เมื่อสถานการณ์ ‘เปิดการประลองแลกเปลี่ยน ระหว่างสองสำนักเกิดขึ้น’ พลันทำให้ผู้ชมมาเยือนสำนักเมฆาศูนย์
ทั้งแอบซ่อนในที่มืด คนมองจากที่แจ้ง ต่างก็หายใจไม่ทั่วท้องตามๆ กัน
ครั้นสายตาหมู่ชนทุกคู่หันไปรวมกันที่สนามประลองเืเป็สายตาเดียวกัน พร้อมลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก!
หานลี่ ศิษย์ผู้าุโใหญ่ของสำนักเมฆาศูนย์ ผู้โดดเด่น กล่าวขึ้น ประลองเป็คนแรก
ที่เสียงห้าวหาญชัดถ้อยชัดคำของชายหนุ่มดังขึ้น “ข้าประลองเองขอรับ ท่านเ้าสำนัก!”
พร้อมเสียงนั้นกล่าวเสร็จก็ประสานฝ่ามือ หา ท่านอาจารย์ เขาก็พุ่งทะยานขึ้นสนามประลองเือย่างไม่ลังเล ฟิ้ว! ปึง!
ชนิดหลายคนไม่คิดว่าศิษย์พี่ หานลี่ จะขึ้นประลองเป็คนแรก…เมื่อรับรู้แรงบีบคั้น ความตายอย่างแจ่มชัด
“ดี! ดี! ความกล้าเช่นนี้ น่ายกย่องยิ่งนัก!” เ้าสำนักสยบหล้า เฟิงรั่ว แม้จะเป็ศัตรู ยังเอ่ยชมศิษย์ของอีกฝั่งด้วยใจจริง
ขณะชายชรา พยักหน้าออกไปให้ศิษย์ด้านหลัง “เ้าอย่าทำให้ผิดหวังเด็ดขาด สอนบทเรียนความตาย ให้แก่เขาได้รับรู้”
ร่างศิษย์โดดเด่นผู้หนึ่งขานรับเ้าสำนักสยบหล้า “ขอรับ!” แล้วพุ่งขึ้นไปประลอง
วูม! เมื่อเปิดเผยวิชาร่างเคลื่อนเงาน่ากลัวบางอย่าง พร้อมอาวุธ ดาบง้าวในมือเผชิญหน้ากัน
ตึง! ตึง! ตึง!
พริบตานั้นที่แรงบีบคั้นปรากฏ เส้นสายปราณพลังในร่างปะทุออกมาของแต่ละฝ่ายราวกับูเาไฟะเิออก
ระลอกคลื่นเส้นสายขุมพลังในร่างสาดกระจาย
ต่างก็สำแดงพลังกล้าแกร่งในขั้นพลังขัดเกลากระดูก ของพวกเขาออกมาอย่างไม่เก็บออม
“เ้าตาย!” “ฆ่าสังหาร!”
ตู้ม! เปรี้ยง! ครืน!…หลังผ่านไปไม่กี่กระบวนท่าการปะทะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของพวกเขา ก็ส่งสภาวะคลื่นพลังทั่วร่างที่บ้าคลั่ง หอบพัดการโจมตีรุนแรงออกไปทั่ว
ได้ยินเสียงศาสตราวุธเฉียบคมสั่นไหว อัดแน่นไปด้วยอายปราณพลัง ปลดปล่อยออกมาชั่วพริบตาเท่านั้น
ก็สามารถจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว จากการโจมตีที่ทรงพลัง มากเกินไปของพวกเขา
ฉัวะ! เมื่อเืสีแดงสดสาดกระจาย อาบย้อมสนามประลองเื พุ่งขึ้นสูง เสียงกู่ร้อง “ฆ่า!” ดังไปถึงสรวง์สุราลัย
พริบตานั้น ศิษย์สำนักเมฆาศูนย์ได้ยินเสียง ฉัวะ! ดังหนักแน่นสะท้านเข้าไปภายในโสตประสาททุกผู้คน
ศิษย์พี่หานลี่ สิ้นลมในพริบตา ทิ้งให้เหล่าผู้ชมศิษย์ เบิกตากว้างตกอยู่ในความเงียบงันทันใด
“อะไรกัน!” เมื่อเห็นความเร็วในตอนท้ายผู้ลงมือ
ศิษย์พี่หานลี่ก็ถูกเข้าด้านหลัง ปาดคอ ศีรษะ กลิ้งกระเด็น หลุนๆ ลงมาจากสนามประลองเื
หยามเกียรติ สำนักเมฆาศูนย์ไม่น้อยที่ศีรษะนั้น ถูกเตะลงมาตามทางเดิน
“ฮ่าๆ ช่างอ่อนแอ ยิ่งนัก!” ผู้ชนะกู่ร้องคำรามออกมา พร้อมพลิ้วกายกลับเข้านั่งที่ด้วยสีหน้าแววตาเย้ยหยัน
ทว่าเนื้อตัวของเขาเองก็าเ็ไม่น้อย หากถูกโจมตีจังๆ ใครจะอยู่ จะถูกกลบฝังลงไปก็ยังไม่แน่ ที่ลอบกล่าวเตือน “พวกเ้าระวังตัวด้วย!”
ฝั่งสำนักเมฆาศูนย์…
หงเยว่ที่เป็ศิษย์อันดับหนึ่ง นางพลางต้องกำหมัด บีบรัดฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น
ขณะมีเืไหลซึม ออกมาน้อยๆ ที่เล็บจิก เข้าไปภายในฝ่ามือ “ชิ! แพ้งั้นรึ!”
ไม่ต่างอะไรกับศิษย์สำนักเมฆาศูนย์ ต่างก็กัดกรามกรอด จนเกิดเสียงฟันกระทบกัน ดวงตาแดงก่ำ เดือดดาลบ้าคลั่ง ราวกับเป็อสูรร้าย
ชนิดพร้อมแล้วจะเปิดฉากการฆ่าสังหารผู้บุกรุก
ทว่าเ้าสำนักเมฆาศูนย์ จำเป็ต้องรอโอกาส ที่ลอบพยักหน้าให้เหล่าผู้าุโ คณาจารย์ในสำนัก ไปพลางก่อน ที่เฝ้ารอโอกาสขุมพลังอื่นๆ ตอบรับ
“ข้าประลองต่อเอง!”
“ข้าเองก็ไม่กลัวเหมือนกัน!” เสียงศิษย์สำนักเมฆาศูนย์ แม้จะรู้ตัวว่าตนอ่อนแอกว่า
แต่ก็ต้องต่อสู้จนตัวตายที่ปลุกระดมความกล้าในจิตใจหมู่ชนขึ้นมา
หากพวกเขาพ่ายแพ้ ก็จะหมายถึงแคว้นต้าเหยียน ประชาชนของพวกเขาทั้งหมด ก็จะตายตก กลายเป็ผู้ถูกเหยียบย่ำ ไร้ที่ยืนอย่างสมบูรณ์ ส่วนนี้จึงไม่มีใครยอม
…ไม่นานบนสนามประลองคู่แล้วคู่เล่า ค่อยๆ ไหลผ่านไปตามกาลเวลาแต่ละเสี้ยวนาที ไหลผ่านไปอย่างยากลำบาก…พลันกลายเป็ฉากนองเื เข่นฆ่าของสำนักสยบหล้าฝ่ายเดียวอย่างสมบูรณ์
ฉัวะ! ฉัวะ! อ่า!
ส่งให้ศิษย์สำนักเมฆาศูนย์ เปิดเผยความหวาดกลัว สูญเสียความมั่นใจลงไปไม่น้อย เมื่อเห็นพี่น้องร่วมสำนักทยอยตายตก
แม้แต่ผู้เฝ้าดู พร้อมเข้าสู่สนามรบแทรกแซง ยังแอบลอบส่ายหัว พวกเขาเล็กๆ แล้ว
ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลคนพื้นถิ่นที่นี่ยังคงเฝ้าหวังปาฏิหาริย์
แต่เกรงว่ากลุ่มกองกำลังมหาอำนาจเฝ้ามอง พวกเขาคงจะเลือกถอยตั้งหลักมากกว่า…เลือกอยู่ยืนหยัดปะทะกับสำนักสยบหล้ายามนี้ ก็ไม่ต่างจากมด ถูกช้างพุ่งกระแทกเข้าใส่
หลินอวิ๋นมองศีรษะกลิ้ง หลุนๆ เขาพยายามเรียนรู้ เข้าใจความเ็ปความตายแบบมนุษย์
ซึมซับความรู้สึกนั้นให้มากที่สุด ระหว่างปรับตัวเรียนรู้สิ่งต่างๆ ของโลกหล้า
“ความตายเช่นนั้น แม้แต่จิติญญาข้า ก็ยังสั่นพ้องหวาดกลัวจุดจบ ที่เรียกว่าความตายอยู่ซินะ”
เมื่อลอบส่ายศีรษะไปมากับตนเองอย่างปลงทุกสิ่งไม่เที่ยงธรรม
ก่อนอีกด้าน หลางซางในเกี้ยวนั่งไม้จันทน์หอมวิจิตรงดงาม ขั้นพลังของเขาไปแตะขอบเขต หลอมรวมระดับต้นแล้ว
ชายเสื้อชุดคลุมยาวสีม่วงขริบลายสลักสีเื พลางโบกพัดม่านขึ้น เผยหน้าตาคนภายในคิ้วตั้งสูงดุจคมกระบี่พุ่งทะยานเย้ย์ จมูกสูงโด่งเป็สันได้รูป ใบหน้าหล่อเหลา คมคาย แต่แฝงไว้ด้วยความร้ายกาจเอาแต่ใจ
ขลับให้หลางซาง ดูเป็คุณชายผู้โดดเด่น ยากจะหาใครเทียบเคียงรัศมีภายในสถานที่แห่งนี้ ขึ้นมาทันที
เมื่อหลางซางกล่าวเสียงเรียบลอยๆ อย่างไม่ใส่ใจ “เ้าลองไปประลอง หาประสบการณ์ดูหน่อยเป็อย่างไร!”
วูม! ฉับพลันที่ร่างชายชุดดำยาวพลิ้วกาย คุกเข่าประสานฝ่ามือออกมาเบื้องหน้า
ชายในชุดดำแววตาดูร้ายกาจก็ลงไปยังสนามประลองอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ฟึบ! วูม!
ชนิดเ้าสำนักชราสยบหล้า ดูท่าอันตรายและเ้าเล่ห์เหมือนมารเฒ่า ยังไม่กล้าขัดขวาง ชายหนุ่ม้าเกี้ยวนั่งส่งคนของเขาลงมาประลอง
“อู๋เว่ยอัน ขึ้นประลองแล้วงั้นหรือ?” ชายชรา อดไม่ได้เอ่ยเสียงลอยๆ ขึ้นมา เมื่อมองไปที่สนามประลอง ก็คล้ายว่าจะรู้สึกผิดหวังเล็กๆ การบดขยี้เ้าสำนักเถียนซู่
ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่าคนบนเกี้ยวนั่งวิจิตร ไม่ใช่บุคคลธรรมดา เ้าสำนักชราสยบหล้า เฟิงรั่ว ยังต้องไว้หน้า ยำเกรงเขาคนนั้น