวันๆละ 2 คน สัปดาห์ละ 4 วัน
ไม่รวยวันนี้จะไปรวยวันไหน!
ผู้ปกครองของน้องไนกี้ตอบตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไขเมื่ออัปสราแจ้งอัตราค่าเรียนต่อชั่วโมงสำหรับนักเรียนใหม่สองคน จากนั้นทั้งคู่ก็คุยรายละเอียดเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยแล้วคุณแม่ก็ส่งโลเคชันมาให้
การเดินทางไปหมู่บ้านนิมมานต์ท่าอิฐนับว่าสะดวกมากเพราะมีป้ายรถเมล์และสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงอยู่หน้าหมู่บ้านพอดี
วันนี้เป็วันแรกที่จะต้องไปสอนพิเศษให้กับสองหนุ่มนักเรียนใหม่อัปสราลงรถเมล์เวลา 17.30 น.ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานัดเธอเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางไว้พอสมควรเพราะไม่อยากไปสายั้แ่เริ่มเรียนวันแรก
“เดินไกลนะครับคุณครู หลังสุดท้ายสุดซอย9 เลย”รปภ.ของหมู่บ้านนิมมานต์ที่รับแลกบัตรแจ้งกับคุณครูสาวเมื่อเธอบอกว่าจะมาสอนพิเศษให้บ้านเลขที่9 ซอย 9
“เอางี้เดี๋ยวผมขับมอไซค์ไปส่ง”พี่เขาใจดีเพราะนานๆ ทีจะมีแขกของลูกบ้านเดินมาติดต่อที่ป้อมยาม ส่วนใหญ่จะขับรถยนต์มาเสียมากกว่า
“จะรบกวนเกินไปรึเปล่าคะ” อัปสราเกรงใจแต่ก็ไม่รู้ว่าหมู่บ้านนี้กว้างสักแค่ไหนเพราะเพิ่งเคยมาครั้งแรก
“โอ๊ะ! ไม่เป็ครับเพราะมีอีกคนเฝ้าประตูอยู่บ้านผู้พันนิวผมรู้จักดี ขึ้นมาเลยครับ” รปภ.ชื่อ ต๊อบขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างป้อมยาม
ต๊อบอายุอานามน่าจะไล่เลี่ยกับหญิงสาวเล่าว่าแฟนของเขาก็เป็แม่บ้านทำงานอยู่ที่บ้านผู้พันนิวเหมือนกัน
อัปสรากดกริ่งหน้าบ้านหลังใหญ่เป็ครั้งที่3 แล้วรอให้คนมาเปิดประตูรั้วให้แต่ก็เงียบจนเธอรู้สึกร้อนใจ
“สงสัยจะไม่มีใครอยู่บ้านมั้ยครับครูลองโทรหาเ้าของบ้านดีมั้ย”
หญิงสาวโทรหา ‘พี่ข้าว’ คุณแม่ของน้องไนกี้เพื่อแจ้งว่าเธอมาถึงบ้านตามเวลานัดหมายแล้ว
“เดี๋ยวพี่โทรตามไนกี้ให้นะคะ”พี่ข้าววางสายไปอึดใจก็โทรกลับมาบอกว่าลูกชายเธออยู่ที่สระว่ายน้ำของหมู่บ้านสักครู่จะกลับมาให้คุณครูรอสัก15 นาที
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงที่อัปสรายืนรออยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ท้ายซอยแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลูกชายเ้าของบ้านจะกลับมา หญิงสาวจึงตัดสินใจโทรหาคุณแม่ของน้องอีกครั้ง
“พี่ข้าวคะน้องไนกี้ยังไม่กลับมาเลยค่ะแอฟยืนรอที่หน้าบ้านนานแล้ว”
“ห๊ะ! ยังไม่มีใครมาเปิดบ้านให้ครูแอฟเหรอ ตายๆ พี่ขอโทษแทนลูกด้วยเดี๋ยวพี่จะโทรตามให้”
คราวนี้ไม่ถึง 5 นาทีก็มีชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆปั่นจักรยานสำหรับแม่บ้านจ่ายตลาดมาจอดตรงหน้ารั้ว
“ขอโทษครับผมไม่รู้ว่าครูจะมาวันนี้”หนุ่มวัยเบญจเพสตัดผมทรงนักเรียนรีบปั่นเ้าสองล้อห้อมาแบบไม่คิดชีวิตเพราะคุณนายท่านผู้พันโทรมาเม้งเขาเสียยกใหญ่ที่ไม่อยู่บ้านต้อนรับคุณครู
ไนกี้นะไนกี้!ไม่บอกเขาสักคำว่าจะมีครูมาสอนพิเศษวันนี้
“ผมปั๊บครับ” เขาแนะนำตัวง่ายๆ
“พี่ชื่อแอฟนะเป็ติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษแล้วไนกี้ล่ะ”
“เอ่อ...ยังอยู่ที่สระว่ายน้ำครับ”
“เรานัดกันหกโมงเย็นไม่ใช่เหรอนี่ก็ถึงเวลาแล้วนะ”
“ไนกี้ฝากบอกว่าวันนี้ยังไม่อยากเรียนให้ครูกลับไปก่อน”
“ได้ยังไง!”อัปสราชักจะหงุดหงิดเพราะยืนรอมาครึ่งชั่วโมงแล้วแถมลูกศิษย์ยังคิดจะเทอีก
“สระว่ายน้ำไปทางไหนพาพี่ไปเดี๋ยวนี้!”