พอจันทร์เ้ากลับไปถึงคอนโดสิ่งแรกที่เธอทำก็คือทิ้งตัวลงไปนอนบนที่นอนเธอไม่สนใจแล้วว่าโทนี่จะติดตามเธอเข้ามาในห้องหรือไม่ถึงอย่างไรเขาก็เป็แค่ดวงิญญาดวงหนึ่งอีกทั้งยังเป็ดวงิญญาที่มีความแตกต่างจากดวงิญญาดวงอื่นๆที่เธอเคยพบเจอมาอีกด้วย
“เฮ้อ”จันทร์เ้าทอดถอนใจพลางลุกขึ้นมานั่งแล้วหยิบยาแก้แพ้ขึ้นมากิน
“อาการแพ้ปูกำเริบหรือ”คำถามของโทนี่ทำให้จันทร์เ้าจำต้องพยักหน้า เมื่อได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงของเขาแล้วเธอก็รีบพูดเพื่อให้เขาไม่ต้องเป็ห่วงเธอในทันที
“ไม่ต้องเป็ห่วงไม่ได้เป็อะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่รู้สึกคันนิดหน่อยเพียงเท่านั้น”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้โทนี่ก็พยักหน้าส่วนจันทร์เ้าก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ
เื่ที่เธอเห็นผีคนในหมู่บ้านต่างก็พูดถึงกันอย่างแพร่หลายตอนเด็กๆ เธอไม่ได้รู้สึกว่าตนเองแปลกประหลาดหรือรู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นๆแต่พอเริ่มโตขึ้นเมื่อได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของคนรอบข้างอีกทั้งเพื่อนๆ ก็เริ่มห่างหายไปจากข้างกายของเธอ จันทร์เ้าจึงเริ่มจะเรียนรู้ว่าการเห็นผีไม่ใช่แค่เพียงเธอที่จะรู้สึกหวาดกลัวในเื่นี้เพียงคนเดียวแต่คนรอบข้างของเธอก็พลอยหวาดกลัวเื่นี้ตามเธอไปด้วยดังนั้นเธอเริ่มจะเรียนรู้ที่จะไม่พูดเื่การเห็นผีของตนเองออกไปอีกยิ่งตอนที่ได้ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เธอก็ยิ่งไม่เคยพูดถึงเื่นี้อีกเลยแม้แต่แม่ของเธอก็ไม่เคยได้รู้เื่นี้
แต่ตอนนี้เธอกลับได้พบกับคนในหมู่บ้านทั้งภีมภัทร พุฒและเดชต่างก็เคยได้ยินเื่ที่เธอสามารถมองเห็นภูตผีได้วันนี้พวกเขาพยายามจะพาตัวเธอไปอีกทั้งยังพูดว่า้าขอความช่วยเหลือจากเธอมันทำให้จันทร์เ้ากังวลว่าการที่ได้พบกับคนในหมู่บ้านที่นี่อาจจะทำให้คนอื่นได้ล่วงรู้ถึงความสามารถของเธอแต่เมื่อคิดได้ว่าจะมีสักกี่คนที่จะเชื่อเื่คนเห็นผีเมื่อจันทร์เ้าคิดได้เช่นนี้ความกังวลของเธอก็พลันจางหายไป
“เล่นเกมดีกว่า”จันทร์เ้าพึมพำออกมาพลางเอาหมอนไปพิงพนักหัวเตียงหลายๆใบแล้วก็นั่งพิงหมอนเ่าั้เหยียดขาในท่วงท่าที่สบายที่สุดแล้วก็เข้าไปหาความสนุกสนานในหน้าจอมือถือโดยไม่สนใจดวงิญญาอีกดวงที่กำลังล่องลอยอยู่ตรงหน้าเธอ
“เฮ้ยๆดีป้อมดิวะ” เสียงสบถของจันทร์เ้าเรียกความสนใจของเขาได้ในที่สุดเขามานั่งลงเคียงข้างเธอบนเตียงแล้วชะโงกเข้าไปดูหน้าจอมือเธอของเธอแล้วก็พลันขมวดคิ้ว
“หิวเป็ตะครี...ชื่อบ้าอะไรของคุณนี่ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะตั้งชื่อไอดีในเกมน่าเกลียดแบบนี้”คำพูดของโทนี่ทำให้จันทร์เ้ายิ้มออกมา
“ชื่อนี้นี่แหละชีวิตจริงของพวกเราก็ต่างเคร่งเครียดกับการวางตัวในคนในสังคมต้องยอมรับอยู่แล้วดังนั้นเวลาเล่นเกม ความเกเร ความกากและความเกรียนที่เรามีเราต้องนำมาใช้ให้เต็มที่” จันทร์เ้าพูดพลางกดเกมในมือถืออย่างมันมือแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเธอลงมือฆ่าคู่ต่อสู้ภายในเกมได้จนหมดแล้วก็สามารถพาทีมของตนเองคว้าชัยได้ในที่สุด
“มันต้องอย่างนั้นดิวะ”เสียงของจันทร์เ้าทำให้โทนี่ได้แต่ขมวดคิ้ว
“หน้าตาก็น่ารักดีอยู่หรอกแต่...” เขาพูดพลางขยับตัวออกไปเปิดผ้าม่านตรงหน้าต่างของเธอเวลากลางคืนเขามีพละกำลังมากพอที่จะหยิบจับสิ่งของได้ เมื่อก่อนเขาไม่รู้แต่เพราะได้มาอยู่กับจันทร์เ้าเขาจึงพึ่งจะรู้ว่าความสามารถของตนเองแตกต่างจากดวงิญญาดวงอื่นๆ
“อย่านะ! อย่าเปิด”เสียงห้ามของจันทร์เ้าช้าไปกว่ามือของเขา พอผ้าม่านเปิดออกเขาก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของดวงิญญาร้ายที่คุกคามเข้ามาทางหน้าต่างเขาจึงรีบรวบม่านแล้วดึงมาปิดเอาไว้ตามเดิมในทันที
“ดวงิญญาของใครกันที่อยู่ด้านนอก”เมื่อเขาถามเช่นนี้จันทร์เ้าก็ส่ายหน้า
“ไม่รู้สิฉันเองก็คาดไม่ถึงว่าบนตึกที่สูงถึงขนาดนี้แต่กลับมีดวงิญญาอาฆาตที่มาคอยลอยวนเวียนอยู่ด้านนอกเช่นนี้ฉันเคยเห็นดวงิญญาดวงนั้นอยู่หลายครั้งแล้ว เป็ดวงิญญาของผู้หญิงคนหนึ่งที่น่าจะมีสาเหตุการตายที่ไม่ดีเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเธอดูน่ากลัวอยู่ตลอดเวลาฉันก็ทำได้แค่เพียงพยายามยามทำเป็มองไม่เห็นเธอมาโดยตลอดดูเหมือนว่าเธอกำลังพยายามหาตัวตายตัวแทนจะได้หลุดพ้นไปจากที่นี่ได้เสียที”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้โทนี่ก็พลันหรี่ตาในทันที
“ถ้ามีดวงิญญาดวงอื่นมาอยู่แทนดวงิญญาอีกดวงที่ติดอยู่ในสถานที่แห่งนั้นก็จะสามารถหลุดพ้นไปได้เช่นนั้นหรือ”คำถามของเขาทำให้จันทร์เ้าวางมือถือลงแล้วจ้องมองเขาอย่างระมัดระวังในทันที
“ถ้าฉันเดาไม่ผิดดวงิญญาดวงนั้นตายอยู่ที่นี่อาจจะถูกหลอกหรือถูกฆาตกรรมจนทำให้ดวงิญญาไม่อาจจะปล่อยวางความอาฆาตต่อคนที่ทำร้ายเธอได้สุดท้ายเธอก็เลยติดอยู่ที่นี่ไปไหนไม่ได้แต่การที่เธอคอยวนเวียนอยู่ด้านนอกและพยายามล่อลวงให้มีคนตกตึกตายเช่นเดียวกันกับเธออาจจะเพราะดวงิญญาดวงนั้นเชื่อว่าถ้ามีคนตกตึกตายเหมือนเธอแล้วเธอจะได้หลุดพ้นไปจากที่นี่แต่ความจริงแล้วฉันคิดว่าถ้าเธอละทิ้งความยึดติดได้เธอคงจะสามารถไปจากที่นี่ได้เสียทีในกรณีของคุณมันแตกต่างออกไปอีกทั้งเื่ตัวตายตัวแทนมันก็ไม่น่าจะใช้ได้ผลในทุกกรณีหรอก”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้โทนี่ก็หันมามองเธอในทันที
“ไม่ต้องกังวลว่าผมจะหาตัวตายตัวแทนให้ตนเองหรอกผมไม่ได้ถูกฆ่าอยู่ที่บ้านเรือนไทยหลังนั้น”พอเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมา
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่ิญญาอาฆาตเพียงแต่ที่ฉันไม่เข้าใจก็คือทำไมคุณถึงไปติดอยู่ที่นั่นฉันก็เลยกังวลว่าหากวันหน้าคุณไม่อาจจะหลุดพ้นจากสถานที่แห่งนั้นได้แล้วคุณเกิดคิดไม่ตกเกี่ยวกับเื่นี้ขึ้นมาความคิดที่ไม่เคยมีก็อาจจะมีขึ้นมาได้ในสักวัน” เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้โทนี่ก็ยิ้มออกมา
“ผมไม่มีทางทำร้ายใครเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นคุณไว้ใจผมในเื่นี้ได้” โทนี่พูดพลางส่งยิ้มให้เธอจันทร์เ้าจึงได้พยักหน้าแล้วนั่งเล่นเกมต่อโดยมีดวงิญญาของโทนี่คอยนั่งอยู่เคียงข้างเธอสายตาของเขาแม้ว่าจะจับจ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือของเธอแต่เขารู้ดีว่าตอนนี้สมาธิของเขากลับกำลังจ้องออกไปด้านนอกและพยายามส่งเสียงขับไล่ดวงิญญาที่คอยวนเวียนตามหน้าต่างห้องของเธอ
“ในเมื่อคุณสามารถมองเห็นดวงิญญาได้แล้วทำไมถึงได้ตัดสินใจซื้อคอนโดนี้ที่มีดวงิญญาร้ายคอยก่อกวนล่ะ”คำถามของเขาทำให้จันทร์เ้าพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดตัวเอง
“ตอนมาดูคอนโดฉันก็มัวแต่ระมัดระวังดวงิญญาที่อาจจะแฝงอยู่ในห้องพอเห็นว่าไม่มีฉันก็เลยตัดสินใจซื้อใครจะไปรู้เล่าว่าจะมีดวงิญญาคอยล่องลอยอยู่ด้านนอก ฮึ่มตอนนั้นฉันก็อุตส่าห์ขอมาดูห้องตอนค่ำๆ แล้วนะ พี่คนขายคอนโดยังระแวงฉันเลยคงกลัวว่าฉันจะวางแผนทำมิดีมิร้ายเขา ที่จริงแล้วควรเป็ฉันไหมที่ต้องระแวงพี่เขา”คำพูดของจันทร์เ้าทำให้โทนี่หันมามองเธออีกครั้ง
ผู้หญิงวัยยี่สิบต้นๆเนื้อตัวผอมบางแทบจะปลิวลม ใบหน้าเล็กกว่าฝ่ามือนอกจากลูกตาที่กลมโตแล้วเครื่องหน้าส่วนอื่นล้วนกระจุ๋มกระจิ๋มดูน่ารักแต่คำพูดคำจาและการกระทำในบางครั้งของจันทร์เ้าช่างแตกต่างไปจากใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มของเธอมากมายนักโทนี่ได้แต่ทอดถอนใจออกมาหากเป็ไปได้เขาก็ไม่ได้คิดจะเกาะติดเธอไปตลอดเช่นนี้หรอกเพราะไม่มีทางเลือกเขาจึงได้เอาแต่วนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเธออยู่เช่นนี้ยิ่ง่นี้พอเห็นว่าเธออาจจะมีอันตรายเขาก็อดยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเธอไม่ได้ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับตนเองดีแต่พอรู้ตัวอีกทีเขาก็มักจะเอาตนเองมาเป็เกราะป้องกันภัยให้จันทร์เ้าโดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้ว