“มาศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเอาโอสถให้เ้าห้ากินเอง”ศิษย์สี่อาสา
ศิษย์พี่ใหญ่ยื่นถ้วยยาส่งให้แล้วก็ยืนดูอย่างเป็ห่วง
“มาเ้าห้า กินโอสถก่อน”ศิษย์พี่สี่ถือถ้วยยาจ่อปาก
“ขอบคุณศิษย์พี่” ไป๋เมามองศิษย์พี่ทุกคนอย่างซาบซึ้งน้ำใจ
“เ้าเนี่ยนะไม่ระวังเอาซะเลยรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็ยังไปเล่นแถวน้ำตกอีกโชคดีแค่ไหนแล้วที่รอดตายมาได้น่ะ” ศิษย์พี่สามบ่นอย่างเป็ห่วง
ไป๋เมาดื่มโอสถจนหมดแล้วหันไปมองศิษย์พี่สาม
“ข้าตกน้ำหรือ?”นางย้อนถามอย่างงงๆ
“ก็ใช่น่ะซิเมื่อวานอาจารย์อุ้มเ้ากลับมาจากน้ำตกตัวเ้าเปียกโชกไปหมด” ศิษย์พี่รองบอก
“เ้าต้องหมั่นฝึกฝนเรียนรู้ให้มากๆขึ้นรู้ไหมเ้าห้าอย่าทำให้อาจารย์ต้องลำบากอีกล่ะ” ศิษย์พี่ใหญ่ตำหนิเบาๆ แล้วก็เดินออกไป
ไป๋เมาหน้าจ๋อย “ข้าขออภัย”
“เอาล่ะๆเ้านอนพักซะเถอะ” ศิษย์พี่สี่ปลอบใจ
แล้วก็หันไปพูดกับศิษย์พี่คนอื่นๆว่า“พวกท่านก็ไปคอยดูแลอาจารย์เถอะ เดี๋ยวข้าดูแลเ้าห้าเอง”
“ได้”ศิษย์พี่รองและสามพยักหน้าแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ล่วงเข้ายามสายเทพาก็เสด็จไปดูอาการศิษย์คนเล็ก
“เ้าห้าเป็อย่างไรบ้าง?”เขาถามศิษย์สี่
“ดีขึ้นแล้วขอรับไข้ลดแล้วขอรับ” ศิษย์สี่ตอบ
“อืม” เทพาพยักหน้าแล้วก็เสด็จออกไป
ล่วงเข้ายามบ่ายเทพาก็เสด็จไปดูอาการศิษย์คนเล็กอีกครั้ง
“เ้าห้าเป็อย่างไรบ้าง?”คำถามเดิมถามซ้ำ
“หลับอยู่ขอรับ”ศิษย์สี่ตอบ
เทพาก้าวเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆยื่นมือไปแตะหน้าผาก “ตัวไม่ค่อยร้อนแล้ว”
เขาดึงมือกลับแล้วก็เสด็จออกไป
ศิษย์สี่หันไปมองศิษย์น้องแล้วก็หยิบหนังสือมานั่งอ่านต่อ
ล่วงเข้ายามเย็นเทพาก็เสด็จไปดูอาการศิษย์คนเล็กอีกครั้ง
ศิษย์สี่เห็นอาจารย์เข้ามาก็รีบลุกขึ้นรายงานว่า“เ้าห้าตื่นขึ้นมากินข้าวกินโอสถแล้วก็หลับไปแล้วขอรับ”
เทพาพยักหน้ารับรู้ทรุดตัวลงนั่ง ยื่นมือแตะหน้าผากนวล “อืม...ดีขึ้นมากแล้ว”
แล้วเขาก็เสด็จออกไป
ศิษย์สี่มองตามอาจารย์ไปแล้วก็หันไปมองศิษย์น้องเล็กอาจารย์คงจะเอ็นดูเ้าห้ามากถึงได้คอยมาดูแลไม่ห่างเช่นนี้
ศิษย์พี่ใหญ่เดินเข้ามา“เ้าไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวคืนนี้ข้าจะคอยดูแลเ้าห้าเอง”
“ขอรับศิษย์พี่ใหญ่”ศิษย์สี่พยักหน้าแล้วก็เดินออกไป
ศิษย์พี่ใหญ่ก้าวไปนั่งที่เบาะนุ่มแล้วก็หยิบหนังสือที่ถือติดมือมาเปิดอ่านระหว่างที่คอยดูแลศิษย์น้องเล็ก
ล่วงเข้ายามค่ำเทพาก็เสด็จไปดูอาการศิษย์คนเล็กอีกครั้ง
“อาจารย์” ลี่จิ่นรีบลุกขึ้นเทพาพยักหน้าแล้วก็ก้าวไปนั่งข้างเตียง ยื่นมือไปแตะหน้าผากนวล“ไม่มีไข้แล้ว”
“...แม่” ไป๋เมาละเมอเรียกแ่เบาพลางคว้ามือไว้แน่น“...แม่ข้าคิด...ท่านที่สุด”
เทพาแย้มยิ้มเอ็นดูลูบศีรษะปลอบ “นอนเถอะนะเ้าห้า”
“อื้ม” ไป๋เมาละเมอพยักหน้ารับยังจับมือไว้แน่น
ลี่จิ่นเห็นเช่นนั้นก็ขยับเข้าไปจะช่วยแกะออกเทพายกมืออีกข้างห้าม “ไม่เป็ไร ปล่อยให้เ้าห้าหลับให้สนิทก่อน”
ลี่จิ่นถอยไปนั่งเฝ้าดังเดิม
จนกระทั่งร่างน้อยพลิกตัวปล่อยมือ
เทพาจึงดึงมือออกแล้วหันไปสั่งศิษย์เอกว่า“หากเ้าห้ามีอาการผิดปกติอย่างไรเ้าจงรีบไปบอกข้าทันที”
“ขอรับ” ลี่จิ่นรับคำสั่ง
เทพาพยักหน้าอย่างเบาใจแล้วก็เสด็จออกจากห้องไป
วันรุ่งขึ้นไป๋เมาตื่นแต่เช้ามืดดังเช่นเคย
พอหันไปเห็นศิษย์พี่ใหญ่นอนคุดคู้อยู่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือก็หน้าเจื่อน“นี่ศิษย์พี่ใหญ่คอยเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ?”
นางลุกขึ้นแล้วก็เดินไปเขย่าแขนศิษย์พี่ใหญ่“ศิษย์พี่ใหญ่ๆๆ”
“หือ...” ศิษย์พี่ใหญ่ลืมตาอย่างงัวเงีย“เ้าห้า”
“ท่านกลับห้องไปนอนเถอะข้าไม่เป็อะไรแล้วล่ะ” ไป๋เมาบอกแล้วก็กุมมือคารวะ “ขอบคุณท่านมากที่ช่วยดูแลข้า”
“เ้าหายแล้วก็ดีแล้วรู้ไหมอาจารย์เป็ห่วงเ้ามากเมื่อวานแทบจะไม่เป็อันทำอะไรคอยมาดูแลเ้าแทบทั้งวันเชียวนะ” ศิษย์พี่ใหญ่บอกพร้อมกับลุกขึ้นนั่งไป๋เมาทำหน้าเหวอ “ห๊า!”
ศิษย์พี่ใหญ่ลูบศีรษะศิษย์น้องอย่างเอ็นดู“เ้าต้องรีบเข้าครัวไปทำของอร่อยๆ มาตอบแทนข้าและศิษย์พี่คนอื่นๆ รวมทั้งอาจารย์ด้วย”
เขาบอกแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ไป๋เมาได้แต่ยืนอึ้งหน้าเหวออยู่อย่างนั้นพอตั้งสติได้แล้วนางก็รีบไปที่ห้องครัวอย่างไว
ร้อยปีถัดมาตำหนักซีฮันก็คึกคักมากกว่าแต่ก่อนนับั้แ่ศิษย์คนที่ห้าเข้ามาอยู่ในตำหนัก
ไม่ว่าจะเป็เทพพฤกษาที่เสด็จมาบ่อยๆทุก 7 วัน
อีกทั้งยังมีองค์ชายรองเผ่าสิงห์ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนไม่ขาด
หรือแม้แต่หัวหน้าเผ่าแมวที่คอยส่งของมาให้ศิษย์คนที่ห้าอยู่เนืองๆ
จนทำให้ศิษย์คนที่ห้าเป็ที่กล่าวถึงมากในวงสังคม
ข่าวว่าเทพาเอ็นดูศิษย์คนเล็กยิ่งนักแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
เป็เื่ที่พูดกันปากต่อปากในวงกว้างว่า...เทพาไม่ชอบสตรีแต่อาจจะชมชอบบุรุษรูปงามก็เป็ได้
อีกข่าวก็ว่าศิษย์คนเล็กของเทพาเป็คนรักของเทพพฤกษา
ส่วนอีกข่าวก็ลือกันว่าศิษย์คนเล็กของเทพาเป็คนรักขององค์ชายรองเผ่าสิงห์ถึงขนาดมอบปิ่นมุกโลหิตหมั้นหมายแทนใจกันไปแล้ว
แต่ข่าวไหนๆก็ไม่ทำให้เทียนจวินร้อนใจเท่ากับข่าวที่ว่าเทพาอาจจะชมชอบบุรุษรูปงามก็เป็ได้
หากเป็เช่นนั้นจริงชื่อเสียงของตำหนักซีฮันคงเสื่อมเสียไปทั่วทั้งพิภพเป็แน่อันจะส่งผลให้เหล่าทวยเทพพลอยเสียชื่อไปด้วย
“หวังเหล่ย เ้าจงไปตำหนักซีฮันสืบดูว่าเื่นี้เป็ความจริงหรือไม่”เทียนจวินสั่งองค์รัชทายาท
“พะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”องค์รัชทายาทรับคำสั่งแล้วก็รีบเสด็จไปตำหนักซีฮันทันที
ณ ตำหนักซีฮันเทพาค้อมศีรษะรับการคารวะจากองค์รัชทายาทของเทียนจวิน“ท่านมาหาข้าถึงนี่มีธุระอันใดหรือ?”
“คือว่าข้าอยากมาปรึกษาท่านเื่เผ่ามารพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทพูดพลางคอยสังเกตท่าทางอีกฝ่าย
“เชิญนั่ง” เทพาบอกแล้วก็เสด็จไปนั่งที่เก้าอี้ประทาน
องค์รัชทายาทเสด็จไปนั่งใกล้ๆ
“พักนี้เผ่ามารเริ่มแข็งแกร่งขึ้นพะย่ะค่ะข้าเกรงว่าอีกหน่อยพวกมันคงเปิดศึกกับพวกเราแน่พะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทพูดอย่างเคร่งเครียด
“ท่าน...”เทพายังไม่ทันจะตรัสอะไร เสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามา “อาจารย์ขอรับข้ายกน้ำชากับขนมมาให้ขอรับ”
เทพาหันไปมองแล้วพูดว่า“เข้ามาซิ”
ไป๋เมาก็เดินเข้าไปพร้อมกับถาดใส่ขนมและน้ำชาหอมกรุ่นไป๋เมาวางถาดบนโต๊ะด้วยกริยาสง่างาม
“เ้าห้านี่องค์รัชทายาท” เทพาแนะนำ
“น้อมคารวะองค์รัชทายาทพะย่ะค่ะ”ไป๋เมากุมมือคารวะด้วยท่าทางสง่างาม
องค์รัชทายาทมองอีกฝ่าย“นี่คือ...”
“นี่คือไป๋เมา ศิษย์คนที่ห้าของข้าเอง”เทพาแนะนำ
“อ่อๆ”องค์รัชทายาทยิ่งจ้องมองไป๋เมาอย่างละเอียดลออ
“เอ่อ...ข้าขอตัวขอรับ”ไป๋เมารีบขอตัวเพราะรู้สึกแปลกๆ ที่ถูกจ้องมองั้แ่หัวจรดเท้า
เทพาโบกมืออนุญาต “เ้าไปได้แล้ว”
ไป๋เมารีบออกไปทันที
“นี่น่ะหรือศิษย์คนที่ห้าของท่าน?”องค์รัชทายาทถาม “มิน่าเล่า ถึงมีข่าวว่าท่านพึงใจบุรุษมากกว่าสตรี ศิษย์ท่านผู้นี้รูปร่างอ้อนแอ้นอรชรผิวพรรณหน้าตาก็งดงามเกินสตรีใด จนผู้ใดได้พบเห็นก็ไม่อาจชายตาแลสตรีนางใดได้อีก”
เทพานิ่งเงียบ
ยิ่งทำให้องค์รัชทายาทแน่ใจว่าข่าวลือนั้นเป็ความจริง...นี่ท่านหลงรักศิษย์คนเล็กจริงงั้นหรือ
“เอาล่ะๆมาคุยเื่เผ่ามารกันดีกว่าพะย่ะค่ะ” เขาตัดบทเมื่อเห็นว่าเทพาไม่โต้แย้งอะไร
หลังจากนั้นองค์รัชทายาทก็ถามถึงการเตรียมการจัดทัพไว้ต่อสู้กับจอมมาร
หลังจากถามความเห็นเทพาพอสมควรแล้วองค์รัชทายาทก็ขอตัวกลับ แล้วก็เสด็จออกไป
เทพาตามไปส่งแต่พอเสด็จไปถึงหน้าตำหนักก็ได้พบกับญาติผู้น้องกำลังยืนกอดไป๋เมาอยู่
“คิดถึงเ้าที่สุดเลย” เทพพฤกษากอดแแ่
“ข้าก็คิดถึงท่านที่สุดเลยท่านหนิงเฟิ่ง”ไป๋เมากอดตอบ
องค์รัชทายาทชะงักกึก!
ส่วนเทพามองเฉยเพราะเห็นบ่อยจนชินเสียแล้ว
“วันนี้ข้ามีน้ำผึ้งบุปผาที่เ้าชอบมาให้ด้วยนะ”เทพพฤกษาบอกแย้มยิ้ม พลางดันตัวออก
“จริงเหรอท่านหนิงเฟิ่ง”ไป๋เมาตื่นเต้นดีใจ
ทั้งสองคุยกันโดยไม่ได้สนใจเลยว่าตกเป็เป้าสายตาของใครๆจนเทพาต้องแกล้งกระแอมไอขัดจังหวะ “อะแฮ่มๆ”
พอได้ยินเสียงกระแอมไอทั้งสองก็หันไปดู
เทพพฤกษาค้อมศีรษะให้นิดหนึ่งหน้านิ่งสนิท
“องค์รัชทายาท” นางค้อมศีรษะให้นิดนึงก่อนในฐานะที่เขาเป็องค์รัชทายาทของเทียนจวิน
องค์รัชทายาทค้อมศีรษะตอบแล้วก็ทักทายว่า“น่าแปลกนักที่ท่านออกจากสวนบุปผามาถึงที่นี่ได้”
“ข้าก็มาของข้าออกบ่อยไปข้าว่าท่านน่าแปลกมากกว่าที่มาถึงที่นี่ได้ทั้งๆ ที่ราชกิจออกจะรัดตัวเช่นนั้น” เทพพฤกษาสวนกลับสีหน้าราบเรียบ
“ดูท่าทางท่านจะสนิทสนมกับศิษย์คนนี้ของเทพายิ่งนัก”องค์รัชทายาทหยั่งเชิง
“ข้าจะสนิทสนมกับใครก็เป็เื่ของข้าหาใช่เื่ของท่านไม่” เทพพฤกษาสวนกลับสีหน้าเรียบเฉย
ไป๋เมาได้แต่ยืนดูอย่างงงๆไม่เข้าใจว่าทำไมท่านหนิงเฟิ่งถึงได้ไม่ชอบองค์รัชทายาทขนาดนี้
ส่วนเทพาก็มองเฉยๆไม่คิดจะแทรกแซงการปะทะคารมของทั้งสองคน
“ไปกันเถอะไป๋เมา” แล้วเทพพฤกษาก็คว้าแขนไป๋เมาเสด็จไป
องค์รัชทายาทได้แต่มองตามอย่างอึดอัดใจ“นางยังโกรธข้าอยู่พะย่ะค่ะ”
“สักวันนางคงหายโกรธท่านได้เอง”เทพาพูดอย่างเป็กลาง
“เฮ้อ...”องค์รัชทายาทถอนใจ แต่พอคิดถึงภาพเมื่อครู่ก็สงสัยยิ่งนัก “ไยนางจึงสนิทสนมกับศิษย์ท่านปานนั้นพะย่ะค่ะ?”
“ข้าก็ไม่รู้”เทพาส่ายหน้า “ข้ารู้แต่ว่านางสนิทสนมกับเ้าห้ามาก ทุกๆ 7 วันนางจะมาเยี่ยมเ้าห้าครั้งหนึ่งเป็เช่นนี้นับั้แ่ที่เ้าห้าอยู่ที่นี่แล้วล่ะ”
องค์รัชทายาทพยักหน้ารับรู้“เช่นนั้นข่าวลือที่ว่าศิษย์ท่านเป็คนรักของนางก็ไม่ผิดซินะพะย่ะค่ะ”
เทพานิ่งเงียบเพราะเขาก็ไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของทั้งสองเลยสักนิดสนิทสนมกันถึงขนาดนอนร่วมห้องเดียวกันก็ไม่แปลกในเมื่อนางเป็หญิงทั้งคู่แต่ความสัมพันธ์ที่เหมือนเพื่อน เหมือนศิษย์กับอาจารย์ เหมือนแม่กับลูกเหมือนพี่สาวกับน้องสาวเหล่านี้นั้นเขาไม่แน่ใจว่าระหว่างทั้งสองนั้นคือความสัมพันธ์ใดกันแน่?
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” เขาส่ายหน้าอย่างไม่อาจจะหาคำตอบได้
“อ่อ ข้ายังได้ยินเขาลือกันอีกว่าศิษย์ท่านคนนี้เป็คู่หมั้นขององค์ชายเผ่าสิงห์เมื่อครู่ข้าเห็นปิ่นมุกโลหิตแล้ว เหตุใดปิ่นนั่นจึงอยู่กับศิษย์ท่านได้ล่ะพะย่ะค่ะ?”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ