ตอนที่ 10 ตีสุนัขต้องดูเ้าของ
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้าุโตระกูลฉู่หลินซื่อไม่ตื่นตระหนกและไม่นึกหันหลังกลับ แม้นางไม่รู้ว่าฉู่หลานฟื้นคืนชีพได้อย่างไรแต่สัญชาตญาณของความเป็แม่เมื่อพบหนทางช่วยลูกชายและพบโอกาสดีๆที่บุคคลชนชั้นสูงลดตัวลงมาช่วยเหลือเช่นนี้ นางจะไม่ปล่อยให้มันสูญเปล่าเด็ดขาด
“อาสะใภ้หลิน ท่านพูดเหลวไหลอันใด!” ฉู่อี้เชินที่ััได้ถึงคราวซวยย่อมไม่มีทางนิ่งเฉยให้อีกฝ่ายใส่ร้ายได้
เพียะ!
“หุบปาก!ใครสั่งให้เ้าพูดแทรก”หลี่ไจ้ใช้ฝ่ามือเวทตบหน้าฉู่อี้เชินจนอีกฝ่ายนึกโกรธแต่ไม่กล้ามองด้วยความแค้นด้วยซ้ำ“เชิญหลินฟูเหรินพูดต่อ”
เมื่อทางสะดวกเช่นนี้หลินซื่อจึงเริ่มประณามความชั่วช้าของคนตระกูลฉู่ทันที
“นึกถึงปีนั้นตอนที่ข้าคลอดหลานเอ๋อร์ หมอดูประจำตระกูลหลินทำนายว่าเมื่อหลานเอ๋อร์อายุครบยี่สิบปีชะตาชีวิตของเขาจะเปลี่ยนจากหลังมือเป็หน้ามือ จากตกต่ำสู่รุ่งโรจน์และเื่นี้ไม่มีผู้าุโคนใดในตระกูลฉู่ไม่ทราบ”
“โอ้มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ” หลี่ไจ้ฟังด้วยความสนใจ
“วันนี้หลานเอ๋อร์อายุครบยี่สิบปีเราสองสามีภรรยาจึงตั้งใจจัดพิธีไว้อาลัยแก้เคล็ดตามที่ได้ฟังเมื่อยี่สิบปีก่อนแต่ไม่นึกเลยว่าคุณชายอี้เชินจะถูกความริษยาบดบังศีลธรรมและตั้งใจทำร้ายหลานเอ๋อร์ถึงตาย!”
“บ้าไปแล้ว! อาสะใภ้หลินเสียสติถึงขั้นกล่าวหาข้าพล่อยๆหากข้าทำร้ายฉู่หลานจริงแล้วมันจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”คราวนี้ฉู่อี้เชินรู้สึกดีใจที่ฉู่หลานยังไม่ตายจริงๆเพราะอย่างน้อยก็สามารถใช้เป็ข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอดได้
“หากพี่ฉู่ไม่ได้รับยาแก้สรรพโรคของจวนจอมทัพซ้ายพวกเ้าคิดหรือว่าเขาจะยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้” ชิงเยี่ยนยกมือขึ้นเท้าสะเอวพลางตอกกลับฉู่อี้เชินโดยยกอำนาจของจวนจอมทัพซ้ายขึ้นมาอ้างขึ้นชื่อว่ายาแก้สรรพโรคของจวนจอมทัพซ้ายจะมีสรรพคุณธรรมดาได้อย่างไรทั้งยังเป็การยืนยันว่าก่อนหน้านี้ฉู่หลานถูกทำร้ายเจียนตายจริงๆทว่าเขาได้รับยาแก้สรรพโรคที่ชิงเยี่ยนพกติดตัวไว้ใช้ยามฉุกเฉินจึงรอดพ้นจากความตายและไป‘พลอดรัก’กันที่บ้านของจางเหวินได้
“ผ่านมายี่สิบปีที่หลานเอ๋อร์ทนแบกรับชีวิตขื่นขมในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้พบสหายที่ดีเช่นคุณชายชิง ชีวิตของเขานับจากนี้อาจเป็ไปตามคำทำนายได้แต่ไม่นึกเลยว่าคนตระกูลฉู่ไม่อยากเห็นเขาได้ดีจนถึงขั้นสนับสนุนให้คุณชายอี้เชินมาทำลายพิธีไว้อาลัยแก้เคล็ดเช่นนี้ฮือ....” หลินซื่อทำการแสดงเพื่อเสริมคำพูดของชิงเยี่ยนได้โดยสมบูรณ์
“ิถิง เ้าสั่งสอนภรรยาให้พูดเหลวไหลได้ขนาดนี้เชียวหรือ!” คราวนี้เป็ฉู่จิ่นอี้หรือท่านปู่ของฉู่หลานที่พูดขึ้นมาด้วยความโกรธที่ผ่านมาเขาละเลยบุตรชายคนนี้มาโดยตลอดแต่ก็ไม่คิดว่าลูกของสาวใช้คนหนึ่งจะปีกกล้าขาแข็งได้ขนาดนี้
“เรียนท่านพ่อการพูดความจริงไม่จำเป็ต้องสอนขอรับ”ฉู่ิถิงยกมือทำความเคารพไปทางบิดาและเอ่ยด้วยความไม่เกรงกลัวเป็ครั้งแรกเช่นกันเขาเพิ่งผ่านการสูญเสียลูกชายและได้ลูกชายกลับคืนมาหมาดๆเขาจึงตระหนักได้แล้วว่าการยอมจำนวนไม่ได้ประโยชน์อันใด
และเขาไม่ขอปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
“อกตัญญูเ้า เ้ามันเลี้ยงไม่เชื่อง พวกเ้าสามคนล้วนแต่อกตัญญู!”ฉู่จิ่งถิงรู้สึกเสียหน้าสุดๆจึงทำให้เขายิ่งบันดาลโทสะและพร้อมซัดพลังบำเพ็ญในขอบเขตกึ่งเมธีใส่ลูกชายนอกคอกคนนี้
ปัง!
“เฮ้อ!”ท่ามกลางความวุ่นวายภายในตระกูลหลี่ไจ้ยกมือตบโต๊ะน้ำชาจนหักเป็สองท่อนไม่ต่างจากที่ ‘คนผู้นั้น’กระทำที่บ้านของจางเหวิน พลังในขอบเขตเมธีแผ่ออกมากดดันทั่วห้องโถงคับแคบ“คนตระกูลฉู่พูดจาไม่รู้เื่จริงๆ เอาล่ะ คุณชายชิง ข้าจำเป็ต้องกลับวังแล้ว ท่านรีบพูดมาเถอะว่าจะให้จัดการกับคนที่รังแกไอ้หนูอย่างไร”
“ในเมื่อเขากล้าทำลายวันดีๆของพี่ฉู่ เช่นนั้นก็ทำลายชีวิตดีๆ ของเขาซะ” ชิงเยี่ยนตัดสินใจง่ายมากเพราะเขาได้เห็นแล้วว่าคนผู้นี้เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์มีแต่ ‘รกหูรกตา’ไปวันๆ เท่านั้น
“ชะช้าก่อนคุณชายชิง ในเมื่อฉู่หลานไม่ได้เป็อันตรายด้วยซ้ำแล้วจะตัดสินว่าอี้เชินทำเหมือนที่ถูกกล่าวหาได้อย่างไร”ฉู่ิเทียนรีบปกป้องลูกชายคนรองด้วยสัญชาตญาณของความเป็พ่อ
“พวกเ้าก็พูดง่ายสิพวกเ้าไม่ได้เห็นสภาพของพี่ฉู่ที่าเ็สาหัสเหมือนข้านี่” ชิงเยี่ยนแค่นเสียงเย้ยหยันถึงอย่างไรวันนี้เขาต้องสร้างความน่ายำเกรงผ่านทางหลี่ไจ้ให้ได้เพื่อที่ว่าชีวิตในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยนับจากนี้ของเขาและฉู่หลานจะไม่ลำบากจนเกินไป“หรือต่อให้เดรัจฉานนี้ไม่ได้ทำผิด ถ้าข้าอยากจัดการแล้วผู้ใดจะโต้แย้งได้?”
ความเงียบที่ตามมาคือคำตอบเพราะไม่มีใครกล้าโต้แย้งคนของจวนจอมทัพซ้ายผิงซี
“หลี่กงกงท่านช่วยจัดการทีเถอะ ข้าไม่อยากรบกวนท่านพ่อจริงๆ” ชิงเยี่ยนแสร้งทำเป็ทอดถอนใจและให้เกียรติหลี่ไจ้เป็ผู้ใหญ่จัดการแทนตนเช่นนี้คนตระกูลฉู่โกรธแค้นก็ทำอะไรไม่ได้
“อืมเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ทั้งหมดแล้วไม่อาจเก็บฉู่อี้เชินคนนี้ให้เป็ภัยต่ออารมณ์ของคุณชายชิงอีก”หลี่ไจ้ไม่ต้องเสียเวลาคิดและฐานะของเขายิ่งใหญ่ปานนี้จึงไม่จำเป็ต้องใช้เหตุผลเขายกมือขึ้นแล้วโบกเพียงครั้งเดียว องครักษ์พยัคฆ์ดำที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ซัดลำแสงสีดำซึ่งเต็มไปด้วยพลังในขอบเขตเมธีใส่ฉู่อี้เชินโดยตรง
ฟึบ!
“ไม่!!!”
ภาพของฉู่อี้เชินที่กลายเป็หมอกโลหิตเกิดขึ้นพร้อมเสียงร้องโหยหวนของฉู่ิเทียนผู้เป็บิดากระนั้นนายท่านิเทียนผู้ที่มักเย่อหยิ่งเสมอกลับไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นเขาทำได้แค่มองหมอกโลหิตค่อยๆ สลายหายไปจนไม่เหลือร่องรอยด้วยดวงตาแดงก่ำ สองมือกำแน่นจนเส้นเืปูดออกมาหัวใจแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
“มีปัญหากับการสั่งสอนของข้าหรือไม่?” หลี่ไจ้หรี่ตามองไปทางผู้าุโตระกูลฉู่ที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงแล้วถามด้วยท่าทางสบายๆ
“ใต้เท้าหลี่สั่งสอนได้ดีแล้วขอรับเป็พวกข้าน้อยที่อบรมลูกหลานไม่ดีเอง” หัวหน้าตระกูลฉู่รีบพูดเอาใจผู้สูงศักดิ์แม้ว่าหัวใจของเขาเ็ปและโกรธแค้นไม่ต่างกันเพราะฉู่อี้เชินเป็หลานคนโปรดคนหนึ่ง ทว่าเขาทราบฐานะของตัวเองดี
“อืมไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว แต่ถ้ามีปัญหาพวกเ้าก็ไปทวงถามกับจวนจอมทัพซ้ายเองเถิด” หลี่ไจ้พอใจกับคำตอบเขาลุกขึ้นยืนราวกับหมดเื่สนุกให้เล่นแล้วจริงๆ“คุณชายชิง้ากลับจวนหรือไม่?”
“ขอบคุณใต้เท้าที่ใส่ใจแต่คืนนี้ข้าเหนื่อยมากเหลือเกิน ขอค้างคืนที่นี่เลยดีกว่า”ชิงเยี่ยนตอบด้วยความสัตย์จริง เพราะนี่คือยามโฉ่ว (01.00 – 02.59 น.) หากไม่มีพลังบำเพ็ญเขาจะมีความรู้สึกง่วงนอนเหมือนคนธรรมดาทั่วไปและถ้าต้องไปทำความคุ้นเคยกับจวนจอมทัพซ้ายตอนนี้อีกคงไม่ไหวจริงๆดังนั้นขอนอนเอาแรงก่อนดีกว่า
“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับวังก่อนคุณชายชิงโปรดรักษาตัวด้วย คนของข้าจะแจ้งให้จวนจอมทัพซ้ายมารับท่านพรุ่งนี้เช้า”หลี่ไจ้ยกมือคารวะพร้อมบอกลาซึ่งชิงเยี่ยนและฉู่หลานก็ยกมือคารวะตอบกลับทว่าก่อนที่เขาจะหายไปจากสถานที่แห่งนั้นพร้อมองค์รักษ์เขายังไม่ลืมตวัดสายตามองหัวหน้าตระกูลฉู่เพื่อย้ำเตือนว่าหากชิงเยี่ยนเป็อันตรายภายในเขตบ้านตระกูลฉู่ก็รอต้อนรับจอมทัพซ้ายได้เลย
เมื่อร่างของหลี่ไจ้และองครักษ์พยัคฆ์ดำหายไปแล้วคนตระกูลฉู่กลับไม่ได้หายใจคล่องขึ้นแม้แต่น้อยฉู่จิ่นเทียนแทบหันไปพูดกับชิงเยี่ยนทั้งน้ำตา
“คุณชายชิงข้าน้อยจะรีบให้คนไปจัดเตรียมห้องรับแขกเดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่ต้องไม่ต้อง ข้าจะนอนบ้านพี่ฉู่นี่แหละ พวกเ้าแยกย้ายกันได้แล้วอย่ามาทำวุ่นวายแถวนี้”เมื่อแสดงอำนาจไปมากพอแล้วชิงเยี่ยนจึงกลับมาวางมาดเหมือนตอนเป็จอมมารแดนเหนือได้อีกครั้งเขาโบกมือไล่ตาเฒ่าเหล่านี้ออกไปด้วยความรำคาญเพราะตอนนี้เขาง่วงเหลือเกิน
“เช่นนั้นคุณชายชิง้าสิ่งใดก็สั่งได้ทุกเมื่อพวกข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ”หัวหน้าครอบครัวเข้าใจดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ทุกคนอยากออกจากที่นี่เต็มทนเขาจึงไม่โน้มน้าวชิงเยี่ยนอีกและรีบพาพวกน้องชายออกไปทันที
“คุณชายชิงบุญคุณครั้งนี้...”
“หยุด! หยุดเลยท่านลุงท่านป้าพวกเราไม่จำเป็ต้องมากพิธีต่อกันและตอนนี้ข้าง่วงนอนมากจริงๆ”ชิงเยี่ยนรีบยกมือห้ามสองสามีภรรยาที่กำลังจะคุกเข่าขอบคุณอีกครั้ง“สำหรับเื่วันนี้เป็ตามที่ข้าพูดไปทั้งหมดพี่ฉู่หนีออกจากโลงศพด้วยสภาพทุลักทุเลเพื่อไปพบข้าตามนัดหมาย โชคดีที่เขาได้กินยาแก้สรรพโรคของจวนข้าจึงทำให้รอดจากความตายกลับมาหาพวกท่านได้อีกครั้ง”
“ท่านพ่อท่านแม่ไปพักผ่อนเถิด”ฉู่หลานที่นานครั้งจะมีจังหวะได้พูดจึงรีบบอกสองสามีภรรยาให้ไปพักผ่อนเพราะตัวเขาเองก็หมดพลังไม่ต่างจากชิงเยี่ยน
“แต่เราไม่มีห้องรับรองแขกเลย”หลินซื่อยังไม่วางใจเพราะคุณชายชิงสูงส่งเกินกว่าจะนอนในบ้านธรรมดาของพวกนาง
“ข้านอนห้องพี่ฉู่ได้ท่านลุงท่านป้าได้โปรดวางใจเถิด ข้าเหนื่อยมากจริงๆ”
“อ่าถ้าเช่นนั้นหลานเอ๋อร์ดูแลคุณชายชิงให้ดีด้วย” หลินซื่อกับฉู่ิถิงไม่กล้าพูดมากอีกเพราะสภาพของทั้งลูกชายและคุณชายน้อยดูอิดโรยมากจริงๆทั้งสองจึงยอมกลับเข้าห้องแต่โดยดี
......
บรรยากาศตอนดึกสงัดของคฤหาสน์ตระกูลฉู่นับว่าเงียบเหงาผิดปกติคงเพราะเหตุการณ์ะเืใจที่เพิ่งผ่านพ้นไปทำให้พวกผู้าุโเก็บตัวอยู่ในบ้านด้วยความขุ่นเคืองเงียบๆทว่าบรรยากาศเช่นนี้ฉู่หลานชอบเป็พิเศษ
เขายืนกรานว่าจะนั่งเอาหลังพิงเตียงโดยยกพื้นที่บนเตียงแคบๆให้ชิงเยี่ยน ฝ่ายจอมมารน้อยก็ไม่ได้เกรงใจมากนักในเมื่อฉู่หลานเต็มใจเขาไม่จำเป็ต้องเื่มากอีกอย่างชิงเยี่ยนรู้สึกว่าการนอนหลับในโลกที่ไม่คุ้นเคยโดยมีจักรพรรดิัฉู่หลานนั่งหลับอยู่ใกล้ๆมันก็อุ่นใจดี
“เยี่ยนเอ๋อร์เ้าคงรู้ว่าเมื่อหลี่ไจ้กลับเข้าวังไปรายงานต่อคนผู้นั้น ชีวิตเราสองอาจไม่สามารถแยกจากกันได้อีก”เสียงทุ้มเอ่ยคล้ายพึมพำทว่าแฝงด้วยความจริงจัง
“อืม...ค่อยว่ากันทีละก้าวเถอะ”เสียงพึมพำตอบรับมาจากคนที่นอนบนเตียงด้านหลัง
“เกรงว่าข้าอยู่ในเมืองหลวงไม่ได้แล้ว...”
“...”
ไม่มีเสียงตอบรับจากจอมมารน้อยอีกเลยซึ่งฉู่หลานรับรู้ได้ดีว่าอีกฝ่ายเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วเขาจึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหลับตาพาตัวเองเข้าสู่นิทราไม่ต่างกัน
......
“คุณชายคุณชายของบ่าว ฮึก ฮือ...บ่าวมารับแล้วเ้าค่ะ!”
ยามเฉิน(07.00 – 08.59 น.) ของเช้าวันต่อมา มีเสียงสะอื้นของสตรีดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอนของฉู่หลาน