บทที่ 24 ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา
พระจันทร์เสี้ยวลอยเด่น และดวงดาวโดยรอบก็เปล่งประกายราวกับเกล็ดน้ำแข็ง
บนยอดเขาที่อบอวลไปด้วยพลังปราณมีตำหนักหรูหราและงดงามตั้งอยู่
ผู้คนสามารถจินตนาการถึงสถานะของบุคคลที่สามารถอาศัยอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้
บนแท่นกระบี่ทางด้านตะวันตกของยอดเขา เหลียงซิงเฉิน หัวหน้าของศิษย์สายในที่แข็งแกร่งที่สุดสิบคน ยืนอยู่เพียงลำพัง ตรงหน้าคือหน้าผาสูงพันจั้ง สายลมเย็นยามราตรีพัดโชยมาส่งผลให้เสื้อคลุมกระพือไหว
“เหลียงจือปลอดภัยแล้ว แต่อาการาเ็ที่ขาของนางนั้นร้ายแรงมาก ข้าเกรงว่ามันอาจจะยากที่จะฟื้นตัว..."
ผู้าุโโจวอวี่ฝูเดินมาด้านหลังของเหลียงซิงเฉินและเอ่ย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเหลียงซิงเฉินก็เปลี่ยนเป็เย็นะเื
จิตสังหารที่ไม่สามารถปกปิดได้ฉายชัดออกมาในดวงตาของชายหนุ่ม
วันนี้ เหลียงซิงเฉินได้ทำการค้นหาภายในป่าเป็เวลาหลายชั่วยาม ก่อนจะพบร่างของเหลียงจือที่าเ็สาหัส
เมื่อเห็นขาที่ขาดของเหลียงจือ เหลียงซิงเฉินก็แทบเสียสติ
"ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?" เหลียงซิงเฉินถามเสียงเย็น
สีหน้าของโจวอวี่ฝูเปลี่ยนไป สายตาของเหลียงซิงเฉินในตอนนี้น่ากลัวเป็อย่างยิ่ง นางพยายามโน้มน้าว “เขาทำร้ายเหลียงจือและสังหารโจวอ้าน ข้าเองก็แทบยั้งตัวเองไม่ไหว แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา"
แววตาของเหลียงซิงเฉินเฉียบคมขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ว่าอย่างไร โจวอวี่ฝูก็คือผู้าุโของสำนัก แม้จะโกรธเกรี้ยวเพียงใด แต่นางก็กลับมาสงบดังเดิม
นางเอ่ยต่อ “ตอนนี้เ้าอยู่ใน่เวลาสำคัญ เ้าจะต้องไม่ปล่อยให้คนต่ำต้อยเช่นนี้มามีอิทธิพลต่อการก้าวขึ้นเป็ 'ศิษย์ชั้นยอด' ของเ้า"
เหลียงซิงเฉินสูดหายใจเข้าลึก และพยายามระงับความโกรธภายในใจ
โจวอวี่ฝูเอ่ยอีกครั้ง “การหารือระหว่างผู้าุโผ่านแล้ว เหลือเพียงการพิจารณาของท่านประมุข หากเ้าทำผิดในตอนนี้ เ้าจะพลาดโอกาสเลื่อนเป็ศิษย์ชั้นยอด หากเ้าฆ่าเขา เ้าจะสามารถระบายความเกลียดได้ชั่วขณะ ทว่าเ้าควรแยกแยะว่าสิ่งใดสำคัญกว่ากัน สิ่งใดยิ่งใหญ่ และสิ่งใดเล็กน้อย"
ตอนนี้ เซียวนั่วคือศิษย์อย่างเป็ทางการของสำนักพยับเร้นลับ และสำหรับศิษย์สำนักเดียวกัน พวกเขาไม่สามารถให้ฆ่ากันเองได้ เว้นแต่จะเป็กรณีพิเศษบางอย่าง
แม้ว่าด้วยสถานะของเหลียงซิงเฉินแล้ว ต่อให้สังหารศิษย์สายนอก ก็ยังไม่ได้รับโทษร้ายแรงนัก แต่หากมีคนจงใจแพร่งพรายเื่นี้ มันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงอย่างใหญ่หลวง
หากเื่นี้เข้าถึงหูของท่านประมุข มันก็มีความเป็ไปได้ที่ตนจะไม่ผ่านการพิจารณา
“เ้าก็รู้ มีผู้คนมากมายอิจฉาในตำแหน่งศิษย์ชั้นยอด และเ้าก็มีคู่ต่อสู้ที่มีศักยภาพมากกว่าที่เ้าคิด"
โจวอวี่ฝูคือผู้าุโของสำนัก และนางก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต่าง ๆ เป็อย่างดี
แต่นางก็เป็คนที่โเี้เช่นกัน เพราะต่อให้ผู้ที่ถูกสังหารจะเป็หลานชายของนาง โจวอ้าน นางก็ยังคงสงบนิ่ง
นางมีความคาดหวังในตัวของเหลียงซิงเฉิน นางหวังว่าวันหนึ่ง อีกฝ่ายจะกลายเป็อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในสำนักพยับเร้นลับ และหวังว่าเหลียงซิงเฉินจะได้อำนาจมากมาย เมื่อถึงเวลานั้น ตำแหน่งของนางในสำนักก็จะสูงขึ้นเช่นกัน
หลังจากฟังคำของอีกฝ่าย เหลียงซิงเฉินจึงค่อย ๆ สงบลง
“ท่านพูดถูก ข้าไม่สามารถลงมือได้จริง ๆ ปล่อยให้มันมีชีวิตรอดไปอีกสักนิด และเมื่อใดข้ากลายเป็ศิษย์ชั้นยอด เมื่อนั้นจะเป็วันตายของมัน!"
พรึ่บ!
แววตาของเหลียงซิงเฉินเย็นะเื กระแสพลังเย็นเยียบปะทุออกมาจากร่าง บนแท่นกระบี่ แม้ว่าจิตสังหารจะหยุดลง แต่มันกลับเย็นะเืขึ้นเรื่อย ๆ
……
ตำหนักนิพพาน
ป่าไผ่
รุ่งอรุณใกล้เข้ามา ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกค่อย ๆ สว่างขึ้น
ภายในห้องฝึกฝนของเซียวนั่ว
โฮกกก!
สิ้นเสียงคำรามอันทรงพลังของพยัคฆ์ ระดับขั้นก็หยุดลงที่ขั้นสร้างรากฐานระดับสี่
ภายในคืนเดียว ชายหนุ่มได้ทะลวงผ่านสี่ระดับย่อย ซึ่งเป็สิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน
เดิมทีเขาคิดว่าขั้นสร้างรากฐานระดับสองและระดับสามคือขีดจำกัดแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าตนจะทะลวงได้ถึงระดับสี่!
"ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินประสิทธิภาพของน้ำยาไขกระดูกพยัคฆ์ร้ายต่ำเกินไป..." ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเอง
พึงรู้ไว้ว่า พยัคฆ์ร้ายคืออสูรระดับสูง ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นควบคุมลมปราณ
นอกจากนี้ น้ำยาไขกระดูกยังได้รับการขัดเกลา และพลังปราณจำนวนมากก็ถูกใส่เพิ่มเข้าไป
เดิมที โหลวชิงเก็บสิ่งนี้ไว้ใช้กับตัวเอง เป็ของที่มีประโยชน์แม้กระทั่งกับเขา ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องพูดถึงเซียวนั่วผู้ที่เพิ่งเข้ามาในสำนักพยับเร้นลับ
“ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่โหลวชิงให้จะมีประสิทธิภาพมากถึงเพียงนี้ สิ่งนี้ยิ่งทำให้ข้ารู้สึกละอายใจมากกว่าเดิมเสียอีก"
ทั้งยินดีและลำบากใจในเวลาเดียวกัน
หลังจากใช้มัน ชายหนุ่มก็ตระหนักได้ว่ามูลค่าของน้ำยาไขกระดูกนั้นมากกว่าที่ตนคิดเอาไว้มาก
"เราฝึกฝนกายาหงเิเ้าโลกา การพัฒนาระดับจึงจำเป็ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าผู้อื่น หากน้ำยาไขกระดูกนี้ถูกผู้อื่นนำไปใช้ ข้าเดาว่าพวกเขาคงจะสามารถบรรลุระดับห้า หรือแม้กระทั่งระดับหกได้อย่างง่ายดายเป็แน่" เซียวนั่วเอ่ย
"ผิดแล้ว!" ทันใดนั้น น้ำเสียงอันทรงพลังก็ดังขึ้นภายในหัวของชายหนุ่ม
มันคือเสียงของจิติญญาหอคอยทองคำหงเิ
"หืม?" เซียวนั่วประหลาดใจเล็กน้อย
จิติญญาหอคอยเอ่ย "ข้าเกรงว่าคนธรรมดาทั่วไปคงจะไม่สามารถบรรลุขั้นสร้างรากฐานระดับสามได้ด้วยซ้ำ เมื่อพวกเขาใช้น้ำยาไขกระดูกของพยัคฆ์ร้าย..."
"ทำไมล่ะ?"
“แม้ว่าน้ำยาไขกระดูกได้รับการส่งเสริม และสามารถดูดซับได้โดยคนธรรมดา แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็เป็สิ่งที่ได้มาจากพลังของอสูรร้าย ซึ่งเป็เื่ยากที่คนธรรมดาจะสามารถปรับตัวได้ แต่ท่านนั้นต่างออกไป ท่านฝึกกายาหงเิเ้าโลกา ความแข็งแกร่งทางกายภาพจึงสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป และยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถในการดูดซับและการเสริมความแข็งแกร่งของท่านก็พิเศษมาก แทบจะไม่มีส่วนใดของน้ำยาไขกระดูกเสียเปล่าเลย มันถูกท่านดูดซับโดยสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อใช้กับท่าน ผลของมันจึงสำแดงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้แต่ผู้ที่มอบสิ่งนี้ให้กับท่านก็อาจจะไม่สามารถดูดซับมันได้อย่างสมบูรณ์แบบนัก..."
"เป็เช่นนี้เอง!"
หลังจากฟังคำอธิบายของจิติญญาหอคอย เซียวนั่วก็เข้าใจ
ชายหนุ่มยกมือซ้ายของตัวเองขึ้น นิ้วทั้งห้ากำแน่นเป็กำปั้น เส้นเืที่ซ่อนอยู่ภายใต้ิัดูเหมือนมีพลังมหาศาล ความแข็งแกร่งของกำปั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“เมื่อไหร่ข้าจะบรรลุระดับหนึ่งของกายาหงเิเ้าโลกา?" เซียวนั่วถามอีกครั้ง
“ยังอีกไกล แต่ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ หากท่าน้าบรรลุขั้นแรก ‘กายาสัมฤทธิ์โบราณ' ท่านยังต้องสะสมสักระยะหนึ่ง เมื่อถึงเวลา ข้าจะบอกท่านเอง"
จิติญญาหอคอยเอ่ย
เซียวนั่วพยักหน้าเบา ๆ และไม่เอ่ยอะไรอีก
ในเวลานั้นเอง...
“ศิษย์น้องเซียวนั่ว เ้าตื่นหรือยัง? วันนี้ข้าจะพาเ้าไปที่ 'แท่นสอนยุทธ์'
ด้านนอกป่าไผ่ กวนเซี่ยงแต่งตัวสบาย ๆ และเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
อีกฝ่ายคาบเศษฟางไว้ในปาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ธรรมดา จึงไม่ได้ดูดีนัก
แอดดด!
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูก็เปิดออก
กวนเซี่ยงเงยหน้าขึ้นมอง เซียวนั่วก้าวออกมาจากห้อง เผยแรงกดดันที่มองไม่เห็นในส่วนลึกของดวงตา
กวนเซี่ยงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกราวกับว่ามีพยัคฆ์เกาะอยู่ด้านหลังของอีกฝ่าย ซึ่งทำให้ผู้คนหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว
"พลังพยัคฆ์?" หัวใจของกวนเซี่ยงบีบแน่น ชายหนุ่มรีบก้าวไปข้างหน้าและถาม “ศิษย์น้องเซียวนั่ว เ้าใช้น้ำยาไขกระดูกพยัคฆ์ร้ายแล้วหรือ?"
เซียวนั่วพยักหน้า
กวนเซี่ยงยกมือขึ้นตบหน้าผากของตัวเอง "เ้าพลาดแล้ว!"
"อะไรหรือ?"
“เมื่อวานนี้ ข้าลืมบอกเ้าว่าน้ำยาไขกระดูกของพยัคฆ์ร้ายนั้นยากที่จะดูดซับ หากเ้า้าใช้มัน ข้าจะหาศิษย์พี่มาช่วยเ้า เ้าคงจะเสียพลังปราณไปมากโขเลยใช่หรือไม่?"
“ข้า..."
เซียวนั่วกำลังจะตอบ แต่กวนเซี่ยงกลับส่ายหน้าไปมา “ความผิดของข้า เป็ความผิดของข้าเอง ข้าขอโทษ น้ำยาไขกระดูกพยัคฆ์ร้าย แม้แต่ศิษย์พี่โหลวชิง ก็ยังสามารถดูดซับมันได้เพียงแปดส่วนเท่านั้น ข้าควรจะเตือนเ้าก่อนว่าหากใช้มันสุ่มสี่สุ่มห้า แค่บรรลุถึงขั้นสร้างรากฐานระดับสองได้ก็ดีแล้ว”
เมื่อมองดูกวนเซี่ยงเอาแต่โทษตัวเอง เซียวนั่วก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ความประทับใจที่มีต่อศิษย์พี่ตรงหน้าก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
อีกฝ่ายไม่ได้ต่อว่าเซียวนั่ว แต่ต่อว่าตัวเองที่ไม่ตักเตือนให้ดี