อเล็กซานดร้าและเอเลน่าทุบทำลายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวและล่าสังหารฝ่าเหล่านักสู้มากมายไปยังห้องของตัวการทั้งหมดของแผนการนี้ที่อยู่บนชั้นที่สิบด้วยความที่ฝั่งทางนั้นไม่มีใครสามารถตรวจจับตัวตนของพวกนางได้จึงง่ายต่อการล่าสังหารฝ่าวงล้อมขึ้นไปมาก
ในขณะที่พวกนางทะลวงไปจนถึงจุดจุดหนึ่งเหล่ายอดนักสู้ทั้งหลายก็ทยอยล้อมกรอบพวกนางเอาไว้มากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆนักสู้ที่อยู่ชั้นบนๆเองก็มาร่วมวงกำจัดพวกนางไปด้วยทำให้ชั้นบนๆนอกจากชั้นแรกๆแล้วไม่มีคนวางกำลังป้องกันอีกจนพวกนางไม่สามารถใช้การโจมตีผลักพวกเขาออกไปได้หมดในคราเดียว
เพราะอีกฝ่ายใช้จำนวนคนเข้ากดดันพวกนางหากจะมองให้ดีมันเหมือนกับพวกนางวิ่งอยู่บนมือของฝ่าย แต่ทว่าอเล็กซานดร้ายังคงแสดงสีหน้าราบเรียบและเมื่อจำนวนคนมากมายจนถึงจุดที่ไม่มีใครมาเพิ่มอีกมันทำให้จังหวะนั้นอเล็กซานดร้าเผยรอยยิ้มออกมา
เหล่ายอดนักสู้ต่างคนต่างผสานพลังดึงพลังเวทมนตร์จากร่างกายออกมาให้มากที่สุดแล้วเล็งไปยังช่องว่างที่ว่างเปล่าที่พวกเขาทั้งหมดได้ล้อมกรอบเอาไว้ ไปข้างหน้าก็ตายถอยหลังก็จบอนาถไม่ต่างกันนั่นทำให้เหล่านักสู้ที่หวั่นเกรงในการต่อสู้ของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งล้อมกรอบพวกนางเพื่อเผด็จศึกในคราเดียว
“พวกเราไม่มีทางเลือกแล้วปลดปล่อยพลังออกมาเถอะ ล้อมกรอบปีศาจเด็กพวกนี้เอาไว้”
หนึ่งในคนในกลุ่มเหล่ายอดนักสู้คนหนึ่งตระโกนขึ้นมา
แสงหลากสีของพลังเวทมนตร์มันสวยงามเกินบรรยายภายใต้ภาพแบบนั้นความจริงแล้วพวกมันกลับเต็มไปด้วยพลังทำลายอันรุนแรงและแฝงจิตสังหารอันเข้มข้นไว้ด้วย
ตูม
พลังที่หลอมรวมผสานบีบอัดเป็นหนึ่งเดียวจากการส่งสุดยอดการโจมตีด้วยเวทมนตร์ทำให้แสดงพลังทำลายอันรุนแรงจนเหล่ายอดนักสู้ถูกพลังทำลายล้างของสุดยอดการโจมตีคร่าชีวิตไปกว่าครึ่งของทั้งหมด
......
“ฮ่า ฮ่า สำเร็จแล้วพลังขนาดนั้นไม่ตายก็ให้มันรู้ไปสิ ข้านี่ก็กังวลแทบตาย”
“ในที่สุดภารกิจบ้าๆนี่ก็จบลง ข้าไม่มีทางร่วมมือทำภารกิจที่ไม่รู้พลังของอีกฝ่ายแบบนี้อีกแล้ว บางทีนี่อาจเป็นภารกิจสุดท้ายแล้ว”
“เฮ้อ โล่งใจมาก ข้าเองตอนนี้ก็หายใจสะดวกแล้ว”
เหล่ามันสมองที่อยู่ในห้องประชุมต่างโห่ร้องยินดีและยิ้มอย่างเบิกบานตัวตนของอเล็กซานดร้าและเอเลน่ามันน่ากลัวเกินไปขนาดพวกเขามีกองกำลังที่เยอะกว่าทั้งยังมีแต่ผู้ใช้เวทมนตร์ได้ทั้งนั้นกลับพ่ายแพ้แก่ปีศาจเด็กสาวสองคน ในตอนนี้พวกเขาหายกังวลแล้วเพราะภารกิจมันจบแล้วพลังทำลายขนาดนั้นต่อให้พวกเขาคนใดรู้จักผู้ใช้เวทมนตร์ที่ทรงพลังก็ไม่อาจรับเวทมนตร์ที่ผสานบีบอัดของสุดยอดการโจมตีของยอดนักสู้มากมายขนาดนั้นได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสังหารอเล็กซานดร้าและเอเลน่าที่ต้องตกตายภายใต้พลังอันมหาศาล
ในเวลาเดียวกันคนที่ไม่กระพริบตาไปจากการต่อสู้คือชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาว เขาครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้มากมายเขาคิดไปถึงทำไมอเล็กซานดร้าและเอเลน่าถึงบุกเข้ามาแบบตรงๆต่อให้ไม่มีใครสัมผัสถึงตัวตนได้ถ้าหากถูกคนจำนวนมากขนาดนั้นล้อมกรอบไว้ก็ไม่ต่างจากการเอาชีวิตไปทิ้ง พวกนางจะไม่คิดถึงปัจจัยนี้เลยหรือ?
ชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวหรี่ตาลงมองไปยังภาพเหตุการณ์โดยรวมอีกครั้งรอจนกระทั่งพื้นที่การต่อสู้ไม่มีผลกระทบจากแรงระเบิดของพลังเวทย์เขาก็พบว่าเหล่ายอดนักสู้ที่เหลือรอดที่ไม่ตกตายไปกับการโจมตีของสุดยอดการโจมตีผสานนั้นพวกเขาได้ยืนอยู่ภายใต้วงเวทย์สีดำที่แฝงไปด้วยอักขระโบราณมากมายโดยมีลูกบาศก์สีแดงดำลอยเหนือหัวหมุนตัวเองไปมาอย่างช้าๆผลกระทบที่พวกเขาได้รับคือไม่มีใครขยับเขยื้อนไปไหนได้และค่อยๆสูญเสียพลังชีวิตไปอย่างช้าๆ
ชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวที่เชื่อมสถานการณ์ทั้งหมดได้ก็ร้องเสียงหลงออกมาทันที
“แย่แล้ว พวกเราหลงกลพวกนาง”
ปัง
ประตูขนาดใหญ่ถูกพลังทำลายมหาศาลพังทลายกลายเป็นผุยผงไปปรากฏร่างของเด็กสาวสองร่างเดินเข้ามาข้างในห้องประชุมอย่างช้าๆคงไม่มีใครไม่รู้จักร่างเด็กสาวสองร่างนี้พวกนางก็คืออเล็กซานดร้าและเอเลน่า ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมพวกเขาแสดงสีหน้าที่ไม่น่าดูออกมาทันที
“เอเลน่าเจ้าไปกำจัดพวกมันสมองน่าโง่นั่นให้หมด ข้ารับมือกับเจ้านั่นเอง”
อเล็กซานดร้าสั่งการเอเลน่าเสร็จ สายตาของนางพลันจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวอย่างเย็นชา
“รับทราบ”
เอเลน่าขานรับและดึงมีดสั้นที่ต่างไปจากปกติที่นางใช้ครั้งนี้มันคือมีดสั้นสีแดงเข้มที่มีไอพลังแห่งความมืดเข้มข้นพุ่งตัวเข้าไปหามันสมองแต่ละคนในทันทีรวมถึงปลดปล่อยร่างแยกมากมายออกมาตามจำนวนคนที่มีอยู่ในที่แห่งนี้
ในเวลาแบบนี้ถ้าดึงดาบเอกซ์คาลิเบอร์ออกมามันจะเปลี่ยนสถานการณ์ไปโดยสิ้นเชิงแต่ว่าตัวนางที่เป็นปีศาจชั้นสูงการกระทำแบบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับการทรยศเผ่าพันธุ์ถึงแม้จอมมารจะออกตัวมาปกป้องแต่ความคิดของคนส่วนใหญ่มันก็ไม่อาจเมินเฉยได้ เพราะดาบเอกซ์คาลิเบอร์ไม่ใช่ตัวแทนของปีศาจแต่เป็นตัวแทนของผู้กล้านั่นมันขัดแย้งกับตัวนางที่เป็นปีศาจอย่างสิ้นเชิง
เพราะฉะนั้นแล้วมันจึงเหลือทางเลือกเดียวนั่นก็คือใช้ดาบเล่มสีดำที่มีความสามารถพอๆกับดาบเอกซ์คาลิเบอร์พวกมันทั้งสองล้วนเป็นอาวุธที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์เวทมนตร์ทั้งปวงทำให้ไม่มีเวทมนตร์ไหนที่ต้านทานพวกมันได้ นั่นทำให้ผู้ที่เผชิญหน้ากับพวกมันต้องหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดเท่านั้นไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีอะไรป้องกันร่างกายเนื่องจากเวทมนตร์ไม่อาจต้านทานการโจมตีของพวกมันได้นั่นเอง
กุญแจแห่งปีศาจ รหัสเวทมนตร์ที่ 123 นับถอยหลัง 03.59 นาที
“เวลาแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะสังหารเจ้านั่น ต้องพึ่งเจ้าแล้วดาบเล่มสีดำ”
ดาบเล่มสีดำปรากฏออกมาเป็นเวลาเดียวกับที่โลกนี้ราวกับถูกผนึกมันเป็นครั้งแรกที่นางเรียกใช้มันในฐานะอาวุธ แสงสีดำมากมายกลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้ามันไม่ต่างอะไรกับการมาถึงของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่สภาวะพลังสีดำรายล้อมรอบตัวของอเล็กซานดร้ามันคือพลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างที่รุนแรงและเกรี้ยวกราดที่สุด
ไม่ว่าใครเห็นภาพภาพนี้ก็ต่างตกตะลึงไม่เว้นแม้แต่เอเลน่าที่อยู่กับอเล็กซานดร้าตลอดเวลาเพราะนางพึ่งเคยเห็นอเล็กซานดร้าทุ่มสุดตัวขนาดนี้
“ความมืดพวกนี้เป็นหายนะ ข้าไม่มีทางเลือกแล้วสัตว์ประหลาดอย่างเจ้าต้องถูกกำจัด”
นี่คือคำกล่าวของชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาว เขาหวั่นวิตกกับสิ่งที่เกิดขึ้นพลังของดาบที่อเล็กซานดร้านำออกมามันมหาศาลมาก เผ่าปีศาจมีของแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“รับมือ”
อเล็กซานดร้ามือสองข้างของนางกำดาบเล่มสีดำไว้แน่นนางไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าประชิดกับชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวผู้นั้นทันที
ชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาว เขาไม่กล้าประมาทเขานำยาเพิ่มพลังกำลังและเวทมนตร์มากมายออกมากรอกเข้าไปในปากทั้งหมดแล้วหยิบหอกของเขาออกมาจากช่องว่างของอากาศธาตุรับมือกับการโจมตีของอเล็กซานดร้า
ปัง ปัง ปัง
การปะทะกันแต่ละครั้งบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบทั้งหมดในขอบเขตสองเมตรศักยภาพการต่อสู้ของอเล็กซานดร้าและชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาว พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
“เป็นไปไม่ได้ เรื่องแบบนี้ข้าเป็นคนที่ผ่านการพัฒนามาหลายระดับทั้งยังเป็นผู้ใช้เวทย์แล้วแต่กลับต่อสู้สูสีกับเด็กเจ็ดขวบปี......ไม่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้”
“เข้ามาพิสูจน์สิถ้าหากเจ้าไม่เชื่อ เพราะข้าเองก็จะใช้ทุกสิ่งที่มีในการต่อสู้เหมือนกัน”
แสงสีดำตามติดการเคลื่อนไหวของอเล็กซานดร้าพลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างปะทุออกมาไหลทะลักรวมเป็นหนึ่งไว้ที่การโจมตีของดาบเล่มสีดำ
ทุกครั้งที่ปะทะกันของดาบและหอกจะเป็นฝ่ายทางชายผู้สวมหน้ากากสีขาวที่มือด้านชาขึ้นเรื่อยๆบนร่างกายของเขาที่ถูกดาบเล่มสีดำสร้างความเสียหายให้ก็เกิดเป็นรอยสีดำที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้พลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างเองก็ค่อยๆไหลเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างช้าๆทำให้เขากระอักเลือดเสมอทุกครั้งที่ปะทะกัน
“ไม่ได้การ ต้องใช้เจ้าสิ่งนั้น”
ปืนใหญ่เวทมนตร์
ชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวเรียกใช้หนึ่งในอาวุธลับของเขา กระบอกปืนขนาดใหญ่ปรากฏออกมานับสิบกระบอกต่างเล็งเป้าหมายไปที่ตัวของอเล็กซานดร้าทั้งหมดพวกมันที่ปรากฏออกมารวบรวมพลังงานสีขาวแล้วยิงออกมาทันที
“มนุษย์อย่างพวกเจ้านี่มันน่ารังเกียจจริงๆ”
เอเลน่าที่ไม่สามารถเข้าร่วมต่อสู้ได้ก็แต่ยืนอยู่นอกการต่อสู้ที่เข้าไปร่วมไม่ได้ การต่อสู้แบบนี้มันมากเกินไปสำหรับนางถ้าไม่ใช่อเล็กซานดร้าเกรงว่าคงไม่มีใครที่ไม่ฝึกฝนเวทมนตร์จะสามารถรับมือกับเหล่าผู้ใช้เวทย์ได้เลย
อเล็กซานดร้าหยุดการโจมตีลงไปร่ายรำชักนำพลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้จากนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนกลายเป็นสีหน้าที่จริงจัง นางใช้พลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างป้องกันการโจมตีทั้งหมดที่เข้ามาถึงอย่างนั้นนางก็มีเลือดไหลออกมาที่มุมปาก ร่างกายของนางราวกับถูกค้อนหนักๆฟาดเข้าให้เต็มๆจนทำให้ร่างของนางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“ฮ่า ฮ่า คงหมดฤทธิ์แล้วสินะ ถึงเวลาที่เจ้าต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว เจ้าหญิงปีศาจสัตว์ประหลาดแห่งหายนะ”
ชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวเผยความเหี้ยมโหดในดวงตาของเขา เขาเคลื่อนไหวร่างของตนเองเข้าประชิดอเล็กซานดร้าภาพร่างหอกนับสิบอันแทงเข้าหาอเล็กซานดร้าไม่หยุด
อเล็กซานดร้ารับทุกการโจมตีเอาไว้และกระอักเลือกออกมาไม่หยุดตอนนี้ร่างกายของนางเริ่มจะทนการโจมตีไม่ไหวแล้วนี่ขนาดใช้กุญแจแห่งปีศาจ รหัสเวทมนตร์ที่ 123 ยังไม่เพียงพอที่จะรับการโจมตีระดับนี้ไหวรวมถึงตัวนางที่ร่างกายยังเด็กจึงทนทานการโจมตีได้ต่ำ
กุญแจแห่งปีศาจ รหัสเวทมนตร์ที่ 123 นับถอยหลัง 59 วินาที
“แบบนี้ไม่ดีแน่ต้องทำอะไรสักอย่าง ขืนปล่อยให้เวลาของ กุญแจแห่งปีศาจ รหัสเวทมนตร์ที่ 123 หมดลงไปก็เท่ากับข้าเอาตัวเปล่าๆเข้าต่อสู้กับเจ้านั่นที่มีเกราะเวทมนตร์คุ้มกันอยู่ถึงไม่อาจต้านทานดาบเล่มสีดำของข้าได้แต่มันก็ลดความเสียหายไปได้เล็กน้อยถ้าวัดกันที่ความทนทานของร่างกายทางข้ามันไม่ต่างกับการที่ข้ารนหาที่ตาย”
ถึงจะมีดาบเล่มสีดำแต่ไม่มีกระบวนท่าของการใช้มันแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไรหรือว่านางต้องใช้ดาบเอกซ์คาลิเบอร์ออกมาอย่างนั้นหรือ ‘แบบนั้นไม่ได้ มันต้องมีสักทางสิ มันต้องมีวิธี คิดสิ คิด’
ตูม
ร่างของอเล็กซานดร้าถูกกระแทกพุ่งดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่าง นางค่อยๆพยุงร่างกายขึ้นมาอย่างช้าๆ
“หืม! ยังไม่ตายอีก ไม่เป็นไรตายช้าตายเร็วก็มีค่าเท่ากันแค่เจ้าตายไปก็พอแล้ว”
ทันทีที่เห็นอเล็กซานดร้าพยุงร่างลุกขึ้นมาชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวก็ไม่รอช้าให้นางได้พักหายใจ เขาโจมตีนางต่อทันทีโดยใช้ท่วงท่าการโจมตีสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา
หอกทะลวงเมฆา
ในจังหวะที่การโจมตีเข้าใกล้อเล็กซานดร้า พลังความมืดที่เกิดจากพลังงานด้านลบและพลังทำลายล้างของดาบเล่มสีดำมันได้สร้างตัวเองออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มันได้กระจายอยู่โดยรอบและกำลังบ้าคลั่งพวกมันค่อยๆหายไปกลายเป็นพลังงานสีดำลอยอยู่รอบๆตัวของอเล็กซานดร้าและแล้วอักษรสีดำประหลาดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง ‘ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์’ นั่นทำให้ความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาในหัวของนาง
“นี่มัน.....แบบนี้ไหวแน่”
อเล็กซานดร้ากำดาบเล่มสีดำแน่นเคลื่อนไหวร่างของนางท่วงท่าที่แสดงออกมาล้วนมีพลังสีดำคอยชักนำตามไปกับการร่ายรำด้วย ดาบเล่มสีดำยิ่งเปล่งประกายแสงสีดำออกมาครอบคลุมไปทั่งร่างของอเล็กซานดร้าอีกครั้ง ครั้งนี้มันคือพลังที่เพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้เท่าตัว
ท่วงท่าร่ายรำมหากาพย์ที่หนึ่ง – บทแห่งนางรำผีเสื้อ
ผีเสื้อสีดำมากมายปรากฏออกมาในอากาศธาตุชั่วพริบตาเดียวก็ล้อมกรอบของอเล็กซานดร้าและชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวเอาไว้ทั้งหมดดาบเล่มสีดำในมือของอเล็กซานดร้าต่างเต็มไปด้วยผีเสื้อสีดำนางร่ายรำจู่โจมเข้าใส่ชายผู้สวมหน้ากากสีขาวที่กำลังใช้การโจมตีใส่นาง
ตูม
เสียงระเบิดของพลังที่ปะทะกันรุนแรงจนถึงกับทำให้ทั้งหอคอยสั่นไหวและทำให้พื้นที่เมืองแห่งสันติทั้งหมดได้รับแรงสั่นสะเทือนเบาๆไปพักหนึ่ง
“ซานดร้า”
เอเลน่าสีหน้าซีดเซียวนางตื่นตระหนกอย่างช่วยไม่ได้และสูญเสียความเยือกเย็นไปทั้งหมด นางวิ่งฝ่าพลังที่ระเบิดอย่างรุนแรงที่เป็นประกายแสงสีดำมากมายเข้าไปอย่างไม่รีรออะไรอีก
ภาพที่ปรากฏออกมาคือดาบของอเล็กซานดร้าแทงทะลุร่างของชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวโดยมีผีเสื้อมากมายค่อยๆบินมาเกาะบนตัวของชายผู้สวมหน้ากากสีขาวอย่างช้าๆ
“จะ.....เจ้า…..เป็นตัวอะไรกันแน่”
หลังจากที่เขากล่าวจบร่างกายของเขาก็ถูกผีเสื้อสีดำมากมายรุมล้อมทั้งหมดก่อนที่ผีเสื้อสีดำมากมายจะค่อยๆบินหายไปในอากาศธาตุจนหมดรวมไปถึงร่างของชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ผู้สวมหน้ากากสีขาวที่หายไปกับผีเสื้อสีดำเหล่านั้น
จากนั้นร่างกายของอเล็กซานดร้าก็โอนเอนไปมาก่อนที่จะล้มลงไป มือของเอเลน่าก็คว้าร่างอเล็กซานดร้าไว้ได้ทัน
“ยังดีที่เจ้าแค่หมดสติไป”
เอเลน่านำยาขวดสีดำออกมา
“ป้อนด้วยวิธีปกติร่างกายคงซึมซับไม่ทัน คงต้องใช้วิธีพิเศษ”
เอเลน่าดื่มยาขวดสีดำเข้าไปจนหมดแล้วโน้มใบหน้าลงใช้ริมฝีปากของนางสัมผัสที่ริมผีปากของอเล็กซานดร้า ยาที่ดื่มเข้ามาถูกถ่ายเทไปให้อเล็กซานดร้าทั้งหมดในพริบตาเดียว นางอุ้มร่างของอเล็กซานดร้าขึ้นแล้วใช้ความสามารถอำพลางร่างออกไปมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทางออก
………………