รถคันหรูขับมารับอ้ายชิงและจ้าวเจียงถึงที่ ส่วนทางด้านพี่เลี้ยงของเด็กน้อยและพี่สาวหลี่ก็มีรถอีกคันมารับกลับบ้านภายในรถหรูที่มีคนขับรถและด้านข้างกันน่าจะเป็บอดี้การ์ด เพราะจากที่จ้าวเจียงสังเกตจากการแต่งตัวและอุปกรณ์ที่ใช้แล้วก็พอจะเดาออก
“นี่ๆ คุณอาของเราอ่ะนะ ใจดีมากเลยละ”
“หืม จริงเหรอครับ”
“จริงสิ! เรารับประกันเลย”
ดูท่าเด็กคนนี้คงจะรักคุณอามากแน่ๆ ดีจังเลยนะที่อ้ายชิงยังมีคนคอยห่วงใหญ่อยู่ข้างหลัง
“พี่ชายไม่ต้องกลัวคุณอาของอ้ายชิงนะ!”
“ครับ พี่ไม่กลัวหรอก”
เด็กน้อยออดอ้อนพูดสรรพคุณถึงคุณอาของตัวเองตลอดเวลา จนกระทั่งพักใหญ่ๆ รถคันหรูก็จอดลงหน้าร้านอาหารที่เ้าตัวนัดแนะไว้
“ถึงที่แล้วครับคุณหนู คุณจ้าวเจียง”
การ์ดหนุ่มพูดขึ้นก่อนจะเดินออกมาเปิดประตูให้คนทั้งสองลงจากรถ อ้ายชิงตัวน้อยรีบคว้ามือเขาไว้ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในร้านอาหารทันที
“คุณอา! อ้ายชิงมาแล้ว! เราพาพี่ชายใจดีมาด้วยนะ”
เด็กน้อยวิ่งตุ๊บตั๊บเข้าไปหาชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ที่นั่งก้มหน้าดูเอกสารอยู่บนโต๊ะอาหาร แต่พอได้ยินเสียงของอ้ายชิงชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นมามอง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมดุมองมาทางเด็กน้อยก่อนจะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“มาแล้วเหรอครับเด็กดีของอา ไหนพี่ชายใจดีของหนูครับ”
ร่างสูงย่อตัวลงอุ้มเด็กน้อยที่โถมตัวเข้ามากอด ร่างสูงใหญ่ตัวโตจนจ้าวเจียงต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“สวัสดีครับ ผมชื่อจ้าวเจียง”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชิวหยาง ขอบคุณนะที่คอยดูแลหลานผมในกองถ่าย ยังไงเชิญคุณร่วมทานอาหารกับเราด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มตัวสูงพูดอย่างเป็ทางการ ดวงตาที่แสนดุดันมองมาทางเขาอย่างประเมินค่าจนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัด
“รบกวนด้วยครับคุณชิวหยาง”
“เย้ พี่ชายมานั่งข้างเรานะ ส่วนคุณอานั่งอีกฝั่ง วันนี้เราจะตักอาหารให้พี่ชายเอง!”
“ฮ่าๆ เ้าเด็กแสบได้พี่ชายคนใหม่จะลืมอาไม่ได้นะ”
“บู้ว! เราไม่ได้ลืมคุณอาสักหน่อย”
ใบหน้าของเด็กน้อยซุกซบลงบนลาดไหล่กว้างอย่างออดอ้อน จนผู้เป็อาอดใจอ่อนในความน่ารักของเด็กคนนี้ไม่ได้
“เชิญนั่งเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
++++
อาหารหลากหลายที่จัดวางอยู่เต็มโต๊ะ เหมือนจะเลี้ยงคนทั้งซอยมาอยู่ตรงหน้าของจ้าวเจียง
“เชิญเลยครับ อาหารที่นี่อร่อยมาก ถึงขนาดอ้ายชิงยังต้องมากินอาทิตย์ละสองครั้งเลย”
มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะหันมาพูดคุยกับเขาต่อ
“ยังไงวันนี้ผมก็ต้องขอบคุณด้วยนะครับ ที่ทำให้อ้ายชิงยอมทำงาน เด็กคนนี้แม้จะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ไม่ใช่เด็กที่ไม่ดีอะไร”
“ผมรู้ครับ อ้ายชิงน่ารัก ผมััถึงมันได้”
และไม่ใช่เพราะ้าที่จะเยินยออีกฝ่าย แต่สิ่งที่จ้าวเจียงพูดมาคือความจริงที่ว่า ตนเอ็นดูอ้ายชิง อาจจะเพราะคิดถึงบรรดาหลานๆ ที่ตัวเองเคยเลี้ยงดูมาก็ได้
“งั้นเหรอครับ..”
ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้น และเริ่มมีท่าทีที่ผ่อนคลายลง
“พี่ชาย ทานนี่นะ ของโปรดเราเลย!”
เด็กน้อยพูดขึ้นมาขัดบรรยากาศที่กระอักกระอ่วนของผู้ใหญ่ทั้งสองได้
“ขอบคุณนะเสี่ยวอ้าย”
“หืม ดูท่าจะลืมอาจริงๆ ด้วยแฮะ”
คนมากวัยกว่าพูดด้วยความน้อยอกน้อยใจทำให้เด็กน้อยรีบตักให้คุณอาอย่างรวดเร็ว
“นี่ๆ คุณอา อ้ายชิงตักให้แล้วนะ คุณอาห้ามน้อยใจเรานะ”
ใบหน้าเด็กน้อยออดอ้อนผู้เป็อาอย่างน่ารักจนคนตัวสูงอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนุ่มนิ่ม
“เก่งมากครับเด็กดี แต่อ้ายชิงของอาต้องกินผักนะครับ หนูจะเขี่ยออกแบบนั้นไม่ได้”
“ฮือ เราไม่ชอบ เราไม่กิน!”
เด็กน้อยเริ่มหน้าบูดขึ้น ถึงขนาดที่วางช้อนเสียงดัง จนคนเป็อาเริ่มทำหน้าดุดันขึ้น ทว่าก็ต้องหยุดลง เมื่อมืออุ่นร้อนแตะลงบนฝ่ามือหนา
“ขอผมพูดกับอ้ายชิงได้ไหมครับ”
ชิวหยางพยักหน้าอนุญาตให้จ้าวเจียงได้พูดคุยกับเด็กน้อยที่เริ่มสะอึกสะอื้น
“เสี่ยวอ้าย หันมามองพี่ชายเร็วครับ”
“ฮึก ร เราไม่ชอบ ฮึก กิน อึก ผัก ฮึก”
“พี่ชายรู้ครับเด็กดี แต่พี่ชายขอถามอะไรเสี่ยวอ้ายได้ไหมครับ”
มือเรียวสวยของจ้าวเจียงค่อยๆ ลูบหัวเด็กน้อยที่สะอื้นอย่างแ่เบา
“อ อะไร ฮึก”
“คุณอาที่เสี่ยวอ้ายชื่นชม ทั้งตัวสูงใหญ่ และดูแข็งแรงมาก เสี่ยวอ้ายว่าไหม”
“อ อื้อ! คุณอาเราแข็งแรงที่สุด!”
แม้จะยังมีน้ำตาไหลอยู่ แต่ว่าพอเขาเอ่ยปากชมคุณอาของตัวเอง เด็กน้อยก็ยังเอ่ยปากชมอย่างภาคภูมิใจ
“แล้วเสี่ยวอ้ายอยากแข็งแรงตัวสูงใหญ่เหมือนคุณอาไหมครับ”
“อื้อ เราอยากเป็แบบคุณอามากเลย”
จ้าวเจียงยิ้มอ่อนโยนให้เด็กน้อยก่อนจะหันไปทางคุณอาที่นั่งมองเราสองคนอยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“เพราะคุณอาของเสี่ยวอ้ายทานอาหารครบห้าหมู่ไงครับ แต่เสี่ยวอ้ายยังทานไม่ครบเลยนะ เสี่ยวอ้ายยังไม่ทานผักเลยด้วยซ้ำ ดูคุณอาเสี่ยวอ้ายสิ ทานผักเก่งมาก”
คนตัวเล็กที่เห็นจังหวะที่ชิวหยางทานผักใบเขียว ตัวเองจึงรีบชี้ชวนให้อ้ายชิงดูไว้ เพราะเด็กน้อยคนนี้ ถ้าคุณอาเห็นอะไรดี เด็กน้อยก็ว่าดี แค่เป็เหมือนคุณอา เสี่ยวอ้ายก็จะทำตาม
“แต่ผักไม่อร่อย ขมมาก”
หัวเล็กๆ ส่ายไปมาอย่างไม่ชอบใจ
“งั้น เสี่ยวอ้ายลองทานแบบนี้ก่อนดีไหม ผักชุบแป้งทอด จิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ อร่อยอย่าบอกใครเลย”
จ้าวเจียงตักฟักทองที่ชุบแป้งทอดกรอบดูน่ากินให้กับเด็กน้อย ก่อนที่จะตักน้ำจิ้มหวานๆ ราดลงไป
“ลองกินดูนะครับ ฟักทองมีประโยชน์มากเลย”
“ฮึก อื้อ! เราจะลองกินดู”
เด็กน้อยพยักหน้าขึ้นลงก่อนที่จะหยิบช้อนมาเข้าปาก ตากลมโตหลับปี๋ลงทันทีตอนที่เอาช้อนที่มีฟักทองเข้าปาก ทว่าก็ต้องตาโตขี้นเมื่อรสชาติอร่อยกว่าที่ตัวเองคิดไว้เยอะ
“อร่อยไหม”
“อร่อยมากเลย! คุณอา ดูอ้ายชิงสิ เก่งไหม อ้ายชิงกินผักได้ด้วย เก่งไหม”
อ้ายชิงหันไปมองคุณอาตัวสูงของตัวเองทันทีและรอคอยคำชม
“อ้ายชิงของอาเก่งที่สุดเลย เด็กดี”
“เย้! อ้ายชิงอยากลองอย่างอื่นแล้ว!”
เด็กน้อยยิ้มแย้มดีใจกระตือรือร้นที่จะทานผักอย่างอื่นด้วย
“ขอบคุณนะ ที่ทำให้อ้ายชิงกินผักได้ ดูเหมือนคุณจะเก่งเื่เลี้ยงเด็กดีนะครับ”
“ฮ่ะๆ พอดีผมชอบเด็ก ก็เลยพอเข้าใจ”
“ผมมีข้อเสนอให้คุณ … สนใจไหมครับ”
ดูเหมือนคนตัวสูงกว่าตรงหน้าจะเข้าประเด็นทันที
“อะไรเหรอครับ”
“ผมอยากให้คุณมาดูแลอ้ายชิงหลานของผมครับ และไม่เป็ผลกระทบกับเื่งานของคุณแน่ๆ”
“เอ่อ แต่อ้ายชิงมีพี่เลี้ยงแล้วนะครับ”
จ้าวเจียงที่ตอนนี้กำลังลำบากใจ เพราะเขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมารับงานแบบนี้ เอาไงดีนะ…
“นั่นเลขาผมอีกคน ผมแค่ให้ดูแลชั่วคราว จนกว่าที่จะหาพี่เลี้ยงให้หลานผมได้ อ้อ… คุณไม่ต้องห่วงเื่งาน เพราะเหมือนผมจะได้จ่าวมาว่า คุณกำลังจะหมดสัญญากับทางค่ายนั่น ถ้าหากคุณเข้ามาดูแลอ้ายชิง ผมสัญญาเลยว่า ทางเราจะให้สิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นักแสดงของคุณเลยล่ะ”
ข้อเสนอที่น่าสนใจกำลังหว่านล้อมจ้าวเจียง ผู้ชายตรงหน้าช่างอันตรายเกินไป ทั้งการพูดจาหว่านล้อมต่างๆ
“ผมขอปรึกษาผู้จัดการส่วนตัวของผมก่อนได้ไหมครับ”
“ได้สิ แต่อย่านานเกินไปนะครับ อ่า … เรามาทานอาหารเถอะ ไม่งั้นเ้าเด็กหมูอ้วนของผมจะแย่งเรากินหมด”
ชิวหยางชี้ไปทางที่เด็กน้อยกำลังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย แก้มกลมเคี้ยวตุ่ยๆ อย่างน่ารักน่าเอ็นดู
“นั่นสิครับ”
++++
หลังจากที่ทานอาหารกันจนเสร็จ ชิวหยางก็ให้คนขับรถไปส่งเขาที่ห้องพักอย่างปลอดภัย
“กลับมาแล้วเหรออาเจียง เป็ยังไงบ้าง!”
พี่สาวหลี่ที่มาถึงก่อนหน้านั้นก็ได้แต่ะโตะครุบร่างของจ้าวเจียงไว้ ก่อนจะพามานั่งที่โซฟา เตรียมสอบสวนทันที
“ไม่เป็อะไรหรอกครับ คุณเขาแค่พาไปเลี้ยงข้าวตอบแทนที่ผมดูแลหลานให้”
“แน่ใจนะ พี่โคตรกลัวเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น! เฮ้อ โล่งอก”
“แต่เขามีข้อเสนอมาให้ผมนะครับ”
“อะไร! คงไม่ใช่ให้เอาตัวเข้าแลกหรืออยากให้เป็คู่นอนนะ! พี่คัดค้าน ถึงอาเจียงของพี่จะไม่ได้ดัง แต่เราค่อยเป็ค่อยไปเอาก็ได้ เพราะงั้นปฏิเสธไปเลย พี่ไม่ยอม!”
น้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจของพี่สาวหลี่ทำเอาจ้าวเจียงอดซึ้งใจไม่ได้
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ คุณเขาอยากให้ผมดูแลอ้ายชิงใน่วันหยุด หรือเวลาที่ว่าง เป็เหมือนพี่เลี้ยงน่ะครับ แถมเขารู้ด้วยว่าเรากำลังจะหมดสัญญากับทางค่าย คุณเขาเลยเสนอว่า ถ้าผมรับดูแลอ้ายชิง ผมก็สามารถเป็นักแสดงสังกัด YST ENTERTAINMENT ได้แน่นอน”
ดวงตาพี่สาวหลี่เปล่งประกายเจิดจ้าหลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่เขาได้พูด ก่อนจะรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นทันที
“ตกลงไปเลย! ข้อเสนอโคตรง่าย แถม่นี้หลังจากถ่ายละครเสร็จ เราก็ว่างมาก เพราะทางค่ายไม่ป้อนงานให้แล้วพอหมดสัญญาปุ๊ป เราก็ได้เข้าค่ายใหญ่โต ตบหน้าไอ้ค่ายเฮงซวยนั่นไปเลย เพราะงั้น ตอบตกลงซะ!”
และนั่นคือคำประกาศิตที่พี่สาวหลี่ให้จ้าวเจียงคนนี้ตอบตกลง
++++
เฮ้ มาแล้ว มาช้าแต่มานะ พยายามคิดพล๊อตในหัว และเขียนลงไป เขียนเสร็จก็ลงทันทีเลย แอบกดดันนิดนึงว่าคนอ่านจะชอบไหม แต่ชอบเถอะ พลีส ฮ่าๆ ขอคอมเม้นให้กำลังใจหน่อยนะคะ อยากได้กำลังใจสุดๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ❤️