คุณพ่อยอดพระกาฬ

    ตอนที่ 46 : ลุ่มหลงในอาหาร

    หยูชิงชิงเมามันกับการกินอย่างมาก กว่าเธอจะรู้สึกตัวขึ้นมา ก็กินข้าวจนหมดแล้ว


    “เถ้าแก่ ขอเพิ่มอีกจาน....”


    พอได้กินจานแรก เธอยิ่งรู้สึกหิวกว่าเดิม


    “ตักเอาเลย” จางฮ่านบอกเธอ


    “อ้อ” เธอกำลังจะลุกไปตักอาหารก็เห็นเหลียงเมิ่งฉีเดินกลับมาพร้อมข้าวกับนม


    เธอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ลองชิมนมแพะ ก็เลยหันไปหยิบนมแพะขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว


    “ชิงชิง” เหลียงเมิ่งฉีดึงสติเธอกลับมา “เหลือข้าวแค่จานเดียวแล้ว ถ้าเธอจะกินก็รีบหน่อย”


    “หา?” เธอรีบไปตักข้าวที่เหลือ


    พอทั้งสองกินจนเสร็จถึงได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นมาจากข้างๆ


    “เอ๋?”


    ทั้งสองลุกไปหาจ้าวต้าหู่ ก็เห็นเขากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่จริงๆ


    “เธอเป็นอะไรไปทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ร้องไห้?” หยูชิงชิงถามขึ้น


    “ฮึกๆ ๆ ....” จ้าวต้าหู่กินไปสะอึกสะอื้นไป “มันอร่อยมากเลย....”


    “อร่อยก็ดีแล้วนี่ ไม่เห็นต้องร้องห่มร้องไห้เลย” เหลียงเมิ่งฉี หัวเราะ


    “อาทิตย์หน้าฉันต้องไปทำงานแล้ว รอบนี้ไปตั้งครึ่งปี แค่ไม่ได้เจอชิงชิงฉันก็เสียใจจะแย่อยู่แล้ว วันนี้ยังได้มากินข้าวผัดที่อร่อยขนาดนี้อีก ฉันกลัวว่าฉันจะต้องไปหิวตายอยู่ข้างนอกนั่น” จ้าวต้าหู่พูดอย่างเสียอกเสียใจ


    “ดูเธอเข้าสิ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะเปลี่ยนอยู่แล้วหรอกเหรอ ไม่อยากไปก็ลาออกซะก็สิ้นเรื่อง” หยูชิงชิงมองค้อน


    จ้าวต้าหู่ถึงชื่อเขาจะแมนสมชายชาตรี แต่เป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ ถ้าเขาแมนกว่านี้สักหน่อย ชิงชิงคงจะรับรักเขาไปแล้ว


    “ใช่ๆ ไปทำงานไกลตั้งครึ่งปี กลับมาชิงชิงคงจะมีสามีไปแล้ว” เหลียงเมิ่งฉี จี้ใจดำ


    “อะไรนะ?”


    จ้าวต้าหู่หน้าแดงขึ้นมาทันที “แม่จะไปลาออกมันวันนี้แหละ แล้วก็วันนี้แม่จะกินข้าวผัดนี่ทั้งสามมื้อเลยคอยดูสิ กินเสร็จแล้วจะไปคุยกับผู้อำนวยการให้รู้เรื่องเลย เชอะ”


    “ฮึๆ ...” เหลียงเมิ่งฉี เห็นท่าทางเขาก็อดขำไม่ได้


    “หมามันเคยกินขี้อยู่ยังไงก็ยังงั้น แก้ไม่ได้จริงๆ ” หยูชิงชิงหมดปัญญากับอาการแต๋วของจ้าวต้าหู่ ลากเหลียงเมิ่งฉีกลับไปที่โต๊ะ


    “เมิ่งฉี อาหารที่นี่อร่อยจริงอย่างเธอว่า ไม่รู้เค้าทำออกมาได้ยังไง? อย่าว่า 280 เลย 2800 ฉันก็ยอมจ่าย” หยูชิงชิง พูด


    “ครั้งแรกที่มาฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่พอกินเข้าไปแค่นั้นแหละ แถมยัง....” เหลียงเมิ่งฉี พูดยังไม่ทันจบ ก็มีชายวัยกลางคนสองคนเดินเข้ามา


    “ขอโทษนะครับ ที่ร้านพอจะมีอาหารเช้าอะไรบ้างครับ?” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น


    “ขายหมดแล้วครับ” จางฮ่านหันไปตอบ


    “หมดไวขนาดนี้เลย? ทำใหม่อีกซักชุดไม่ได้เหรอครับ?” เขาพูดท่าทางสงสัย


    “ไม่มีเวลาน่ะครับ” จางฮ่านตอบเรียบๆ


    คำตอบของเขาทำเอาทุกคนชะงัก เปิดร้านอาหารยังไงบอกลูกค้าว่าไม่มีเวลา?


    ชายทั้งสองไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่พูดอะไรเดินออกจากร้านไป


    เหลียงเมิ่งฉี มองดูหยูชิงชิงก็ยิ้ม พูดประโยคที่ค้างไว้เมื่อกี้ต่อ “แถมยังจะทำข้าวขายก็เฉพาะตอนที่เขาทำกับข้าวให้ลูกสาวเขาเท่านั้น ถึงจะทำเผื่อขายหน่อยๆ ทีนี้เธอรู้หรือยังว่าจะกินอาหารร้านนี้ยากขนาดไหน?”


    “ใช่....ยากมาก” ท่าทางเธอจริงจังขึ้นมา “ดูท่าอีกหน่อยต้องมาให้เวลาตรงกันซะแล้ว ถ้าลองคนอื่นได้มากินละก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่”


    “เธอหมายความว่าไง?” เหลียงเมิ่งฉี สงสัย


    “เธอลองคิดๆ ดูนะ” หยูชิงชิงพูดจริงจัง “ถ้าลองคนอื่นรู้ว่าอาหารที่นี่อร่อย แถมเถ้าแก่ยังทำขายแค่นิดเดียว เธอคิดว่าจะเหลือถึงพวกเราเหรอ?”


    “อ่อ” เหลียงเมิ่งฉี สีหน้าเปลี่ยนทันที เธอนึกภาพเธอมาเข้าคิวรอซื้ออาหารอยู่นาน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้กินข้าวสักเม็ด คิดไปๆ ก็นึกกลัว


    “ไม่ได้แล้ว ต่อไปพวกเราต้องมาให้ไวกว่าคนอื่น อย่าให้คนอื่นมาถึงก่อนเด็ดขาด” เหลียงเมิ่งฉี ท่าทางกระวนกระวาย


    “ฉันว่าฉันมีวิธีนะ” หยูชิงชิงยิ้มมีเลศนัย


    “วิธีอะไร?” เหลียงเมิ่งฉี รีบถาม


    “วิธีก็คือ...” หยูชิงชิงคิดไกล “เธอก็จับตานั่นให้อยู่หมัดไปเลยยังไงล่ะ ได้ลูกสาวน่ารักๆ โดยไม่ต้องเหนื่อย แถมพวกเรายังได้อานิสงส์ไปด้วย อีกอย่างนะ จริงๆ ตานั่นก็ดูดีทีเดียวเชียวน้า ดูมีรสนิยม มีระดับ ทำอาหารก็อร่อย เอาใจเก่งอีกต่างหาก เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยนา”


    “พูดอะไรของเธอ” เหลียงเมิ่งฉี หน้าแดง


    “ท่าทางเธอคงคิดไม่ต่างไปจากฉัน รออยู่นี่นะ ฉันไปถามให้” หยูชิงชิงเดินตรงไปหาจางฮ่าน


    “นี่เดี๋ยวก่อน เธอจะทำอะไร รีบกลับมาเดี๋ยวนี้นะ....” เหลียงเมิ่งฉี ใจเต้นจนทำอะไรไม่ถูก


    “เถ้าแก่ อาหารที่คุณทำอร่อยจริงๆ ฉันไม่เคยกินอะไรอร่อยแบบนี้มาก่อนเลย” หยูชิงชิงยกนิ้วโป้งให้


    “อ่อ” จางฮ่านหัวเราะเบาๆ


    “แน่นอนอยู่แล้ว ป๊ะป๋าเก่งที่สุดเลยแหละ” เหมิงเหมิงพูดขึ้น


    “อ่อๆ เหมิงเหมิง หนูน่ารักแบบนี้แม่ของหนูต้องสวยมากแน่ๆ เลยใช่มั้ยจ๊ะ?” หยูชิงชิง ถาม


    “ใช่แล้วๆ คุณแม่ของหนูสวยมากๆ เลย” เหมิงเหมิง กล่าวอย่างขึงขัง


    “เถ้าแก่มีภรรยาสวย แถมยังมีลูกสาวน่ารักแบบนี้อีก โชคดีจริงๆ เลยนะคะ น่าอิจฉาจังเลย คุณแต่งงานกันมากี่ปีแล้วเหรอคะ?” หยูชิงชิงถามอย่างสงสัย


    “ผมยังไม่แต่งงาน” จางฮ่านตอบเสร็จก็อุ้มเหมิงเหมิงขึ้นมา


    “ถ้างั้นเหมิงเหมิง.....” เธอล้วงลับ


    “ก็ลูกแท้ๆ น่ะ” เขาอุ้มเหมิงเหมิงไปที่โซฟา


    “อ่อ”


    เธอรีบกลับไปหาเหลียงเมิ่งฉี “เมิ่งฉีๆ เธอได้ยินที่เขาพูดแล้วใช่มั้ย โอกาสมาแล้วอย่าให้หลุดมือเชียวนะ”


    “จุ๊ๆ ๆ อย่าพูดซี้ซั้วน่า” เหลียงเมิ่งฉี มองค้อน “พวกเรามากินข้าวแบบปกติก็ดีอยู่แล้ว เธออย่าเที่ยวจับคู่ให้คนอื่นจะได้มั้ย”


    “ฉันดูให้ไม่ดีตรงไหน? เขาไม่หล่อหรือไง?” หยูชิงชิงถาม


    “แต่ก่อนก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก แต่ตอนนี้ละก็ใช่ ทั้งหล่อ ทั้งทำอาหารเป็น เล่นดนตรีก็เก่ง หายากจริงๆ ” เหลียงเมิ่งฉี ตอบตรงๆ


    “งั้นก็ไม่ลงล็อกแล้วหรือไง เขาหล่อ เธอก็สวย สมกันดีออก” หยูชิงชิงไม่เลิก


    “ไม่คุยด้วยแล้ว พูดอะไรก็ไม่รู้” เหลียงเมิ่งฉี เกิดอาการเคอะเขิน


    “ฮู่ว...กินเสร็จจนได้ หนำใจแม่จริงๆ แม่จะกลับมากินอีกสองจาน” จ้าวต้าหู่เพิ่งจะกินเสร็จ


    “กินอะไรของเธอ เขากินกันไม่เหลือแล้ว” ชิงชิง แขวะ


    “หา? ทำไมไม่เหลือแล้วล่ะ? ฉันยังไม่อิ่มเลย” จ้าวต้าหู่ งง


    “ใครใช้ให้เธอมัวแต่ยืดยาดอยู่ล่ะ” เธอมองค้อน


    “งั้นก็ได้” เขายืนขึ้น ท่าทางเปลี่ยนไปดื้อๆ “พวกเรากลับ เพื่อชิงชิง เพื่อข้าวผัดไข่ แม่จะไปลาออกจากงานมันวันนี้แหละ ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว”


    “โถๆ ๆ คุณหญิงจ้าวอยู่ๆ ก็เข้มแข็งขึ้นมาซะงั้น?” เธอพูดเสร็จก็หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา นับเงินจ่าย “เถ้าแก่คะ คิดเงินด้วยค่ะ”


    “วางไว้บนโต๊ะเลย” จางฮ่านกำลังเก็บครัว


    “วางไว้นี่นะคะ” เธอตอบกลับ


    “เถ้าแก่ตอนเที่ยงเปิดอีกทีกี่โมงคะ?” เหลียงเมิ่งฉี ถาม


    “เที่ยงหน่อยๆ ” จางฮ่านตอบ


    “ถ้างั้นพวกเราค่อยกลับมาใหม่ตอนเที่ยงนะคะ” เหลียงเมิ่งฉี พูดเสียงหวานก่อนจะออกจากร้านไป


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดพระกาฬ ที่คุณอ่าน