หลิวจ้านได้มองดูสาวงามทั้งสองนางชมวิวพร้อมทั้งพูดคุยกัน เขาทึ่งในความงามของพวกนางจริงๆ องค์หญิงใหญ่เป็นสาวงามที่แม้แต่ภรรยาของเขาทั้งสองนางยังแพ้ความงดงามของนาง นางสวยแบบผู้ใหญ่ ส่วนผู้ติดตามของนางก็สวยเหมือนกันแต่ยังเทียบไม่ได้กับองค์หญิง แต่หลิวจ้านก็รู้ดีว่าเขาไม่อาจจะครอบครองนางได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีกองทัพที่เขาสร้างขึ้นมา ระหว่างนั้นพนักงานได้ยกอาหารขึ้นมา ในวันนี้หลิวจ้านได้จัดหม้อไฟ เพื่อเป็นการต้อนรับองค์หญิงใหญ่
“พี่สาวทั้งสอง มานั่งได้แล้ว อาหารมาถึงแล้ว”
พวกนางได้ยินหลิวจ้านเรียกก็ได้เดินกลับมานั่งที่โต๊ะที่หลิวจ้านจัดไว้
“นี้คืออะไรทำไมเจ้าถึงไม่ปรุงมาให้ข้า จะให้ข้ากินทั้งแบบนี้หรือ”องค์หญิงเป็นคนพูดขึ้นมา ที่นางพูดแบบนั้นออกไปเพราะบนโต๊ะมีแต่ของสด ผักก็สด
“ท่านคงจะไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อน ข้าจะช่วยสอนพวกท่านก็แล้วกัน อันดับแรกเราต้องรอให้หม้อเดือด จากนั้นเราก็ใส่ของต่างๆลงไป ไม่ทราบว่าพี่สาวทั้งสองต้องการจะกินอะไรบ้าง ข้าจะได้ใส่ลงไปได้ถูก”
“พวกเรากินได้ทุกอย่าง”
หลิวจ้านได้ยินแบบนั้นเขาใส่พวกเนื้อลงไปก่อนพร้อมกับเครื่องใน ตามด้วยผักและเส้น เส้นหลิวจ้านได้ทำขึ้นมาเองเพราะเขารู้สึกว่าเส้นในยุคนนี้เเข็งเหลือเกิน แล้วเขาได้ทำการปิดฝาหม้อ พอหม้อเดือดได้ที่หลิวจ้านได้เปิดหม้อออก สาวงามทั้งสองนางถึงกับเกือบที่จะน้ำลายไหลและยืนจ่องอยู่แบบนั้น จากนั้นหลิวจ้านได้ตักใส่ถ้วยให้พวกนางคนละถ้วย
“นี้คือน้ำจิ่มของหม้อไฟ มันมีสองแบบ แบบแรกคือกินกับพวกเนื้อและเครื่องใน และอีกแบบคือน้ำจิ่มเอาไว้กินกับพวกกุ้ง ปลาหมึก พวกของทะเล เรียบร้อยแล้วเชิญพวกท่านลองทานได้ แต่ก่อนที่จะทานต้องดื่มสุราก่อนหนึ่งถ้วยจะช่วยให้พวกเราเจริญอาหาร”
พูดเสร็จหลิวจ้านได้รินสุราให้พวกนางคนละถ้วย หลิวจ้านดื่มก่อนและเริ่มกินหม้อไฟ พวกนางดูการกระทำของเขา และเริ่มทำตาม องค์หญิงเพียงแค่ได้ลองคำแรกเท่านั้น จากนั้นนางก็ไม่พูดกับใครอีกเลย
“ไม่ทราบว่าพี่สาวทั้งสองคน อยากจะกินหม้อไฟให้อร่อยกว่านี้หรือไม่”
“ต้องทำยังไง ข้าว่าแบบนี้ก็อร่อยมากแล้ว” องค์หญิงพูดขึ้นมา
“จริงๆวิธีกินของมันคือแบบนี้ พวกท่านอยากจะกินอะไร ท่านก็ตักลงไป ไม่ต้องปิดฝาหม้อ เมื่อของที่เราใส่ลงไปสุกแล้ว เราใช้ตระเกียบของเราคีบขึ้นมากิน หากพวกท่านไม่รังเกียจ อยากจะลองดูหรือไม่”
ทั้งสองคนก็ทำตามที่หลิวจ้านพูด พวกนางรู้สึกว่ารสชาติก็เหมือนเดิมแต่รู้สึกว่าบรรยากาศมันดีกว่าเดิม
“แล้วของพวกนี้ละพวกกุ้ง พวกปลาหมึก เราจะกินยังไง”
ได้ยินที่นางถามแต่หลิวจ้านไม่ตอบเขาได้ให้คนไปยกเตาถ่าน ขึ้นมาเพื่อที่จะย่างกุ้งและปลาหมึก หลิวจ้านได้ลงมือย่างด้วยตัวเอง องค์หญิงรู้สึกว่าการกินวันนี้ของนาง คงจะทำให้นางอ้วนขึ้นแนนอนเพราะนางกินเยอะกว่าอาหารในวังเสียอีก
“สิ่งนี้เรียกว่าอะไร”
“สิ่งนี้เรียกว่าหม้อไฟ ตอนนี้ยังไม่เปิดขาย ต้องรออีกหน่อยถึงจะเปิดขายที่ ไชน่าทาวน์”
“เจ้าเป็นคนคิดค้นขึ้นมา”
“พี่สาวนี้ฉลาดจริงๆ”
เป็นองค์หญิงกับหลิวจ้านที่สนทนากันสองคน ส่วนผู้ติดตามขององค์หญิง นางก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว เพราะทุกอย่างอร่อยหมดเลยนางกินจนทำให้นางลืมไปว่าต้องมาดูแลองค์หญิง
“ยังมีอะไรอีกที่เจ้าไม่สามารถทำได้”
“องค์หญิงต้องรอดูต่อไป”
จากนั้นทุกคนก็กินจนอิ่ม ของทุกอย่างเกือบจะหมด หลิวจ้านเดาว่าทั้งสองนางต้องฝึกวรยุทธแน่นอน เพราะพวกนางกินเยอะเหมือนกับภรรยาของเขาทั้งสอง
“พี่สาวพอดีข้ามีเรื่องอยากจะได้ท่านช่วยหน่อย”
“ข้าได้เห็นเจ้าขอร้องข้าข้ารู้สึกแปลกใจจริงๆ ลองพูดมา”
“พอดีข้าอยากจะฝึกกองกำลังเป็นของตัวข้าเอง ท่านพอจะช่วยพูดกับเจ้าเมืองให้ข้าได้หรือไม่”
“เจ้าจะมีกองกำลังไปทำไม เจ้าก็ฝึกแค่ผู้ติดตาม สิบยี่สิบคนก็พอแล้ว ทำไมต้องมีกองกำลังด้วย”
“แล้วถ้าข้าบอกว่ากองกำลังที่ข้าจะฝึกขึ้นมา สามารถฆ่าล้างทั้งหุบเขาผีเสื้อได้ท่านจะช่วยข้าหรือไม่”
องค์หญิงได้ฟังเหตุผลของเขานางถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
“นี้เจ้าบ้าไปแล้วหรือยังไง หุบเขาผีเสื้อมีนักฆ่าตั้งมากมาย อาจะเป็นพันเป็นหมื่นคน เจ้าคิดว่าจะจัดการพวกเขาหมดแบบนั้นเชียวหรือแถมทุกคนที่อยู่ที่หุบเขา ส่วนมาก็มีแต่ขั้นที่ 5 ขึ้นไป”
“ข้าจะทำสำเร็จหรือไม่ ถ้าท่านไม่ลองจะรู้ได้ยังไงและหากว่าข้าทำสำเร็จหนท่างในวันข้างหน้าของท่านจะต้องสดใสแน่นอน ทำไมท่านไม่ลองเสี่ยงดูบ้างละ”
องค์หญิงนั่งคิดซักพัก
“ได้ ข้าจะจัดการให้เจ้า แล้วตอนไหนเจ้าถึงจะจัดการกับพวกหุบเขาผีเสื้อ”
“ข้าขอเวลาไม่เกินหนึ่งปี”
“ได้ ข้าจะลองเชื่อเจ้า แล้วเจ้าคิดที่จะขยับขยายกิจการไปที่เมืองหลวงหรือไม่”
“ทำไมข้าต้องไปที่เมืองหลวง เมืองหลวงสิควรที่จะย้ายมาที่นี้”
องค์หญิงได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมาถึงกับรีบถามเขาออกไป
“ทำไมเจ้าถึงพูดว่าเมืองหลวงควรจะย้ายมาที่นี่”
"ท่านไม่เคยลองดูแผนที่หรือยังไง ว่าทำเลที่เมืองลั่วหยางดีขนาดไหน แถมยังติดเเม่น้ำอีกด้วยเดินทางสะดวก
การขนส่งรวดเร็ว และที่หนี้ยังเป็นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ของราชวงศ์ฮั่น ต่อให้ศรัตตรูร้อมเมืองเอาไว้ พวกเราก็ยังอยู่รอดปล่อดภัย"
“สิ่งที่เจ้าพูดมาข้าเข้าใจข้าก็คิดเหมือนกับเจ้า แต่เมืองลั่วหยางมันใกล้กับชายแดน หากมีศรัตตรูบุกเข้ามาเราจะไม่พังก่อนหรือ”
“องค์หญิงท่านคิดว่าพวกที่อยู่ล้อมรอบพวกเรามันน่ากลัวจริงหรือ ท่านเคยได้ยินเรื่องของอีกฝากของทะเลหรือไม่”
นางได้ยินสิ่งที่หลิวจ้านพูด นางก็ไม่เข้าใจความหมาย
“ท่านช่วยอธิบายให้ข้าฟังให้ละเอียดที”
“ตอนนี้ข้าบอกกับท่านได้แค่ว่า อีกฝากของทะเล มีคนที่หน้ากลัว กว่าพวกที่อยู่รอบๆแคว้นของเรา ต่อให้พวกเรามีชาวยุทธ ขั้นที่ 8 ขั้นที่ 9 หรือกระทั่งปราชญ์ พวกเขาก็ไม่กลัว ข้าบอกท่านได้แค่นี้ แต่หากว่าท่านได้นั่งบัลลังจริงๆ ท่านต้องเตรียมรับมือ แต่ถ้าท่านอยากให้ข้าช่วยก็มาหาข้าได้ ทุกการช่วยเหลือย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ”
องค์หญิงได้ฟังสิ่งที่หลิวจ้านพูดนางก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาต้องรีบกลับไปหาทางรับมือ นางชื่อคำพูดหลิวจ้านแน่นอน เพราะว่าจากการที่นางเห็นเขาสร้างหรือคิดค้นอะไรขึ้นมาล้วนแปลกใหม่ จากนั้นหลิวจ้านได้ส่งพวกนางกลับขึ้นรถ ตัวเขาได้ขึ้นรถม้าและรีบกลับไปที่จวน