บทที่3 ผลท้อ์
‘แต่ว่า...เ้านายอย่าคิดมาก มีเื่ดีดีรอท่านอยู่’ เ้าตัวน้อยะโขึ้นมาบนไหล่นางอีกครั้ง อ้ายเชียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะแบมือซ้ายออกมา
“ยืนนี่ก็ได้มั้ง” อ้ายเชียนยกยิ้มมุมปาก โดยตัวตนแล้วนางไม่ใช่คนที่จะทำตาเป็ประกายเมื่อเห็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก แน่นอนว่าตอนนี้ก็ไม่ใช่
กระรอกน้อยะโจากบนไหล่เ้านายไปที่ฝ่ามือขาวละเอียดของนาง ก่อนจะโค้งตัวนิดๆ ม้วนตัวรอบหนึ่งแล้วยืนขึ้นยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ดั่งได้รับเกียรติยศสูงสุดก็ไม่ปาน
อ้ายเชียนหลุดขำนิดๆ ก่อนจะชะงักไป...ก่อนหน้านี้นางไม่เคยมีอารมณ์อ่อนไหวเช่นสาวน้อยอย่างนี้มาก่อน ดวงตาดำมืดดิ่งลงไปในความทรงจำที่ผ่านมา กระทั่งเสียงเล็กๆของเด็กชายดังขึ้นอีกครั้ง
‘นี่คือถุงเก็บเมล็ดพันธุ์ ที่นายท่านคนเก่าของข้าจัดเตรียมเอาไว้ให้เ้านายคนใหม่ ในนี้มีเมล็ดท้อ์พันปี ซึ่งผลท้อ์สามารถช่วยเพิ่มพูนพลังและผ่านด่านทะลวงชั้นได้ง่ายดายมากขึ้น’
ถุงเล็กๆขนาดเท่านิ้วก้อยวางลงบนมือของนาง อ้ายเชียนหยิบขึ้นมาแกะออกพบว่าเป็เมล็ดท้อจริงๆ นางเดินไปหาไม้มาขุดหลุมบริเวณลานหน้าบ้าน ก่อนจะปลูกเมล็ดท้อลงไป
“ไปเอาน้ำมารดซะ ต่อไปเ้าดูแลรดน้ำและปลูกพืชที่ข้า้าด้วย ได้มั้ย?” อ้ายเชียนถามขีดจำกัดการช่วยเหลือของกระรอกน้อย
‘ข้าย่อมสามารถทำทุกสิ่งเพื่อเ้านายได้’
“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลโลกใบนี้ให้ดี และคอยดูแลต้นไม้ที่ต่อไปข้าจะนำเข้ามาปลูก เ้าคงรู้ดีว่าต้องรดน้ำเวลาไหนจึงจะให้ผลประโยชน์สูงสุด ดังนั้นให้เ้ารับผิดชอบหน้าที่รดน้ำต้นไม้ด้วยเลย...เอาเมล็ดลงดินแล้วอีกกี่วันต้นท้อถึงจะงอกล่ะ”
‘วันพรุ่งนี้ต้นท้อจะเจริญเติบโตเต็มที่ อีกสามวันพร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่จะมีเพียงผลท้อที่มีอายุ1000ปีเท่านั้นจึงจะเป็ผลท้อ์ นอกจากนั้นหากปลิดก่อนเวลาแม้แต่1วัน ก็จะเป็เพียงผลท้อธรรมดา...ที่มีรสชาติดีกว่าผลท้อด้านนอกนั่น เท่านั้น’
อ้ายเชียนพยักหน้ารับรู้ ตอนนี้นางต้องคิดเื่การเอาตัวรอดเสียก่อน การจะกลับไปในเมืองเพื่อแก้แค้น...เป็เื่โง่เขลาสิ้นดี
เด็กพิการที่ถูกไล่ออกจากบ้าน โดยไร้ซึ่งบิดาและพี่ชายคอยปกป้อง แน่นอนว่ากลับไปมีแต่ตายแน่นอนแล้ว ดังนั้นนางต้องคิดให้ดีก่อนจะกลับไป
อย่างน้อยๆก็ต้องหาจุดยืนให้ตนเองเสียก่อน ดังนั้นอ้ายเชียนจึงตัดสินใจหนีเข้ามาอาศัยในโลกใบเล็กแห่งนี้ และออกไปหาแค่อาหารเข้ามากินเท่านั้น
สิ่งที่นางได้รู้หลังจากอยู่ในพื้นที่โลกใบเล็ก นั่นคือบริเวณทางแยกมิติ หรือก็คือจุดที่นางเข้ามาในโลกใบเล็ก จะสามารถได้ยินเสียงของด้านนอกในบริเวณแถบๆนั้น น่าเสียดายที่ไม่สามารถมองเห็นด้านนอกมิติได้
เมื่อเงี่ยหูฟังแล้วไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใดใด อ้ายเชียนก็ออกจากมิติไป ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าป่า โดยกลบเกลื่อนร่องรอยอย่างชำนาญ กระทั่งโลงศพก็ถูกจัดฉากไว้ ราวกับถูกสัตว์ร้ายมาพังทลายลง
การฝึกฝนอย่างหนักในฐานะทหารขององค์กร ทำให้ร่างเล็กๆปราดเปรียวดั่งกำลังวิ่งอยู่ในเส้นทางเรียบไม่ใช่พื้นทีู่เา
สายตากลมโตดั่งกวางน้อย เมื่อสาดส่ายไปเห็นต้นไม้ที่คุ้นตา นางก็เข้าไปขุดขึ้นมาทันที หากเป็พืชที่รู้จักในสมัยก่อนก็จะส่งเข้าไปในโลกใบเล็ก
‘เ้ากระรอกน้อย ปลูกพืชจำพวกมันเ่าั้เอาไว้ แล้วขยายต่อไปเรื่อยๆ เก็บไว้เป็เสบียง’
อ้ายเชียนเอ่ยสั่งงานกระรอกน้อยในใจ
‘เ้านาย ข้าชื่อซ่งจู เรียกข้าว่าเสี่ยวซ่งก็ได้ขอรับ’
‘ตกลงเสี่ยวซ่ง ในโลกใบเล็กมีพื้นที่เก็บเสบียง ไม่ให้เน่าเสียได้มั้ย’
‘เมื่อเ้านายฝึกถึงวรยุทธ์ขั้น5 พื้นที่ของท่านจะขยายตัวออก หากข้าจำไม่ผิดมีหอเสบียงอยู่ในพื้นที่ถัดไป’
อ้ายเชียนพยักหน้ารับไม่ได้พูดอะไรต่อ นางรู้อยู่แล้วว่าโลกใบเล็กมีสิ่งต่างๆที่นอกเหนือจากกระท่อม บ่อน้ำ และลานหญ้าที่ซ่งจูเรียกว่า ‘พื้นที่รกร้าง’
ตอนนี้นางกำลังคิดเื่ ‘ขุมกำลัง’ และอีกอย่างหนึ่งคือ...ดวงตา
เมื่อได้ของที่้าครบแล้วอ้ายเชียนก็กลับเข้าไปในมิติทันที นางเดินไปที่บ่อน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ก่อนจะทอดถอนใจเมื่อมองเห็นดวงตาที่ขาวมัวของตัวเองอีกครั้ง
ดวงตาของร่างนี้ได้รับความเสียหายมากเกินไป แม้จะได้รับพลังที่สืบทอดจากเ้านายเก่าของซ่งจูมาแล้ว ก็ไม่อาจแก้ไขให้ดวงตาเป็ปกติได้
แถมซ่งจูยังบอกอีกว่า เพราะผลของยาพิษทำให้พลังพิเศษของร่างนี้ตื่นขึ้นมา มันคือพลัง ‘ตาทิพย์’ ซึ่งเป็ความสามารถที่เป็ที่้าและหายากมากๆ
ซ่งจูจึงคิดจะปลอมเป็คนตาบอดที่ใช้ประสาทััอื่นเพื่อรับรู้พื้นที่โดยรอบแทนการมองเห็น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมา
ฟึ่บ… ผ้าสีขาวถูกนำมาพันรอบศรีษะเอาไว้ และใช้ปลายผ้าส่วนหลังผูกผมเอาไว้ ทำให้ยากที่จะแกะผ้าผูกตานี้ออกได้ เพราะส่วนปลายอยู่ในกลุ่มผม
เมื่อก้มลงมองบ่อน้ำเพื่อดูเงาสะท้อนอีกครั้ง อ้ายเชียนก็เห็นเด็กผู้หญิงใบหน้างดงามคนหนึ่ง ซึ่งผูกผ้าพันตาสีขาวเอาไว้แ่า ความสามารถหนึ่งของดวงตาใหม่นี้ คือหาก้ามองทะลุสิ่งใดก็สามารถทำได้สบายๆ แต่นางยังไม่ได้ลองว่าสามารถทะลุกำแพงหรืออะไรหนาๆได้มั้ย และทำได้กี่ชั้น
เมื่อไม่สามารถเห็นดวงตาแล้ว ใบหน้าของนางดูเย่อหยิ่งขึ้นมาก เรียบสงบราวกับเซียนหญิงที่ตัดห้วงอารมณ์ทั้งหก ความปรารถนาทั้งเจ็ดไปแล้ว ใครเล่าจะรู้ว่าในสมองเล็กๆนี้คิดอะไรมากมายนัก
‘เ้านายท่านควรมาดู ความสามารถของวารีพิสุทธิ์ ตอนนี้ต้นท้อกำลังค่อยๆแตกใบอ่อนแล้ว’ เสียงเรียกของซ่งจูดังขึ้น อ้ายเชียนจึงหลุดจากภวังค์
นางเดินไปยังบริเวณที่ปลูกต้นท้อเอาไว้ ห่างจากตัวบ้านราวๆ10จั้ง เป็เนินเล็กๆขึ้นไป บริเวณตรงนั้นซ่งจูถอนหญ้าจนเป็วงกลมล้อมรอบต้นอ่อนต้นหนึ่งอยู่
อ้ายเชียนนั่งลงข้างๆกระรอกน้อย มองดูการเติบโตของต้นท้อ ชนิดที่งอกกิ่งก้าน 1กิ่ง1ใบ ต่อ1วินาทีเลยทีเดียว
เวลาสั้นๆเพียง1ก้านธูป ตอนนี้ต้นท้อมีขนาดสูงเท่าเอวนางแล้ว มันยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ้ายเชียนรับรู้ได้ว่า ต้นไม้ต้นนี้พิเศษ
‘เ้านายคงรู้สึกแล้ว พื้นที่รอบๆต้นท้อ์จะบริสุทธิ์เหมาะแก่การฝึกฝนมากกว่าพื้นที่อื่นบนโลกมนุษย์ เนื่องจากต้นท้อจะดูดซับเอาพลังรอบๆมาใช้งาน ก่อนจะปล่อยพลังปราณและพลังิญญาออกมาเพื่อให้ผู้ฝึกตนดูดซับ’
‘เมื่อเ้านายฝึกฝนจนถึงขั้นฝึกเซียน เมื่อนั้นต้นท้อก็จะปล่อยพลังฟ้าดินออกมาอีกด้วย ยิ่งต้นท้อมีอายุมากเท่าไหร่ยิ่งเป็ผลดี’
อ้ายเชียนพยักหน้าพึงพอใจ ดวงตาเป็ประกายมองต้นท้อราวกับกำลังมองทองคำก้อนโต
“พื้นที่ ที่สามารถฝึกฝนได้เป็ระยะเท่าไหร่” นางกำลังคิดเื่การสร้างกองกำลังของตัวเอง อย่างองค์กรในชาติก่อนของนาง ก็มักจะใช้เด็กทารกที่พวกเขาจ้างอุ้มบุญ เพื่อสร้างเป็กองทัพ ดังนั้นนางจึงคิดว่าในโลกนี้ก็คงไม่ต่างกัน
ขนาดมดยังรุมกัดช้างตายได้ ดังนั้นหากสร้างกองทัพที่ทั้งเก่งกาจและมีจำนวนมากได้ก็จะยิ่งดีไม่ใช่หรือ? คนเราสู้ตามลำพังจะไปได้ไกลสักแค่ไหนกันเชียว
‘ระยะ? พื้นที่ที่ต้นท้อส่งผลต่อการฝึกฝน ย่อมเป็บริเวณทั้งพื้นที่รกร้างนี้ อีกอย่างนะเ้านาย เมื่อท่านเติบโตมากกว่านี้ ฝึกฝนขั้นสูงกว่านี้ สิ่งก่อสร้างและพื้นที่ส่วนต่างๆของโลกใบเล็กแห่งนี้ก็จะสามารถใช้งานได้มากขึ้น ข้าจำได้ว่าในพื้นที่ไม่ไกลนักมีลานฝึก ที่นั่นมีประโยชน์กว่าพื้นที่ที่มีต้นท้อ์ซะอีก’
‘หืม?’ อ้ายเชียนแปลกใจ
‘ยังมีอีกมากที่ท่านต้องเรียนรู้ ตอนนี้ไม่ต้องรีบอยากรู้ เ้านายไม่ควรโลภมาก’
เมื่อกระรอกน้อยบอกย้ำคำเดิมๆ อ้ายเชียนก็ไม่เอ่ยปากถามเพิ่มเติม คิดว่าเมื่อถึงเวลากระรอกน้อยก็จะบอกนางเอง
นางสนใจคุยเื่ ‘ตาทิพย์’ มากกว่า
‘ข้าอยากรู้เกี่ยวกับความสามารถพิเศษ นอกจากข้าแล้วยังมีคนอื่นบนโลกนี้มีความสามารถพิเศษอีกใช่มั้ย แล้วพวกเขาเป็ยังไง มีความสามารถแบบไหนบ้าง แล้วตาทิพย์นี่ใช้งานยังไง และมีความสามารถอะไรทำไมผู้คนถึง้าใช้งานนัก’
‘ถ้าจะพูดถึงตาทิพย์ ต้องย้อนกลับไปสมัยหลายแสนปีก่อน บนโลกใบนี้ก่อนที่จะถูกแบ่งเป็เสี้ยวโลก แผ่นโลกมากมายกระจัดกระจายเช่นในปัจจุบัน กลายเป็ทวีปต่างๆที่มีข้อจำกัดที่ต่างกัน’
‘ในยุคานั้น มีอาชีพหนึ่งที่ได้รับการนับหน้าถือตา ชนิดที่เดินไปทางไหนก็มีคนรองมือรองเท้า อยากได้ของชิ้นไหนก็มีคนประเคนถวายให้แต่โดยดี พวกเขาคือ ‘ผู้หยั่งรู้’ เหล่าผู้หยั่งรู้จะสามารถมองเห็นอนาคตอันใกล้อันไกลของคนได้ แต่สิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้คือควบคุม’
‘และแน่นอนว่าผู้หยั่งรู้ล้วนเป็คนที่มีความสามารถพิเศษ ตาทิพย์ นอกจากการมองเห็นนิมิตอนาคตแล้ว พวกเขายังมีพร์เื่การคิดคำนวนเื่ต่างๆ ดังนั้นจึงเหมาะที่จะใช้เป็กุนซือคู่ใจ’
‘่หลายแสนปีต่อมา เหล่าผู้มีความสามารถพิเศษน้อยลงอย่างมาก กระทั่งผู้มีตาทิพย์ก็แทบจะสูญพันธุ์ เหล่าผู้ฝึกตนที่ยิ่งใหญ่มีอำนาจและวาสนา จึง้ายึดครองเหล่าผู้หยั่งรู้ไว้กับตนเอง จนเกิดการต่อสู้เข่นฆ่าไม่สิ้นสุด ทั้งคนรอบข้างผู้หยั่งรู้ กระทั่งสหาย กลุ่มสำนัก หรือกลุ่มอิทธิพลก็ล้วนต้องตกตายเสียหายเพราะาแย่งชิงผู้หยั่งรู้’
‘กล่าวคือ ข้าเป็สาวงามผู้ก่อให้เกิดา’ อ้ายเชียนยิ้มหยัน
‘ดังนั้นข้าจึงกล่าวเตือนว่า เ้านายไม่ควรเผยความสามารถตาทิพย์ของตนเองออกไป และรวมถึงต้องรีบฝึกตนให้แข็งแกร่ง ให้กลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่แทนที่จะถูกใช้เป็หมากของผู้อื่น เ้านายข้าควรมีคนเดียว ไม่ใช่มีหลายคน’ ซ่งจูเอ่ยอย่างทระนงตน
อ้ายเชียนยิ้มนิดๆมองกระรอกน้อยอย่างพอใจ อย่างน้อยมันก็มีนิสัยหนึ่งที่เหมือนนาง คือไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาดไม่ว่าจะสู้ได้หรือไม่ได้ก็ต้องลองดูสักตั้ง
‘ส่วนเื่ที่เ้านายถามเกี่ยวกับผู้มีความสามารถอย่างอื่น ความจริงแล้วความสามารถอื่นๆก็เป็เพียงตัวประกอบ อย่างเช่น ตาดี หูดี ความรู้สึกเร็ว รางสังหรณ์แม่นก็เท่านั้น ไม่ได้ยิ่งใหญ่เช่นความสามารถตาทิพย์’
อ้ายเชียนฟังแล้วก็วางใจได้บ้าง
‘มีอีกความสามารถหนึ่งที่เ้านายควรต้องรู้เอาไว้ เป็ความสามารถหลักๆที่ทำให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่้าผู้หยั่งรู้เอาไว้เลยทีเดียว’
อ้ายเชียนหน้าเครียดขึ้นมา เมื่อเ้ากระรอกน้อยทำท่าทางจริงจัง
‘คือความสามารถอะไร’
‘ความสามารถในการมองเห็นโอกาสวาสนาได้ กล่าวคือ ท่านเป็แผนที่สู่ขุมทรัพย์ บางครั้งก็นำมาซึ่งการสืบทอดของผู้ยิ่งใหญ่ บางครั้งก็นำมาซึ่งการของวิเศษที่ล้ำค่า จะว่ายังไงดี...ผู้หยั่งรู้เป็เข็มทิศนักล่าสมบัติดีดีนี่เอง’
อ้ายเชียนขมวดคิ้วมุ่น ก่อนที่คิ้วจะคลายออกอย่างรวดเร็ว
‘ถ้าอย่างนั้นข้าสามารถตามหาโอกาสวาสนาเ่าั้ เพื่อฝึกฝนให้รวดเร็วยิ่งขึ้นได้ใช่มั้ย’
แต่เมื่อนางพูดจบ เ้ากระรอกกลับทำหน้าปุเลี่ยน ราวกับกินของบูดเข้าไปก็ไม่ปาน
‘เ้านายท่านยังอ่อนแอนัก โอกาสวาสนาล้วนมีอันตรายยากจะหยั่งถึง ยิ่งล้ำค่ามากยิ่งอันตรายมาก ส่วนมากของเ่าั้ล้วนแต่เป็ของๆเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ย่อมมีการทดสอบที่หนักหนาสาหัสรอคอยท่านอยู่ เพื่อทดสอบว่าท่านเหมาะจะเป็เ้านายใหม่ของของเ่าั้หรือไม่’
‘ของวิเศษอย่างอื่นไม่ได้ง่ายเหมือนข้า’ เ้ากระรอกพูดพร้อมทำท่าไหล่ตก
อ้ายเชียนใบหน้านิ่งไม่รู้คิดอะไรอยู่ ความจริงแล้วนางกำลังคิดเื่ของโลกใบนี้