“อ้าว คาลินี่ ลูกหมาใครหว่า” ซาตานขี้เล่นทักรุ่นน้องที่อุ้มลูกหมาขนสีน้ำตาลที่หลับอุตุในอ้อมแขนของหญิงสาว ก่อนจะฉงนเล็กน้อยเมื่อรุ่นน้องทั้งหลายพากันหัวเราะ ขนาดคนยิ้มยากอย่างเ้าหญิงเ้าชายน้ำแข็งยังแอบอมยิ้มกับเขาเลย
“หัวเราะบ้าอะไร มันน่าเฉือดเรียงตัว” เสียงสบถของนักบวชขี้หงุดหงิดดังขึ้น ทำให้เหล่าทโมนที่หัวเราะร่วนคอหดวูบ ถอยหลังไปหลายก้าว
“ง่า~ ลอรี่แกล้งน้อง”
เพี้ยว... ฉึก
“อย่าเรียกฉันแบบนั้นอีก ไอหูหนวก” ซาตานหน้าเป็ยิ้มร่าลูบขนหมาในอ้อมแขนเ้าหญิงคนงามจากเมืองนักรบเล่นเบา ๆ
“เบา ๆ สิ ลอรี่ เดี๋ยวเ้าเฟรี่น้อยก็ตื่นหรอก” ซาตานขี้เล่นเอ่ยอย่างทะเล้น ๆ ลูบขนหมาที่เหมือนผมรุ่นน้องคนโปรดเล่น แต่ก็ต้องฉงนหนักเมื่อ เหล่ารุ่นน้องเบิกตากว้างราวกับเขาพูดอะไรผิด เขาเลยหันไปมองสามสาวแทนอย่างงง ๆ
“เออ... รุ่นพี่รู้หรอค่ะ ว่านี่คือ เฟริน” แองจี้ว่าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ป่าว อ้าวแล้วไมเฟรี่ กลายเป็แบบนี้ล่ะเนี่ย” คำถามที่ไร้คำตอบ
ลอเรนซ์ก้าวเข้าไปหาน้องชายในร่างหมาน้อยในอ้อมแขนหญิงสาว กลิ่นเวทย์ที่คุ้นเคยทำให้ลอเรนซ์หันไปมองหน้าน้องสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและเอาเื่อย่างที่ไม่เคยทำกับน้องคนนี้มาก่อน
“ทำไม ทำแบบนี้ เฟลิโอน่า” สายตาดุ ๆ ส่งให้น้องสาว แต่เสียงไม่ได้เคร่งมากนัก ทำให้ เฟลิโอน่าเบ้หน้า แก้มป่อง อย่างที่เหล่าทโมนไม่เคยเห็นแต่คนที่สนิทกันอย่างลอเรนซ์เห็นบ่อย ๆ เวลาเธอถูกจับได้ เวลาทำผิด
หญิงสาวะโเข้าคล้องแขนชายหนุ่มอย่างเอาใจ แต่ใบหน้าของพี่ชายยังคงเคร่งและมีกระแสดุ ๆ มากขึ้นอีก ทำให้เธอต้องเขยงตัวขึ้นหอมแก้มชายหนุ่มอย่างเอาใจ
“ก็เฟริน จะเปลี่ยนร่างเป็ผู้หญิงไปเล่นพิเรนทร์นี่ค่ะ…. ท่านพี่” เสียงท่อนท้ายเบาพอให้ได้ยินสองคนเพื่อเอาใจชายหนุ่มขี้หงุดหงิด
“งั้น...” ลอเรนซ์หันไปมองน้องชายในร่างหมาน้อย “สมน้ำหน้ามัน”
เหล่าทโมนกลืนน้ำลายเฮือก นึกสงสารเพื่อนหัวขโมยในใจ
ถ้ามันคิดจะถอนเวทย์มันถอนนานแล้ว เ้าเล่ห์ดีนักน่ะ ไอตัวแสบ หลอกใครไม่หลอก... ดันไปหลอกลูกคิงบาโร งานนี้คงจะได้เห็นการปะทะคารมของเดมอสและคาโนวาลอีกเป็แน่ ไอตัวแสบนี่มันน่า...
ลอเรนซ์คิดในใจนึกถึงตอนเวลาคิงบาโรกับท่านลุงเอวิเดสเจอกันแล้วก็ชวนปวดหัวสิ้นดี และท่านพ่องี่เง่านั่นอยู่อีก เฮ้อ~ ไม่อยากคิด
สิ้นความคิดลอเรนซ์ไล่พวกปีหนึ่งและเริ่มไล่ขว้างซาตานบ้าอีกรอบด้วยความหงุดหงิด
เมื่อเพื่อนร่วมชั้นปีนั่งประจำที่หมดแล้ว คาลิน่าก็ส่งเ้าหมาน้อยเฟรี่ให้แก่เ้าหญิงเรนอนที่รอรับอย่างดีใจ ลูบหัวลูบหางอย่างเอ็นดูกับเพื่อนสาวอีกสองคนที่นั่งข้าง ๆ จนเหล่าทโมนป้อมอัศวินชักอิจฉาเ้าหัวขโมยในร่างหมาตงิด ๆ ก็สองสาวโหด ๆ อย่างมาทิลด้ากับแองจี้ ใครจะไปคิดว่าอ่อนโยนกับสัตว์ขนาดนั้นเล่า
สามหัวหน้าชั้นปี คาโล คาลิน่า และเฟลิโอน่าที่ได้รับหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะอีกสองหัวหน้าชั้นปีไม่คิดจะทำหน้าที่ ในเมื่อหัวขโมยเห็นอะไรเป็เล่นไปเสียหมด และอู้ขนาดหนัก ส่วนนักฆ่าอีกคนก็ชอบ ความสนุกและคอยยุยงหัวขโมยให้สร้างปัญหามากกว่าตามแก้แบบพวกเธอ บทบาททั้งหลายเลยถูกยกให้อีกสามคนโดยปริยาย และมีเ้าแม่อเมซอน กับเ้าแม่คทาคอยช่วยเหลืออีกต่อ
“ที่เรียกประชุมวันนี้ ก็เพราะรุ่นพี่โรเวน้าจัดงานประจำป้อมขึ้น เพื่อหารายได้เข้าป้อม พวกพี่เขา้าให้แต่ละชั้นปีจัดทำซุ้มกิจกรรมขึ้นในวันอาทิตย์นี้ ส่วนตอนเย็นจะเป็การประกวดอะไรสักอย่าง” เฟลิโอน่าเอ่ยพร้อม ๆ กับมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าหือกับเ้าหญิงแดนปีศาจที่อาจจะเสกให้เขากลายเป็หมาไปอีกคนได้
“ใคร้าจะเสนอบ้าง” เ้าหญิงน้ำแข็งถามขึ้น แต่ก็ต้องส่งสายตาดุ ๆ ช่วยที่พี่ชายเมื่อเหล่าทโมนพร้อมใจกันยกมือสล่อนก่อนจะเลือกเอามาหนึ่งคน
“ว่าไง ครี้ด”
“เปิดผับดีไม” ครี้ดยิ้มร่าก่อนจะคอหดกับสายตาเย็น ๆ จากเ้าหญิงเ้าชายเมืองนักรบ กับรอยยิ้มเย็นะเืจากเ้าหญิงแดนปีศาจ พอหันไปเห็นหมาน้อยในตักเ้าหญิงเรนอน ก็ต้องหลบวูบไปด้านหลังเจค ให้เพื่อนหัวเราะเล่น เพราะรู้ว่านักรบคนกล้าหลบเพราะกลัวกลายเป็หมาแบบเ้าหัวขโมย
“เครื่องดื่มมึนเมาเป็สิ่งต้องห้าม” เสียงเย็น ๆ จากเ้าชายน้ำแข็งที่นั่งฟังอยู่นาน
“งั้นโฮสคลับ เป็ไงล่า”
ปัง ๆ ๆ
มาทิลด้าทุบโต๊ะอย่างหมดความอดทน มองคนป่วนการประชุมแทนเ้าหมาน้อยที่สิ้นลาย
“คิดให้มันสร้างสรรค์หน่อย ครี้ด” มาทิลด้าตวาดใส่คนที่ไม่รู้จักคิดก่อนหันไปเห็นสองหนุ่มที่นั่งเล่นหมากรุกกันเงียบ ๆ ที่มุมห้อง “นายว่าไงล่ะ กัส โร”
“ถามฉันจะไปได้อะไร มาทิลด้า ถ้าอยากรู้ ไมไม่ถาม โรล่ะ หมอนี่รู้ทุกเื่นี่” เ้าเสือยิ้มยากตอบเรียบ ๆ โยนให้เพื่อนข้าง ๆ คราวนี้มาทิลด้าเลยหันไปหาคำตอบจากโรแทน ด้วยสายตาที่อ่านออกได้ว่า ถ้าตอบไม่ดีหรือผิดหูคุณเธอ โดนแน่
“ฉันว่า ถ้าจัดซุ้ม พวกนายควร...” โรหยุดดื่มน้ำชายั่วอย่างใจเย็น “ควรจะถามเฟรินมากกว่าพวกฉันเสียอีก มาทิลด้า”
“เฟริน” คาลินเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ หันไปมองเ้าหมาขนฟูที่หลับอย่างสบายอารมณ์ในตักเ้าหญิงเรนอน
“ใช่ เฟรินเป็ขโมย ขโมยอยู่ไม่เป็ที่ มักจะเร่ร่อนไปเรื่อย เฟรินน่าจะมีไอเดียดี ๆ พอสมควรนั่นแหละ”
คำตอบของโร ทำให้ทุกคนเริ่มเห็นด้วยกับเหตุผล หันไปทางเพื่อนในร่างหมาที่โดนปลุกเบาๆ จากเ้าหญิงคนงามที่นอนเกียรติศักดิ์จากคาโนวาล แองจี้ควงคทาไปมา แต่ไม่กล้าพอที่จะตีหัว เพราะเ้าตัวดีดันไปอยู่ในร่างหมาน้อยน่ารักน่ากอด มากกว่าคนที่คอยกวนประสาทเธอ ส่วนมาทิลด้าเริ่มส่ายหัวเบา ๆ อย่างปลงตก เพราะรู้ดีว่าเฟรินขี้เซาขนาดไหน
เฟลิโอน่ายิ้มนิด ๆ ก่อนจะเดินไปกระซิบข้างหูเ้าขนฟู ท่ามกลางใบหน้างง ๆ ของเพื่อนร่วมชั้นปี ก่อนจะงงหนักเมื่อ เ้าหมาที่ควรนอนอยู่กับโดดลุกพรวดส่ายหัวที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลไปรอบ ๆ ห้องเหมือนหาอะไรสักอย่าง ก่อนทุกคนจะเข้าใจว่าเพื่อนสาวกระซิบอะไร
“แอ๊ปเปิ้ลจ้า พี่มาแล้วจ๊ะ อย่าหนีเลยน่ะ ตะละล่า~ ไหน ๆ ไหนแอ๊ปเปิ้ลล่ะ เฟลิโอน่า”
ไอหมาตระกะ... ความคิดของทุกคน
เฟรินมองไปรอบ ๆ ห้องเมื่อไม่เห็นแม้แต่วี่แววของแอ๊ปเปิ้ลสักลูก จึงหันไปแยกเขี้ยวใส่น้องสาวตัวดีแทน
“มีไรหึ แม่ตัวดี” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหัวเสียเมื่อรู้ว่าโดนหลอก
“คุณโร เสนอให้คุณเฟรินออกไอเดียจัดซุ้มกิจกรรมหารายได้เข้าป้อมค่ะ” เรนอนที่อยู่ใกล้ ๆ ตอบแทน เฟรินเลยหันไปหาเื่จำเลยอีกคน แต่มันดูน่าขันมากกว่าน่ากลัวนี่สิ
“ว่าไง เฟริน” คาลิน่าเอ่ยย้ำเมื่อเห็นเ้าหมาบ้าจะกระโจมเข้าหาเื่คนเสนอชื่อ
“ก็ไม่เห็นยากนี่ ลิน ทำร้านคอฟฟี่ช๊อปซะสิ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหัวเสีย สะบัดหน้าที่เต็มไปด้วยขนไปมา ก่อนจะเอ่ยต่อเมื่อเห็นใบหน้างง ๆ ของเพื่อนฝูง “ทำเป็ร้านน้ำชาเล็ก ๆ ค่อยบริการคู่กับขนมหวาน จัดร้านสไตล์นิยามโรมัน ดูน่ารักไปอีกแบบ” เฟรินหันไปเอาใจเรนอนที่คาดว่าน่าจะเป็คนออกแบบซุ้ม
“ร้านเล็ก ๆ น่ารัก ๆ บริกรหน้าตาดี เป็ที่นิยมในหมู่สาว ๆ ถูกใจตลาด ขายง่าย คล่องตัว กำไรงาม” คราวนี้จงใจล่อเหล่าทโมนด้วยคำว่า ‘สาว ๆ’ และล่อเ้าแม่ป้อมกับเ้าแม่คทาด้วยคำว่า ‘กำไรงาม’
“ไม่ยุ่งยาก ดูแลง่าย มีเวลาพัก แบ่งหน้าที่ได้ลงตัว” คราวนี้เริ่มเอาใจ เหล่าผู้คุมงานในอนาคตทั้งสาม
“อาจจะมีมุมดนตรีเล็ก ๆ สร้างความบันเทิงลูกค้าด้วยเป็ไง นิกซ์”
เมื่อเห็นทุกคนคล้อยตาม เฟรินก็ลอบยิ้มนิด ๆ มองเพื่อน ๆ ที่พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของเขา
“แล้วขนมกับน้ำชา ใครจะเป็คนจัดการ” คาลิน่าเอ่ยเตือนสติเพื่อน ๆที่เคลิ้มตามเ้าหัวขโมยผู้มากเล่ห์เหลี่ยม ทุกคนมองหน้ากันเพราะแต่ละคนส่วนใหญ่สนใจเื่ต่อสู้มากกว่าเื่ขนมนมเนย แบบนี้ ส่วนสาว ๆ ในชั้นปีก็แกร่งกว่าพวกเขาเสียอีก คิดแล้วอนาถ
“เื่น้ำชากับขนมที่ทานร่วมกันไม่ต้องห่วง” เฟลิโอน่ายิ้มให้กับพี่ชายในร่างหมาที่กำลังคิดจะอู้ “เฟรินถนัด”
คาลิน่าหันไปมองเ้าหมาน้อยอย่างไม่เชื่อ เธอไม่เคยเห็นเฟรินชงชา หรือแม้แต่จิบชาเลย จะเป็ไม่ได้อย่างไงที่ชายหนุ่มจะถนัดเื่แบบนี้
“พูดอะไรกันครับ ถ้าคุณโรก็ว่าไปอย่าง” ซีบิลแย้ง
“ใช่ ๆ อย่างเฟรินเนี่ยน่ะ ชงชา ทำขนม” แองจี้เสริมอีกแรง ทุกคนเลยหันไปหาที่พึ่งใหม่ที่นั่งจิบชาเป็ประจำ
“ฉันดื่มอย่างเดียว เื่ชงไม่เป็”
“เฟริน ถ้านายยอม ฉันจะขอให้พี่ลอเรนซ์เอาแอ๊ปเปิ้ลจากแอเรียสมาฝากอีก” เฟรินยิ้มเพราะรู้อยู่แล้วว่าน้องสาวเขาต้องล่อเขาด้วยไม้นี้
“ไม่”
“แล้วนายจะเอาอย่างไง” มาทิลด้าเอ่ยอย่างหมดความอดทน เฟรินยิ้มกว้างขึ้น แต่มันดูเหมือนแยกเขี้ยวให้เธอมากกว่า
“ถ้าสาว ๆ คนงามทั้งห้ายอมแต่งตัวน่ารัก ๆ ออกไปบริการลูกค้า ฉันก็คงจะพอมีเรี่ยวมีแรงทำขนมอร่อย ๆ น้ำชานุ่ม ๆ ออกอวดโฉมก็ได้ ว่าไงล่ะ เฟลิโอน่า” เฟรินเล่นลิ้นก่อนจะหลบไม้คทาพิฆาตแทบไม่ทัน เพราะคนตีไม่สนแล้วว่าคนพูดจะอยู่ในร่างไหน
ห้าสาวมองหน้ากันอย่างช่างใจ ประมวลผลได้ผลเสีย และแน่นอน ผลเสียมันมากกว่าผลได้ เพราะถ้าชายหนุ่มไม่ยอมก็หมายความว่าพวกเธอต้องคิดงานใหม่หมด
“ก็ได้ เฟริน” มาทิลด้าเอ่ยอย่างเด็ดขาด
“พูดคำไหนคำนั่นน่ะ อ้อ... เดี๋ยวฉันออกแบบชุดน่ารัก ๆ ให้พวกเธอเอง”
คำพูดสุดท้ายทำให้สาว ๆ เริ่มหวั่น ๆ ว่าไอชุดน่ารัก ๆ ที่หัวขโมยกล่าวอ้างคงจะไม่เป็อะไรที่พิเรนๆ หรอกน่ะ
.................................................................