การแสดงจบลงทำให้ข้าหันมาสนใจท่านอ๋องอีกครั้งชายผู้นี้หวังตำแหน่งสูงส่งโดยให้บุตรสาวมาเป็สายสัมพันธ์
“ฝ่าาบุตรสาวข้ามีการแสดงจักถวายให้พระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของท่านอ๋องทำให้ทุกคนสนใจหันไปมองเมื่อเสด็จพ่อทรงอนุญาต องค์หญิงเหมยฮัวก็ลุกจากที่นั่งและไม่นานองครักษ์ส่วนพระองค์ก็ยกสิ่งที่คุ้นเคยในสายตาข้ามาวางไม่ห่างจากข้ามากนักทั่วทั้งกายสะท้านเหน็บหนาวกับสิ่งที่ได้เห็นแม้จะไม่เหมือนกันแต่มันทำให้ข้าหลอนและหวาดหวั่น มันไม่ใช่เหรอที่เป็สิ่งนำพาข้ามาที่แห่งนี้ทว่าแหวนในมือที่เย็นเฉียบมานานกลับรู้สึกร้อนวูบวาบไปมาทำให้ข้าละความสนใจกู่เจิงตรงหน้ามามองแหวนตัวเอง
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่าน้องห้าหรือว่าเ้าเหนื่อยแล้ว” องค์ชายสามหันมาถามน้องรักที่ดูอาการแปลกไป
“ข้าไม่เป็ไรท่านพี่”
ข้าเงยหน้าบอกพี่เฟยหยางเบาๆทว่าแหวนในมือยังไม่หายร้อนแม้ไม่ได้ทำอันตรายแต่ก็ทำให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเสียงเพลงของกู่เจิงหวานละมุน ทว่ามันยังไม่ดีพอเท่าที่รู้จักมาแม้ว่าข้าจะไม่ได้จับมันนานถึง10ปีแต่เชื่อเถอะว่าข้าแสดงได้ดีกว่าองค์หญิงเหมยฮัวด้วยซ้ำไปเสียงโน้ตสุดท้ายของพิณจบลง ข้าจึงลุกยืนทันทีโดยไม่สนใจใครนอกจากเสด็จพ่อ
“เสด็จพ่อข้าทรงเหนื่อยมากวันนี้ข้าขอตัว” บอกพร้อมเดินจากไปทันทีโดยมิได้กล่าวลาคนอื่นๆโดยมีฮุ่ยเจียนกับฮุ่ยเจินเข้ามาประคองเมื่อเห็นอาการผิดปกติของข้าและนั่นทำให้ข้าไม่ต้องเป็ที่ครหาเื่มารยาทแต่จะเป็ที่เลื่องลือในความอ่อนแอของข้าแทน
“องค์ชายทรงเป็อะไรพ่ะย่ะค่ะ”สองฝาแฝดเอ่ยถามทันทีห่างออกมาไกลข้าหันมามองอย่างหนักใจเพราะเื่นี้เหล่าองครักษ์ข้าไม่เคยรู้ความร้อนทั่วทั้งกายจนทำให้ข้าดึงพลังลมปราณที่มีมาต่อต้าน
“ข้าไม่เป็ไรพวกเ้าไม่ต้องตามข้ามา หากมีคนตามข้ามาบอกว่าข้าพักผ่อนมิ้าให้ผู้ใดรบกวน”
ข้าบอกพร้อมพุ่งทะยานออกจากจุดปลอดภัยออกไปนอกวังหลวงทันทีความเร็วของข้าตอนนี้สองคนนั่นไม่มีตามทันแน่นอนและข้าก็วางใจว่าวันนี้ไม่มีเื่เลวร้ายเกิดขึ้นที่ท้องพระโรงแน่นอน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเฟยหลงหากเ้าต้านกำลังข้าเพื่อออกจากผนึกให้ได้ข้าคงได้ตายอีกรอบแน่”
ข้าบอกเสียงหงุดหงิดเพราะกำลังภายในที่มีดึงออกมาต่อต้านแหวนในมือที่พยายามดิ้นรนออกจากผนึกและนั่นทำให้มันสงบลงไปได้แม้ข้าจะมีพลังวัตรและลมปราณที่แข็งแกร่งอย่างไรแต่ถึงอย่างไรตอนนี้ข้าคืุ์จะมีปัญญาไปต้านพลังอำนาจัดำที่บำเพ็ญเพียรมายาวนานได้อย่างไรหากเป็เทพหลิ่งเหวินก็ว่าไปอย่าง
ข้ามาหยุดยอดเขาที่ห่างไกลจากวังหลวงเกือบ500 ลี้ ทำไมข้าออกมาไกลขนาดนี้นะเหรอหากข้าปลดผนึกัดำได้แล้วออกมาตัวใหญ่เหมือนในฝัน ชาวเมืองได้แตกตื่นกันพอดี
ข้ามองไปแหวนแล้วถอนหายยาวตอนนี้ข้าทำใจเล่นกู่เจิงนั้นไม่ได้เลยแม้จะรู้ว่ามันสามารถปลดผนึกเฟยหลงให้ออกมาได้แต่การตายเพราะกู่เจิงมันก็ทำให้ทำใจยากเหมือนกันที่จะต้องบรรเลงเพลงนั้นอีกครั้ง
“เฟยหลงข้าอ่อนแอกว่าเ้ามากนักเ้ายังอยากอยู่เคียงข้าอีกอย่างนั้นเหรอ”
ข้านั่งลงบนโขดหินใหญ่เอ่ยถามแหวนในมือซึ่งมันก็ร้อนวูบเหมือนตอบคำถามข้าข้าเงยหน้ามองท้องฟ้า คิดถึงความฝันในอดีตที่ผ่านมา
“ตอนนี้ข้าเป็เพียงมนุษย์เดินดินธรรมดาที่ไม่มีอำนาจใดช่วยเหลือเ้าได้อีกแล้ว ข้าเพียงสามารถปลดผนึกเ้าได้เท่านั้นเอง”
ข้ากล่าวออกมาเบาๆเหมือนรำพึงกับตัวเองเสียมากกว่าแต่แหวนในมือยังคงอุ่นวาบแม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่ข้ากลับเข้าใจความหมายนั้นดีข้านั่งทำใจที่จะปลดผนึกอยู่นานจนตอนนี้ยามจื่อดวงจันทร์ทอแสงอยู่กลางศีรษะ
ข้าก้มมองแหวนอีกครั้งอย่างตัดสินใจคงจะไม่ตายอีกครั้งหรอกนะข้าคิดอย่างตัดสินใจหลับตาลงนึกถึงกู่เจิงสีทองอร่ามงามตาที่ข้าเคยเป็เ้าของและทำให้ข้าต้องตายเพียงไม่นานกู่เจิง์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างมหัศจรรย์
ข้าลืมตาขั้นเมื่อััถึงสิ่งที่เรียกหากู่เจิงอันเดิมแบบเดิมที่เคยเป็ของข้าข้าลูบไล้อย่างแ่เบา ทั้งๆที่ข้ารู้สึกหวาดกลัวแต่ทำไมน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกโหยหาเยี่ยงนี้น้ำตาข้าไหลออกมาอย่างมิอาจห้ามได้ นิ้วเรียวเริ่มบรรเลงเพลงที่คุ้นเคยมายาวนาน
เสียงใสกังวานดังทั่วแผ่นดินเหมือนประกาศศักดิ์ดาว่าได้มียอดฝีมือก่อเกิดขึ้นมาแล้วทว่าเสียงเพลงกลับทำให้คนเพ้อฝันอย่างมีความสุข ความยินดีปรีดาพร้อมน้ำตาไหลรินของคนที่ได้ยินได้ฟังแม้กระทั่งในวังหลวงที่พากันเงียบงันฟังเพลง์ที่ถูกส่งมาแต่ไม่อาจรู้ได้ว่ามาจากที่ใด
องค์ชายสามเฟยหยางก็คือหนึ่งในนั้นที่หยุดชะงักอยู่หน้าตำหนักของน้องชายหลังจากองครักษ์บอกว่าองค์ชายหลิ่งเหวินอยากพักผ่อนไม่้าให้ผู้ใดพบจึงกำลังกลับตำหนัก ทว่าเสียงเพลง์ที่ดังมาทำให้หัวใจอิ่มเอม ความสุขความหวังในหัวใจก่อเกิด สายตาเหม่อมองท้องฟ้าในใจคิดว่าผู้ใดกันบรรเลงเพลงได้ไพเราะมากมายถึงเพียงนี้ เหล่าพรรคธรรมะและพรรคอธรรมเริ่มมีการเคลื่อนไหวเสียงเพลงใสกังวานไพเราะนั้นทำให้พวกเขาตื่นตระหนกว่าผู้ใดกันถึงมีพลังยุทธ์แกร่งกล้าจนสามารถบรรเลงเพลง์ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนและไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามาจากที่ใดครานี้ยุทธภพคงจะปั่นป่วนค้นหาตัวผู้บรรเลงเพลง์กันแน่
ผู้ที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้ยุทธภพปั่นป่วนนั้นยังบรรเลงเพลงด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตามันไม่ใช่ความเศร้าใจก่อนจากลาแต่นี่คือเพลงแห่งการเริ่มต้นแหวนในนิ้วเริ่มเปล่งประกายก่อนจะสลายหายไปปรากฏเป็ัดำตัวใหญ่ล่องลอยอยู่ท้องฟ้าและร้องคำรามอย่างประกาศศักดิ์ดาพร้อมกับเสียงเพลงที่เริ่มรัวเร็วขึ้นตามจังหวะและจบลงด้วยความอ่อนโยน ัดำเปลี่ยนร่างเป็มนุษย์ก้าวเข้ามาหาสหายช้าๆดวงตาคมจับจ้องสหายไม่วางสายตา บัดนี้สหายกลับเป็เพียงมนุษย์เดินดินธรรมดาทว่าความสง่างามนั้นกลับไม่เคยแปรเปลี่ยนแต่บัดนี้มันรู้ว่าต่อไปนี้จะไม่ใช่แค่สหายของหลิ่งเหวินอีกต่อไป
แต่มันจะเป็อาวุธทุกอย่างที่สหาย้าจะเป็คมดาบตายแทนสหาย ที่ครั้งหนึ่งต้องมาตายเพราะมันเฟยหลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมคุกเข่าก้มลงกราบอย่างนอบน้อมมันเป็หนี้ชีวิตหลิ่งเหวินจนชาตินี้ทั้งชาติก็มิอาจทดแทนคุณและชดใช้สิ่งที่สหายสูญเสียไปจนสิ้นไม่ได้
ข้ามองภาพเบื้องหน้าด้วยความเงียบงันความรู้สึกทุกอย่างของเฟยหลงส่งผ่านเข้ามาในดวงจิตข้าหลับตาลงเพื่อรับรู้ความรู้สึกเ่าั้อดีตปัจจุบันจนบัดนี้เฟยหลงยังคงเป็สหายเฉกเช่นเดิมแม้จะรู้ว่าบัดนี้ัดำตรงหน้าจะมิใช่เป็แค่ัอีกต่อไป
แต่จะเป็ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าอยากให้เป็เพื่อช่วยเหลือข้าตามบัญชาของเ้าแม่หนี่วาข้ารับรู้ว่าเฟยหลงถูกลงทัณฑ์ให้อยู่ในที่ไม่อาจเห็นเดือนเห็นตะวันอยู่แต่ความมืดมิดและไฟนรกแผดเผาใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานแต่กลับทำคุณงามความดีเพื่อแก้ตัวและยังบำเพ็ญเพียรเพื่อรอคอยข้า
“หากมีวาสนาจักได้พบกันอีกครา”
คำแรกที่ทักทายทำให้เฟยหลงเงยหน้ามองสบกับดวงตาอ่อนโยนของสหายเพราะบัดนี้วาสนาได้ให้พบเจอกันอีกครั้งแล้วแม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน
“หลิ่งเหวินข้ารู้ว่าเ้าไม่ได้้าคำขอโทษจากข้าแต่ว่าข้าก็อยากบอกเ้าว่าข้าขอโทษ” เฟยบอกพร้อมก้มหน้าคารวะอย่างนอบน้อมเพราะนับแต่นี้ไปหลิ่งเหวินจะเป็เ้านายและสหายเพียงหนึ่งเดียว
ข้ายังนั่งนิ่งมองดูความตั้งใจของเฟยหลงแม้จะไม่ได้เจอกันมาแสนนานแต่ความรู้สึกข้าเฟยหลงก็ยังเป็สหายคนเดิมแม้ต้องนี้จะพ่วงตำแหน่งลูกน้องไปด้วยก็ตาม
“ลุกขึ้นเถอะเฟยหลงเราต้องไปจากที่นี่แล้ว”
ข้าบอกเมื่อรับรู้ว่ามีการเคลื่อนไหวแปลกๆบริเวณตีนเขาอาจเพราะเสียงคำรามของเฟยหลงถึงทำให้พวกนั้นเร่งมาจุดนี้และเหมือนเฟยหลงจะเข้าใจดีเปลี่ยนร่างเป็แหวนกลับคืนมาอยู่ที่นิ้วชี้ข้างขวาทำให้ข้าอดยิ้มออกมาไม่ได้ ช่างสะดวกดีจริงๆจากนั้นข้าไม่รอช้าให้ใครมาจับได้ทะยานหายไปกับความมืดด้วยความเร็วเพียงไม่นานข้าก็กลับมาถึงตำหนัก
“องค์ชายปลอดภัยดีนะพ่ะย่ะค่ะ”สองฝาแฝดเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วงทันทีที่เห็นข้ากลับมาข้ามองพวกมันอย่างเบื่อหน่ายถ้าไม่ปลอดภัยดีจะมาเดินเหินได้เยี่ยงนี้หรือไง
“องค์ชายเมื่อครู่พระองค์ได้ยินเสียงเพลง์หรือไม่พ่ะย่ะค่ะช่างไพเราะนักจนทุกคนที่ได้ยินต่างหลงใหล” คำถามของฮุ่ยเจียนทำให้ข้าชะงักหันกลับมามองและเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
“เ้าได้ยินอย่างนั้นเหรอ”
“พ่ะย่ะค่ะไม่ใช่แค่กระหม่อม พวกนางกำนัลและคนอื่นต่างเห็นพ้องว่าไพเราะยิ่งนักแต่ไม่รู้ว่าจักมีวาสนาได้พบเจอคนที่บรรเลงเพลงนี้ได้หรือไม่แม้จะเป็เพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ความหมายกลับทำให้น้ำตาไหลคราแรกพวกกระหม่อมคิดว่าองค์หญิงเหมยฮัวบรรเลงยามค่ำคืนแต่กลับมิใช่” ฮุ่ยเจียนอธิบายยาวเหยียดพร้อมด้วยฮุ่ยเจินพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชายฝาแฝดข้ายืนนิ่งอย่างคาดไม่ถึงว่าเสียงเพลงที่น่าจะเป็ของข้าจะดังมาไกลถึงเพียงนี้
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะองค์ชายยุทธภพกำลังปั่นป่วนตามหาคนผู้นั้นและยังมีข่าวน่าใว่ามีคนเห็นัดำปรากฏตัวพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหั่วที่บังเอิญกลับมาพอดีรายงานข่าวที่ได้รับมาโดยบังเอิญ
ข้านิ่งเงียบแต่ไม่ได้กระวนกระวายใจเพราะรู้ว่าไม่มีใครรู้เกี่ยวกับข้าแน่นอนแต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนทันเห็นเฟยหลง เห็นทีครานี้ยุทธภพคงจะปั่นป่วนไม่น้อยและการตามหาข้าพวกเขาคงจะล้มเหลวตราบใดที่ข้ายังไม่ยอมปรากฏตัว “พวกเ้าไปพักเถอะ”
ข้าหันไปบอกองครักษ์ทั้งสามก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียงพร้อมนั่งโคจรลมปราณทันทีเพราะข้าใช้พลังลมปราณเล่นพิณปลดผนึกเฟยหลงครั้งนี้หมดพลังไปถึง6ส่วน
เมื่อองค์ชายนั่งเดินลมปราณพวกองครักษ์ทั้งสามต่างแยกย้ายกันไปและไม่ลืมที่จะเดินลมปราณตามที่ถูกฝึกสอนมาตลอด10ปี