สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 10 บทที่ 291 หญิงสาวผู้ลึกลับ

        ในบรรดาอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยสี่สิบสี่แห่งไม่ได้มีเพียงราชาแซมบอร์ดเท่านั้นที่ทำเช่นนี้...

        การหาผู้หญิงมาให้เหล่าทหารหลังจากที่ผ่านการต่อสู้ที่แสนตึงเครียดก็เป็นเหมือนการอนุญาตให้เหล่าทหารได้ระบายอารมณ์ของตัวเองออกมาราชาหลายอาณาจักรต่างก็คิดว่านี่เป็นวิธีที่ลดแรงกดดันจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ได้ดีและยังเป็นวิธีเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพวกทหารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

        ในแผ่นดินอาเซรอทนั้นการตอบสนองต่อความต้องการให้กับเหล่าทหารถือว่าเป็นธรรมเนียมที่มีมาแต่โบราณราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งจำนวนมากมีการเลี้ยงนางบำเรอจำนวนหนึ่งไว้ในค่ายทหารผู้หญิงเหล่านี้บ้างก็ทำด้วยความเต็มใจ บ้างก็ทำอย่างไม่เต็มใจฐานะของพวกนางล้วนแตกต่างกันออกไป บางคนก็เป็นลูกขุนนางตกอับ บางคนก็เป็นสาวยากไร้แม้กระทั่งเป็นนักโทษและทาสก็มีทางกองทัพพยายามใช้งบประมาณให้น้อยที่สุดในการเลี้ยงดูพวกนางเพื่อให้เหล่าทหารหรือผู้บัญชาการระดับล่างได้มีที่ปลดปล่อยก่อนทำสงคราม

        ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่ความใจกว้างที่ราชาแซมบอร์ดแสดงออกมากลับทำให้ผู้คนส่วนมากอ้าปากตาค้างจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว

        เพราะเหล่าสาวงามที่ยิ้มยั่วยวนและร่ายรำด้วยท่าเต้นที่เร้าร้อนในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดพวกนางถูกจ้างด้วยเงินจำนวนหลายหมื่นเหรียญทองจากราชาแซมบอร์ดในการเชิญพวกนางมาให้ความสำราญแก่เหล่าทหารถึงค่ายทหารโดยเฉพาะมีข่าวลือแว่วมาว่าจะให้พวกนางทั้งหมดพักอยู่ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดเป็นการชั่วคราวจนกว่าการแข่งขันการซ้อมรบระดับราชอาณาจักรจะจบลงเพื่อให้พวกนางใช้เรือนร่างที่ยั่วยวนและท่าเต้นที่เร้าร้อนมาบรรเทาความเครียดจาการรบให้กับเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ด

        ในตอนนี้ แม้แต่เหล่าองค์ชายหลายๆ อาณาจักรก็ยังอยากจะผันตัวเองมาเป็นทหารเมืองแซมบอร์ดเสียเดี๋ยวนี้เพื่อจะได้มีโอกาสเต้นรำเคียงข้างกับเหล่าสาวงามผู้เลอโฉม 

        ถ้ำสีทองในเมืองหลวงเป็นสถานที่ที่หลายๆ คนปรารถนาจะเข้าไปแต่ถ้าคุณสมบัติไม่ถึงก็ไม่อาจเข้าไปหาความสำราญข้างในไม่ได้

         ……   

        ภายในค่ายทหาร

        เมื่อเพลงหนึ่งจบลง เพลงใหม่ก็บรรเลงขึ้นทันทีจังหวะดนตรีก็เปลี่ยนเป็นอีกโทนหนึ่ง

        หญิงงามเหล่านี้เริ่มเดินเข้าไปเชื้อเชิญเหล่าทหารที่นั่งตบมืออยู่รอบๆ ให้ออกมาเต้นด้วยกัน

        เมื่อโดนเหล่าสาวงามเดินเข้ามาเชื้อเชิญอย่างอบอุ่นเหล่านักรบที่มาจากถิ่นทุรกันดารทางตอนเหนือก็มีท่าทีขัดๆ เขินๆ ไม่กล้าออกไปแต่ด้วยแรงเชียร์จากเหล่าสหายที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำให้หน่วยเทศกิจบางคนเริ่มกล้าที่จะลุกขึ้นมาร่วมเต้นหน้ากองไฟกับเหล่าสาวๆ ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

        เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสาวงามรูปร่างยั่วยวนในชุดบางเบาก็ทำเอาเหล่านักรบเมืองแซมบอร์ดที่กล้าหาญไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใดต้องอายม้วนต้วนจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแม้แต่ดร็อกบาและเพียร์ซที่เป็นคนใจคอหยาบกระด้างพอโดนลากมาเต้นหน้ากองไฟก็ยังเต้นแข็งๆ มือเท้าพันกันจนแทบล้มหัวคะมำ…

        ซุนเฟยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หินแทบจะขำก๊ากออกมาเมื่อเห็นฉากชวนขำตรงหน้าแต่เขาก็พยายามกลั้นไว้และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแทน

        ความคิดนี้ไม่ใช่ซุนเฟยที่เป็นคนคิด

        แต่เป็นท่านผู้เฒ่าโซล่า ผู้ที่มีความรู้กว้างขวางที่สุดในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดเป็นคนเสนอความคิดนี้ขึ้นมา

        ในตอนแรกที่ซุนเฟยได้ยินก็ยังอดตกใจไม่ได้ในใจของเขายังหลงคิดว่า ท่านผู้เฒ่าช่างหื่นไม่ดูสังขารตัวเองเลยจริงๆ

        แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากท่านผู้เฒ่าโซล่าแล้วถึงได้เข้าใจว่า นี่เป็น ‘ประเพณีที่มีเกียรติ’ อย่างหนึ่งในแผ่นดินอาเซรอทบวกกับความรู้ในด้านสุขศึกษาที่ได้ร่ำเรียนมาในโลกเก่า ทำให้ซุนเฟยได้ลองขบคิดในใจอย่างรอบคอบ หากเหล่าเทศกิจกับอัศวินบรอนซ์เซนต์เกิดอดกลั้นไม่ไหวแล้วออกไปหาซื้อโสเภณีข้างนอกมาเป็นที่ระบายอารมณ์อาจทำให้พวกเขาเกิดติดเชื้อโรคและนำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ ที่วุ่นวายตามมาแต่จะให้ราชาสั่งห้ามไม่ให้เหล่าทหารปลดปล่อยความต้องการของตัวเองเลยมันก็ดูจะไร้มนุษยธรรมเกินไปหน่อย

        หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วซุนเฟยก็ยอมทำตามที่ท่านผู้เฒ่าโซล่าเสนอเขาติดต่อผู้ดูแลเรดแนปป์แห่งหอการค้าโซรอสโดยตรงพร้อมทั้งจ่ายเงินหลายหมื่นเหรียญทองเพื่อเชื้อเชิญเหล่าสาวงามจากถ้ำสีทองที่เป็นหอนางโลมที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงมาที่นี่ถือเสียว่าเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งหมดในคราวเดียว

        ทหารแซมบอร์ดไม่เพียงสามารถรบชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดได้แต่ยังสามารถเสพสุขกับเหล่าสาวงามที่แพงที่สุดได้อีกด้วย

        ชื่อเสียงของราชาแซมบอร์ดได้โด่งดังขึ้นอีกครั้ง

        จำได้ว่าตอนที่ผู้ดูแลเรดแนปป์ได้ยินเงื่อนไขนี้จากซุนเฟยนั้นเขายังยืนตะลึงไปชั่วขณะ จะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก จะร้องก็ร้องไม่ถูกเขาย้ำเงื่อนไขนี้กับซุนเฟยไปหลายครั้งจนแน่ใจ ก่อนจะทำตามความต้องการของซุนเฟย

        รอบๆ กองไฟเริ่มสนุกสนาน พื้นที่รอบกองไฟเต็มไปด้วยผู้คนที่เต้นรำกันอย่างสนุกสนานเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดค่อยๆ ผ่อนคลายและเริ่มส่งเสียงหัวเราะออกมาบรรยากาศพลันคึกคักจนฉุดไม่อยู่

        เมื่อซุนเฟยได้เห็นฉากตรงหน้าแล้วเขาก็ค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

        ในตอนนี้ซุนเฟยไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นราชาของอาณาจักรบริวารแห่งหนึ่งที่มีฐานะต่ำกว่าขุนนางในเมืองหลวงแต่เหมือนเป็นอาม่าตามตลาดสดที่ชอบนั่งนินทาชาวบ้านมากกว่า

        แองเจล่าสวมชุดกระโปรงขนสัตว์ที่ทำมาจากหนังจิ้งจอกฟ้า นั่งอยู่ข้างซุนเฟยอย่างเงียบๆ

        เมื่อชุดกระโปรงขนสัตว์อยู่บนร่างของนางแล้วมันไม่ได้ทำให้นางดูอ้วนขึ้นแต่อย่างใดกลับกันมันกับขับให้ข้อมือที่ขาวราวกับหิมะและลำคอระหงส์ขาวนวลไร้ที่ติของนางเด่นชัดขึ้นนางเหมือนหยกงามที่ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปได้เลยจริงๆ ใบหน้าขาวผ่องดุจหยกไขมันแกะพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนงามสง่า ความงดงามใต้แสงจากกองไฟทำให้ผู้คนที่มองพากันลุ่มหลงอย่างโง่งม

        ใบหน้างามพิสุทธิ์ของว่าที่ราชินีเต็มไปด้วยรอยยิ้มเรียวนิ้วขาวเนียนละเอียดที่ราวกับถูกปอกออกมาจากหอมหัวใหญ่หยิบผลไม้ตรงหน้าแล้วส่งเข้าปากของซุนเฟยเป็นพักๆ…

        ในตอนแรกนั้น มีสาวงามบางคนคิดจะจับราชาผู้แสนร่ำรวยคนนี้ หากได้รับความโปรดปราณจากราชาละก็บางทีอาจจะพลิกชะตาชีวิตนางโลมของตัวเองก็ได้แต่เมื่อพวกนางได้เห็นความงดงามที่แทบจะทำให้ผู้คนลืมหายใจของว่าที่ราชินีที่นั่งอยู่ข้างๆ ซุนเฟยแล้ว ทันใดนั้นพวกนางก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเชิญราชามาเต้นรำกับพวกนางทันที

        หลังโต๊ะไม้ฝั่งขวามือของราชามีหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมผ้าปิดหน้านั่งอยู่นางมีผมหยักศกสีน้ำตาลราวกับสาหร่าย ยาวสยายลงมาท่าทางของนางดูอ่อนหวานและสง่างามอย่างไม่น่าเชื่อเบื้องหลังผ้าไหมดิ้นทองมีดวงตากลมคู่หนึ่งที่เป็นประกายราวกับดวงดาวที่สุกสกาวในยามค่ำคืนผมยาวดุจน้ำตกถูกมัดรวบไว้ด้านหลังด้วยห่วงฝังอัญมณีสามสี น้ำเงิน เขียวและแดงเหนือหัวของนางสวมมงกุฎสีเงินด้านหน้าของมงกุฎนี้มีตราผีเสื้อสีทองกำลังกางปีกบินติดไว้อยู่…

        ถึงแม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะปิดบังใบหน้าของนางไว้แต่ทั้งร่างของนางกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายลึกลับบางอย่าง

        ด้านหลังของนางยังมีนักรบสวมชุดเกราะสีเงินถึงสี่นายยืนอยู่พวกเขาสวมหมวกเกราะเหล็กที่เป็นรูปตัว Tปิดจมูกปกปิดใบหน้าของตัวเองไว้ให้เห็นเพียงดวงตาบนร่างของพวกเขาทุกคนกระจายกลิ่นอายหนาวเย็นยะเยือกออกมาจางๆเห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

        นี่คือผู้คุ้มกันของหญิงสาวผู้ลึกลับคนนี้

        ในตอนแรกที่ได้พบหญิงสาวผู้ลึกลับคนนี้ซุนเฟยยังหลงคิดว่านางเป็นพวกคนชนชั้นสูงในเมืองหลวงเสียอีกนอกจากการมาของนางจะดูยิ่งใหญ่เอิกเกริกแล้ว รูปลักษณ์ของนางก็งามสง่า ถึงแม้ว่าจะมีผ้าคลุมปิดหน้าไว้ แต่นางก็ทำให้คนอื่นรู้สึกว่า นางจะต้องเป็นสาวงามนางหนึ่งอย่างแน่นอน

        ด้วยการแนะนำของผู้ดูแลเรดแนปป์ ซุนเฟยถึงได้รู้ว่า นางก็คือ‘มาม่าซัง’ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ ‘แม่เล้า’ นี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ

        แต่เมื่อดูท่าทีของนางตั้งแต่ตอนที่งานเลี้ยงฉลองนี้ได้เริ่มขึ้นฐานะของ ‘แม่เล้า’ คนนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ในระหว่างงานเลี้ยงฉลองนางเพียงนั่งเงียบๆ อยู่หลังโต๊ะเท่านั้น ซึ่งมันแตกต่างไปจากจินตนาการ ‘แม่เล้า’ของซุนเฟยที่ต้องทำตัวเป็นน้ำกลิ้งบนใบบอน1 และนี่ก็ทำให้ซุนเฟยรู้สึกค่อยไม่เข้าใจเท่าไร

        งานเลี้ยงฉลองยังคงดำเนินต่อไป

        ซุนเฟยกวักมือเรียกแช็คที่อยู่ข้างๆ ให้เข้ามาจากนั้นก็กระซิบเรื่องที่ต้องระวังบางอย่างเบาๆแล้วหันไปพยุงร่างของแองเจล่าให้ลุกขึ้นเพื่อจะเดินกลับไปที่เต็นท์ของราชา

        หากราชาของตัวเองยังนั่งจ้องอยู่ตลอดเวลาคาดว่านอกจากพวกทหารจะไม่กล้าปล่อยเนื้อปล่อยแล้ว ยังอาจจะหมดอารมณ์เอาก็ได้ดังนั้นราชาควรจะนั่งหัวโด่อยู่ในงานเลี้ยงสักพักพอเป็นพิธีแล้วค่อยผละออกไปอย่างเงียบๆ

        แต่ซุนเฟยไม่รู้ว่า ในขณะที่เขาจูงมือแองเจล่าและเดินนำสาวน้อยผมทองเจ็มม่ากับสาวใช้อีกแปดนางกลับไปยังเต็นท์ของราชาหญิงสาวลึกลับที่สวมผ้าคลุมปิดหน้าและนั่งเงียบๆ อยู่หลังโต๊ะมาโดยตลอด ‘แม่เล้า’ ของเหล่าหญิงงามที่ร้อนแรงกลุ่มนี้กำลังจ้องเขม็งตามหลังซุนเฟยไปอย่างเงียบๆ ในดวงตากลมโตที่เป็นประกายคู่นั้นปรากฏร่องรอยคลื่นอารมณ์แปลกๆ ออกมา

        ……

        เมื่อกลับมาที่เต็นท์ของราชาหลังจากที่สนทนาหยอกล้อกับแองเจล่าและรอจนกว่านางจะผล็อยหลับ ซุนเฟยก็เข้าไปในโลก Diablo เพื่ออัพเลเวลทันที

        แม่ชีอาคาร่าและตาเฒ่าเคนยังคงไปมาระหว่าง ‘มหาลัยเมืองแซมบอร์ด’ และห้องหินลึกลับ

        ตอนนี้การดำเนินการก่อสร้างเมืองแซมบอร์ดก็เป็นไปตามขั้นตอนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังแม่ชีอาคาร่าได้แปลเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมในหนังสือ 'ภูมิปัญญาของราชาปีศาจ' แล้วทำให้มีการปรับเปลี่ยนแผนผังเมืองแซมบอร์ดใหม่อีกครั้งโครงการที่เมื่อก่อนไม่กล้าคิดจะทำก็เริ่มมีการพัฒนาขึ้นมาทีละขั้น ซุนเฟยนึกถึงประโยคที่ท่านพ่อตาเบสท์และผู้บัญชาการสูงสุดบรู๊คเขียนมาในจดหมายก็ยิ้มออกมานั่นก็คือ ‘ใช้เวลาไม่นานเมืองแซมบอร์ดที่เป็นอาณาจักรเล็กๆ แถวชายแดนทางตอนเหนือของราชอาณาจักรจะกลายเป็นไข่มุกเม็ดงามที่เจิดจรัสที่สุดในทางตอนเหนือของราชอาณาจักรแห่งนี้’

        อักขระและสิ่งของแปลกๆ ทุกอย่างในห้องหินลึกลับจะต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป

        การที่แม่ชีอาคาร่ากับตาเฒ่าเคนทุ่มเททั้งความคิดและเวลามากมายในการศึกษาวิจัยงานนี้อย่างบ้าคลั่งทำให้ความเร็วในการพัฒนารุดหน้ามากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังห่างไกลกับความลับที่ซ่อนอยู่อีกมากซุนเฟยรู้ข้อมูลเพียงผิวเผิน ยังไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียด ดังนั้น รอจนกว่าความลับในห้องนั้นจะถูกเฉลยขึ้นในสักวันเมื่อถึงตอนนั้น มันก็ยังไม่สายที่จะทำความเข้าใจอีกครั้ง 

        ซุนเฟยใช้เวลาเรียนรู้วิธีการปรุงยาจากแม่ชีอาคาร่าประมาณสิบห้านาที จากนั้นก็ใช้เวลาอีกสิบห้านาทีในการเรียนรู้หลักการเวทมนตร์ของโลก Diablo และแผ่นดินอาเซรอทกับตาเฒ่าเคน ทำให้ซุนเฟยเหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมงในการสังหารมอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวลกับทหารรับจ้างสาวเอเลน่า

        สี่ชั่วโมงต่อมา ก่อนเวลาเล่นเกมจะหมดลง ซุนเฟยก็สามารถอัพเลเวลตัวละครคนเถื่อนมาถึงเลเวล54 

        ความแข็งแกร่งของซุนเฟยกำลังพัฒนาไปทีละก้าวอย่างบ้าคลั่ง

        ในระหว่างที่สังหารมอสเตอร์ซุนเฟยได้ฝึกฝนทักษะการควบคุมพลังการซ้อนทับพลังและการหมุนเกลียวคลื่นพลังซ้ำไปซ้ำมาจนชำนาญซุนเฟยลองนำทักษะเหล่านี้มาประยุตก์ใช้กับทักษะของคนเถื่อน และนั่นก็ทำให้ทักษะ 'หมัดหิมะเยือกแข็งห้ารูปแบบ' ที่ซุนเฟยสร้างขึ้นมาเองเริ่มที่จะสมบูรณ์ขึ้นมาทีละนิด ในขณะเดียวกันก็ทำให้ซุนเฟยในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่ามอนสเตอร์สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นอิสระมากขึ้นดูเหมือนว่าพลังโจมตีในแต่ละทักษะของคนเถื่อนจะเพิ่มมากขึ้นทำให้ความเร็วในการอัพเลเวลของเขาเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

        แม้แต่ตัวซุนเฟยเองก็ยังรู้สึกว่าพรสวรรค์ในการต่อสู้ของเขาได้พัฒนามากขึ้นเขาคิดว่าทุกอย่างเริ่มเพี้ยนขึ้นทุกที

        ----------------------------------

        1 น้ำกลิ้งบนใบบอน อุปมาว่า เข้าได้กับทุกฝ่าย อัธยาศัยดี

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
3.82M 1844
บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.35M 933
สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
791K 1635
บุตรอสูรบรรพกาล

บุตรอสูรบรรพกาล

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
553K 714
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.72M 5471
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258