เช้าตรู่ วันถัดมา
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องลอดผ่านกระจกบานั์ที่เปิดทิ้งไว้เมื่อคืน ปลุกให้เมญ่าที่นอนสลบไสลอยู่บนโซฟาต้องจำใจลืมตาตื่นขึ้น ทันทีที่ขยับกาย อาการปวดศีรษะตุบ ๆ ก็พุ่งเข้าจู่โจมจนเธอต้องนิ่วหน้า ทว่าท่ามกลางความมึนงงนั้น กลับมีบางอย่างที่ผิดปกติไปจากเดิม
กลิ่นน้ำหอมประหลาด... กลิ่นสะอาดขรึมและทรงพลังอย่างที่เธอไม่เคยใช้ อบอวลจาง ๆ อยู่ในอากาศ
ยิ่งไปกว่านั้นคืออุณหภูมิภายในห้อง เมญ่าจำได้แม่นยำว่าเมื่อคืนเธอตั้งค่าเครื่องปรับอากาศไว้ที่ยี่สิบองศาเซลเซียสเพื่อให้เหมาะกับการนั่งดื่มระบายอารมณ์ แต่เมื่อเธอคว้าพวงรีโมตขึ้นมาเช็กดู ตัวเลขที่ปรากฏกลับกลายเป็ยี่สิบห้าองศา
“นี่ฉันเมาจนเลอะเลือนขนาดนี้เลยเหรอ...” เมญ่าพึมพำเสียงพร่า พยายามนึกย้อนเหตุการณ์ “แล้วกลิ่นน้ำหอมนี่มันอะไรกัน? เหมือนน้ำหอมผู้ชาย... หรือว่าเมื่อคืนจะมีใครเข้ามา?”
ความคิดนั้นทำให้เธอใจหายวาบ เธอพยายามขุดความทรงจำที่พร่าเลือนว่าเธอลุกไปเปิดประตูให้ใครตอนไหน แล้วถ้าลุกไปเปิดประตูจริง ทำไมเธอถึงไม่เดินไปนอนที่เตียงให้เรียบร้อย แต่กลับขดตัวหลับอยู่ตรงโซฟาที่เดิม
ยิ่งคิดหัวใจก็ยิ่งเต้นรัวผสมกับอาการปวดขมับที่รุมเร้า เมญ่าสะบัดศีรษะไล่ความฟุ้งซ่าน ก่อนจะก้าวขาที่ยังสั่นน้อย ๆ ตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบไคลและความมึนเมาออกไป ทิ้งความสงสัยที่ยังไม่ได้รับคำตอบไว้เื้ั
หลังจากชำระล้างร่างกายจนความสดชื่นเริ่มกลับคืนมา เมญ่าก็นั่งนิ่งปล่อยให้ความสงสัยเกาะกินใจ ทว่ายิ่งพยายามขุดคุ้ยความทรงจำมากเท่าไหร่ เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าและงุนงง จนต้องสะบัดศีรษะไล่ความฟุ้งซ่านทิ้งไป
เธอยื่นมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็กดูรายการสายที่ไม่ได้รับเมื่อคืน ซึ่งมันสั่นเตือนไม่หยุดหย่อนราวกับมีเื่คอขาดบาดตาย
“ยัยจุ่ม... แล้วก็พี่ธีร์... เอ๊ะ แม่โทรมาตั้งหลายครั้งเลยเหรอ?” เมญ่าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะตัดสินใจกดสายโทรกลับหาผู้เป็แม่เป็ลำดับแรก
‘เมญ่า!!!’ เสียงของยาญ่าแผดผ่านลำโพงออกมาทันทีที่สัญญาณเชื่อมต่อ จนคนปลายสายต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่าง
“แม่คะ... เบาเสียงหน่อยสิ”
‘ทำไมลูกไม่รับสายแม่เลยล่ะ รู้ไหมว่าแม่โทรหาตั้งกี่ครั้ง!’ ยาญ่าละล่ำละลักถามด้วยความอาวรณ์และเป็ห่วงสุดหัวใจ
“แม่... ให้ความเป็ส่วนตัวหนูบ้างเถอะค่ะ หนูแค่เครียด เลยอยากหาอะไรทำแก้เครียดคนเดียวเท่านั้นเอง” เมญ่าระบายลมหายใจยาวเหยียด เธอซาบซึ้งในความรักของแม่เสมอ แต่เธอก็มั่นใจว่าตัวเองวางตัวดีมาตลอด ไม่เคยออกไปสำมะเลเทเมาที่ไหนให้ตระกูลต้องมัวหมอง
‘เมญ่า... เราหนีไปอยู่ต่างเมืองกันไหมลูก?’ ยาญ่าลองหยั่งเชิง น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด
“แม่พูดเื่อะไรคะ? เราจะไปทำอะไรกันที่นั่น ไปอยู่ไร่อยู่สวนของคุณตาเหรอ?” เธอขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม ไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่ถึงเสนอทางเลือกที่ดูสิ้นหวังเช่นนี้ออกมา
‘แม่... คือแม่...’ ยาญ่าอึกอัก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทั้งที่เมื่อวานเธอเพิ่งจะโน้มน้าวให้ลูกสาวจำยอมแต่งงานกับอเล็กซ์เพื่อความอยู่รอด แต่เช้านี้หัวใจของคนเป็แม่กลับร่ำร้องอยากให้ลูกหนีไปให้พ้นจากขุมนรก
“แค่นี้ก่อนนะคะแม่... คุณพ่อกับคุณปู่ปินไม่มีทางปล่อยให้เราไปหรอกค่ะ”
เมญ่าตัดสายทิ้งอย่างเหนื่อยหน่ายกับเื่วุ่นวายที่รุมเร้า เธอถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะกดโทรออกหาเบอร์ถัดไปที่รอคอยการติดต่อกลับ
‘เมญ่า! ในที่สุดก็ติดต่อได้ พี่เป็ห่วงเราแทบแย่’ เสียงของ ‘ธีร์ สิรภพ’ ชายหนุ่มผู้เป็ดั่งความหวังเดียวในใจดังขึ้นด้วยความร้อนรน
“พี่ธีร์... เมญ่าขอโทษนะคะ พอดีมีเื่วุ่นวายนิดหน่อยค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
‘ไม่เป็ไรครับ แค่เมญ่าปลอดภัยพี่ก็สบายใจแล้ว... ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า ให้พี่ช่วยอะไรไหม?’
“พี่ธีร์คะ... สะดวกออกมาพบเมญ่าที่คาเฟใต้คอนโดไหมคะ เมญ่ามีเื่สำคัญอยากปรึกษาพี่จริง ๆ” หญิงสาวแอบกลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนึบลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า
‘ได้สิครับ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะ’
“ค่ะพี่ธีร์... แล้วเจอกันค่ะ”
เมญ่ากดวางสายพลางรู้สึกเหมือนมีหินหนักอึ้งมากดทับไว้กลางอก
“ถ้าวันนี้พี่ธีร์เต็มใจจะช่วย... คืนนี้ฉันจะกลับไปปิดบัญชีเื่แต่งงานบ้า ๆ นี่กับคุณปู่ให้จบสิ้น ไม่ให้มันเกิดขึ้น”
เธอพึมพำกับตัวเองในใจด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะส่งข้อความสั้น ๆ ไปหาจุ่มเพื่อนรักเพื่อยืนยันว่าเธอสบายดี จากนั้นจึงเริ่มเตรียมตัวลงไปรอรับ ‘ฟางเส้นสุดท้าย’ ที่คาเฟเบื้องล่างคอนโดอย่างใจจดใจจ่อ
คาเฟชั้นล่างของคอนโดมิเนียม
สามสิบนาทีต่อมา เมญ่านั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมด้านในสุดของร้าน พยายามหลบเลี่ยงความรู้สึกประหลาดที่รบกวนจิตใจั้แ่ก้าวเท้าออกจากห้องพัก มันเป็ความส่ายหน้าไม่ตก ราวกับมีั์ตาปริศนาคอยจับจ้องทุกย่างก้าวของเธอ ทว่าเมื่อเหลียวมองไปรอบกาย กลับพบเพียงความว่างเปล่าและบรรยากาศอันเงียบสงบของคาเฟ่ จนเธอเริ่มหวั่นใจว่าตนเองอาจจะขวัญอ่อนไปเพราะอาการค้างคาจากเมื่อคืน
“ทางนี้ค่ะพี่ธีร์” เมญ่าโบกมือเรียกชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวเข้ามา ธีร์ สิรภพ เดินตรงมานั่งลงฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มละมุนตา
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ดูหน้าตาไม่สดใสเลยนะ” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเอ็นดู “อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนแอบไปดื่มจนดึกอีกแล้ว”
“พี่ธีร์ก็...” เมญ่าพึมพำด้วยใบหน้าขึ้นสีจัดเมื่อถูกจับไต๋ได้
“อะไรที่ทำให้ ‘ที่รักของพี่’ ถึงกับไม่รับสายใครแล้วหนีไปนั่งดื่มเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิครับ” ธีร์เอ่ยกระเซ้า สายตาที่มองแฟนสาวเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของเธอ
ในจังหวะนั้น เมญ่าขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง ความรู้สึกเย็นวูบที่แผ่นหลังเหมือนโดนใครบางคนจ้องเขม็งยังไม่จางหายไป แต่เมื่อกวาดสายตามองไปรอบร้านอีกครั้ง ก็เห็นเพียงชายคนหนึ่งนั่งทำงานอยู่บนเม็คบุ๊คด้วยท่าทางเคร่งเครียดซึ่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร เธอจึงพยายามสลัดความระแวงทิ้งแล้วหันกลับมาหาธีร์
“พี่ธีร์คะ... พอดีบริษัทของคุณพ่อเมญ่ากำลังประสบปัญหาเื่การลงทุน ครอบครัวของพี่ธีร์พอจะช่วยหาทางออกให้เมญ่าได้บ้างไหมคะ?” มือบางใต้โต๊ะบีบเข้าหากันแน่นด้วยความกังวล
ธีร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ใช่ว่าเขาจะไม่ระแคะระคายเื่วิกฤตของ ‘บดีกรุ๊ป’ แต่การจะให้ตระกูลสิรภพเข้าไปอุ้มบริษัทเทคโนโลยีที่ขาดทีมวิจัยเป็ของตัวเองนั้นถือเป็ความเสี่ยงที่มหาศาล
“เื่นี้พี่ต้องกลับไปปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะ... แต่เมญ่า ทำไมไม่ลองให้คุณบรรหารร่วมมือกับทีมวิจัยของรัฐบาลดูล่ะ พี่ว่านั่นอาจเป็ทางออกที่ยั่งยืนกว่านะ” ชายหนุ่มเสนอสิ่งที่เขาคิดว่าเป็ไปได้ที่สุดในเชิงธุรกิจ
เมญ่ากัดริมฝีปากบางอย่างใช้ความคิด “เมญ่าไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ว่าทำไมคุณพ่อกับคุณปู่ถึงไม่เลือกทางนั้น”
ธีร์เอื้อมมือมากุมมือบางที่บีบกันจนสั่นใต้โต๊ะของเธอไว้ “พี่จะลองคุยกับคุณพ่อให้นะครับ บางทีท่านอาจจะมีวิธีช่วยที่ดีกว่านี้” เขาบีบมือเธอเบา ๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ
เมญ่าสบตาเขาด้วยแววตาแห่งความหวัง รอยยิ้มจาง ๆ เริ่มปรากฏบนใบหน้า อย่างน้อยชายตรงหน้าก็ยังพยายามดิ้นรนเพื่อเธอ ไม่เหมือนคนในครอบครัวที่เตรียมจะโยนเธอลงสู่กองเพลิงเพื่อรักษาผลประโยชน์
ทว่าที่โต๊ะห่างออกไป... บาร์โชว์ ที่ดูเหมือนกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน กลับพิมพ์ข้อมูลทุกถ้อยคำและรายละเอียดกิริยาอาการของคนทั้งคู่ส่งตรงไปยังสมาร์ทโฟนของเ้านายเขาอย่างเงียบเชียบ รอยยิ้มของเมญ่าและความอบอุ่นของธีร์ ถูกบันทึกไว้ในฐานะ ‘รายงาน’ มีทั้งรูปการจับมือและปฏิกรยาต่างๆ ถูกจัดส่งไปเพื่อรอการตัดสินใจจากพยัคฆ์ร้ายอย่างอเล็กซ์ในไม่ช้า
ห้องชุดชั้น 25
เมญ่าก้าวกลับเข้ามาในห้องด้วยหัวใจที่พองโตกว่าตอนขาออก ความหวังที่พี่ธีร์หยิบยื่นให้ช่วยปัดเป่าเมฆหมอกในใจไปได้เปลาะหนึ่ง ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออก ความเย็นเยียบอย่างผิดปกติกลับพุ่งเข้าปะทะร่างจนเธอต้องห่อไหล่ อุณหภูมิในห้องนี้ไม่ควรจะหนาวเหน็บราวกับขั้วโลก ในเมื่อเธอมั่นใจว่ากดปิดเครื่องปรับอากาศไปแล้วก่อนออกลงไปที่คาแฟ และไปทานมื้อบ่ายกับธีร์ต่อ
แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องสะดุดกึกจนตัวแข็งทื่อ... คือกลิ่นนั้น
กลิ่นน้ำหอมทรงเสน่ห์ที่แฝงความดุดันอบอวลเข้มข้นยิ่งกว่าเมื่อเช้า และคราวนี้มันพ่วงมากับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ไม่ควรจะมีอยู่ในห้องพักสาวโสดอย่างเธอ เมญ่ากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความหวาดระแวง ข้าวของทุกชิ้นยังคงวางอยู่ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ไม่มีสิ่งใดสูญหาย
“นี่มันเื่อะไรกัน...” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กลิ่นพวกนี้มันมาจากไหน ใครจะบ้าบุกรุกเข้ามานั่งสูบบุหรี่เล่นแล้วเดินออกไปโดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่แจ้งเตือน!”
ยิ่งคิด ขนกายก็ยิ่งลุกชันด้วยความพรั่นพรึงต่อสิ่งที่มองไม่เห็น
ย้อนกลับไปสิบนาทีก่อนหน้านี้
อเล็กซ์นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม สายตาคมปลาบทอดมองห้องสไตล์มินิมอลที่เขาไม่เคยนึกพิสมัยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาเข้ามาฝังตัวอยู่ที่นี่ั้แ่ได้รับรายงานจากบาร์โชว์ ภาพถ่ายของ ‘ว่าที่ภรรยา’ ที่ส่งยิ้มระรื่นและกุมมือกับชายหนุ่มคนอื่นมันช่างเป็ตลกร้ายที่น่าขบขัน
ทว่าสิ่งที่น่าหัวร่อกว่านั้น คือตระกูลสิรภพที่คิดจะสอดมือเข้ามาขวางทางปู่ของเขา อเล็กซ์จุดบุหรี่ราคาแพงขึ้นสูบอย่างสุนทรีย์ พลางใช้ความคิด... เขาควรจะปล่อยให้ตาแก่ฟรอสบดขยี้พวกมันให้จมดิน หรือเขาควรจะลงมือเองดี? การปล่อยให้เธอมีความหวังจนถึงขีดสุด แล้วค่อย ๆ เฝ้ามองดูความหวังนั้นแหลกสลายไปพร้อมกับความพินาศของสิรภพกรุ๊ป... มันดูเป็รางวัลที่หอมหวานกว่าเป็ไหน ๆ
เขายกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นและก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยจาง ๆ บ่งบอกถึงการมาเยือนของจอมบงการ
ปัจจุบัน
เมญ่ากลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงอย่างฝืดเคืองแสบคอ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นเศษขี้บุหรี่ที่ร่วงหล่นอยู่บนพรมสีเทาเข้มข้างโซฟา... หลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าเธอไม่ได้ตาฝาดหรือหลอนไปเอง
“มีคนเข้ามา... เข้ามาได้ยังไง!”
ความกลัวพุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างบางสั่นเทาไปทั้งร่าง เธอตัดสินใจวิ่งออกจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต มุ่งหน้ากลับสู่บ้านอัครบดี อย่างน้อยที่นั่นก็ยังมีบอดี้การ์ดและผู้คนพอให้เธออุ่นใจได้บ้าง ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวเริ่มผุดขึ้นในหัว ‘หรือเมื่อคืนเขาก็เข้ามา... เข้ามานั่งมองตอนที่ฉันเมาหลับไม่ได้สติอยู่ตรงนี้!’
เมญ่าวิ่งถลาไปที่ลิฟต์และตรงรี่ไปยังรถยนต์ของตนอย่างสุดกำลัง หัวใจเต้นรัวราวกองศึกจนไม่ได้สังเกตเลยว่า เธอเพิ่งจะวิ่งผ่านชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงรถยนต์คันหรูสูบบุหรี่อย่างใจเย็นอยู่ในมุมมืด
อเล็กซ์พ่นควันสีขาวจาง ๆ ออกมา พลางทอดสายตามองตามหลังร่างบางที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปด้วยแววตาของผู้ล่าที่กำลังนึกสนุก... ของเล่นชิ้นใหม่ของเขากำลังหวาดกลัวได้ที่เลยทีเดียว